เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 275: เมืองหมอกขาว (2)

ตอนที่ 275: เมืองหมอกขาว (2)

ตอนที่ 275: เมืองหมอกขาว (2)


"สติกม่า!" ทันใดนั้นแองเจเล่ก็ตะโกนในขณะที่ทั้งเดินเข้าไปในประตู

"อะไร" พ่อมดทั้งสามหันมาพร้อมกัน

แองเจเล่ถือกล่องดำในมือขวา

"เจ้าเชื่อข้าหรือไม่ว่ากล่องนี้ไม่ใช่ของข้าแต่มีใครบางคนวางไว้ในมือของข้า ข้าไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ คิดให้ดีก่อนที่จะทำ" แองเจเล่หยุดชั่วครู่แล้วก็พูดต่อ "ข้าเชื่อว่าถ้าวิญญาณสามารถใส่กล่องไว้ในมือของข้าได้โดยที่ไม่ได้สังเกตเห็นมันก็สามารถแทงมีดเข้าไปในหัวใจของข้าได้ก่อนที่ข้าจะสู้กลับ"

ทั้งสามลังเลชั่วครู่แต่เรย์ไลน์ก็ส่ายหัว

"กรีน ข้าไม่ใช่พ่อมดคนเดียวกันกับที่แพ้ให้เจ้า ความกลัวจะหยุดเจ้าจากความก้าวหน้า"

"มันไม่ใช่ความกลัว" แองเจเล่ตอบด้วยความสงบ "เจ้าไม่จำเป็นต้องเสี่ยง เราได้รอดจากอุปสรรคทั้งหมดและโอแมนดิสก็อยู่ตรงหน้าเรา เจ้าไม่สามารถต่อสู้กับสิ่งที่เจ้าไม่สามารถมองเห็นได้"

"ยอมรับซะเถอะว่าเจ้ากลัวสิ่งนี้" เรย์ไลน์ขดริมฝีปากในขณะที่สายตาของเขามองไปที่กล่องบนฝ่ามือขวาของแองเจเล่ "ทำไมวิญญาณถึงไม่มอบกล่องนั้นให้ข้าแทนที่จะเป็นเจ้า"

แองเจเล่ยังคงเงียบเนื่องจากเขาไม่มีคำตอบสำหรับคำถามนี้

"ไม่เอาน่า ตอนนี้เราไม่มีเหตุผลที่จะต้องโต้เถียงกัน มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ เรายังเป็นทีมอยู่" สติกม่าพยายามทำให้บรรยากาศดีขึ้น

"ไปกันเถอะ" เรย์ไลน์ส่ายหัวและหันกลับไปหายไปในเมฆสีขาวของเมือง สติกม่ายิ้มขอโทษ เขาพยักหน้าเล็กน้อยแล้วเข้าเมืองไปพร้อมกับฮิคาริอย่างรวดเร็ว

แองเจเล่และมอร์ริสซ่ารออยู่ข้างนอกเมืองเงียบๆและเฝ้าดูพ่อมดทั้งสามคนหายไปในหมอก

มันเริ่มมืด เมฆได้หนาขึ้นและลมก็เริ่มแรงขึ้น

"ทำไมเจ้าถึงไม่เข้าไปกับพวกเขา" แองเจเล่สงสัย

มอร์ริสซ่าลังเลชั่วครู่และตอบ

"ฉากที่ข้าเห็นในห้องนอนมัน......น่ากลัว ข้าเพียงดัดแปลงรูปแบบคาถารักษาในหอคอยหกวงแหวน ข้าไม่เก่งเรื่องต่อสู้และข้าเกลียดมัน อย่างไรก็ตามข้าก็ยังรู้สึกไวกับพวกผีและข้ามองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น...."

"หา แม้แต่ตอนที่พวกเขาไม่ต้องการให้เจ้าเห็นงั้นหรือ" แองเจเล่หรี่ตา

"ใช่ ข้ารู้ว่ากล่องไม่ใช่ของเจ้า มันมีความรู้สึกเดียวกับผู้หญิงที่ข้าเห็นในห้องนอน ทำไมเจ้าถึงไม่ลองโยนมันทิ้งไป" มอร์ริสซ่าตอบเสียงเบา

แองเจเล่นึกถึงอุปสรรคที่เขาเจอระหว่างการเดินทาง เขามีปัญหากับผึ้งเมฆาและจิตวิญญาณพายุแต่พวกเขาก็หลบส่วนอื่นมาได้อย่างง่ายดายด้วยคำแนะนำของสติกม่า มอร์ริสซ่าเป็นพ่อมดแสงที่อ่อนแอแต่เธอช่วยได้อย่างมากเมื่อสติกม่าได้รับบาดเจ็บสาหัส

แองเจเล่สงสัยว่าทุกสิ่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยองค์กรพ่อมดมืด องค์กรอาจจะต้องการเห็นว่าเขาสามารถอยู่รอดจากอุปสรรคทั้งหมดและไปถึงโอแมนดิสแบบเป็นๆได้หรือไม่

แองเจเล่ส่ายหัวและถอนหายใจด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย "ลองหาสถานที่ที่อยู่ใกล้ๆและรอพวกเขากำจัดผีกันเถอะ"

"ตกลง"

พวกเขาเดินเข้าไปในป่าและพบพื้นที่ว่างเล็กๆ

แองเจเล่ใช้เชี่ยวชาญโลหะเพื่อล้มต้นไม้ขนาดใหญ่หลายต้นและตัดมันเป็นแผ่น แผ่นไม้ถูกมัดด้วยสายโลหะและแทงเข้าไปในโคลน

ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมาก็มีที่พักไม้ขนาดเล็กถูกสร้างขึ้น ผนังและหลังคาปกคลุมไปด้วยชั้นโลหะเงินบางๆ เขาต้องการทำให้แน่ใจว่าที่พักดีพอที่จะรับมือกับพายุได้

ที่พักมีขนาดค่อนข้างเล็กแต่มันก็ดีพอสำหรับคนสองคนที่จะอยู่ข้างใน

ด้วยการวัดที่แม่นยำโดยซีโร่แองเจเล่จึงไม่เสียไม้อย่างสูญเปล่า เขาสร้างอาคารเสร็จก่อนที่มันจะถึงเวลากลางคืน

การตัดต้นไม้และเชื่อมต่อแผ่นไม้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับเขา

แองเจเล่ยืนอยู่ข้างหน้าของทางเข้าที่พักจ้องไปที่เมืองหมอกขาวอย่างเงียบๆผ่านช่องว่างระหว่างต้นไม้

มอร์ริสซ่าพบกิ่งไม้แห้ง เธออยากจะทำกองไฟขนาดเล็กเพื่อทำอาหาร

แองเจเล่เล่นกับกล่องดำในมือในขณะที่จุดแสงสีน้ำเงินกะพริบข้างหน้าดวงตาของเขา

ทันใดนั้นเขาก็โยนกล่องดำขึ้นไปในอากาศ

กล่องดำพุ่งผ่านอากาศและหายไป

เขาใช้แรงกับกล่องดำอย่างมากในการโยนมันกลับเข้าไปในเมืองหมอกขาว

"เจ้า...กำลังทำอะไร" มีเสียงผู้หญิงมาจากข้างหลัง

แองเจเล่รีบหันกลับไปและเห็นมอร์ริสว่ากำลังมองเขาพร้อมกับถือกิ่งไม้ในแขนของเธอ เธอเปิดปากแต่ไม่มีเสียงอะไรออกมา

มันรู้สึกเหมือนมีใครบางคนปิดหูของเขาด้วยผ้าหนา

หลายวินาทีต่อมาแองเจเล่ก็ได้ยินเสียงของมอร์ริสซ่าอีกครั้ง

"กรีน เจ้าเป็นไรไหม" มอร์ริสซ่าสับสนในขณะที่เธอชี้ไปที่เท้าของแองเจเล่ "กล่องของเจ้าอยู่บนพื้น"

แองเจเล่ตกใจ เขามองลงไป

กล่องดำอยู่บนพื้นหญ้าข้างเท้าของเขาราวกับว่ากล่องถูกแองเจเล่ทำตกโดยบังเอิญ

ฉากนี้ทำให้หัวใจของแองเจเล่รู้สึกเย็นยะเยือก เขาแน่ใจว่ากล่องถูกโยนไปแล้ว

นอกจากนี้เสียงที่เขาได้ยินตอนแรกก็ไม่ได้มาจากมอร์ริสซ่า มันเป็นเสียงแหบแห้งของผู้หญิงที่พูดเสียงสั่น

"ไม่มีอะไร ข้าทำตกโดยบังเอิญ" แองเจเล่หยิบกล่องขึ้นมา

"เอาล่ะ ข้าจะเตรียมอาหารและซุป" มอร์ริสซ่าพยักหน้าแล้วเธอก็หันกลับไปและเข้าไปในที่พัก

'ซีโร่ แสดงบันทึกให้ข้าดู ข้าต้องการเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับข้ากันแน่' แองเจเล่หายใจเข้าไปลึกๆและสั่ง

[กำลังโหลดบันทึก...]

หลายวินาทีต่อมาสายตาของแองเจเล่ก็เบลอชั่วครู่และเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นก็มีอยู่ในสายตาของเขา ฉากเริ่มจากตอนที่เขากำลังเล่นกล่อง

แองเจเล่มองไปที่ภาพอย่างเงียบๆ

เขาลุกขึ้นยืนข้างหน้าที่พักไม้และทำกล่องดำตกโดยบังเอิญ มันดูเหมือนร่างกายของเขาเป็นอัมพาตชั่วครู่และมอร์ริสซ่าก็พูดกับเขาหลังจากที่หยิบกิ่งไม้แห้งใกล้ๆมา พวกเขาคุยกันสั้นๆและไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก

การแสดงออกของแองเจเล่เปลี่ยนไป เขาไม่อยากจะเชื่อว่าบันทึกไม่ได้แสดงให้เขาเห็นตอนที่โยนกล่องดำไป

ซีโร่มักจะใช้การสะท้อนของคลื่นพลังงานที่แองเจเล่ปลดปล่อยเพื่อบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นรอบๆตัวเขา มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะบันทึกผิดพลาด ถ้าความจำของแองเจเล่แตกต่างจากบันทึกของชิปก็มีความเป็นไปได้เดียวเท่านั้น

มีบางอย่างเปลี่ยนความทรงจำของเขาและทำให้เขาคิดว่าเขาโยนกล่องไปแต่กล่องเพิ่งตกลงไปที่พื้น

"อะไรวะเนี่ย....นี่เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมข้าถึงเกลียดผี.....บ้าเอ้ย" แองเจเล่ถอนหายใจ เขาพยายามเปิดกล่องแต่มันก็เป็นไปไม่ได้ มันถูกผนึกอย่างสมบูรณ์และฝาก็เป็นของปลอม

เขาด่าผีหลายครั้งและรู้ว่ามันแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะกำจัดพวกมันอย่างสมบูรณ์ แองเจเล่เป็นพ่อมดทางการที่มีค่าสถานะสูงและมั่นใจว่าเขาสามารถหลบการสาปครั้งนี้ได้

เขากลับไปที่พักไม้และมีซุปเห็ดที่มอร์ริสซ่าทำไว้อยู่

กลางคืนได้มาถึง

สายลมได้พัดโดนประตูอย่างแรง เสียงมันเหมือนมีคนกำลังร้องไห้ด้วยเสียงแหลมสูง

แองเจเล่นั่งอยู่ข้างกองไฟพยายามติดต่อสติกม่าด้วยรูนสื่อสาร

มีรูนสีดำรูปดอกทานตะวันกะพริบบนเล็บของเขา มันเป็นรูนสื่อสารของสติกม่า

"สถานการณ์เป็นอย่างไร" แองเจเล่ถาม

"เราทำได้ดี เรย์ไลน์ได้ตรวจสอบทั้งอาคารและไม่มีอะไรเกิดขึ้น เรากำลังกินอาหารอยู่ตอนนี้" สติกม่าตอบ

"ระวังตัวไว้ ข้าแน่ใจว่าผียังอยู่ จำกล่องดำที่เราพูดถึงในตอนบ่ายได้ไหม"

"ใช่ ทำไม"

"ข้าโยนมันไปแต่วินาทีต่อมากล่องดำก็ปรากฏข้างเท้าของข้า" แองเจเล่พูดเสียงเข้ม

"มันกลับไปที่เท้าของเจ้า" สติกม่าฟังดูตกใจ "ไม่เอาน่า อย่าพยายามทำให้ข้ากลัวสิ มันไม่ใช่เรื่องตลก"

"ข้าไม่ได้ล้อเล่น...."

แองเจเล่ยืนขึ้นและมองไปที่มอร์ริสซ่า ผู้หญิงคนนี้เหนื่อยเกินไปและตัดสินใจที่จะงีบหลับ

แองเจเล่ก้าวออกไปจากประตูและคุยต่อไป

"ข้าแน่ใจว่าข้าโยนมันไปแต่...."

ทันใดนั้นก็มีชายที่คุ้นเคยปรากฏในสายตาของเขา

ผมสั้นสีดำ ใบหน้าซีด ชุดคลุมดำและมีดดำที่อยู่ที่เอว

มันเป็นสติกม่า

ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเลือด เขาวิ่งไปที่พักไม้ด้วยความเร็วเต็มที่

"วิ่ง! กรีน! วิ่ง! มันกำลังมา! โอ้พระเจ้า!" สติกม่าตะโกน

"เฮ้ กรีน เกิดอะไรขึ้น" เสียงของสติกม่ายังถูกส่งมาจากรูนสื่อสาร "เอาล่ะ ซุปเห็ดของเราเกือบจะเสร็จแล้วแต่มันก็ไม่ค่อยมีรสชาติ เราต้องการเครื่องเทศของเจ้า...."

แองเจเล่มองไปที่ชายคนนั้นที่ยังวิ่งมาทางเขาและฟังคนที่พูดผ่านรูน กะโหลกของเขาชา

"อะไรวะเนี่ย เจ้าเป็นภาพลวงตางั้นหรือ"

"กรีน! ฟัง! เราต้องออกไปเดี๋ยวนี้!" สติกม่ากำลังกระวนกระวายและเขาเกือบจะล้มลงไปที่พื้น

แองเจเล่ไม่ได้ขยับแม้แต่น้อย เขายังพยายามคิดให้ออกว่าคนไหนเป็นสติกม่าตัวจริง

ข้อความจากรูนสื่อสารแสดงให้เห็นว่าสติกม่ากำลังกินซุปเห็ดกับเรย์ไลน์ในอาคารแต่คนที่อยู่ข้างหน้าเขาปกคลุมไปด้วยเลือดสดๆ

"เจ้าเป็นสติกม่าตัวหรือเปล่า แสดงหลักฐานให้ข้าดู!" แองเจเล่ถามเสียงเข้มและถอยหลังไปหนึ่งก้าว

"บัดซบ! เจ้าสารเลวนั่นหลอกข้าและเรย์ไลน์ด้วยวิธีเดียวกันนี้" สติกม่ากำลังมีปัญหาในการหายใจ เขารีบเปิดใช้งานรูนสื่อสารบนเล็บของเขา

ชี่

มีรูนงูสีดำกะพริบบนเล็บของเขา มันเป็นรูนสื่อสารของแองเจเล่

ในขณะเดียวกันเสียงจากรูนสื่อสารของสติกม่าก็เปลี่ยนไป

"กรีน เจ้ายังอยู่ไหม เกิดอะไรขึ้น" มันมีเสียงแหบแห้ง มันฟังเหมือนหญิงชราคนหนึ่งที่พูดเสียงสั่น

มันเป็นผู้หญิงที่เลียนเสียงของสติกม่า

"บัดซบ! คนไหนเป็นตัวจริง" แองเจเล่ขมวดคิ้ว เขาก้าวถอยหลังอีกครั้งอย่างช้าๆ มีจุดแสงสีน้ำเงินกะพริบข้างหน้าสายตาของเขา

จบบทที่ ตอนที่ 275: เมืองหมอกขาว (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว