เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 มาแล้ว

บทที่ 10 มาแล้ว

บทที่ 10 มาแล้ว


หมอจากแผนกศัลยกรรมวิญญาณพิฆาต ดันโผล่มาเข้าเวรในหอผู้ป่วยธรรมดาได้ยังไงกัน?

ตอนนี้ ผีถูกแบ่งออกเป็นสี่ระดับ ได้แก่ วิญญาณลี้ลับ, วิญญาณอาฆาต, วิญญาณร้าย, และวิญญาณอำมหิต ส่วน วิญญาณพิฆาต จัดว่าเป็นชนิดพิเศษของวิญญาณร้าย ถูกแยกออกมาเป็นแผนกเฉพาะ”

เขานึกถึงคำพูดของหมอฮั่วผิงจากแผนกศัลยกรรมวิญญาณร้ายขึ้นมาได้ว่า ทั้งแผนกศัลยกรรมวิญญาณอาฆาตและแผนกศัลยกรรมวิญญาณร้ายมี “อัตราการตายกลางงาน” สูงเอาเรื่อง ถึงขั้นที่หัวหน้าแผนกต้องส่งหมอมาช่วยงานในงานรับสมัครเพื่อดึงหน้าใหม่เข้ามาเสริม ดูท่าว่าสถานการณ์จริงจะเละยิ่งกว่าที่เขาคิดไว้… ถึงกับต้องให้หมอวิญญาณร้ายมานั่งเข้าเวรแทนเลยทีเดียว

“สวัสดีครับ หมอจ้าว วันนี้ผมไปนั่งกับหมอเกาเหอเหยียนมาตลอดบ่ายเลย ที่นั่น ผมยังไม่เคยเจอ…”

ผีใช่ไหม?

“ครับ”

"นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น ในฐานะแพทย์ฝึกหัด นายไม่มีทางได้ไปที่แผนกผู้ป่วยนอกหรอก ที่นั่นควรจะสงวนไว้สำหรับแพทย์ประจำบ้านเท่านั้น นายจะได้เรียนรู้อะไรอีกเยอะในภายหลัง"

พูดจบ หมอจ้าวเซ่อก็ยื่นกระป๋องกาแฟมาให้ไต้หลิน “อยู่เวรหอผู้ป่วย ระวังไว้ อันตรายมีให้เจอทุกคืน นายเป็นแค่หมอฝึกหัด ถึงเวลาอะไรก็หลบอยู่หลังพวกพี่ ๆ นั่นแหละ จำไว้ หน้าที่หลักของนายคือเรียนรู้ ไม่ใช่สอดแขนพุ่งไปข้างหน้าแล้วกลายเป็นอาหารผี”

“ขอบคุณครับ”

“หมอเกาเหอเหยียนน่ะ เป็นคนเย็นชาใช่ไหม? อยู่กับเธอแล้วอึดอัดล่ะสิ”

เขาถามพลางไม่รอคำตอบ แล้วก็พูดต่อเองเฉย “พี่สาวเธอนะ เคยเป็นมือหนึ่งของแผนกฉุกเฉิน เป็นมีดผ่าตัดอันดับต้น ๆ ของโรงพยาบาล ส่วนพี่เขยเธอก็ไม่ธรรมดา เป็นถึงหนึ่งในรองผู้อำนวยการใหญ่”

“คุณหมออิน?”

“ใช่แล้ว รองผู้อำนวยการอินอู๋เชวี่ย คือพี่เขยของเธอ”

นั่นหมายความว่า รองผู้อำนวยการอิ้นให้ น้องเมีย ของตัวเองมาคอยดูแลเขาโดยตรง…ชัดเจนเลยว่ามีใจจะดึงตัวเองเข้ามาเป็นพวกเต็ม ๆ

ไต้หลินเหลือบตามองออกไปนอกหน้าต่างโรงพยาบาล

พื้นที่ว่างเปล่าอันมืดมิดแบบนี้มันคืออะไรกันแน่? ทำไมถึง “เกิด” โรงพยาบาลประหลาดแห่งนี้ขึ้นมาได้? เขายังงงจนมึนอยู่เหมือนเดิม

“นี่มัน… ‘ดวงตาผี’ นั่นเหรอ?”

อยู่ ๆ หน้าของหมอจ้าวเซ่อก็โผล่เข้ามาใกล้ ๆ จ้องตาของไต้หลินเขม็ง

ไต้หลินสะดุ้ง “หมอจ้าว…คุณ”

“ช่างเถอะ ถือว่าผมไม่ได้พูดอะไร” เขาเดินกลับไปนั่งเก้าอี้ แต่ก็ยังเหลือบมองไต้หลินอยู่เรื่อย ๆ

“ดวงตาผี”…งั้นหรือ?

ของที่ถูกฝังในร่างกายเขานี่ไม่ใช่ของธรรมดาแน่นอน ไม่งั้นรองผู้อำนวยการอิ้นจะอ่อนโยนกับเขาขนาดนั้นทำไมกัน?

ในเวลาเดียวกัน

หลินเหยียน ที่นอนอยู่บนเตียงในชุดคนไข้ เริ่มรู้สึกกระวนกระวายขึ้นทุกที

เธอกดมือทับหน้าอก หายใจติดขัด หน้าซีดลงเรื่อย ๆ

หลินเหยียนมีลางสังหรณ์แปลก ๆ …

ผีนั่น!

เธอ…มาแล้ว!

ภายในห้องพักเวรแพทย์

วิทยุสื่อสารของ หลงหย่วน แพทย์ประจำแผนกศัลยกรรมวิญญาณอาฆาตดังขึ้น

“หมอหลง ฉันพยาบาลเวรหัวหน้า หลี่หลินเอง”

“มีเรื่องอะไร?”

“คืนนี้มันแปลกมากค่ะ ตั้งแต่โถงพยาบาลไปจนถึงบันได ปกติจะมีพวกวิญญาณลี้ลับวนเวียนอยู่ แต่คืนนี้กลับไม่เห็นแม้แต่เงาเดียว มันเงียบสงัดเกินไป พวกเราลองตรวจแล้วก็ยังไม่พบร่องรอยอะไร คำสาปก็ไม่แสดงปฏิกิริยา แต่ฉันก็ยังไม่สบายใจ อยากให้ส่งหมอเวรไปตรวจสอบหน่อยค่ะ”

“ไม่มีวิญญาณลี้ลับ?”

เท่าที่ไต้หลินรู้มา พวกที่เรียกว่าวิญญาณลี้ลับ โดยทั่วไปไม่เป็นภัยต่อมนุษย์ พวกมันแค่มีเหตุให้วนเวียนอยู่ในโลก ไม่ได้เอาชีวิตใครไปไหน

แค่พยาบาลก็สามารถขับไล่ได้แล้ว ไม่มีอะไรน่ากลัวเลยด้วยซ้ำ

แต่ทว่าวันนี้…แม้แต่เงาของพวกมันยังไม่ปรากฏสักตัว และนั่นแหละที่ทำให้บรรยากาศน่ากลัวกว่าเดิม

“หัวหน้าพยาบาลหลี่ ตอนนี้พวกคุณอยู่ตรงไหน?”

“ฉันอยู่ที่บันไดชั้นห้า”

“โอเค รู้แล้วล่ะ คุณกลับมาก่อน เดี๋ยวเราจะส่งคนไปดูเอง”

ในเวลาเดียวกัน

ดวงตาซ้ายของไต้หลินพลันเจ็บจี๊ดขึ้นมา!

วินาทีนั้น เขาตระหนักได้ทันทีว่า… ผีผู้หญิงคนนั้นมาแล้ว!

ขณะเดียวกัน ดวงตาข้างขวาก็ส่งแรงกดดันมา เหมือนจะบังคับเขาให้เดินไปทางนั้น!

“งั้น…เสี่ยวหลิว นายไปตรวจ” หลงหย่วนเพิ่งจะเอ่ยปากสั่งแพทย์ประจำการ แต่เจ้าเสิ่นก็ลุกขึ้นยืนเสียก่อน

ผู้แปล: เสี่ยวใว้ใช้เรียก คนที่เด็กกว่า หรือสถานะต่ำกว่า

“หมอหลง ให้ผมไปเองเถอะ”

หลงหย่วนชะงัก “หมอจ้าว? เรื่องเล็กแค่นี้ คุณไม่จำเป็นต้องลงแรงเองก็ได้…”

“พูดอะไรอย่างนั้นล่ะหมอหลง” เจ้าเสิ่นโบกมือพลางหัวเราะ “นั่งนานไป ขาแทบชาแล้ว ออกไปยืดเส้นยืดสายซะหน่อยก็ดีออก”

“งั้นก็เกรงใจแล้วนะครับ ที่คุณช่วยมาเข้าเวรให้…”

“ไม่เป็นไร ๆ ผมไปดูเดี๋ยวเดียวก็กลับ”

ว่าแล้วเขาหันมามองไต้หลิน “อืม…เสี่ยวไต้ นายเองก็คงอยากออกไปกับฉันใช่ไหม?”

หลงหย่วนพยักหน้า “ก็ดีเหมือนกัน เสี่ยวไต้ ออกไปกับหมอจ้าว จะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ ใกล้ชิดกับหมอจ้าวแล้วปลอดภัยแน่นอน ตอนนี้ชั้นห้า ส่วนใหญ่ก็มีแต่คนไข้ที่ถูกวิญญาณอาฆาตสาป หมอจ้าวเป็นถึงแผนกวิญญาณพิฆาต ลงมือเองก็คุมได้สบาย ๆ”

“หมอหลงนี่นะ…พูดแต่ความจริง ฮ่า ๆ ๆ”

แล้วเจ้าเสิ่นกับไต้หลินก็ออกจากห้องพักเวรไปด้วยกัน

พอมาถึงโถงพยาบาล หัวหน้าพยาบาลหลี่เห็นว่าเป็นเจ้าเสิ่นที่มาด้วยตัวเอง ก็ถึงกับอ้าปากตาค้าง “หมอจ้าว? ทำไมคุณถึงมาด้วยตัวเองล่ะคะ?”

เจ้าเสิ่นโบกมือไปมา “อย่าเพิ่งทำเหมือนฉันเป็นฮีโร่เลย หัวหน้าพยาบาลหลี่ ถ้าวัตถุคำสาปตามทางเดินไม่มีปฏิกิริยา ก็คงไม่มีเรื่องใหญ่อะไร ฉันก็แค่…ออกมาเดินเล่นฆ่าเวลาน่ะ”

ส่วนไต้หลิน พยาบาลทั้งหลายทำเหมือนไม่เห็นเขา

เจ้าเสิ่นกับไต้หลินเดินไปถึงหัวมุมทางเดิน เจ้าเสิ่นยกมือซ้ายขึ้น กางนิ้วออกแล้วส่องผ่านร่องนิ้วมองไปข้างหน้า “อืม…แปลกจริง ๆ ตรงนี้กลับไม่มีวิญญาณลี้ลับสักตัวเลย เสี่ยวไต้ จำไว้นะ เดินตามฉันให้ติด ๆ”

ไต้หลินพยักหน้า “ครับ หมอจ้าว”

จากตรงนี้ไปจนถึงบันได ระยะไม่ถึงร้อยเมตร

ตลอดเส้นทางนี้มีการติดตั้งวัตถุคำสาปเอาไว้แน่นหนา

ป้องกันพวกวิญญาณลี้ลับได้สบาย ๆ ทำให้มันก้าวออกจากโถงนี้ไม่ได้ มีแต่ต้องวนเวียนอยู่ในนี้ตลอด ส่วนถ้าเป็นวิญญาณอาฆาต โดยมากก็ไม่สามารถฝ่าแนวป้องกันไปได้อยู่ดี ต่อให้หลุดรอดมา หัวหน้าพยาบาลก็ยังพอถ่วงเวลาไว้ได้จนกว่าจะมีหมอมาช่วย

“ประหลาดแฮะ…เมื่อชั่วโมงก่อนยังไม่เป็นแบบนี้เลย…”

พูดพลางเจ้าเสิ่นเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ หันไปมองไต้หลิน

“หรือว่าจะเป็นฝีมือคนไข้ที่หมอเกาเพิ่งรับเข้าโรงพยาบาลเมื่อกี้?”

ยังไม่ทันให้ไต้หลินอ้าปากตอบ เขาก็พูดต่อทันที “อ้อ ใช่สิ นายก็ยังเป็นหมอฝึกหัดนี่นา งั้นเอาแบบนี้ เสี่ยวไต้ เล่าให้ฉันฟังทีว่าคนไข้ใหม่รายนี้มีประวัติความเจ็บป่วยยังไง บอกให้ละเอียดที่สุด!”

ถึงหมอจ้าวเซ่อจะเป็นแค่แพทย์จากแผนกวิญญาณพิฆาตที่มาช่วยเข้าเวร แต่เขาก็พอมีความรู้เรื่องแผนกวิญญาณอาฆาตอยู่ไม่น้อย

ไต้หลินจึงพยักหน้า ก่อนเล่าประวัติอาการของลินเหยียนตามที่ได้ฟังมาอย่างละเอียด “อาการของคุณลินเป็นแบบนี้ครับ…”

….

“ยี่สิบปี…มีประวัติยาวนานขนาดนั้น?” เจ้าเสิ่นแสยะยิ้ม สีหน้าเหมือนมีแววสนุกปนขบขัน “หรือว่าจะถึงขั้นกลายเป็นวิญญาณร้ายไปแล้ว? …แต่ก็นั่นแหละ ฉันเป็นหมอแผนกวิญญาณพิฆาต ไม่ใช่วิญญาณร้าย จะไปสรุปมั่ว ๆ ก็คงไม่เหมาะ”

จบบทที่ บทที่ 10 มาแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว