เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 180: ซากปรักหักพัง (3)

ตอนที่ 180: ซากปรักหักพัง (3)

ตอนที่ 180: ซากปรักหักพัง (3)


"มีบางอย่างไม่ถูกต้อง!" ทันใดนั้นเสียงของเมลิสซ่าก็ดังมาจากอีกฟากหนึ่ง

"ทางเข้าถูกใครบางคนเปิดแล้ว"

เธอกำลังยืนอยู่ข้างเส้นชั่วโมงเส้นหนึ่งด้วยความหดหู่

พ่อมดทุกคนตกใจ พวกเขารีบรวมตัวกันข้างเมลิสซ่า

เธอชี้ไปจุดสีขาวบนเส้นชั่วโมงสีดำและพวกเขาก็มองเห็นจุดสีขาวค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเทา

อินเฟ้นมีสีหน้าเคร่งเครียด

"เครื่องหมายนี้หมายถึงทางเข้าถูกเปิดไม่นานมานี้ จุดจะเปลี่ยนเป็นสีขาวก่อนและค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเทา มีบางคนหรืออะไรบางอย่างได้เข้าไปในซากปรักหักพัง......."

"บางอย่างงั้นหรือ เจ้าหมายถึงสิ่งมีชีวิตใช่ไหม" เบเล็มถาม

"ข้าไม่แน่ใจ พื้นที่ที่เราผ่านมาถูกปกคลุมไปด้วยหินดำแต่อีกครึ่งของเกาะเป็นทะเลต้นไม้สีดำ เราได้สำรวจเกาะแล้วเมื่อครั้งที่แล้วแต่เราไม่ได้พบสิ่งมีชีวิตใดๆ"

เมลิสซ่าย่นคิ้ว

"แปลก ไม่มีใครตามเรามาที่นี่.......ซึ่งหมายความว่ามีคนอื่นรู้ตำแหน่งเกาะนี้ด้วยตัวเอง" อินเฟ้นพูดเสียงเบา

"เป็นไปได้อย่างไร เราไม่เคยเปิดเผยข้อมูลๆ"

เมลิสซ่ากำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่ทันใดนั้นการแสดงออกของเธอก็เปลี่ยนไป

"ย้ายออกจากนาฬิกาแดด!" เธอตะโกนออกมา

เกาะเริ่มสั่นและมันเกือบจะรู้สึกเหมือนว่าจะเกิดแผ่นดินไหว

ทีมรีบเดินออกจากนาฬิกาแดด

มีควันดำปรากฏด้านบนสุดของโนมอน (เป็นวัตถุที่ตั้งอยู่บนฐานนาฬิกาแดด เมื่อแสงแดดตกกระทบโนมอนจะทำให้เกิดเงาทอดลงไปบนฐาน แล้วอ่านค่าเวลาจากฐานนั้นซึ่งมีขีดบอกเวลากำกับอยู่ นาฬิกาแดดอาจสร้างขึ้นโดยยึดอยู่กับที่หรือสามารถเคลื่อนย้ายก็ได้)

มันดูเหมือนมีงูปีนขึ้นไปและหลังจากผ่านไปหลายวินาทีงูก็เปลี่ยนเป็นจุดแสงสีดำขนาดเล็ก

มีควันสีขาวค่อยๆออกมาจากผิวของนาฬิกาแดดเมื่อแผ่นดินหยุดสั่นจากนั้นก็ลอยอยู่ในอากาศ

มีเสียงน่าอัศจรรย์ดังมาจากที่ไหนสักแห่ง มันดูเหมือนผู้หญิงกำลังร้องโอเปร่ามีเสียงสูงและเสียงต่ำ

(ตรงนี้แปลใกล้เคียงกับภาษาอังกฤษโดยไม่ได้เกลา ยังไงก็ลองอ่านแล้วไล่เสียงกับจังหวะดู ถ้าไม่ไหวก็ลองอ่านธรรมดาเอา)

"บ้านเกิดที่รักของฉัน

ฉันจะกลับในสักวันหนึ่ง

ฉันได้หลงทางมานานแล้ว

ฉันคิดถึงฤดูใบไม้ผลิที่มีหมอกที่สวยงาม

เราเพลิดเพลินไปกับการฟังเสียงแมลงด้วยกัน

มีเสียงกรัดร้องที่น่าหลงใหล เรามีงานเลี้ยง งานเต้นรำและร้องเพลง

ท้องฟ้าสีแดงเหมือนเลือดและแผ่นดินที่อบอุ่นเหมือนลาวา

เลือดในแก้วนั้นละมุนและอร่อย

เราหัวเราะ เราดึงลูกตาของเราออกมา.....

เราเคี้ยวพวกมันขณะที่เราร้องเพลง..."

"เพลงห่*อะไรเนี่ย"

แองเจเล่มองไปรอบๆ มันดูเหมือนว่าเสียงจะมาจากทุกทิศทุกทาง มันดังก้องอยู่เหนือเกาะที่โดดเดี่ยวและว่างเปล่า

"ข้าไม่รู้ ข้าไม่เคยเรียนภาษานี้แต่ข้าก็เข้าใจความหมายของเนื้อเพลง" อิซาเบลพูดขณะที่ขมวดคิ้ว

"ข้าไม่ชอบ"

อินเฟ้นส่ายหัว

ผู้ติดตามทุกคนมีสีหน้าเคร่งเครียดบนใบหน้าของพวกเขาขณะที่ตรวจสอบสภาพแวดล้อม เพลงมันร้องซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้งก่อนที่มันจะหยุด

แคร๊ก

อุโมงค์ทางเข้าที่มืดมิดสามแห่งเปิดขึ้นในนาฬิกาแดด แต่ละแห่งกว้างประมาณหนึ่งเมตรและเมื่อแองเจเล่มองไกลออกไปเขาก็เห็นบันไดหินสีขาวภายในที่ไร้ที่สิ้นสุด

น่าแปลกที่ทางเข้าทั้งสามเริ่มเบลอและเกือบจะเหมือนกับว่าพวกมันกำลังหายไป

"กำลังรออะไร เข้าซากปรักหักพัง มีใครบางคนติดกับดักข้างในและมีอะไรบางอย่างกำลังเปลี่ยนแปลง!" เมลิสซ่าตะโกนเสียงดังและชี้ไปที่ทางเข้าทั้งสาม

มีลำแสงสีขาวออกมาจากปลายนิ้วของเธอและเปลี่ยนเป็นสายพลังงานสีขาวสามเส้น พวกมันติดกับทางเข้าอย่างรวดเร็ว

อุโมงค์เริ่มมั่นคงอีกครั้งและมันยังเสถียรอยู่

เมลิสซ่าพุ่งเข้าไปทางเข้าที่ใกล้ที่สุดของเธอโดยไม่ได้พูดอะไรและหายตัวไปในความมืด

"วิ่ง!" อินเฟ้นตะโกนออกมาและตามเมลิสซ่าเข้าไปในทางเข้าเดียวกัน ผู้ติดตามของเขาตามเขาด้วยเช่นกัน

เคอร์แมนมองไปรอบๆและเข้าทางเข้าอื่น แองเจเล่มองไปที่เขาชั่วครู่และตรวจสอบทางเข้าที่คนอื่นเข้าไป

"อืมมมม"

เขาก้าวไปข้างหน้าและรีบพุ่งเข้าไปในอุโมงค์เดียวกับเคอร์แมน

อุโมงค์มันมืดมิด แองเจเล่รู้สึกเหมือนเขาเพิ่งเข้าห้วงอวกาศที่ไร้ที่สิ้นสุดขณะที่เขาเดินเข้าไปข้างใน มีเพียงสิ่งเดียวในสายตาของเขาคือบันไดหิน

เขาเริ่มเดินลงบันไดและมีเสียงฝีเท้าของเขาดังก้องในอวกาศ

แองเจเล่มองไปรอบๆและยืนยันอีกครั้งว่าไม่มีอะไรอยู่รอบๆ เขายกมือขวาขึ้นและสร้างมีดเงินในฝ่ามือของเขา

ชี่

เขายิงมีดไปทางขวาและมันถูกดูดกลืนโดยความมืดมันไม่มีแม้แต่เสียงใดๆ แองเจเล่ไม่ได้ยินเสียงมีดโดนอะไรดังนั้นเขาจึงสันนิษฐานว่าทางขวาและทางซ้ายมันไม่มีที่สิ้นสุด

เขาไม่รู้ว่าบันไดยาวนี้ยาวแค่ไหน เขามองไม่เห็นจุดสิ้นสุด

ตึกตึก ตึกตึก

มีเพียงสิ่งเดียวที่แองเจเล่ได้ยินคือเสียงฝีเท้าของเขาและความรู้สึกเย็นยะเยือกข้างหลังของเขา

เขาหันหัวไปข้างหลังแต่ทางเข้าได้หายไปแล้ว มันถูกแทนที่ด้วยเงาดำ

แองเจเล่มองลงไปและตกใจ เขาค่อยๆก้าวไปข้างหน้าแล้วก็หยุดลง

บันไดสีเทาหายไปขณะที่แองเจเล่ขยับเท้าออกจากมัน

เขาพยายามที่จะก้าวลงตรงที่บันไดหายไปอีกครั้งแต่ไม่มีอะไรอยู่ที่นั่น

"สถานที่นี้...."

หัวใจของแองเจเล่กำลังสูบฉีด

ด้วยการดีดนิ้วของเขามันก็มีลูกไฟสีแดงปรากฏทางด้านซ้ายของเขา แสงของมันทำให้พื้นที่รอบๆเขาสว่างขึ้น

แองเจเล่ยืนนิ่งและสังเกตสภาพแวดล้อมโดยใช้แสงสว่างช่วย

อย่างไรก็ตามเขามองเห็นเพียงบันไดที่อยู่ข้างหน้าพื้นที่อื่นๆปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายความมืดแปลกๆ

"ฮ่า" แองเจเล่ส่งเสียงและมีจุดแสงสีน้ำเงินปรากฏในดวงตาของเขา

'ซีโร่ เจ้าสามารถสแกนสภาพแวดล้อมให้ข้าได้หรือไม่'

[สร้างงาน กำลังสแกน......กำลังประมวลผล....เสร็จสิ้น......กำลังถ่ายโอนข้อมูล...] ซีโร่รายงานอย่างรวดเร็ว

ชี่

มีเสียงแปลกๆดังก้องอยู่ในหูของแองเจเล่ เสียงของมันฟังเหมือนงูกำลังแลบลิ้นและทันใดนั้นก็มีแสงสีน้ำเงินปกคลุมดวงตาของเขา

ตูมมม

สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป สายตาของแองเจเล่เบลอและต่อมาเขาก็ยืนอยู่บนบันไดเปียกของอุโมงค์

ลูกไฟยังลอยอยู่ใกล้ๆหน้าของเขาและมันก็ทำให้สถานที่สว่างขึ้น

ผนังถูกสร้างด้วยอิฐสีเหลืองอ่อนขณะที่พื้นปกคลุมไปด้วยหินชนวนสีดำ แองเจเล่ได้ยินเสียงฝีเท้าข้างหน้าเขา มีคนอื่นอยู่ที่นี่

[ระวัง! .......ตรวจพบสนามพลังที่ไม่รู้จัก! ชิปกำลัง.....ชี่.....ขัดจังหวะ! สนามพลัง.....คือ.....]

แองเจเล่แทบไม่เข้าใจว่าซีโร่กำลังรายงานอะไร เสียงเหมือนถูกเสียงที่ไหนสักแห่งแทรกเข้ามาและเสียงของมันก็ไม่เหมือนเครื่องจักรอีกต่อไป

สายตาของแองเจเล่เบลออีกครั้ง มุมมองของเขาขยับไปมาระหว่างแสงสว่างและความมืด เขาคิดว่าเขากำลังยืนอยู่ในอุโมงค์แต่วินาทีต่อมาเขาก็เห็นห้วงอวกาศที่ไร้ที่สิ้นสุดข้างหน้าเขาอีกครั้ง

"บัดซบ! สถานที่นี้มันคืออะไรกันแน่" แองเจเล่สบถเสียงเบา

เขาหันไปและเริ่มวิ่งกลับ

เขาวิ่งด้วยความเร็วเต็มที่ในขณะที่อุโมงค์และอวกาศที่มืดมิดก็ยังคงกะพริบในสายตาของเขา หลังจากผ่านไปหลายนาทีเขาก็มาถึงทางออกและเขามองเห็นท้องฟ้าสีขาวสดใสข้างนอก

แองเจเล่วิ่งออกไป

"ข้าอยู่ที่ไหน..." เขาสงสัย เขามองไปรอบๆ

มีต้นไม้สีเขียวที่มีชีวิตชีวาและสายลมก็ทำให้ใบไม้สั่นไหวในอากาศ

"อุโมงค์ยังอยู่ที่นี่หรือ" แองเจเล่หันหัวกลับไปและมองเข้าไปในอุโมงค์ มันยังมืดอยู่

เขาวางแผนในใจดังนั้นเขาจึงกลับไปที่อุโมงค์

ชี่

ไม่มีอะไรขัดขวางชิปของเขาอีกต่อไป เขาเดินกลับไปที่บันไดหินและเขาก็มองเห็นหินสีดำที่ด้านนอกทางออก มันแสดงให้เห็นว่าทางออกนี้นำไปสู่นาฬิกาแดด

'มันเป็นภาพลวงตางั้นหรือ'

แองเจเล่ยกมือซ้ายและมองเห็นปีกบนฝ่ามือกำลังกระพือ มันดูเหมือนว่ามันใหญ่กว่าก่อนหน้านี้เล็กน้อย

[สนามพลังที่ไม่รู้จักไม่มีอีกต่อไป] ซีโร่รายงานด้วยเสียงจักรกล

ตราร้อนขึ้น มันดูดซับพลังงานบางอย่างที่ไม่รู้จักจากอากาศอย่างช้าๆ มันดูเหมือนว่าเลือดของฮาร์ปี้ช่วยแองเจเล่ต่อต้านภาพลวงตา อย่างไรก็ตามตราต้องใช้เวลาในการพัฒนาความต้านทานต่อภาพลวงตาที่ส่งผลต่อเขาที่นี่

แองเจเล่สงบลงและเดินลงบันไดอย่างรวดเร็ว

อุโมงค์เปียกและเขาได้กลิ่นเชื้อราในอากาศ

หลังจากผ่านไปชั่วครู่เขาก็เห็นชายที่คุ้นเคยปรากฏตัวในสายตาของเขา

มันเป็นเคอร์แมน มันมีแสงมาจากคบเพลิงของเขาที่เป็นเงากะพริบอยู่บนชุดคลุมสีเขียวของเขา มันดูเหมือนว่าชุดคลุมได้รับการออกแบบพิเศษและเคอร์แมนกำลังเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ

เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนและหันหัวกลับไปมองแล้วเห็นแองเจเล่ยืนอยู่และกำลังจ้องที่เขา

"เจ้ามาหาข้าด้วยตัวเองหรือ" เคอร์แมนดูแปลกใจ "เจ้ารู้ว่าเจ้าไม่สามารถเอาชนะข้าได้ใช่ไหม เจ้าโง่หรือเปล่า เจ้าเป็นพ่อมดทางการได้อย่างไร" เคอร์แมนล้อเลียนและเยาะเย้ย

"ตาย!"

แองเจเล่ไม่อยากเสียเวลาและโยนระเบิดหัวใจสีน้ำเงินไปที่เคอร์แมน

ตูมมม

มีหยดของของเหลวแช่แข็งสีน้ำเงินนับไม่ถ้วนกระจายผ่านอุโมงค์เมื่อระเบิดหัวใจระเบิดในอากาศ หลังจากผ่านไปหลายวินาทีผนังและพื้นก็เป็นสีน้ำเงิน

จบบทที่ ตอนที่ 180: ซากปรักหักพัง (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว