เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 46 พนักงานผมทอง

บทที่ 46 พนักงานผมทอง

บทที่ 46 พนักงานผมทอง 


บทที่ 46 พนักงานผมทอง

ยังไงหลินเฟิงก็ต้องอยู่ที่นี่อีกเป็นเดือน ขั้นพื้นฐานพวกนี้ต้องเข้าใจให้ถ่องแท้ ไม่อย่างนั้นคงโดนผู้จัดการหญิงหาเรื่องไม่เว้นแต่ละวันแน่

เจิ้งไฉ่เสวียนพาลูกค้าไปยังห้องส่วนตัว จากนั้นก็รับออเดอร์อาหาร

เมื่อรับออเดอร์เสร็จ ใบสั่งอาหารจะถูกส่งไปที่แผนกต้อนรับ ซึ่งแผนกต้อนรับจะเป็นคนแจ้งไปยังครัว

ขั้นตอนทั้งหมดนี้เสร็จเรียบร้อย หน้าที่ของเจิ้งไฉเสวียนก็ถือว่าจบแล้ว

หลินเฟิงสังเกตทุกอย่างมาตลอด

พบว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรใหญ่โต เพียงแต่สีหน้าของเจิ้งไฉ่เสวียนดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่

ก็เพราะเพิ่งโดนผู้จัดการด่าไปหมาดๆ รอยยิ้มที่ฝืนทำออกมาก็เลยดูไม่เป็นธรรมชาติ

ธุรกิจของโรงแรมไม่ดี อาจมีสาเหตุหลักๆ อยู่สามอย่าง

หนึ่งคือเรื่องบริการ สำหรับโรงแรมระดับติดดาวแบบนี้ บริการถือว่าสำคัญมาก

จากที่หลินเฟิงสังเกตมา บริการของที่นี่ก็พอใช้ได้ อย่างน้อยเจิ้งไฉ่เสวียนก็ทำหน้าที่ได้ดี ส่วนคนอื่นๆ ยังต้องดูไปก่อน

สองคือบรรยากาศการรับประทานอาหาร ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตกแต่งและบรรยากาศโดยรวม

การตกแต่งของที่นี่ถือว่าดีมาก อีกทั้งลูกค้าก็น้อย ทำให้บรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบ

สรุปแล้ว สภาพแวดล้อมในการทานอาหารถือว่าดี จึงไม่น่าจะใช่ปัญหานี้

สามคือรสชาติอาหาร หลินเฟิงจัดไว้ลำดับสุดท้าย เพราะโรงแรมระดับนี้ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องรสชาติ

แต่หลินเฟิงยังไม่ได้ลองด้วยตัวเอง จึงยังสรุปอะไรไม่ได้

พอรับลูกค้าชุดแรกเสร็จ หลินเฟิงกับเจิ้งไฉ่เสวียนก็กลับไปยืนประจำที่หน้าประตู

ตอนนั้นหลินเฟิงพูดขึ้นว่า “ขอตัวไปเข้าห้องน้ำหน่อยนะ”

เขาหาเรื่องเดินกลับเข้าไปด้านในโรงแรม แล้วมุ่งหน้าไปยังห้องครัว

ตอนนี้มีพนักงานหลายคนกำลังเดินไปเดินมาระหว่างห้องครัวกับห้องโถงเพื่อเสิร์ฟอาหาร

หลินเฟิงคิดว่าถ้าแอบเข้าไปหน่อย คงไม่มีใครสังเกต

ยิ่งรู้ข้อมูลมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี อาจจะเจอปัญหาที่ซ่อนอยู่

ห้องครัวของโรงแรมนี้กว้างขวาง มีเตาอยู่สิบกว่าหัว

แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้งาน เพราะตอนนี้ไม่มีลูกค้าเท่าไหร่

เห็นมีเชฟไม่กี่คนกำลังยุ่งอยู่ หลินเฟิงจึงตั้งใจจะเข้าไปสังเกตดูสักหน่อย เผื่อจะเจออะไรน่าสนใจ

ระหว่างนั้นเอง มีพนักงานคนหนึ่งถือจานอาหารเดินเข้ามาพร้อมพูดว่า “โต๊ะหมายเลขแปดขอคืนอาหาร บอกว่าสเต๊กสุกเกินไป เขาต้องการแบบมีเดียมแรร์”

ได้ยินแบบนั้นหลินเฟิงรีบขยับเข้าไป เพราะรู้สึกว่านี่แหละคือจุดสำคัญ

ถ้าอาหารยังทำออกมาไม่ดี ก็ไม่แปลกที่โรงแรมจะไม่มีลูกค้า

แต่หลินเฟิงยังเดินไปไม่ถึงดี ก็มีพนักงานชายอีกคนหนึ่งผมสีทองเดินเข้ามา คว้าจานไป แล้วตรงดิ่งไปหาเชฟคนหนึ่ง

เห็นพนักงานผมทองเอาจานปาใส่หน้าเตา แล้วต่อว่าเสียงดังว่า “นี่มันอะไรกัน? แค่สเต๊กชิ้นเดียวทำไม่ได้เรื่อง? ยังจะเรียกตัวเองว่าเชฟอีกเหรอ? เงินเดือนตั้งสูง ได้มาแล้วทำงานแค่นี้?”

“ขอโทษครับ... ขอโทษครับ ผมจะทำใหม่ทันที” เชฟที่ถูกต่อว่าดูยังอายุน้อย เมื่อโดนด่าแบบนี้ก็รีบขอโทษและบอกว่าจะทำใหม่ทันที

พอพนักงานผมทองได้ยินก็ด่าทันที “จะทำใหม่? ทำใหม่แล้วมันจบเหรอ? รู้ไหมว่านี่กระทบชื่อเสียงโรงแรมแค่ไหน? หักเงินเดือนอีกหนึ่งเดือน!”

ท่าทางพูดจาของหมอนี่ เรียกได้ว่าเหมือนผู้จัดการหญิงไม่มีผิด ทำเอาหลินเฟิงรู้สึกเอือมระอา

ไม่คิดเลยว่าแค่พนักงานเสิร์ฟคนหนึ่ง จะมีอำนาจขนาดนี้ในห้องครัว ตะคอกใส่เชฟเสียยกใหญ่ อีกฝ่ายดูเหมือนจะกลัวเขาเสียด้วยซ้ำ

ขณะทั้งสองกำลังปะทะคารม กลิ่นไหม้ก็เริ่มลอยคละคลุ้งไปทั่วห้องครัว

“แย่แล้ว!” เชฟที่ถูกด่าลนลานยกหม้อบนเตาขึ้นมา แต่ในหม้อก็มีแต่ของไหม้เกรียม ดูไม่ออกเลยว่าคืออะไร

เห็นดังนั้น พนักงานผมทองก็ด่าซ้ำ “ไอ้เวร แกทำอาหารเป็นไหมเนี่ย? ไหม้เกรียมขนาดนี้แล้ว หักอีกเดือน!”

พอโดนด่าชุดใหญ่ เชฟคนนั้นก็ยืนเงียบไม่พูดอะไร มือสั่นระริกลงมือทำอาหารใหม่อย่างเงียบๆ

“ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้อีก ก็เก็บของออกไปซะ!”

พนักงานผมทองพูดจบก็หันไปตวาดคนอื่นๆ ที่ยืนดูอยู่ “มองอะไร? ไม่ทำงานกันแล้วเหรอ? หรืออยากโดนเหมือนกัน?”

ทุกคนรีบแยกย้ายกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองทันที

“คนนี้ต้องมีปัญหาแน่” หลินเฟิงพึมพำกับตัวเอง

เขาไม่เข้าใจว่าทำไมถึงให้คนที่นิสัยแย่ขนาดนี้มาคุมงานในครัวแบบนี้

คนแบบนี้ทำลายบรรยากาศการทำงาน เชฟที่ทำอาหารดีๆ พอโดนด่าก็เสียขวัญ พอเสียขวัญก็ทำผิด พอผิดก็โดนด่า วนลูปไม่รู้จบ

“บางทีโรงแรมนี้ขายไม่ดีก็อาจเพราะหมอนี่ก็ได้”

หลินเฟิงคิด แต่ต่อให้เป็นแบบนั้น เขาก็ไม่มีสิทธิ์ไปยุ่งกับคนผมทองนี่อยู่ดี

เขาเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟธรรมดาเท่านั้น

ขณะที่หลินเฟิงกำลังคิดอยู่นั้น จู่ๆ เขาก็รู้สึกถึงสายตาอาฆาต

หลินเฟิงเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าพนักงานผมทองมายืนอยู่ตรงหน้าแล้ว

“ยืนทำบ้าอะไร? แอบอู้งานเหรอ? เอ๊ะ…หน้าใหม่เหรอ ไม่เคยเห็นหน้าเลย?” พนักงานผมทองถามด้วยท่าทางเหมือนผู้จัดการไม่มีผิด

“ผมเพิ่งมาใหม่ วันนี้วันแรกครับ” หลินเฟิงตอบไปตามตรง

“เหรอ งั้นตอนนี้ทำอะไรอยู่? ผู้จัดการไม่สั่งงานเหรอ?”

“สั่งแล้วครับ ผมแค่หาโอกาสเดินสำรวจดูพื้นที่งาน จะได้คุ้นเคยกับที่นี่” หลินเฟิงหาเหตุผลแบบขอไปที แต่ฟังแล้วก็ยังพอรับได้

ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนสีหน้าใส่ทันที “เดินสำรวจ? นี่มาทำงานหรือมาเที่ยว? ไม่อยากทำก็บอกตรงๆ อย่ามาเสียเวลาอยู่แบบนี้!”

หลินเฟิงแต่แรกก็คิดว่าควรพูดจากับคนที่อยู่มาก่อนให้ดีๆ หน่อย

แต่เจออีกฝ่ายพูดแบบนี้ เขาเองก็ไม่อยากยอม จึงย้อนถามกลับ “ฉันไม่เข้าใจ นายก็แค่พนักงานเสิร์ฟ ทำไมพูดจาแย่แบบนี้?”

ชุดยูนิฟอร์มแต่ละตำแหน่งในโรงแรมนี้ไม่เหมือนกัน คนตรงหน้าก็แต่งตัวแบบพนักงานเสิร์ฟทั่วไป

นี่แหละที่ทำให้หลินเฟิงสงสัย ทำไมพนักงานเสิร์ฟคนหนึ่งถึงวางอำนาจขนาดนี้

“ดูเหมือนแกยังไม่รู้สินะ แต่ก็เข้าใจได้ แกเพิ่งมา ฟังให้ดีล่ะ ฉันไม่เหมือนพวกแกหรอก ฉันได้รับคำสั่งจากผู้จัดการมาโดยตรง ให้มาคุมพวกแก ฉันก็คือตัวแทนผู้จัดการ!” พนักงานผมทองพูดพลางเชิดหน้าใส่หลินเฟิงอย่างถือดี

“อีกแล้ว ผู้จัดการคนนี้มีเบื้องหลังอะไรนักหนา?” หลินเฟิงเริ่มสงสัยขึ้นมา เพราะทุกอย่างดูจะเกี่ยวข้องกับผู้จัดการหญิงหมด

หลังจากโดนด่าไปชุดใหญ่ หลินเฟิงก็กลับไปทำงานที่หน้าประตูโรงแรมต่อ

ตอนนั้นเป็นเวลาสามทุ่มแล้ว

ช่วงพีคของการรับประทานอาหารก็ผ่านไป โรงแรมกลับมาเงียบเหงาอีกครั้ง

แต่ถึงช่วงพีค ร้านนี้ก็แทบไม่มีลูกค้า หลินเฟิงมั่นใจว่าโรงแรมนี้คงอยู่ได้อีกไม่นาน

พอถึงเวลาเลิกงาน หลินเฟิงก็ไปที่ห้องพักพนักงาน เปลี่ยนชุดเตรียมตัวกลับบ้าน

จบบทที่ บทที่ 46 พนักงานผมทอง

คัดลอกลิงก์แล้ว