เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 58 ซิมโฟนีแห่งวิทยาลัยดนตรี (ฟรี)

บทที่ 58 ซิมโฟนีแห่งวิทยาลัยดนตรี (ฟรี)

บทที่ 58 ซิมโฟนีแห่งวิทยาลัยดนตรี (ฟรี)


ชิบหายแล้ว!

หลินเทียนสบถในใจว่าไม่ดีแน่ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ทำอะไร

“เฮี้ย! พูดว่าโรงเรียนไหนกระจอกวะ?!”

เหล่านักศึกษาตรงหน้ากลับชูมือขึ้นสูงด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน

“เดี๋ยวนะ มาทัวร์วิทยาลัยเราแล้วมาบอกว่าวิทยาลัยเราห่วยเนี่ยนะ?!”

“พ่อเอ็งสิ ไอ้เด็กม.ปลายเวรทำเป็นอวดดี! สอบให้ติดก่อนค่อยมาพูด!”

“ถึงกูจะด่าโรงเรียนเฮงซวยนี่ทุกวันก็จริง แต่โรงเรียนของกู มีแค่กูเท่านั้นที่ด่าได้!”

“...”

เมื่อเห็นว่าการทักทายด้วยวาจาของเหล่านักศึกษานั้นร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ และพร้อมจะเปลี่ยนเป็นการทักทายด้วยกายภาพได้ทุกเมื่อ...

หลินเทียนรู้สึกได้ทันทีว่าสถานการณ์ไม่สู้ดี เขาคว้ามือของกานเหยียนหยี่แล้วตะโกนลั่น:

“วิ่ง!”

พูดจบก็พุ่งตัววิ่งร้อยเมตรไปอีกทางทันที!

“...”

เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนวิ่งหนีไป เหล่านักศึกษาก็ยืนงงเป็นไก่ตาแตก

นี่... หนีไปดื้อๆ เลยเหรอ?

เฮ้ย?! นี่แกแอบเข้ามาขโมยของในมหาลัยรึไง?

ในไม่ช้า เหล่านักศึกษาก็สังเกตเห็นว่าสถานที่ที่คนทั้งสองเพิ่งจะไปยืนดูมา คือกำแพงแห่งเกียรติยศของวิทยาลัย...

ทั้งสองคนใช้เวลาด้อมๆ มองๆ อยู่ตรงนี้นานขนาดนี้...

“คงไม่ได้ขโมยถ้วยรางวัลไปหรอกนะ?!”

ไม่รู้ว่าเป็นใครที่ตะโกนขึ้นมา แต่กลุ่มนักศึกษาพลันตื่นตัวขึ้นมาทันที

ถ้วยรางวัลเยอะขนาดนี้ ก็มองไม่ออกด้วยสิว่ามีอันไหนหายไปรึเปล่า

เรื่องแบบนี้ กันไว้ดีกว่าแก้

“เชี่ย! ตามไป!!”

ด้วยความคิดที่ว่าตามไปดูก่อนแล้วค่อยว่ากัน นักศึกษาคนหนึ่งที่ใจกล้าพอตัวก็ตะโกนลั่นและวิ่งนำไปเป็นคนแรก

กลุ่มนักศึกษาชายต่างขานรับและวิ่งตามไปติดๆ

เดี๋ยวสิ พวกเขาตามมาทำไม?

พอเห็นกลุ่มนักศึกษาที่วิ่งตามมาอย่างเอาเป็นเอาตาย หลินเทียนเองก็งงเหมือนกัน

ถึงเมื่อกี้เขาจะพูดจาพลาดไปหน่อยก็จริง แต่มันไม่น่าจะถึงขั้นต้องวิ่งไล่กระทืบกันเลยไม่ใช่เหรอ?!

แต่เขาก็ไม่กล้าหันกลับไปดูให้แน่ใจ และยิ่งไม่กล้าปล่อยให้โดนตามทัน

ทำได้แค่วิ่งไปก่อนเท่านั้น

สมแล้วที่เป็นเด็กม.ปลายสองคนที่หมั่นออกกำลังกายด้วยการวิ่งจ็อกกิ้งตอนกลางคืนอยู่บ่อยๆ

เหล่านักศึกษาพวกนี้ที่เอาแต่อุดอู้อยู่ในหอพัก รู้จักแค่เล่นเกมกับช่วยตัวเอง ยังตามพวกเขาสองคนไม่ทันจริงๆ

ทั้งสองคนวิ่งสุดชีวิตไปตามทางเดินโดยมีคนกลุ่มหนึ่งวิ่งไล่ตามอยู่ข้างหลัง เมื่อวิ่งผ่านห้องเรียนวงออร์เคสตรา ก็มีเสียงดนตรีแซกโซโฟนที่แสนจะแพรวพราวเล็ดลอดออกมา มันคล้ายกับเพลงประกอบฉากที่ทอมไล่จับเจอร์รี่’ อย่างมาก ทำให้บรรยากาศในวิทยาลัยอบอวลไปด้วยความตลกขบขัน

เมื่อวิ่งผ่านห้องเรียนขับร้อง ก็มีเสียงสูงของวงประสานเสียงดังกังวานออกมาอย่างโอ่อ่าและยิ่งใหญ่ ราวกับโซฟี่กำลังตะโกนบอกให้อุลตร้าแมนคนแรกจงลืมตาขึ้นมา ช่วยเพิ่มสีสันแห่งตำนานให้กับการวิ่งหนีของคนทั้งสอง

เมื่อวิ่งผ่านห้องเรียนวิชาทั่วไปที่อาจารย์ข้างในกำลังอ่านสไลด์ PPT อยู่ กลุ่มคนในห้องก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายข้างนอก จึงพากันชะโงกหน้าออกมาด้วยความสงสัยเพื่อมองหาต้นตอของเสียงโหวกเหวกไล่ตีกันบนทางเดิน...

สรรพเสียงนานาชนิดได้หลอมรวมกันเป็นบทเพลงซิมโฟนีที่ยอดเยี่ยมที่สุดของวิทยาลัยดนตรีในวันนี้

และหลินเทียนผู้ซึ่งวิ่งนำอยู่ข้างหน้า ก็เปรียบเสมือนวาทยกรผู้ควบคุมบทเพลงซิมโฟนีบทนี้นั่นเอง

กานเหยียนหยี่วิ่งตามฝีเท้าของวาทยกรไปพลาง สัมผัสได้ถึงข้อมือของตัวเองที่ถูกหลินเทียนกุมไว้อย่างแน่นหนา

ขณะมองแผ่นหลังของเด็กหนุ่ม หัวใจของกานเหยียนหยี่ก็เต้นรัวเร็วตามไปด้วย

ไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายใดๆ เพิ่มเติม เพียงแค่คำว่า “วิ่ง” คำเดียว เขาก็พร้อมจะพาเธอทะยานไปข้างหน้าท่ามกลางท่วงทำนองที่พวกเขาชื่นชอบ...

เมื่อนึกถึงท่าทีของหลินเทียนเมื่อครู่ ที่บอกว่าจะพยายามไปพร้อมกับเธอ

หัวใจของหญิงสาวก็เปี่ยมล้นไปด้วยความรู้สึกตื้นตัน

หากจะบอกว่าครั้งก่อนที่บ้านของหลินเทียน คำพูดที่ว่า “เรามาพยายามสอบเข้ามหาลัยด้วยกันเถอะ” เป็นเพียงแค่คำพูดสวยหรูที่เขาพูดเพื่อให้กำลังใจเธอ

ถ้าอย่างนั้น ในวินาทีนี้ ที่หลินเทียนจูงมือของกานเหยียนหยี่แล้ววิ่งไปข้างหน้าด้วยกัน...

ทั้งสองก็ได้มีอนาคตร่วมกันแล้ว

นั่นก็คือ การสอบเข้าวิทยาลัยดนตรีด้วยกัน!

เหล่านักศึกษาที่วิ่งไล่ตามอาจจะมีสมรรถภาพร่างกายไม่ดีนัก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าสมองของพวกเขาไม่ดีไปด้วย

ในไม่ช้า พวกเขาก็เริ่มแบ่งกำลังเพื่อล้อมจับหลินเทียนจากสองทาง

หลินเทียนจึงฉวยโอกาสพากานเหยียนหยี่วิ่งขึ้นไปชั้นบน

พอถึงหัวมุมหนึ่งบนชั้นสาม เขาก็อาศัยจังหวะหลบจากมุมอับสายตาของเหล่านักศึกษา

จากนั้นก็กระชากประตูห้องเปียโนที่ไม่มีคนอยู่ให้เปิดออก แล้วพากานเหยียนหยี่วิ่งเข้าไปข้างใน

ประตูปิดลง เสียงจอแจจากข้างนอกค่อยๆ เลือนหายไป

หลินเทียนถอนหายใจอย่างโล่งอก

เขามองไปทางกานเหยียนหยี่ หญิงสาวกำลังหอบหายใจอย่างหนัก หน้าผากชุ่มไปด้วยเหงื่อ

“เธอไม่เป็นไรนะ?”

เมื่อนึกขึ้นได้ว่ากานเหยียนหยี่เป็นโรคหอบหืด หลินเทียนก็รีบถามด้วยความป็นห่วง

“ไม่เป็นไร” หญิงสาวใช้มือพยุงหน้าอก เพียงครู่เดียวอาการก็ดีขึ้นจนเป็นปกติ เธอพูดเสียงเบา “ช่วงนี้ฉันวิ่งบ่อยๆ การออกกำลังกายระดับนี้ยังพอรับไหวอยู่”

หลินเทียนก้มหน้าลง แล้วเพิ่งจะรู้ตัวว่าเขายังคงจับข้อมือของกานเหยียนหยี่อยู่

เขาจึงรีบปล่อยมือทันที

ทั้งสองสบตากัน และทันใดนั้นเอง—

“ฮ่ะ!”

ทั้งคู่ก็หลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน

“นายเนี่ยเกินไปจริงๆ เลยนะ อยู่ในโรงเรียนคนอื่นแท้ๆ ยังจะพูดนินทาเขาเสียงดังอีก ดูสิ! เกือบโดนกระทืบแล้วเห็นบ่!” กานเหยียนหยี่ป้องปากหัวเราะอย่างเอียงอาย

มะ มะ มะ ไม่รู้ว่ายัยเด็กนี่ไปติดคำลงท้ายแบบนี้มาจากไหนกัน!

“ฉันจะไปรู้ได้ไงล่ะว่าบังเอิญเจอพวกเขาตอนเลิกเรียนพอดี”

หลินเทียนเองก็กลั้นขำไว้ไม่อยู่เหมือนกัน หลักๆ แล้วเป็นเพราะเมื่อกี้ทั้งสองคนคุยกันเพลินจนลืมตัวไปหน่อย เผลอไผลจนไม่ได้สังเกตสิ่งรอบข้าง

การไปพูดจาไม่ดีเกี่ยวกับโรงเรียนของเขาต่อหน้านักศึกษา ก็เหมือนกับการไปเปิดอัลติต่อหน้าศัตรูซึ่งๆ หน้า

ถ้าโดนกระทืบขึ้นมาจริงๆ ก็คงจะโทษใครไม่ได้เลย

“พวกเธอสองคน...”

ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านข้าง

ทั้งสองชะงักแล้วหันไปมอง

บนเวทีหน้าห้องเรียน ตรงหน้าเปียโนหลังหนึ่ง...

เกาเจิ่นหยางกำลังมองมาที่พวกเขาสองคนด้วยสีหน้างุนงง

ข้างๆ เขายังมีนักศึกษาอีกสามคนอยู่ด้วย

หลินเทียนเพิ่งจะพูดไปหยกๆ ว่าเวลาตั้งใจคุยอะไรมักจะไม่ทันสังเกตสิ่งรอบข้าง ไม่คิดว่าจะหน้าแตกซ้ำสองเร็วขนาดนี้

ที่แท้เมื่อกี้ตอนอยู่ข้างนอก เขามองเห็นแค่ว่าไม่มีใครอยู่ตรงที่นั่งนักเรียน แต่ไม่ได้มองไปที่เวทีหน้าห้อง

“...”

“อาจารย์เกาครับ!”

หลินเทียนไหวตัวทัน เขาเดินเข้าไปทักทายทันที

กานเหยียนหยี่ก็รีบจัดแจงตัวเองแล้วเดินตามหลังหลินเทียนไป

“เมื่อกี้ข้างนอกมีเสียงอะไรกันเหรอ?”

เกาเจิ่นหยางอดถามไม่ได้

“ไม่ทราบเหมือนกันครับ น่าจะมีทีมไหนชนะการแข่งขันเกมอะไรสักอย่างมั้งครับ?”

“อ้อ อย่างนี้นี่เอง”

เกาเจิ่นหยางเข้าใจในทันที ทุกปีพอถึงช่วงเวลานี้ ก็มักจะมีพวกนักศึกษาออกมาฉลองแชมป์การแข่งขันเกมแล้วเดินขบวนไปทั่วโรงเรียนจริงๆ นั่นแหละ...

“ฉันกำลังสอนนักศึกษาสองสามคนอยู่พอดี ว่าจะให้พวกเธอรออยู่ข้างล่างสักสิบนาที ไม่คิดว่าพวกเธอจะขึ้นมากันเองซะก่อน”

เกาเจิ่นหยางพูดพลางหันไปมองนักศึกษาทั้งสามของเขา

“งั้นวันนี้เอาไว้แค่นี้ก่อนแล้วกันนะ มีอะไรไม่เข้าใจค่อยมาถามคาบหน้า ตอนนี้ครูมีธุระนิดหน่อย”

“ครับ/ค่ะ”

ผู้ชายที่สวมแว่นตากรอบเหลี่ยมซึ่งดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่มถามขึ้น “แล้วการบ้านเปียโนของผมล่ะครับอาจารย์...”

“พรุ่งนี้เย็นๆ ค่อยมาเล่นให้ครูฟังที่นี่ก็ได้”

“ครับ”

หลังจากสั่งงานนักศึกษาทั้งสามเสร็จ เกาเจิ่นหยางที่ในที่สุดก็จัดการธุระของตัวเองเรียบร้อยก็หันกลับมามองหลินเทียนและกานเหยียนหยี่

“อาจารย์หลินเทียน อาจารย์กานเหยียนหยี่ ให้รอนานเลยนะครับ... เชิญนั่งก่อน”

สิ้นเสียงนั้น นักศึกษาทั้งสามคนที่เพิ่งจะหันหลังกลับไปก็ถึงกับตกตะลึง

พวกเขารีบหันขวับกลับมามองหลินเทียนและกานเหยียนหยี่

อาจารย์เกา... เรียกคนสองคนนี้ว่าอะไรนะ... อาจารย์เหรอ?!

นี่มันเป็นคำเรียกที่คนในวงการดนตรีใช้เรียกเพื่อนร่วมอาชีพไม่ใช่เหรอ?!

“อาจารย์ครับ พวกเขาคือ...” ชายหนุ่มแว่นกรอบเหลี่ยมอดถามไม่ได้

“เป็นอาจารย์ที่เก่งมากๆ สองคนเลยล่ะ ตอนนี้ยังอยู่ ม.6 กันอยู่เลยนะ” เกาเจิ่นหยางไม่ได้ปิดบังอะไร เขาแนะนำพลางยิ้ม

เด็ก ม.6?!

ชายหนุ่มแว่นตาทั้งตกใจยิ่งกว่าเดิม

เขามองสำรวจคนทั้งคู่อีกครั้ง มองอย่างไรก็รู้สึกเหมือนเป็นเรื่องล้อเล่น

นักเรียนดนตรีที่สามารถสอบเข้ามาในวิทยาลัยแห่งนี้ได้ มีใครบ้างที่จะไม่มั่นใจในฝีมือการเล่นของตัวเองเมื่อเทียบกับคนในวัยเดียวกัน?

ทุกคนต่างก็เรียนเครื่องดนตรีกันมาหลายปี บางคนถึงกับเริ่มฝึกมาตั้งแต่สมัยประถมด้วยซ้ำ

แล้วนี่อะไรเด็กม.ปลายสองคนนี้ ได้อยู่ในระดับเดียวกับอาจารย์ของพวกเขาแล้วเหรอ?

“...”

“อาจารย์เกาคะ พวกเราจะเริ่มบรรเลงกันเลยไหมคะ?” กานเหยียนหยี่ถาม

“อืม”

เกาเจิ่นหยางลุกขึ้นแล้วยกเก้าอี้ของตัวเองให้หลินเทียนนั่ง จากนั้นกานเหยียนหยี่ก็รูดซิปกระเป๋าเชลโล่แล้วนำเครื่องดนตรีของเธอออกมา

ราวกับนึกอะไรขึ้นได้ เกาเจิ่นหยางก็เรียกนักศึกษาทั้งสามคนไว้ทันที

“เอาอย่างนี้แล้วกัน พวกเธอยังไม่ต้องไป อยู่ดูการบรรเลงของอาจารย์ทั้งสองคนก่อน!”

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 58 ซิมโฟนีแห่งวิทยาลัยดนตรี (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว