เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 117: แนวคิด (2)

ตอนที่ 117: แนวคิด (2)

ตอนที่ 117: แนวคิด (2)


แองเจเล่กำลังอ่านข้อมูลที่อควาสอนเขาในขณะที่เดิน แม้ว่าพวกเขาจะไม่มีเวลามากนักแต่อควาก็ยังบอกกระบวนการให้เขามากที่สุดและของที่เขาให้แองเจเล่เป็นหนังสือเล็กๆที่บันทึกวิธีการเรียนรู้ของระบบคาถาโลหะ นอกจากนี้มันยังมีหนังสือที่อควาจดบันทึกไว้

มันเป็นพฤติกรรมที่พบได้บ่อยๆสำหรับพ่อมดฝึกหัดที่มีหนังสือบันทึกเพราะพวกเขาไม่ได้มีที่จัดเก็บในสมองของเขาเหมือนที่แองเจเล่มี พวกเขาต้องทบทวนข้อมูลที่พวกเขาบันทึกไว้ในหนังสือบันทึกเมื่อมันถึงเวลาจำเป็น

แองเจเล่ไปถึงประตูเมืองเอ็มม่าอย่างรวดเร็ว มีรถม้าและนักเดินทางมากมายที่รอตรวจสอบโดยทหารยามของเมือง

มีทหารยามหลายคนจากตระกูลนันแนลลี่ที่สังเกตเห็นแองเจเล่และพวกเขาก็รายงานไปยังเคลลี่ แองเจเล่เดินดูร้านขายเร่สักพักหนึ่งและกลับไปที่คฤหาสน์ของตระกูลนันแนลลี่

*********************

"อะไรนะ" ไหล่ของเคลลี่มีผ้าพันแผล เธอลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ด้วยความโกรธ เสียงแหลมสูงของเธอทำให้แม่บ้านหลายคนที่อยู่ข้างนอกประตูสนใจที่ตอนนี้กำลังมองผ่านหน้าต่างอย่างอยากรู้อยากเห็น

"ท่านแองเจเล่ท่านต้องล้อข้าเล่นแน่ๆ" เคลลี่พูดด้วยอาการที่สงบลงเล็กน้อย

เคลลี่และแองเจเล่เป็นคนสองคนในห้องโถงและแองเจเล่จิบชานมพิเศษที่แม่บ้านนำมาให้เขา

"ข้าไม่ได้ล้อเล่น" แองเจเล่ลงถ้วยแก้วลง "ข้าได้สิ่งที่ข้าต้องการแล้ว ตระกูลสตีเฟ่นตอบสนองต่อความต้องการของข้าและเสนอสิ่งพิเศษให้ข้าดังนั้นข้าจึงตัดสินใจที่จะไม่ยุงกับการต่อสู้ระหว่างตระกูลนันแนลลี่และตระกูลสตีเฟ่น เจ้าสงสัยการตัดสินใจของข้างั้นหรือ"

"ข้า.....ข้าไม่....." สีหน้าของเคลลี่ซีดลงและเสียงของเธอก็สั่น เธอพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะสงบลง "ถ้าท่านตัดสินใจแล้วข้าก็จะจัดรถม้าให้กับท่าน"

"ไม่เป็นไร ข้าจะอยู่ที่นี่อีกหลายวัน ข้ายังมีบางสิ่งที่ต้องจัดการ นอกจากนี้ข้าได้ยินมาว่าจะมีงานเฉลิมลองในเมือง ข้าค่อนข้างสนใจ" แองเจเล่ยิ้มอย่างใจเย็น

"ขอให้สนุก" เคลลี่พูด

"ข้าขอโทษจริงๆ" แองเจเล่ลุกขึ้นยืนและออกจากโถงประชุม

เขาได้ยินเสียงถ้วยแก้วแตกบนพื้นขณะที่เขาปิดประตู

****************

สามวันต่อมา....

ในช่วงเช้าตรู่

ถนนเป็นสีเทา มีบ้านหลังเล็กๆที่สร้างจากอิฐสีเข้มอยู่มุมหนึ่งและมีควันสีขาวออกมาจากปล่องไฟด้านบน ประตูไว้ของบ้านเป็นสีดำตกแต่งด้วยดอกไม้สีขาวขนาดเล็ก

มีชายร่างสูงสวมเสื้อคลุมสีดำยืนอยู่หน้าบ้านเขาสวมหมวกสีดำ ถนนนั้นว่างเปล่าและมีลมเย็นๆพัดมา รถม้าสีดำผ่านไปอย่างช้าๆ มีเสียงกระดิ่งดังมาจากรอบคอของม้าที่น่ารำคาญเล็กน้อย

ชายหนุ่มถอดหมวกออก เขามีผมน้ำตาลสั้นที่กำลังถูกสายลมพัด ชายคนนี้คือแองเจเล่

รถม้าหายไปที่มุม แองเจเล่ปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้าของเขาด้วยหมวกและเคาะประตู

ก๊อกๆ

เขารอสักครู่แต่ไม่มีใครตอบ

"มีใครอยู่ไหม" แองเจเล่ถามเสียงเข้มและเคาะประตูอีกครั้ง

"กำลังไป...." ในที่สุดก็มีคนตอบ

แอ๊ดด

ประตูเปิดออกและมีชายวัยกลางคนที่มีผมสีดำปรากฏตัวข้างประตู เขามีรอยยิ้มบนใบหน้า

"เจ้าคือใคร" แองเจเล่เป็นคนแปลกหน้าดังนั้นชายคนนั้นจึงหยุดยิ้ม

"ข้าเป็นเพื่อนของกอนดอร์ ข้าขอเข้าไปได้ไหม" แองเจเล่ยิ้ม

"แน่นอน" ชายคนนั้นพยักหน้าและยิ้มอีกครั้ง

เขาหันกลับไปและตะโกน "กอนดอร์ เพื่อนของเจ้ามา"

"ข้ากำลังไป" เสียงของกอนดอร์ดังมาจากในบ้าน

แองเจเล่ได้รับเชิญให้เข้าไปในบ้านและเขาก็เริ่มตรวจสอบรอบๆ

พื้นเป็นพื้นไม้สีแดงและมีเตาผิงที่มีเปลวไฟอยู่ภายใน มีโต๊ะไม้ขนาดเล็กอยู่กลางห้องนั่งเล่นที่มีเก้าอี้ล้อมรอบ มีดอกไม้สีขาวหลายดอกอยู่ตรงกลางโต๊ะ

ในห้องนั่งเล่นแทบจะไม่มีการตกแต่งใดๆแองเจเล่เห็นเพียงภาพวาดที่อยู่เหนือเตาผิงเท่านั้น มีอัศวินที่กำลังก้าวข้างหน้าบนทุ่งหญ้าพร้อมกับม้าของเขา ภาพวาดสีขาวดำมีสีไม่ค่อยสมดุล

ชายวัยกลางคนดูคล้ายกับกอนดอร์ เขาเม็ดมือของเขาด้วยผ้ากันเปื้อนสีขาวที่เขาสวมอยู่

"นั่งก่อนสิ กอนดอร์กำลังมา ข้าต้องเข้าครัว"

"ขอบคุณครับ" แองเจเล่พยักหน้าอย่างสุภาพและนั่งลงบนเก้าอี้

มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาจากห้องนอนทางขวามือในขณะที่ชายคนนั้นเดินเข้าไปในครัว เธอสวมชุดนอนสีเทา ดูเหมือนว่าเธอเพิ่งจะนอนไปไม่กี่นาที

"เรา...มีแขกมาหรอคะ" เด็กผู้หญิงอายุประมาณสี่หรือห้าปี ผมสีดำของเธอยาวถึงเอวมันยุ่งเล็กน้อย เธอกำลังถูตาข้างหนึ่งของเธอด้วยมือขวาและเธอดูง่วงนอน

"เขาเป็นเพื่อนของพี่ชายของเจ้า" เสียงของชายคนนั้นดังมาจากห้องครัว

เด็กผู้หญิงจ้องที่แองเจเล่ด้วยความอยากรู้และถาม "พี่ของข้าอยู่ไหน"

"ในห้องของเขา ไปบอกเขาว่าอาหารกลางวันเกือบเสร็จแล้ว"

"ค่ะ"

เด็กผู้หญิงเริ่มเดินไปทางห้องนอนที่อยู่ซ้ายมือของเธอแต่เธอก็สะดุดเท้าตัวเอง

 

ใบหน้าของเด็กผู้หญิงได้โดนพื้น

"แม่ หัวของข้า" เด็กผู้หญิงร้องไห้เสียงดังด้วยความเจ็บ

แองเจเล่พูดไม่ออก เขาไม่ได้เห็นคนสะดุดเท้าตัวเองนานแล้ว....

กอนดอร์เปิดประตูและเดินออกมาจากห้องนอนของเขา เขาเงยหน้าขึ้นและสังเกตเห็นแองเจเล่ทันที ดูเหมือนว่าเขาตกใจที่เห็นแองเจเล่ในบ้านของเขา

"ทำไมท่านถึงมาที่นี่" กอนดอร์ละเลยน้องสาวของเขาที่กำลังร้องไห้และมองไปที่แองเจเล่ "โอ้ ใช่แล้ว ท่านมาที่นี่เพื่อสิ่งที่อาจารย์ของข้าได้เตรียมไว้ให้ท่านใช่ไหม"

กอนดอร์นึกถึงข้อตกลงที่พวกเขามีในป่า อควาได้ให้สัญญากับแองเจเล่เกี่ยวกับคำอธิบายอย่างละเอียดของรูปแบบคาถาโลหะที่เขียนไว้

"ไปช่วยน้องสาวของเจ้าลุกขึ้นก่อนเถอะ" แองเจเล่ชี้ไปเด็กผู้หญิงที่กำลังร้อง

"โอ้...." กอนดอร์เดินไปหาน้องสาวของเขาทันทีและช่วยเธอลุกขึ้น เขาตบเบาๆไปที่หัวของเธอและลูบหน้า

มันใช้เวลาสักพักหนึ่งก่อนที่เธอจะหยุดร้องไห้และกอนดอร์ก็ดูโล่งใจ

"โปรดรอที่นี่ ข้าจะไปเอามาให้" กอนดอร์ลุกขึ้นยืนและพูด เขากลับไปที่ห้องของเขาแล้วคว้าหนังสือหนังเล่มบางๆที่มีปกสีน้ำตาล

กอนดอร์เดินมาทางแองเจเล่และยื่นหนังสือให้เขา

แองเจเล่คว้าที่หนังสือและเริ่มดู ตัวหนังสือไม่ได้ทำมาดีมากนัก มันไม่มีการตกแต่งบนหน้าปกของมัน ชื่อเขียนด้วยหมึกสีดำว่า'พื้นฐานของคาถาโลหะ'

หนังสือเขียนด้วยภาษาไบรันโบราณซึ่งเป็นภาษาที่ผู้คนทั่วไปเรียกว่าภาษาของปีศาจเพราะผู้คนเชื่อว่าภาษาไบรันมีพลังลึกลับอยู่ ตัวหนังสือของภาษาไบรันมีรูปร่างแปลกๆและบางครั้งพวกมันก็จัดเรียงตัวเองเป็นรูนพิเศษหรือรูปแกะสลัก

ชื่อถูกเขียนด้วยภาษาไบรัน คำดูเหมือนตะขาบสีดำที่บิดเบี้ยวและมีตาสีแดงอยู่ตรงกลางของตะขาบ มันจ้องมองมาที่ใครก็ตามที่พยายามเปิดหนังสือ แองเจเล่พบว่ามันแปลกและน่ากลัวเล็กน้อย

แองเจเล่กดไปที่หนังสือเบาๆ มันนุ่มและบาง เขาไม่แน่ใจว่ามันเป็นหนังของอะไร หนังสือนี้ให้ความรู้สึกเหมือนกองเสื้อผ้ามันเบามาก

"เยี่ยม ขอบคุณ ตอนนี้ข้าจะไปแล้ว" แองเจเล่ลุกขึ้นยืน

"เดี๋ยวก่อน ท่านจะรังเกียจการทานอาหารกลางวันกับพวกเราหรือไม่" กอนดอร์พูด "พ่อขอข้าเป็นพ่อครัวชั้นเยี่ยม ข้าเชื่อว่าท่านจะพบว่าอาหารของพ่อมีเสน่ห์ แม้กระทั่งคนแคระที่จู้จี้จุกจิกก็ชอบทักษะการทำอาหารของพ่อข้า"

"คนแคระ เจ้าหมายถึงฮาล์ฟลิ่งงั้นหรือ" แองเจเล่ยิ้ม

"ใช่ๆ ฮาล์ฟลิ่ง" กอนดอร์หัวเราะและเกาหัวของเขา เขาดูราวกับเด็กที่ไร้เดียงสา แม้ว่าเขาจะอายุเท่ากับแองเจเล่ก็ตาม

หนังสือเล่มนี้เป็นเหตุผลเดียวที่แองเจเล่มาเยี่ยมกอนดอร์ แต่ครอบครัวของเขาก็ใจดีทำให้แองเจเล่ตัดสินใจที่จะร่วมกินอาหารกลางวันกับพวกเขา แองเจเล่อยากรู้เรื่องครอบครัวของกอนดอร์

พวกเขานั่งเก้าอี้ข้างโต๊ะในห้องนั่งเล่น อาหารวางอยู่บนโต๊ะ

อาหารจานแรกเป็นกะหล่ำปลีม้วนโรยด้วยงาดำและมันหอมมาก นอกจากนี้ยังมีแผ่นเครปสีทอง พวกมันถูกตัดเป็นรูปสามเหลี่ยมและมีผักสีเขียวและเนื้อสับอยู่ นอกจากนี้ยังมีจานฟัวกราที่มีซอสสีดำและชามสลัดที่มีผักหลากหลายชนิด

มีจานเล็กๆและชามอยู่ข้างหน้าแองเจเล่ มีช้อนส้อมที่ทำด้วยเงินวางอยู่ข้างๆพวกมัน กลิ่นของอาหารทำให้แองเจเล่หิวเล็กน้อย

"ลองดูนี่สิ" พ่อของกอนดอร์ตักอาหารใส่จานของแองเจเล่ "เจ้าควรมาเยี่ยมพวกเราบ่อยๆ กอนดอร์แทบจะไม่เชิญเพื่อนของเขามาที่บ้านของพวกเรานับตั้งแต่ที่แม่ของเขาจากไป เจ้าและวินนี่เป็นเพียงคนสองคนที่มาเยี่ยมพวกเรา"

แองเจเล่พูดไม่ออก จานของเขาเต็มไปด้วยเครป

"ขอบคุณครับ ข้าไม่ได้กินมากขนาดนี้" แองเจเล่ไม่เคยได้รับการปฏิบัติด้วยความใจดีเช่นนี้

น้องสาวของกอนดอร์กำลังเคี้ยวกะหล่ำปลีม้วนขณะที่มองมาที่แองเจเล่ด้วยความอยากรู้

กอนดอร์ไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแค่กินอาหารไปเรื่อยๆ มันใช้เวลาไม่กี่นาทีในการกินเครปประมาณ 500 กรัมเสร็จ

แองเจเล่กินอาหารที่จานของเขาอย่างช้าๆ มันอร่อยมากและซีโร่บอกเขาว่าอาหารไม่มียาพิษเมื่อเขาวางเครปไว้ในปาก

มันดูเหมือนว่าพ่อของกอนดอร์ไม่สนใจว่าเขาเป็นใครทำให้แองเจเล่รู้สึกพูดไม่ออกอีกครั้ง

พ่อและน้องของกอนดอร์อาจจะไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นในป่าแต่กอนดอร์รู้ เขาดูแลแองเจเล่เหมือนเพื่อนแท้และดูเหมือนว่าเขาเชื่อว่าแองเจเล่เป็นคนที่ดีมาก แองเจเล่กังวลเล็กน้อยกับความไร้เดียงสาและความใจดีของกอนดอร์ที่จะนำเขาไปสู่ความตายในสักวันหนึ่ง

ในที่สุดแองเจเล่ก็ตระหนักว่านี่คือสภาพแวดล้อมของครอบครัวที่ใจดีทำให้กอนดอร์เป็นคนเชื่อคนง่าย

จบบทที่ ตอนที่ 117: แนวคิด (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว