เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 37: เมอรี่คริสมาสต์! -3 (ส่วนที่ 1)

Chapter 37: เมอรี่คริสมาสต์! -3 (ส่วนที่ 1)

Chapter 37: เมอรี่คริสมาสต์! -3 (ส่วนที่ 1)


**

“ผม ผมขอโทษนะครับ แต่ว่า....ท่านวิสเคานต์เจนาล! ผม ผมสู้พวกมันไม่ได้หรอก! ท่านก็เห็นอยู่ว่าขาของผมยังไม่ฟื้นตัวดีเลยด้วยซ้ำ!”

บุตรชายคนโตของเคานต์แฮดรอน ไฮส์อ้อนวอนกับเจ้าเมือง ในขณะที่ชี้ไปยังขาที่แสร้งทำอ่อนเปลี้ย ซึ่งมันยังดูปกติดีของเขา”

“ดูสิครับ! ขาของผมยังเป็นแบบนี้อยู่เลย! แล้วท่านยังต้องการให้ผมเข้าร่วมการต่อสู้ครั้งต่อไปอีกงั้นเหรอ?”

“ฉันได้รับข้อมูลข่าวสารมาว่าท่านไฮส์ได้รับการฝึกฝนวิชาดาบในสถาบันศึกษา ซึ่งตอนนี้พวกเราจำเป็นต้องใช้กำลังคนทุกด้านเท่าที่มี ได้โปรดให้พวกเรายืมแรงท่านด้วย”

เจ้าเมืองเจนาลตอบกลับและเมินคำพูดของเด็กหนุ่มไปอีกคราหนึ่ง

ยังไงก็ตาม ไฮส์ก็ยังไม่ยอมแพ้และไล่ตามเขาต่อไป “แต่ว่า...!”

ก่อนที่เด็กหนุ่มจะได้พูดอะไรต่อ เจนาลกระชากคอเสื้อของเขาและพูดขึ้น “ท่านมาที่นี่เพื่อชำระโทษ ท่านไฮส์และท่านต้องทำหน้าที่นี้! นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมปราสาทแห่งการเสียสละถึงยังคงมีอยู่ต่อไปไ...”

แต่แค่นั้นเอง

แสงสีแดงตัดผ่านกำแพงเมืองด้านนอก ทั้งเจนาลและไฮส์ต่างสะดุ้งกันอย่างตกใจและรีบหันกลับไปมองยังต้นกำเนิดของแสง

หลุมขนาดใหญ่ปรากฏตัวขึ้นตรงกำแพง

เศษซากปรักหักพังของหินและไม้ต่างกระเด็นกระดอนไปทั่วทุกแห่ง ทหารที่อยู่ใกล้เคียงกับกำแพงถูกเป่ากระเด็นลอยขึ้นกลางอากาศ

“อ๊า...”

เจนาลยังไม่ฟื้นตัวกับแรงระเบิด เขารีบสะบัดหัวเพื่อไล่ความมึนงงกับเสียงวิ้งๆในหูของเขาออกไป เขาฝืนตัวเองกลับไปมองยังที่แห่งเดิมและเขาก็ขมวดคิ้วหนักมาก

กำแพงเมืองด้านนอก....ล่มสลายลงแล้ว

-เคี้ยกกก!

เสียงโหยหวนอันน่าหวาดกลัวของเหล่าอันเดทดังขึ้นจากอีกฟากฝั่งของกำแพง

“อั่ก....อ๊า! ผมไม่ได้ยินอะไรเลย! ท่านเจ้าเมือง! ผม....ผมไม่ได้ยินอะไรเลย! ได้โปรด ช่วย ช่วยผมด้วย….!”

ไฮส์เกาะไปที่กางเกงของเจนาล แต่เขาเมินเด็กหนุ่มคนนี้ไปก่อนที่จะพยายามลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก เขาพึมพำกับตัวเองในขณะที่มองออกไปด้านนอกกำแพง “...พวกเรา ต้องหยุดมัน…”

ทหารและนักโทษต่างลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบากแบบเดียวกันกับเขา พวกเขาต่างสะบัดความมึนงงในหัวของพวกเขาออกไป

“หยุดพวกมันไว้!!”

เจ้าเมืองเจนาลตะโกนเสียงดังก้องออกมา มีเพียงแค่ตอนนี้เท่านั้นที่พวกเขาเริ่มตระหนักได้ถึงสถานการณ์ปัจจุบัน พวกเขาต่างกวาดตามองออกไปด้านนอกกำแพงที่พังทลาย

พื้นดินสั่นสะเทือน ฝูงอันเดทนั้นปรากฏตัวออกมาจากหมอกหนา และไม่เหมือนปกติที่มันจะเดินอย่างเชื่องช้า พวกมันกลับวิ่งกันอย่างบ้าคลั่งเพื่อที่จะไล่ล่ากลืนกินสิ่งมีชีวิตแทน

สีหน้าของทหารและนักโทษต่างซีดขาวทันที

“อุว้ากกก?!”

ทันทีที่พวกเขาตั้งสติกลับมาได้ พวกเขากลับตกลงไปสู่ความตื่นตระหนกอีกครั้งหนึ่ง

พวกเขาทุกคนต่างกรีดร้องออกมา พวกเขาไม่กุมหัวตัวเองด้วยความหวาดกลัวก็วิ่งหนีจากไป

ไม่มีใครสักคนที่มีความคิดในการ ‘ต่อสู้กลับ’ เลยสักคน

‘ความหวาดกลัว’ นี้ได้แพร่กระจายไปทั่วทุกนักโทษ แม้แต่ทหารและอัศวินที่ได้รับการฝึกฝนมายังคงตัวสั่นสะท้านด้วยความกลัว

หมอกที่แฝงไว้ด้วยพลังมารออกนั้นลอยเข้ามาทางกำแพงเมืองที่พังลง พร้อมกันนั้นเอง จากด้านบนท้องนภา พระจันทร์สีแดงก็ทอดแสงจันทร์ลงมายังพื้นปฐพีเบื้องล่าง

“พวกเจ้าทำบ้าอะไรกันอยู่?! หยุด...หยุดพวกมันซะ!”

เจนาลตะโกนออกมาอีกครั้งหนึ่ง แต่ไม่มีทหารคนใดอยู่ฟังคำพูดของเขาอีกต่อไป พวกเขากลับยืนตัวแข็งทื่อกันและมองไปที่ฝูงอันเดทอย่างมึนงง

เจ้าเมืองกัดฟันและชักดาบของเขาออกมา ถ้ามันเป็นแบบนี้แล้ว พวกอันเดทเหล่านั้นก็จะรุกรานเข้ามาภายในปราสาทได้สำเร็จ ซึ่งมันหมายความว่ามันจะเป็นการตายของประชาชนของเขา

“แม่งเอ้ย แม่ง…! โอ้ เทพีไกอาแห่งความรักและความเมตตา ไกอา! ได้โปรดมอบการคุ้มครองของท่านด้วย!”

แม้ว่าเจนาลจะไม่รู้วิธีใช้งานพลังศักดิ์สิทธิ์ก็ตามที เขาก็ยังรู้วิธีใช้พลังมานามาเป็นเวลานานแล้ว

เขาภาวนาต่อเทพีและใช้พลังงานมานาที่หลับซ่อนอยู่ภายในร่างกายของเขา เขาหายใจเข้าลึกๆและเดินเข้าไปใกล้กับกำแพงเมืองที่พังลงด้วยตัวของเขาเอง

“....นี่มันทำให้ฉันนึกถึงเกมป้องกันเมืองเลยแหะ”

วิสเคานต์เจนาลสะดุ้งกับเสียงที่ดังขึ้นจากด้านหลัง มันเป็นเสียงที่คุ้นเคยเหลือเกิน

‘วาจาจิตวิญญาณ’ นั้นแฝงไปด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ระดับต่ำแพร่กระจายและเข้าสู่หูของทหารและนักโทษที่อยู่รอบข้าง สายตาของพวกเขาต่างจดจ้องไปยังที่จุดจุดเดียว

นักบวชที่สวมหน้ากากจงอยนก พร้อมกับสวมผ้าคลุมไปด้วย เดินออกมาจากในเงามืด พร้อมกับพลั่วที่พาดไว้บนไหล่ เข้าจองไปที่อันเดทที่กำลังบุกรุกเข้ามา

ระยะห่างระหว่างกำแพงและฝูงอันเดทนั้นเหลือเพียงแค่สองร้อยเมตรเท่านั้น

“บางทีมันคงจะเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าสำหรับพวกเราที่จะป้องกันพวกมันจากจุดเพียงจุดเดียว แทนที่จะเคลื่อนที่ป้องกันไปรอบๆ”

คู่ต่อสู้ของพวกเขาก็คืออันเดท พวกมันเป็นสัตว์ป่าที่ไม่รู้จักการใช้หัว สิ่งมีชีวิตเหล่านี้มันถูกกำหนดโดยสัญชาตญาณพื้นฐานของมัน ซึ่งมันทำให้พวกมันต่างพุ่งเข้าใส่สิ่งมีชีวิตที่อยู่รอบข้าง

เมื่อต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตเหล่านี้แล้ว มันคงเป็นเรื่องที่ดีกว่าที่จะฝังพวกมันไว้ในจุดเดียว

นักบวชที่สวมหน้ากากจงอยนกชี้พลั่วไปที่อันเดทที่กำลังพุ่งเข้าใส่ พวกมันห่างออกไปเพียงแค่หนึ่งร้อยเมตรเท่านั้น

“โอ้ เทพีไกอา ได้โปรดประทานพละกำลังของท่านเพื่อปกป้องลูกแกะที่น่าสงสารเหล่านี้ด้วย...”

พลั่วของเขาส่องประกายสว่างสไวอออกมา

ระยะห่างมันเหลือเพียงแค่ห้าสิบเมตรเท่านั้น

“[หนองน้ำแห่งความตาย]”

หยดน้ำหล่นลงออกมาจากคมพลั่ว

ห้าเมตร

หยดน้ำเริ่มตกลงมาแพร่กระจายไปทั่วพื้นเบื้องล่าง

สามเมตร

ฝูงอันเดททะยานตัวขึ้น

พวกมันบุกเข้ามาภายในกำแพงเมืองแล้ว

และทันใดนั้นเอง...

หนึ่งเมตร

เพียงแค่หยดน้ำตกกระทบลงพื้น มันส่งเสียงดังฟังชัดออกมา

อันเดททุกตัวที่ก้าวเหยียบลงไปบนหนองน้ำนั้น พวกมันต่างถูกเปลี่ยนกลายเป็นขี้เถ้าและสลายหายไป แม้แต่ความมืดมิดที่ปกคลุมพื้นที่บริเวณนี้ก็ได้จางหายไปด้วยเช่นกัน

“...”

เจ้าเมืองเจนาล ไฮส์ นักโทษ ทหาร และฮาร์แมนที่พึ่งจะมาถึงต่างหุบปากเงียบ

หมอกที่แฝงไปด้วยพลังมารก็กระจายหายไป ในสถานที่แห่งนี้ น้ำบริสุทธิ์และสะอาดก็เปียกปอนลงบนพื้น ‘ธารน้ำ’ ก็ถูกสร้างขึ้นจากหยดน้ำที่อยู่ตรงกลาง

อันเดททุกตัวที่เข้ามาภายในกำแพงต่างล้มลงทันทีที่พวกมันก้าวเท้าเหยียบลงไปบนธารน้ำแห่งนี้ ร่างกายของพวกมันที่ถูกเสริมพลังด้วยพลังมารกระตุกตัวอย่างรุนแรงก่อนที่จะถูกหลอมละลาย

-เคี้ยกก!

เจ้าสัตว์ประหลาดต่างกรีดร้องโหยหวนออกมาอย่างเจ็บปวด

แม้ว่าธารน้ำแห่งนี้จะสูงเพียงแค่เข่าของพวกมัน พวกมันก็ยังกรีดร้องออกมาเหมือนกับว่ากำลังจมลงไปในมหาสมุทรที่ไร้จุดสิ้นสุด

“...นี่มัน?”

วิสเคานต์เจนาลจ้องไปที่ธารน้ำที่ขยายมาจนถึงเท้าของเขา เขาสัมผัสได้ถึงออร่าศักดิ์สิทธิ์จากธารน้ำ หัวที่เต็มไปด้วยความยุ่งเหยิงของเขาเริ่มที่จะตั้งสติขึ้นมาได้ เขารู้สึกว่าร่างกายของเขาเบาขึ้นและแข็งแกร่งขึ้น

เขาเริ่มครุ่นคิด ‘…นี่มันเป็นเหมือนกับสิ่งที่เจ้าชายได้มอบให้กับพวกเราเลยนี่นา!’

“โอ้ เทพีไกอา…”

เจนาลรีบหันกลับไปมองนักบวชที่สวมหน้ากากจงอยนก ไม่ใช่สิ เขาหันกลับไปมองเจ้าชายต่างหาก

“ได้โปรดมอบการคุ้มครองศักดิ์สิทธิ์กับบุคคลที่ปรารถนาที่จะต่อสู้เคียงข้างกับท่านด้วย…”

เจ้าชายหนุ่มหันกลับไปและเหวี่ยงพลั่วของเขาลง

“[คำสาปชั่วร้าย]”

ทันทีที่คำพูดหลุดออกไปจากปากของเขา ธุลีสีขาวก็พวยพุ่งออกมาจากภายในร่างกายของนักโทษและทหาร

เจนาลอ้าปากค้างกับภาพที่เขาเห็น

เจ้าชายกำลังอวยพรวงกว้างอยู่โดยไม่มีความลังเลใจ นี่คือปาฏิหาริย์ที่นักบวชไม่มีปัญญาจะฝันถึงมัน

‘เขามีพลังศักดิ์สิทธิ์มากเพียงใดกันแน่..?’

เพียงแค่เจนาลกำลังคิดอยู่กับเรื่องนี้ เจ้าชายตัวเซไปเล็กน้อย เขาปักพลั่วลงไปบนพื้นและใช้มันพยุงตัว เขาขยับหน้ากากของเขาเล็กน้อยก่อนที่จะหยิบขวดน้ำที่โผล่ออกมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ขึ้นมาดื่ม

‘นี่มัน….เขาใช้พลังงานทั้งหมดไปแล้วงั้นเหรอ?’

วิสเคานต์เจนาลกำหมัดแน่น เขาประทับใจกับความจริงที่เจ้าชายได้ก้าวขึ้นมาปกป้องประชาชนของเขามาก

“นี่มัน....ท่านนักบุญ”

เจนาลสะดุ้งตัวเล็กน้อย เขารีบหันกลับไปมองยังด้านข้างของเขา ไฮส์ที่ตัวสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวพึมพำกับตัวเอง

“เขาเป็นท่านนักบุญจริงๆด้วย...”

เจนาลหันกลับไปมอง

ในครั้งนี้เอง เสียงดังออกมาจากเหล่านักโทษและทหาร

“ท่านนักบวชที่กำจัดแวมไพร์ตนนั้น?”

“เขาเป็นคนที่มอบน้ำศักดิ์สิทธิ์ให้กับฉันละ”

เสียงกระซิบเบาๆดังขึ้นเรื่อยๆ

ด้วยภาพที่เกิดขึ้นนี้เอง ทุกคนต่างเริ่มตั้งสติขึ้นมาได้ ความหวาดกลัวและความตื่นตระหนกที่พวกเขาพบเจอก่อนหน้านี้ก็ได้หายไป

หัวใจของเจนาลเต้นระรัว เขารู้ดีว่ามันถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องทำบางสิ่งบางอย่าง เมื่อความหวาดกลัวของทุกคนหายไป

แต่ว่ายังไง...? แล้วเขาจะทำยังไงดีกันละ?

จบบทที่ Chapter 37: เมอรี่คริสมาสต์! -3 (ส่วนที่ 1)

คัดลอกลิงก์แล้ว