- หน้าแรก
- โรงพยาบาลหมายเลข 444
- บทที่ 12 เงาและร่องนิ้ว
บทที่ 12 เงาและร่องนิ้ว
บทที่ 12 เงาและร่องนิ้ว
“ผู้อำนวยการเฉิน ช่วยเร่งมือหน่อยเถอะ!”
หลงหย่วนกำมือถือแน่น ไม่วายหันไปมองทางบันไดแล้วบอกว่า
“ตอนนี้หมอจ้าวเข้าไปในบันไดได้ห้านาทีแล้วนะ ยังไม่เห็นเขากลับมาเลย พวกคุณ…”
“ขอโทษจริง ๆ นะครับ คุณก็รู้ดีว่าพื้นที่มันซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ เราเองก็ติดเคสวิญญาณร้ายอยู่เหมือนกัน ติดขัดไปหมด รบกวนคุณช่วยถ่วงเวลาไปก่อน…”
“โอเค เข้าใจแล้ว แต่พวกคุณรีบหน่อยแล้วกัน”
พูดจบ หลงหย่วนก็ตัดสายโทรศัพท์ หันมามองไต้หลินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
“เสี่ยวไต้ ครั้งนี้ฉันผิดเอง ไม่ควรให้นายตามหมอจ้าวออกมา… เอาเถอะ ทีนี้นายมากับฉันแล้วกัน ไม่ต้องห่วง ที่นี่อย่างน้อยก็เป็นตึกผู้ป่วยใน ถึงจะไม่ค่อยเจอเหตุการณ์แบบนี้ แต่ฉันก็ผ่านมาหลายครั้งแล้ว ความปลอดภัยของนายจะไม่เป็นปัญหา”
ว่าแล้ว… เขาก็เริ่มจ้องไปที่เงาของตัวเอง กดเท้าลงกับพื้นแรง ๆ ทีหนึ่ง! เงาที่พื้นพลันยืดยาวออกไปเรื่อย ๆ คลืบคลานไปชนผนังไกล ๆ ก่อนจะเลื้อยต่อไปถึงอีกฝั่งของทางเดิน
“หมอจ้าว? หมอจ้าว!?”
อยู่ ๆ หลงหย่วนก็ตะลึง จ้องไปข้างหน้าแน่นิ่ง
“…รองเท้า? เลือด? หมอจ้าว? คุณอยู่ตรงนั้นรึเปล่า!?”
ในจังหวะเดียวกัน ไต้หลินก็รู้สึกเจ็บตาซ้ายเหมือนโดนกรีด ขณะที่รูม่านตาข้างขวาก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
พักใหญ่ ๆ เหมือนตาซ้ายถูกใครบางคนกระชากให้หันไปทางหนึ่ง มุมด้านซ้ายของทางเดิน!
ยิ่งมองตรงนั้น ความเจ็บปวดก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น แต่พอเบือนหน้าหนี ความเจ็บก็บรรเทาลงทันตา!
เขาตระหนักทันที…นี่คือสัญญาณเตือนจากตาซ้าย!
ใช่แล้ว!
อยู่ตรงนั้น!
ไต้หลินยกมือขึ้นชี้ไปยังตำแหน่งด้านหน้า ตะโกนออกมา
“หมอหลง! วิญญาณอยู่นั่น!”
หลงหย่วนที่กำลังควบคุมเงาของตัวเองอย่างจดจ่อ ถึงกับสะดุ้ง เขารีบหันไปมอง แต่กลับไม่เห็นอะไรเลย
เขาชะงักไปนิด ก่อนสายตาจะหันมาจับที่ดวงตาของไต้หลิน คล้ายจะนึกอะไรออก แล้วเริ่มเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
ทว่าปากกลับพูดสวนทันทีว่า
“คุณพูดเรื่องไร้สาระอะไร? วิญญาณที่ไหนกัน?”
ไต้หลินไม่ได้แปลกใจกที่อีกฝ่ายไม่เชื่อ จึงคิดจะปล่อย “มือผี” ออกมา แต่…ไม่สามารถทำได้!
หากหลงหย่วนยังไม่เชื่อ เขาก็จนปัญญาแล้ว!
“หมอหลง! ผมพูดความจริง…”
แต่ยังไม่ทันขาดคำ ไต้หลินเหลือบกลับไปยังจุดเดิม ความเจ็บแปลบกลับหายไป!
เขารู้สึกถึงบางอย่าง… รีบกวาดสายตาไปรอบ ๆ ทันที
จนกระทั่งดวงตาจับไปที่จุดห่างจากหลงหย่วนไม่ถึงสองเมตร ความเจ็บก็บีบเข้ามาอีกครั้ง!
“หมอหลง! อยู่ตรงหน้าคุณเลย! เชื่อผมเถอะ! โจมตีไปข้างหน้าเดี๋ยวนี้!”
“พอแล้ว! เอะอะโวยวายอะไรนักหนา! แพทย์ฝึกหัดอย่างนายจะไปเข้าใจอะไร! เงาของฉันไม่มีพลาดหรอก…”
แต่ยังไม่ทันพูดจบ
ไฟที่ทางเดินซึ่งกะพริบติด ๆ ดับ ๆ มาตลอด ดับวูบลงในพริบตา!
ไต้หลินรู้สึกคอถูกบีบแน่นจนไม่มีเสียงลอดออกมาแม้แต่นิด ก้าวถอยหลังเพียงครึ่งก้าว ดวงตาก็สาดซัดด้วยแรงสะท้อนกลับ เตือนเขาอย่างชัดเจน ห้ามถอย!
แต่จะให้ทำยังไง!?
จะเหมือนตอน “รับสมัคร” นั่นอีกหรือ!?
ทั้งที่เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องกระตุ้นพลังตาแบบไหนอีกครั้ง!
“หมอหลง! คุณยังอยู่ไหม!?”
เวลาผ่านไปหก…เจ็ดวินาทีอันยาวนาน
จากนั้น ไฟ…ค่อย ๆ ติดกลับมาอีกครั้ง
ตำแหน่งที่หมอหลงหย่วนยืนอยู่ ตัวคนหายไปแล้ว! บนพื้น…เหลือเพียงเงาของเขาเท่านั้น!
เขา…หายไปทั้งร่าง!
ภาพนี้…เล่นเอาใครเห็นก็ตาแทบจะถลน!
ไต้หลินมองตรงไปข้างหน้า รู้สึกได้ว่าความเจ็บปวดในตาซ้ายทวีขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับมีอะไรบางอย่างในลูกตากำลังฉีกกระชากจากด้านใน
เขาไม่อาจถอย…แต่ถ้าจะเดินหน้าไปก็คือทางตายชัด ๆ!
สัญชาตญาณเอาตัวรอดผลักดันเต็มที่ แต่ดวงตาก็ยังไม่ยอมกลายเป็นหลุมดำเหมือนตอนนั้น!
เวลานี้…ทั้งทางเดินเหลือเพียงไต้หลินเพียงคนเดียว
ใบหน้าของเขาซีดเผือดเสียยิ่งกว่ากระดาษขาว
หมอหลงในฐานะ แพทย์ประจำ ย่อมต้องมีประสบการณ์ล้นมือ ต่อให้ไม่ใช่สาขารักษาคำสาปวิญญาณอาฆาต… แต่ไม่น่าเชื่อเลยว่า เพียงชั่วพริบตาเดียว…จะถูกวิญญาณร้ายฆ่าตายได้ง่าย ๆ แบบนี้!?
ทำงานสิ!
ตื่นขึ้นมาสิ!
จะกักเขาไว้ให้อยู่เวรคืนนี้ก็ช่างเถอะ …อย่างน้อยก็ช่วยให้เขามีทางสู้กับวิญญาณร้ายตนนี้หน่อยเถอะ!
ขณะที่ความเจ็บปวดทะยานถึงขีดสุด ไฟก็ดับพรึ่บอีกครั้ง!
ในชั่วพริบตานั้น ไต้หลินสัมผัสได้ถึงความสิ้นหวังอย่างแท้จริง!
แต่ดวงตา… ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงใด ๆ
เขากำลังติดกับในความมืด ไม่รู้จะก้าวหน้าหรือถอยหลังดี ทันใดนั้นกลับรู้สึกถึง “มือ” สองข้างคว้าเข้ามา กระแทกเขาล้มลงกับพื้น!
ไต้หลินคิดว่าคราวนี้ตัวเองไม่รอดแน่… แต่แล้ว เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“ขอบคุณมากนะ หมอหลง!”
นั่น…คือเสียงของ หมอจ้าว!
ทันใดนั้น ไฟก็สว่างพรึ่บขึ้นอีกครั้ง!
ไต้หลินเงยหน้าขึ้นเห็นคนที่โถมใส่เขา…คือหมอจ้าว!
ส่วนหมอหลง…ยังอยู่ดี ไม่ได้ตายไปไหน!
“หมอหลง คุณยังอยู่!?” ไต้หลินอึ้งไปทันที
“ฉันเป็นถึงอาจารย์แพทย์นะ จะตายง่าย ๆ ได้ยังไง?” หมอหลงกวาดตามองรอบ ๆ ก่อนเอ่ย “เมื่อกี้ฉันเพียงแค่หลอมตัวเข้ากับเงา กดมันไว้ แล้วใช้ ‘วัตถุต้องสาปเงาผี’ ดึงหมอจ้าวกลับมาก็เท่านั้น”
หมอจ้าวเซ่อเกาหัวพลางพูดเสียงอ่อย “เอ่อ…ขอโทษทีนะ หมอหลง”
จากนั้นเขาก็ทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง เอานิ้วชี้ข้างขวาสอดเข้าช่องว่างระหว่างนิ้วซ้าย จ่อไปข้างหน้าแล้วตะโกนลั่น
“ยิง! ยิง…อ้าว? ทำไม…ทำไมมองไม่เห็นแล้วล่ะ!?”
ไต้หลินรีบชี้ไปยังตำแหน่งข้างหน้า “หมอจ้าว่อ! อยู่นั่น! วิญญาณอยู่นั่น!”
“ตรงนั้นจริง? เจ้าเด็กนี่แน่ใจนะ?”
“แน่ใจ! แน่นอน! ร้อยเปอร์เซ็น!”
หมอหลงรีบเสริมเสียงหนักแน่น “ฉันเชื่อเขา หมอจ้าว!”
“ดี!” หมอจ้าวเซ่อเล็งไปทางนั้นทันที ตะโกน “ยิง!”
เพียงพริบตา ไต้หลินก็พบว่า เมื่อมองไปตรงนั้นอีกครั้ง ความเจ็บในตาซ้ายกลับลดลงอย่างเห็นได้ชัด!
“บ้าเอ๊ย! มองเห็นแล้วจริง ๆ! ยิงโดนแล้ว! ฮ่า ๆ ไอ้วิญญาณร้าย ไม่นึกว่าจะไม่มีมารยาท มาลอบกัดแบบนี้! ฮะ ๆ เด็กน้อย นายไม่เลวเลยนะ ชื่อไต้…อะไรนะ?”
จ้าวเซ่อจ้องมองช่องว่างระหว่างนิ้วมือของเขาด้วยความดีใจ “ภรรยาจ๋า! ขอบคุณที่คุ้มครองนะ! เธอไม่ต้องเป็นหม้ายแล้วล่ะ!”
จ้าวเซ่อเหงื่อไหลท่วมตัว มือสั่นระริก แต่น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“หมอจ้าว นั่นคือ ‘วัตถุต้องสาป’ ของคุณสินะ?”
หมอจ้าว่อพยักหน้า “ใช่แล้ว! ช่องนิ้วซ้ายของฉันเอาไว้ตรวจจับทิศทางวิญญาณ ส่วนนิ้วชี้ขวานี่…หึ ๆ เคยดู คนเก่งฟ้าประทาน ไหม? ท่าไม้ตายพระเอกน่ะ กระสุนวิญญาณ…โอ๊ย! บะ…บ้าจริง ทำไมมันยังขยับได้อีก!?”
เสียงของเขาสั่นพร่าในบัดดล “อะไร!…ทำไม…ทำไมมองไม่เห็นอีกแล้ว!?”