- หน้าแรก
- โรงพยาบาลหมายเลข 444
- บทที่ 19 จรรยาบรรณแพทย์
บทที่ 19 จรรยาบรรณแพทย์
บทที่ 19 จรรยาบรรณแพทย์
“นี่…หรือว่าจะเป็นผู้ป่วยของแผนกสิงสู่วิญญาณ?”
ไม่นานนัก…ส่วนที่นูนขึ้นมาก็ค่อย ๆ ยุบกลับลงไปอย่างรวดเร็ว
“ไม่ต้องไปสนว่าของแผนกไหน แผนกสิงสู่ไม่ได้แบ่งตามชนิดของผี แต่แบ่งตามเคสที่ถูกผีเข้าสิงร่างโดยตรง ถ้าใช่ ก็ต้องรักษาที่นั่น จะมาบอกว่าแค่มี ‘หน้าผีโผล่’ ก็ส่งไปแผนกสิงสู่…เธอรู้หรือเปล่าว่า เงื่อนไขที่แท้จริงแบบไหน ถึงจะเข้าข่ายต้องรักษาที่นั่น?”
แผนกวิญญาณลี้ลับ มีแต่อายุรกรรม ไม่มีศัลยกรรม ขณะที่ แผนกสิงสู่วิญญาณ กลับตรงข้าม มีแต่ศัลยกรรม ไม่มีอายุรกรรม เพราะเมื่อผีเข้าสิงร่างแล้ว การรักษาแบบประคับประคองไม่มีทางทำให้อาการหายได้
ไต้หลินคิดอยู่พักใหญ่ ก่อนจะสูดหายใจลึกแล้วตอบออกไปว่า “ขอโทษครับอาจารย์…ถ้าไม่มั่นใจจริง ๆ ผมไม่อาจวินิจฉัยได้”
ไม่คาดคิด…เจียงลี่เฉิงกลับพยักหน้าชื่นชม
“ดีมาก ดีมาก! ใช่แล้ว ในเมื่อไม่แน่ใจ ก็ห้ามด่วนสรุปวินิจฉัยเด็ดขาด ถ้าแค่เพื่อต้องการคำชมจากฉัน แล้วฝืนฟันธงเอาตามอาการที่มี…ต่อให้ไปไกลแค่ไหน สุดท้ายก็เป็นได้แค่หมอเฮงซวย!”
เขาพูดพลางชี้ไปที่ร่างบนโต๊ะ
“อาชีพอื่น ถ้าพลาด ก็เสียแค่เงิน แต่ถ้าแพทย์พลาด…สิ่งที่หายไปคือชีวิตคน!”
คำพูดนั้น ทำให้ไต้หลินถึงกับตั้งใจฟังด้วยความเคารพอย่างยิ่ง
“จำคำพูดวันนี้ของเธอไว้ให้ดี” เจียงลี่เฉิงยังคงพูดเสียงหนักแน่น “ทุกการตัดสินใจของหมอ อาจชี้เป็นชี้ตายได้ทุกครั้ง! การเป็นหมอ…ไม่ใช่เพื่อชื่อเสียง ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ แต่เพื่อสุขภาพของผู้ป่วย! ผู้ป่วยฝากทั้งชีวิตทั้งความไว้วางใจไว้กับเรา เราก็ต้องคู่ควรกับมัน! ก่อนจะฝึกทักษะทางการแพทย์ ก็ต้องสร้าง จริยธรรม ขึ้นมาก่อน!!”
คำว่า “จริยธรรม” กระแทกเข้าไปในใจไต้หลิน…ราวกับระฆังยักษ์สะท้อนก้องไม่หยุด!
“เอาล่ะ…เริ่มบทเรียนจริงได้แล้ว”
…
หอผู้ป่วย ชั้น 7
ห้องเดี่ยวที่กว้างกว่าปกติเล็กน้อย
บนเตียง มีหญิงสาวนอนนิ่ง ใบหน้าซีดขาว มีใบหน้าคล้ายเกาเหอเหยียนอยู่หกเจ็ดส่วน
เกาเหอเหยียนตักน้ำในกะละมัง บิดผ้าออกหมาด ๆ ก่อนจะถอดชุดผู้ป่วยของหญิงสาวคนนั้น เพื่อเช็ดตัวให้
แม้ในโรงพยาบาลแห่งนี้ เชื้อโรคใด ๆ อยู่ไม่ได้ แต่การดูแลความสะอาดของร่างผู้ป่วยก็ยังเป็นสิ่งจำเป็น
“พี่คะ…” เกาเหอเหยียนเอ่ยขณะเช็ดตัว “ในที่สุดก็มีคนหนึ่งที่ทนการฝังดวงตาผีแล้วรอดมาได้ ถ้าเขาผ่านพ้นการสะท้อนกลับของคำสาปได้จริง บางที… อาจหาเบาะแสปลุกพี่ให้ตื่นขึ้นมาได้ พอพี่ตื่นขึ้นมา จพได้รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นกันแน่ ส่วนวิญญาณที่หายไปของพี่…มันอยู่ที่ไหน ถ้าหาไม่พบ พี่จะไม่มีวันตื่นขึ้นมาอีกเลยใช่ไหม? วันนี้…อาจารย์ยังถามถึงพี่ด้วย…”
พูดถึงตรงนี้ มือเธอหยุดเช็ด หันไปมองนอกหน้าต่าง
“ที่นี่ไม่เคยได้เห็นแสงอาทิตย์เลย สีผิวก็ซีดขาวลงเรื่อย ๆ …ทุกครั้งที่ตรวจสุขภาพประจำปี ฉันก็กังวลว่าสักวันหนึ่ง วัตถุต้องสาปในร่างพี่จะเกิดการสะท้อนกลับของคำสาปขึ้นมา สิ่งเดียวที่ยังพอโล่งใจได้ ก็เพราะมีวัตถุต้องสาปคุ้มกันไว้ ทำให้ภูมิคุ้มกันของพี่ไม่เสื่อมลง และแขนขาก็ไม่ลีบฝ่อ”
เมื่อเช็ดร่างท่อนบนเสร็จ ก็เปลี่ยนมาเช็ดขา เสร็จแล้วก็ช่วยเปลี่ยนผ้าอ้อม
เพราะการทำงานของกระเพาะปัสสาวะยังพอมีอยู่บ้าง เธอจึงไม่ได้ใส่สายสวน แต่ใช้ผ้าอ้อมแทน โชคดีที่สภาพแวดล้อมในโรงพยาบาลนี้ไร้เชื้อโรค ทำให้แม้จะขับถ่ายก็ไม่ก่อการติดเชื้อ ถึงพยาบาลจะดูแลได้ แต่ถ้าเกาเหอเหยียนมีเวลาว่าง เธอก็จะมาดูแลพี่สาวด้วยตัวเองเสมอ
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จ เธอเดินเข้าไปล้างมือในห้องน้ำด้านใน แต่ทันทีที่ล้างเสร็จ โทรศัพท์ก็ดังขึ้น
เกาเหอเหยียนรับสายทันที
“หมอเกา” เสียงหญิงสาวดังมาจากปลายสาย “ฉันส่งรายงานการตรวจทั้งหมดของผู้ป่วยหลินเหยียนไปให้คุณแล้ว เนื่องจากคุณเป็นแพทย์ประจำตัวของเธอ เลยไม่ถือว่าผิดกฎ อีกเรื่อง เราเก็บตัวอย่างเลือดบนรองเท้าของเธอมาตรวจสอบ เลือดนั่น…จนตอนนี้ก็ยังไม่แห้ง!”
“ขอบคุณนะ หมอถึงหลี่”
“ไม่เป็นไรหรอก สมัยก่อนหมอเกาเมิ่งฮว่าเคยช่วยชีวิตฉันในห้องผ่าตัดตั้งหลายครั้ง ครั้งนี้ช่วยแค่นี้นับว่าเล็กน้อย…แต่พูดกันตรง ๆ เคสนี้ส่งให้แผนกวิญญาณร้ายรักษา ถือว่าถูกต้องแล้ว พวกคุณแผนกวิญญาณอาฆาต…อย่าเข้าไปยุ่งเลยจะดีกว่า”
“งั้นก็ดีแล้ว…”
เกาเหอเหยียนหันไปมองพี่สาวที่นอนอยู่บนเตียง เอ่ยขึ้นว่า
“จริง ๆ ตอนนี้ฉันก็อยู่ในห้องพี่”
“อย่างนั้นหรือ? เมิ่งฮว่า…ยังโอเคอยู่ใช่ไหม? ช่วงนี้ฉันยุ่งมาก ถ้ามีเวลาว่างจะไปเยี่ยมด้วย”
“ก็…ยังพอได้อยู่ โชคดีที่กฎของผอ.ยังพอมีความเป็นมนุษย์บ้าง ค่ารักษาจากการบาดเจ็บของบุคลากรแพทย์ คุ้มครองฟรีหมด”
“อืม…งั้นฉันขอตัวก่อนนะ ต้องไปทำงานต่อแล้ว”
“ขอบคุณมากนะ ถึงหลี่”
หลังวางสาย เธอกลับมานั่งข้างเตียงพี่สาว เกาเมิ่งฮว่า แล้วเปิดดูผลตรวจหลินเหยียนในมือถือ
“นี่มัน…”
ยิ่งมองภาพ CT บนหน้าจอ สีหน้าของเธอก็ยิ่งเคร่งเครียด
“เธอเจอผีผู้หญิงนั่นแล้ว…ยังอยู่มาได้อีกตั้งอาทิตย์โดยไม่รักษาเนี่ยนะ? อย่าบอกนะว่าเพราะไอ้ยันต์อะไรนั่นจริง ๆ ?”
.…
ในห้องอบรม
เจียงลี่เฉิงลากมีดผ่าตัดกรีดจากกระดูกไหปลาร้าลงมาจนถึงหัวหน่าวอย่างนิ่งเฉย
สิ่งที่ทำให้ไต้หลินตกตะลึงคือ
ภายในไม่ได้เผยให้เห็นโครงกระดูกหรืออวัยวะภายใน แต่กลับเป็น ความมืดมิดสนิทเป็นผืนดำทั้งแถบ!
“นี่ไม่ใช่การชำแหละร่างกายปกติ” เจียงลี่เฉิงพูดเสียงเรียบ “สิ่งที่เราชำแหละ…คือ ‘วิญญาณ’ ของเขา ร่างวิญญาณที่ปกติ จะเป็นกึ่งโปร่งใส เหมือนหมอกสีขาว แต่ตอนนี้สิ่งที่เห็นคือดำสนิท…”
คำพูดยังไม่ทันจบ
จากความมืดนั้น จู่ ๆ ก็พุ่งออกมาเป็น มือหนึ่ง เลือดโชกหยดย้อย!
เจียงลี่เฉิงไม่สะทกสะท้าน เขากดมีดผ่าตัดเสียบทะลุเข้ากลางฝ่ามือทันที!
“ลองดูสิ นี่เป็นผีประเภทไหน?”
ตรงรอยแผลที่ถูกมีดแทง เริ่มปรากฏไอควันสีดำลอยออกมา มือนั้นพยายามคว้าขึ้นด้านบนหลายครั้ง แต่ทุกครั้งที่มันพยายามจะสัมผัสเจียงหลี่เฉิง มันก็เหมือนกำแพงล่องหนปิดกั้นไว้ ทำให้เอื้อมไม่ถึง!
ไต้หลินก้มตรวจต่อ
“…น่าจะเป็นภาวะที่วิญญาณอาฆาตที่กำลังกลายเป็น ‘วิญญาณพิฆาต’ …หรือที่เรียกว่า ‘ผีแห่งกรรม’ โดยทั่วไป วิญญาณอาฆาตสุดท้ายจะกลายเป็นวิญญาณร้าย แต่บางส่วนเมื่อโดนแรงกรรมหนุนเสริม ก็แปรเป็นผีแห่งกรรมได้ กรรมอันหนักหน่วงนี่เองที่ผลักให้มันเปลี่ยนสู่ความชั่วร้ายสุดโต่ง จนกลายเป็นวิญญาณพิฆาต! ดังนั้น วิญญาณพิฆาตก็นับเป็นวิญญาณร้ายสายพันธุ์หนึ่ง”
“ถูกต้อง” เจียงลี่เฉิงถามต่อทันที “แล้วดูออกจากอะไร?”
“ตรงนี้ครับ” ไต้หลินชี้ไปที่มือนั้น “วิญญาณอาฆาตเกิดจากคำสาปที่หล่อเลี้ยงด้วยความแค้น ๆ เรียกว่า ‘คำสาปแห่งโทสะ’ พอความแค้นมากเกินไป ก็แปรเปลี่ยนเป็นกรรม กรรมจะสะสมจนทำให้ผีวิวัฒน์เป็นวิญญาณพิฆาต ลายดำพวกนี้ก็คือร่องรอยของกรรมที่แสดงออกมา ถ้าคนไข้หรือแม้แต่หมอรับแรงสะท้อนของกรรมไม่ไหว ก็อาจตายในระหว่างผ่าตัดได้…หมอเกาเคยบอกผมว่า ผีแห่งกรรมก็อยู่ในขอบเขตที่แผนกศัลยกรรมวิญญาณอาฆาตต้องรับมือ”
"เธอรู้เรื่องกรรมดี ถูกต้องแล้ว ควันดำที่เกิดจากกรรมนี้เป็นอาการเฉพาะที่เกิดจากคำสาปกรรม สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเมื่อถูกแทงด้วยมีดผ่าตัดของโรงพยาบาล ตามตำนานพื้นบ้านที่เล่าถึงพวก ‘ผีอดอยาก’ ก็จัดอยู่ในกลุ่มผีแห่งกรรมเหมือนกัน”
พูดจบ เขาก็ดึงมีดออก มือที่ทะลักออกมาก็ค่อย ๆ หดกลับลงไปในความมืด!