เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 10: เจ้าชายเป็นนักล่าแม่มด -1 (ส่วนที่ 2)

Chapter 10: เจ้าชายเป็นนักล่าแม่มด -1 (ส่วนที่ 2)

Chapter 10: เจ้าชายเป็นนักล่าแม่มด -1 (ส่วนที่ 2)


-เจ้า....ชาย

-ช่วย..เจ้า......

ชาวบ้านไม่มีเวลาคิดเลยสักนิด

เสียงของพวกเขาเริ่มที่จะห่างไกลออกไป

วิสัยทัศน์ของฉันมืดบอด หมาป่าตัวใหญ่ยักษ์กัดที่ไหล่ของฉัน มันจ้องเขม็งมองมา พร้อมกับกลิ่นเหม็นเน่าของศพและพลังมารที่น่ารังเกียจ

...แม่งเอ้ย มันเป็นหมาป่าซอมบี้

“ปล่อยนะ!”

ฉันจับพลั่วแน่นและแทงไปที่คอของมัน

เนื่องจากว่าท่าทางของฉันมันผิดปกติ รวมทั้งมันกัดเข้าที่ไหล่ มันทำให้ฉันไม่สามารถปลดปล่อยพลังได้เต็มร้อย การโจมตีของฉันมันไม่ได้ส่งผลกระทบกับหนังหนาตรงต้นคอของมันด้วยซ้ำ

ถ้ามันกัดลึกลงไปกว่านี้มันคงจะอันตรายขึ้นสำหรับเขา

การอยู่ตัวคนเดียวภายในถ้ำ นั้นหมายความว่าฉันจะถูกล้อมรอบโดยซอมบี้และถูกพวกมันรุมกินอย่างแน่นอน

“เวรเอ้ย…!”

ฉันปล่อยพลังศักดิ์สิทธิ์ลงบนฝ่ามือและใช้สกิล [คำสาปชั่วร้าย] ทำให้ฉันรู้สึกได้ทันทีว่าพลังศักดิ์สิทธิ์ไหลออกไปจากร่างกาย

เมื่อความมึนงงเข้ามาในหัวของฉัน ฉันก็ได้ยินเสียงรางๆ

[คุณได้รับการอวยพร]

ตอนนี้มันไม่ใช่เวลาที่จะมาสนใจสภาพร่างกายของฉันหรืออะไรก็ตาม คมพลั่วส่องประกายออกมาเบาบาง อุปกรณ์ไว้ขุดดินของฉันนั้นต่างมีผลลัพธ์ที่แตกต่างไปจาก [คำสาปชั่วร้าย] มันกลับกลายเป็นเหมือนสกิลอย่าง [อวยพร] แทนเสียมากกว่า

“ไอ้พวกเหม็นสาป”

พลั่วที่มีออร่าศักดิ์สิทธิ์แทงลงไปที่คอของหมาป่าซอมบี้

ปึ้ก...

ไม่ต้องพูดถึงกลิ่นเนื้อที่กำลังไหม้เลย มันละลายหายไปเลยในทันที

ความรู้สึกของพลั่วโลหะที่แทงลงไปบนพลาสติกนั้นส่งกลับมายังปลายนิ้วของฉัน พลั่วแทงลึกลงขึ้นไปยิ่งกว่าเดิม ยังไงก็ตาม หมาป่าซอมบี้มันยังคงไม่ปล่อยฉันไป

“ไอ้เวรนี่มัน...!”

ฉันดึงพลั่วออกและแทงมันลงใส่หมาเวรนี่ไปอีกครั้งหนึ่ง

จนกระทั่ง

บึ้ม...!

ฉันก็สามารถที่จะเอาตัวเองหลุดพ้นจากปากของไอ้เวรนั่นได้ หลังจากที่คอของมันถูกหลอมไปหมด และเหลือทิ้งไว้แต่ร่างกายที่ไร้หัว

ฉันกลิ้งไปบนพื้นหลายต่อหลายตลบ โครงกระดูกและศพที่เน่าเปื่อยต่างเป็นที่รองรับให้กับฉัน

ในขณะที่ฉันหน้าจมดินอยู่นั้นเอง ฉันก็ร้องออกมา “แม่งเอ้ยยยยย!! เจ็บชิบหายเลย!! ไอ้เวรนั่นมัน!”

แม่งเอ้ย ความเจ็บปวดนี่ไม่ใช่เรื่องตลกเลย

มือที่สั่นเครือของฉันจับไปที่แผลบนไหลข่องฉัน ฉันสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อนิ้วของฉันจับลงไปบนเนื้อ มันเหมือนกับว่าฉันถูกอะไรบางอย่างเผามา มันมีความร้อนสูงปล่อยออกมาจากแผล

ฉันไม่รู้ว่าฉันร้องออกมาหรืออะไร ฉันพึมพำออกมา “ทำไมฉันต้องมาพบเจอเรื่องบัดซบนี้ด้วยวะ?!”

ฉันกุมไหล่ตัวเองและใส่พลังศักดิ์สิทธิ์ลงไปในแผล

นี่คือวิชารักษาพื้นฐานทั่วไปที่นักบวชส่วนใหญ่มี ฉันยังใช้สกิล [คำสาปชั่วร้าย] ลงไปด้วย ไม่สิ บางที ฉันควรเปลี่ยนชื่อมันไปเป็น [อวยพร] แทน

ฉันรู้สึกได้ถึงพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลออกมา และแผลของฉันก็ถูกรักษาขึ้นด้วยความเร็วที่ตามองเห็น

พลังมารที่แฝงอยู่ในกล้ามเนื้อของฉันมันทำให้ผิวของฉันและทำให้ร่างกายเกิดปฏิกิริยาเชิงลบ แต่มันก็อยู่เพียงไม่นาน กระดูกที่หักก็สมานตัว เนื้อที่หายไปก็มีเนื้อหนังใหม่มาแทนที่อันเก่า

“เจ็บชะมัด”

นี่คือปฏิกิริยาระหว่างพลังศักดิ์สิทธิ์และพลังมาร – การรักษาบาดแผลของการโดนอันเดทกัดจะมีความเจ็บปวดที่มากมายแฝงอยู่ด้วยเสมอ

มีเพียงแค่ตอนที่แผลของฉันถูกรักษาจนไม่มีรอยแผลเป็นแล้วนั้นเอง ฉันถึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“ไม่สิ ฉันยังไม่ควรผ่อนคลายแบบนี้”

บางทีฉันควรที่จะโทษความกลัวของฉันเอง ซึ่งมันทำให้ฉันพูดกับตัวเองแบบนี้ ฉันสแกนไปรอบๆ แต่ก็มองไม่ค่อยเห็นทางสักเท่าไหร่

แต่มันก็ไม่นานด้วยเช่นกัน ฉันรีบยืนยันตำแหน่งของสิ่งมีชีวิตผ่านการใช้ [เนตรจิต]

-คุ...โอววววว..

อื้ม มันเป็นฝูงซอมบี้จริงด้วย

ซอมบี้พวกนี้ มันเกือบจะกลายเป็นพวกโคงกระดูกแทนแล้ว หลังจากที่เนื้อส่วนใหญ่ของพวกมันเน่าเปื่อยไปหมด พวกมันเดินอย่างโซซัดโซเซมาหาฉัน ปากของมันอ้ากว้างออกมา เหมือนกับพวกมันค้นพบอาหารแสนอร่อยที่อยู่ด้านหน้าของพวกมัน

“..แย่ละ”

ฉันโคตรเหนื่อยแล้วแท้ๆ แต่ฉันยังต้องสู้กับพวกมันอีกงั้นเหรอ?

อ๊า เทพีแห่งความรักและเมตตา ไกอา!

“…ได้โปรดละ ปล่อยฉันให้พักสักครั้งได้ไหม?”

ฉันอ้อนวอนต่อเทพีอย่างเงียบงัน ในขณะที่จับพลั่วในมือไว้แน่น

**

ทั่วทั้งถ้ำต่างเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็น

ศพเน่าและโครงกระดูกต่างกองอยู่บนพื้น รวมทั้งบางครั้งบางคราฉันยังเห็นอาหารของพวกเจ้าศพเดินได้นี้ด้วย

พวกมันต่างกำลังยุ่งกับการเฉลิมฉลองโดยการกินเนื้อและกระดูกที่กองอยู่บนพื้น และพวกมันก็ลุกขึ้นยืนเมื่อพวกมันเห็นฉัน พวกมันต่างเดินเข้ามาใกล้

โชคดีที่มันไม่มีซอมบี้สัตว์ป่าอีกแล้ว เหมือนกับก่อนหน้านี้

“ฉันว่า ฉันจะต้องกลายเป็นบ้าๆแน่เลย”

มันกลับกลายเป็นว่าฉันถูกลากเข้ามาภายในส่วนลึกของถ้ำ นั่นหมายความว่าฉันไม่สามารถที่จะรอให้ชาวบ้านมาช่วยเหลือฉันได้อีก

ฉันยกพลั่วขึ้นก่อนที่จะแทงลงไปบนพื้นดิน

[บ่อศักดิ์สิทธิ์ได้ถูกอัญเชิญ]

ด้วยการใช้พลั่วเป็นศูนย์กลาง บ่อน้ำศํกดิ์สิทธิ์ก็พวยพุ่งขึ้นมาจากผืนดิน มันแพร่กระจายไปรอบตัวฉันในระยะห้าเมตร

ซอมบี้ที่เดินเข้ามาเหยียบบ่อน้ำเดินสะดุด ก่อนที่จะล้มลงกับพื้น หลังจากนั้นพวกมันก็หลอมละลายไปอย่างเชื่องช้า

โชคร้ายที่ซอมบี้อีกตัวเหยียบไปบนหลังของซอมบี้ที่ล้มลง และมันก็เดินเข้ามากใกล้ พวกมันต่างใช้ ‘สหาย’ ของมันเป็นทางเดิน ไอ้พวกเวรนี่ค่อยๆเดินมาหาอย่างช้าๆ

มันเป็นปีศาจชั่วร้ายที่ทนทานเหลือเกิน มันเป็นแค่ทาสของความหิวโหยเท่านั้น ซึ่งมันมีเพียงเป้าหมายเดียวคือการกลืนกินสิ่งมีชีวิต แม้ว่าพวกมันจะตายไปด้วยกัน นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมฉันรู้สึกหงุดหงิดมาก

ฉันเหวี่ยงพลั่วในมือใส่ตัวที่เดินมาใกล้ฉัน

พร้อมกับเสียงกระดูกแตก หัวของซอมบี้แหลกเละ สมองเน่าของมันก็สาดกระจายไปทั่ว

ฉันรู้ดีว่านี่เป็นแค่การซื้อเวลาเท่านั้นและไม่ได้มีอะไรอย่างอื่น ฉันจำเป็นต้องกำจัดมันอย่างสมบูรณ์ และจะต้องทำมันในระยะกว้างด้วย

“[กาฬโรค]”

ฉันหายใจเข้าลึกก่อนที่จะพูดคำพูดเหล่านี้ออกมา หลังจากที่ฉันยกพลั่วขึ้น ฉันก็แทงมันกลับลงไปบนพื้นอีกครั้งหนึ่งและปิดตาลง อักขระใหญ่ยักษ์ปรากฏขึ้นบนผืนดินด้านใต้ซอมบี้ และพวกมันก็ส่องประกายแสงสว่างออกมา ก่อนที่จะระเบิดออก

[คุณได้ใช้การอวยพรไปเป็นวงกว้าง]

แสงสว่างบนพื้นสัมผัสเข้ากับซอมบี้ และทำให้เนื้อเน่าของมันไหม้ทันที พวกมันต่างกลายเป็นผุยผงกันทีละตัว

หนึ่ง สอง เจ็ด สิบ..

เยี่ยม! มันสำเร็จ! ถ้าแบบนี้แล้วละก็..!

แต่เพียงแค่ฉันกำลังจะเริ่มมีหวังแค่นั้นเอง...

บึ้ม!!

…สีหน้าของฉันหม่นหมองในทันที

ฉันเงยหน้าขึ้น

-คุ โอววววว...

เจ้าสิ่งนี้มันสูงถึงสามเมตร

มันปกคลุมไปด้วยขนหนา รวมทั้งแขนยาวใหญ่และแผงคอยักษ์ แถมมันยังมีคมเขี้ยวที่แหลมคมมากอีก

ฉันตกใจจนพึมพำออกมา “….ถามจริง ซอมบี้หมีเนี่ยนะ?”

แน่นอนละว่ามันคือซอมบี้หมี

ฉันไม่รู้ว่ามันพันธุ์อะไร แต่ว่า...

[ชื่อ : ราชาแห่งความตะกละ

อายุ : ….

ความสามารถพิเศษ : กัด บดขยี้ ทุบ ลากอวัยวะภายในออกมา

+ อยู่ในสถานะเสริมแกร่งจากเนโครแมนเซอร์]

...เจ้าตัวนี้ไม่ใช่ตัวที่ฉันจัดการได้แน่นอน

สิ่งมีชีวิตที่ดุร้ายอย่างมันยังถูกเปลี่ยนไปเป็นซอมบี้

“อื้ม ฉันจะกลายเป็นบ้าแล้ว”

ทุกครั้งที่ซอมบี้หมีก้าวเดินมาที่ด้านหน้า ฉันก็ก้าวถอยหลังไป แม้แต่แสงสว่างของการอวยพรวงกว้างสัมผัสกับมัน เจ้าสัตว์ประหลาดนี่ก็ไม่มีปัญหาเลยสักนิด

มันบดขยี้ซอมบี้ที่กำลังหลอมเหลวบนพื้นและใช้พวกมันเป็นทางเดินผ่านบ่อน้ำ ขนของมันอาจจะหลอมไปบ้าง แต่ด้วยหนังที่หนาของมัน มันก็ส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อย

เจ้าสิ่งนี้มันอยู่คนละระดับกับเจ้าซอมบี้ตัวอื่นที่ฉันจัดการมาก่อนหน้านี้

วิ่งหนีดีไหม? แต่ว่า ถ้าฉันหันหลังให้กลับมัน ฉันรู้สึกว่ามันจะพุ่งเข้าใส่ฉันด้วยความเร็วสูงแทนเสียนี่

เจ้าสิ่งมีชีวิตที่น่าหวาดกลัวนี้เป็นดั่งกับนักล่าอันเดท ทำไมละ? เพราะว่ามันเร็วกว่ามนุษย์ธรรมดาทั่วไปยังไงละ

ถ้าฉันวิ่งหนีไปทางออกของถ้ำที่ลื่นชันแบบนั้น หลังของฉันคงถูกฉีกกระชากออกในชั่วพริบตา และก็คงจะตายในทันที

ฉันกัดฟันและกำพลั่วในมือแน่นกว่าเดิม

“คนเราเกิดมาตายได้ครั้งเดียว แต่ครั้งที่สองนี่มัน!”

การตายครั้งหนึ่งจากการถูกไฟช็อตก็มากพอแล้วสำหรับชีวิตหนึ่ง ฉันไม่ต้องการที่จะตายอีกรอบ โดยการโดนซอมบี้บดขยี้อย่างแน่นอน

ฉันยื่นมือออกไปรวบรวมพลังศักดิ์สิทธิ์

“[ปลุกชีพคนตาย]”

เพียงเวลาไม่นานที่คำพูดของเขาจบลง พลังศักดิ์สิทธิ์แพร่กระจายไปทั่วถ้ำและปกคลุมศพทั้งหลาย

ซอมบี้อันเดทเริ่มที่จะลุกขึ้นยืน ในขณะที่ปล่อยแสงสีขาวออกมา ลมหายใจของพวกมันต่างเต็มไปด้วยออร่าศักดิ์สิทธิ์

-โอ โอวววว!!

และถ้ำก็ส่งเสียงร้องโหยหวนออกมากอีกครั้งหนึ่ง แต่มันเป็นเสียงที่ใสสะอาดแทน

[10. เจ้าชายเป็นนักล่าแม่มด -1 (ส่วนที่ 1 และ 2 ) จบ]

จบบทที่ Chapter 10: เจ้าชายเป็นนักล่าแม่มด -1 (ส่วนที่ 2)

คัดลอกลิงก์แล้ว