เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 38:  เมอรี่คริสมาสต์! -3 (ส่วนที่ 2)

Chapter 38:  เมอรี่คริสมาสต์! -3 (ส่วนที่ 2)

Chapter 38:  เมอรี่คริสมาสต์! -3 (ส่วนที่ 2)


“เขา...” เจนาลเปิดปากขึ้น “ท่านนักบุญ เขา...อยู่กับพวกเรา”

เสียงของเขาเบามาก ไม่มีใครได้ยินที่เขาพูดเลย

เขากัดฟันและตะโกนออกมาจนเส้นเลือดตรงคอของเขาพองตัวขึ้น “ท่านนักบุญ!!”

ไฮส์ นักโทษและทหารต่างสะดุ้งก่อนที่จะหันมามองเจ้าเมืองของพวกเขา

“...เขาอยู่กับพวกเรา!!”

ดวงตาของทหารและนักโทษต่างโตมากขึ้นเรื่อยๆ

“นักบุญที่ได้รับการอวยพรจากเทพีแห่งไกอาต่อสู้ร่วมกับพวกเรา! เขาเป็นหลานชายของมหาวีรบุรุษ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เคลต์ ออโฟเซ่! เจ้าชายองค์ที่เจ็ดกำลังต่อสู้เพื่อพวกเรา!”

เจนาลคำรามออกมาดังก้อง เขาชี้ไปที่ดาบของเขาใส่กำแพงด้านนอกที่พังลง อันเดทกำลังล้มลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่มันเหยียบลงไปบนธารน้ำและพวกที่เหยียบลงไปยังศพที่กำลังละลายอยู่มันก็ละลายตัวเองด้วยเช่นกัน

เขาชี้ไปที่กองทัพอันเดทที่กำลังเข้ามาใกล้กับพวกเขาเรื่อยๆ

“พวกเราไปต่อสู้ร่วมกันกับนักบุญเถอะและกำจัดอันเดทเหล่านี้!”

เขาวิ่งไปด้านหน้า

“เพื่อความรุ่งโรจน์ของจักรพรรดิและเพื่อความรุ่งโรจน์ของเทพีไกอา!!”

ทหารทั้งหมดและนักโทษต่างชักอาวุธของพวกเขาออกมา หลังจากที่เห็นเจ้าเมืองพุ่งเข้าไปท่ามกลางฝูงชน

“โอววว โอ้!!”

ไฮส์สับสนกับภาพที่เกิดขึ้น แต่หลังจากนั้นเขาก็จมอยู่กับบรรยากาศนี้เช่นเดียวกันและชักดาบของเขาออกมา

ทหารและนักโทษทุกคนต่างพุ่งเข้าใส่อันเดท

ทั้งสองฝ่ายต่างปะทะใส่กันและมันทำให้เลือดสาดกระจายไปทั่วทุกแห่ง

ในขณะที่เห็นสถาพที่เกิดขึ้น เจ้าชายบ่นกับตัวเองอยู่ภายใต้หน้ากากนั่น เขานั้นพยายามที่จะปิดบังตัวตนของเขาไว้เป็นอย่างดี แต้เจ้าเมืองนั่นยังป่าวประกาศให้ทุกคนรู้ถึงตัวตนของเขาอีก! มันทำให้เขาหงุดหงิดมาก

“ท่านโอเคไหมครับ ฝ่าบาท?”

ในเวลาเดียวกัน ฮาร์แมนเดินเข้าไปหาเจ้าชายและเขาดูกังวล

“..ฉันใช้พลังศักดิ์สิทธิ์มากเกินไป”

หลังจากที่เห็นเจ้าชายดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์ลงไป ฮาร์แมนก็ยิ้มอย่างขมขื่น เขาเรียกทหารออกมาและสั่งให้ปกป้องเจ้าชายทันที

ในขณะที่ดาบและหอกต่างฟัน แทงกันกับฝูงอันเดท ลูกธนูและลูกหน้าไม้ต่างล่วงลงมาจากอีกฟากฝั่งหนึ่งของกำแพงที่พังลง น้ำมันก็ถูกราดลงไปและมันก็เผาลงไปยังสิ่งมีชีวิตด้านล่างของพวกมัน

อันเดทยังคงพุ่งไปด้านหน้าอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีความคิดอะไรทั้งนั้น ก่อนที่จะถูกฆ่าตายอย่างรวดเร็ว

“ท่านนักบุญอยู่กับพวกเรา!!”

“สายเลือดของมหาวีรบุรุษ เคลต์ ออโฟเซ่กำลังช่วยพวกเราอยู่!”

“ท่านเจ้าชายก้าวขึ้นมาเป็นแนวหน้าให้กับพวกเรา!”

กำลังใจของพวกเขาต่างพุ่งสูงขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือจะเป็นนักโทษ พวกเขาต่างหลุดพ้นออกมาจากโซ่ของความหวาดกลัว

**

(มุมมองของอัลเลน)

“นี่มัน น่ามหัศจรรย์มากเลย”

ฉันที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ที่อยู่ไม่ห่างออกไปจากกำแพงที่พังลง กำลังนั่งดูการต่อสู้ที่เกิดขึ้น

ฉันได้ยินมาจากที่ไหนสักแห่งว่าผู้คนนั้นเป็นสัตว์ป่าที่ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของช่วงเวลานั้น มันเห็นได้เด่นชัดว่าพวกเราจะรู้สึกหวาดกลัวกับแรงกดดันที่ได้รับมาจากคนรอบข้าง หรือจะรู้สึกตื่นเต้น หลังจากที่ถูกกระตุ้น

และในเวลานี้ มันรู้สึกแบบนั้น

“การกระตุ้นพวกเขาเป็นเรื่องที่ดีนะ แต่ว่า…”

-คำอวยพรของเทพีไกอานั้นอยู่กับพวกเรา…!

-เจ้าชายอยู่กับพวกเรา!

-หลานชายของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ อัลเลน ออโฟเซ่ที่กลายเป็นนักบุญ เขากำลังจะช่วยพวกเราอยู่!

..ทำไมพวกเขาถึงเอาแต่พูดถึงชื่อฉันอย่างไม่หยุดหย่อนกัน?! และใครกันวะที่เป็นนักบุญ? นี่มันเรื่องไร้สาระอะไรกันเนี่ย

มันดูเหมือนกับว่าคนจากโลกใบนี้ต่างเป็นพวกชอบคิดไปเอง

ฉันอดที่จะเดาะลิ้นไม่ได้

ปกติแล้วพวกเขาจะสูญเสียเหตุผลไป หลังจากที่หลบหนีออกมาจากเงื้อมมือของความกลัวได้ หรือว่าพลังศักดิ์สิทธิ์มันมีผลข้างเคียงกัน?

“เอาเถอะ มันก็ยังดีแหละ ตอนนี้ฉันเรียกอันเดทออกมาไม่ได้แล้ว”

เอาละ ฉันไม่สามารถเรียกอันเดทได้ แต่ฉันก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรด้วยเช่นกันตอนนี้ ดังนั้นมันก็เป็นผลลัพธ์ที่ดีกับฉันแล้ว

ปึก! ปึก!

เสียงเดินที่ดังกึกก้อง ได้ดังออกมาจากระยะที่ไกลออกไป

ฉันหันเหความสนใจออกไปด้านนอกกำแพง

“มันเป็นซอมบี้ออร์ค!”

ยักษ์สูงสี่เมตร ออร์คได้ปรากฏตัวขึ้น มันเป็นสัตว์ประหลาดที่มาพร้อมกับเนื้อเน่า มันก้าวข้ามธารน้ำที่เต็มไปด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ มันเหวี่ยงไม้ในมือของมัน

ด้วยการเหวี่ยงของมันแต่ละที ทหารสี่หรือห้าคนกระเด็นออกไป ในขณะที่ร้องโอดควรญอย่างเจ็บปวด ก่อนที่จะชนเข้ากับพื้น

ฉันปิดตาลงหลังจากที่เห็นภาพที่เกิดขึ้น การโดนโจมตีแบบนั้นมันก็หมายถึงมันไม่มีเวลาที่จะรู้สึกเจ็บปวดด้วยซ้ำ มันคงจะตายทันทีเลยละ

ทหารแทงหอกออกไปด้านหน้า ยังไงก็ตาม หนังของเจ้าสัตว์ประหลาดมันไม่สามารถที่จะถูกแทงทะลุด้วยอาวุธเหล่านั้น ยังไงก็ตาม มีใครบางคนกระโดดเข้าใส่เจ้าสัตว์ประหลาดนั้น

“โอ้ พระเจ้าแห่งสงคราม ไฮม์...!”

พาลาดินฮาร์แมนได้ใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ลงไปในดาบของเขา และสายตาของเขาเย็นชาอย่างมาก เขาได้ตัดหัวของเจ้าออร์คได้อย่างเรียบเนียน

หัวที่ถูกตัดกระเด็นลงบนพื้น

ฉันอุทานออกมาอย่างตกใจ “โอ้ว! โคตรทรงพลังเลย!”

ฮาร์แมนคนเดียวก็จัดการซอมบี้ออร์คได้อย่างงายดายแล้ว ในขณะที่ทหารวิญญาณคนตายหลายสิบตัวก็ไม่สามารถจะเอาชนะได้

พร้อมกับเหตุการณ์ที่มันเป็นแบบนี้แล้ว ฉันก็พบว่าฉันไม่จำเป็นต้องทำอะไรอีกแล้ว [คำอวยพร] น่าจะมากพอแล้วละ แม้ว่ามันจะจบลง เจ้าทหารเหล่านี้กำลังจมอยู่กับความบ้าคลั่ง พวกเขาคงจะไม่เสียกำลังใจแล้วละ

มันเหมือนกับว่าฉันไม่จำเป็นต้องเรียกอันเดทของฉันออกมาป้องกัน....

-เจ้าพวกชั้นต่ำที่ทำให้โลกใบนี้แปดเปื้อน! ชำระบาปด้วยชีวิตของพวกเจ้าซะ!

ฉันปิดจมูกอย่างรวดเร็ว กลิ่นเหม็นเน่านั้นฉุนจมูกของฉันมาก

ฉันหันกลับมองออกไปด้านนอกกำแพง

มันเป็นสัตว์ประหลาดสูงสามเมตรที่มีร่างกายบึกบึน มันเดินออกมาด้วยท่าทางที่ไม่มั่นคง ในขณะที่มันมีผมสีขาวและทำทรงผมเหมือนกับขุนนางยุคกลาง และแต่งกายด้วยชุดสุภาพที่เปื้อนเลือด

มันเป็นเคานต์แวมไพร์

ดวงตาของเจ้าสัตว์ประหลาดยักษ์นั่นเต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยว มันเหวี่ยงมือของมันไปมา พร้อมกับปลดปล่อยแสงสีแดงออกมา

ทหารนับสิบคนก็ระเบิดออกกลางอากาศ ก่อนที่พวกเขาจะหล่นลงพื้นอย่างทำอะไรไม่ได้ พวกเขาคงจะตายกันในทันที เมื่อพวกเขาไม่ได้ขยับตัวอีกต่อไป หลังจากที่ลงบนพื้น

มันอยู่เพียงแค่แปปเดียวเท่านั้น ทหารที่ล้มลงก็ตัวกระตุก ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนมาใหม่เป็นซอมบี้ มันพุ่งเข้าใส่ทหารและนักโทษที่ยังมีชีวิตอยู่

“....”

บ้าอะไรวะเนี่ย? เดี๋ยวนะ...มันเป็นแวมไพร์ที่ฉันยิงไปเมื่อไม่กี่วันก่อนใช่ไหม?

ร่างกายที่อ้วนท้วมของมันเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแล้ว ตราบเท่าที่ความทรงจำของฉันยังดีอยู่ มันก็ไม่สามารถที่จะยืนด้วยสองขาด้วยซ้ำ และมันยังต้องถูกลากออกไปโดยซอมบี้ตัวอื่นอีก แต่ตอนนี้มันยืนด้วยตัวของมันเองได้แล้วเหรอ?

เจ้าเวรนี่สะบัดมือไปมา พร้อมกับปลดปล่อยพลังมารของมันไปมาทั่วทุกแห่งตามที่มือของมันสะบัดไป เพื่อสร้างแรงกดดันกับทหารที่ยังมีชีวิตอยู่

ฮาร์แมนคำรามออกมาและพุ่งเข้าใส่แวมไพร์ตนนั้น ยังไงก็ตาม เจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้สามารถที่จะปัดดาบของฮาร์แมนได้ด้วยมือของมันที่ส่องประกายสีแดงออกมา

-ไอ้เวรนั่นอยู่ไหนกัน?! ไอ้นักบวชนั่นที่ทำให้ข้าพบกับความอับอายที่ไม่สามารถให้อภัยได้ก่อนหน้านี้!

เคานต์แวมไพร์กวาดตามองไปทั่วสนามรบ

ฉันพยายามทำตัวเองให้เล็กลงมากที่สุด เมื่อฉันเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น

บ้าอะไรวะ? มันกำลังมองหาฉันอยู่งั้นเหรอ?

-ข้าพูดว่าไอ้นักบวชนั่นที่ทำให้ฉันเสียเกียรติมันอยู่ไหน?!

…แน่นอนละ มันคือฉันเองละ

แม่งเอ้ย ไม่ใช่ว่าเอ็งเป็น ‘เคานต์’ แวมไพร์งั้นเรอะ เอ็งยังใจแคบอยู่อีก เอ็งยังมาตามหาฉันเพราะฉันยิงเอ็งไปนัดเดียวเนี่ยนะ...

ฉันหมายความว่า สิ่งที่ฉันทำให้มันเจ็บปวดมากขนาดนั้นใช่ไหม...?

“..เอาละ ฉันคิดว่ามันเจ็บค่อนข้างหนักเลยนะ”

ฉันเดาะลิ้น

ในเวลาเดียวนั้นเอง เคานต์แวมไพร์สะบัดมือของมันอีกครั้งหนึ่ง ทหารยับสิบคนกระเด็นก่อนที่มันจะหันมาจ้องทางฉัน

-ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอันเหม็นเน่า!

...เห้ย ฉันตัวเหม็นขนาดนั้นเลย?

ฉันรีบก้มมองดูตัวเอง มีเพียงแค่ตอนนี้ที่ฉันตระหนักได้ว่ามันมีละอองธุลีของพลังศักดิ์สิทธิ์ไหลออกมาจากตัวของฉัน บางทีมันอาจจะเป็นเพราะว่าฉันได้ใช้ [คำอวยพร] มาสักพักหนึ่งแล้ว

แม่งเอ้ย!

ฉันลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้

เคานต์แวมไพร์ฉีกยิ้มก่อนที่จะวิ่งมาทางฉัน ในขณะที่เหวี่ยงทหารที่ขวางทางกระเด็นออกไป

-ไอ้ชั้นต่ำ! ข้าจะกลืนกินเจ้าแบบเป็นๆ!

ฉันรีบเรียกปืนคาบศิลาออกมา

ฉันไม่ได้วางแผนที่จะสู้กับเคานต์แวมไพร์ตรงๆ ถ้าฉันทำแบบนั้นแล้ว ฉันคงจะตายอย่างแน่นอน

“นั่นหมายความว่าฉันก็ไม่ได้จะปล่อยให้แกฆ่าฉันได้หรอกนะ”

นี่คือการดิ้นรนในการเอาชีวิตรอดของฉัน

ฉันยกปืนคาบศิลาขึ้นมาและเล็งไปที่แวมไพร์

จบบทที่ Chapter 38:  เมอรี่คริสมาสต์! -3 (ส่วนที่ 2)

คัดลอกลิงก์แล้ว