เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 149 ศาลาภูเขาอันบอบบาง

บทที่ 149 ศาลาภูเขาอันบอบบาง

บทที่ 149 ศาลาภูเขาอันบอบบาง


บทที่ 149 ศาลาภูเขาอันบอบบาง

เจิ้งซวนพยักหน้าและไม่ได้พูดอะไรอีก เขาหันกลับไปและพาทั้งสองเข้าไปในบ้าน

การตกแต่งภายในบ้านไม่ได้หรูหราตามที่เป่ยเฟิงคิดไว้ การออกแบบบ้านหลังนี้ไม่ใช่สไตล์ยุโรป แต่เป็นจีนดั้งเดิม ทำให้รู้สึกถึงความงดงามที่ถูกปิดผนึกไว้มาหลายร้อยปี

เป่ยเฟิงรู้สึกราวกับว่าได้เดินเข้าไปยังวิถีชีวิตคนจีนแบบดั้งเดิม ความคิดเรื่องต่าง ๆ และความยุ่งเหยิงเรื่องไร้สาระถูกลืมไปทั้งหมด เขารู้สึกราวกับว่ากำลังนั่งจิบชาเบา ๆ มันให้ความรู้สึกสวยงามและอ่อนโยนไปพร้อม ๆ กัน

การออกแบบภายในบ้านเหมือนมีแก่นแท้ของบ้านจีนสมัยดั้งเดิมและมันยังคงรักษารูปแบบศิลปะเอกลักษณ์เฉพาะเอาไว้ มันดูหรูหราแต่ก็เรียบง่าย มันมีสไตล์ที่เหมือนกับการใช้ชีวิตของขงจื้อ มันคือการเอาความคิดของหลักพระพุทธศาสนามาใช้ประมาณว่าพระคุณซ่อนเร้นแต่ก็สง่างามแบบชนบท มันมีทั้งความหมายและความสง่างาม

มีภาพวาดด้วยหมึกแขวนไว้อยู่บนผนัง แม้ว่าเป่ยเฟิงไม่ค่อยเข้าใจเรื่องศิลปะมากนัก แต่เขาก็รู้สึกสบายใจอย่างมากเมื่อมองมัน เขารู้สึกได้ถึงจิตวิญญาณของภาพวาด มันราวกับว่าเขาได้ตกไปอยู่ในโลกของภาพวาด !

มีแจกันที่ประณีตอยู่ตามทางเดิน พวกมันมีสีสันสดใสและมีลวดลายที่เป็นเหมือนลมและน้ำที่ถูกวาดอยู่ด้านข้าง ลวดลายเหล่านี้มันดูเหมือนจริงอย่างมาก

"มีทั้งหมด 12 ห้อง และมีคนรับใช้อยู่ 2 คน นอกจากนี้ยังมีสระว่ายน้ำแบบเปิดด้วย นอกเหนือจากพื้นที่รอบ ๆ ตัวบ้านก็ยังมีพวกเฟอร์นิเจอร์กับอุปกรณ์ตกแต่งรวมอยู่ด้วย"

ชายชราโบกมือไปมาพร้อมกับสีหน้าหนักใจ

เป่ยเฟิงสามารถบอกได้เลยว่าชายชราคนนี้น่าจะมีความรู้สึกลึกซึ้งกับของทุกอย่างในบ้าน มันดูเหมือนเขาลังเลที่จะขายบ้านหลังนี้

สุดท้ายชายชราคนนี้ก็ยังคงอยากใช้ชีวิตในส่วนสุดท้ายกับครอบครัวของเขา ลูก ๆ ของเขาขอให้เขาย้ายไปอาศัยอยู่กับพวกเขาในต่างประเทศ หลังจากคิดไปคิดมาสุดท้ายเขาก็เลือกที่จะยอมแพ้และตามไป

"ฉันชอบบ้านหลังนี้ มันราคาเท่าไหร่ ?" เป่ยเฟิงถามในขณะที่เดียวกันเขาก็เริ่มชอบบ้านหลังนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากภูเขาที่เงียบสงบและสวยงามแล้ว ตัวบ้านยังเหมาะกับเขาอย่างมาก

"300 ล้าน ! เราสามารถเซ็นเอกสารได้เลยในตอนนี้"

เจิ้งซวนมองเป่ยเฟิงและยกมือขึ้นมาสามนิ้วพร้อมกับถอนหายใจ

เป่ยเฟิงขมวดคิ้วเบา ๆ ราคานี้แพงมาก ! เขาหันไปรอบ ๆ แล้วถาม "เรามีเงินเท่าไหร่ตอนนี้ ?"

"บอส เรามีแค่ 50 ล้านเท่านั้นในตอนนี้ หากคุณต้องการซื้อบ้านหลังนี้เราจะต้องขายธุรกิจบางส่วนของแก๊งไป"

ลึกลับที่ 4 ตอบด้วยความเคารพ

"ฉันมีอยู่ 100 ล้าน แต่มันก็ยังคงขาดอยู่นิดหน่อย งั้นขายพวกมันออกไปซะ" เป่ยเฟิงออกคำสั่งโดยไม่สั่งเล

เหตุผลที่เขาสร้างแก๊งใต้ดินขึ้นมานั้นก็เพราะว่าเขาไม่ต้องการทำอะไรด้วยตัวเองไปทุกอย่าง

ธุรกิจบางอย่างเป็นรายได้สำคัญของแก๊ง แน่นอนว่าแก๊งใหญ่ ๆ แบบนี้ต้องจ่ายเงินค่าจ้างที่มหาศาลสำหรับเงินลูกน้องพวกเขา

แต่เป่ยเฟิงไม่ได้สนใจเลย แก๊งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองกับความต้องการของเขา ถ้าขายอยากจะยุบ เขาก็จะยุบ เขาอยากจะขายอะไรออกไป เขาก็จะขาย

เมื่อเห็นว่าเป่ยเฟิงตัดสินใจไปแล้ว ลึกลับที่ 4 ก็พยักหน้าทันที

เขารีบเดินออกไปและโทรหาแก๊งวูลง

โรงอาบน้ำ 5 โรงภายใต้แก๊งเป่ยเฟิงถูกขายให้กับแก๊งวูลงด้วยจำนวนเงินถึง 230 ล้านหยวน

เมื่อเงินถูกโอนให้กับเป่ยเฟิงแล้ว เขากับเจิ้งซวนก็เดินทางไปที่ธนาคารกันทันที

เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว พวกเขาก็เดินทางมาที่ร้านศาลาภูเขาบอบบางเพื่อทานอาหารเย็น

ตัวร้านไม่ใหญ่มาก และมีเพียงสี่ห้องเท่านั้น อย่างไรก็ตามเพราะมันตั้งอยู่ในเมืองที่วุ่นวาย ด้วยการออกแบบตัวร้านแบบดั้งเดิมและส่งกลิ่นอายสมัยโบราณนอกจากนี้ยังอยู่ในเขตเมืองที่หรูหรา มันจึงบ่งบอกได้เลยว่าร้านแห่งนี้มีอำนาจและอิทธิพลหนุนหลังมากแค่ไหน

"หนุ่มน้อย อาหารที่นี่อร่อยจนยากจะอธิบาย ฉันขอรับประกันได้เลยว่าถ้านายได้กินครั้งนึงแล้วนายจะต้องอยากกลับมากินอีก อ่า มันเป็นเรื่องยากจริง ๆ สำหรับฉันที่จะต้องย้ายไปต่างประเทศ ฉันคงจะไม่ได้มาที่นี่อีกแล้ว" เจิ้งซวนถอนหายใจเบา ๆ

เป่ยเฟิงและลึกลับที่ 4 รู้สึกอึดอัดใจอย่างมาก เขาไม่รู้ว่าจะตอบสนองกับคำพูดของชายชราคนนี้ยังไง แม้ว่าเขาจะย้ายไปอยู่กับครอบครัวที่ต่างประเทศ แต่มันก็เหมือนกับเขาได้จากรังที่อาศัยอยู่มานานหลายปีไปสู่ดินแดนที่ไม่รู้จัก มันหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยว่าเขาจะหดหู่แค่ไหน

อาหารสี่จานและซุปถูกเสิร์ฟ มันน่าประหลาดใจอย่างมากที่สามในสี่เป็นผัก ! ส่วนจานที่เหลือมันคือซุปเนื้อ

"ในสมัยโบราณ ชาวบ้านที่อยู่บนภูเขาให้ความสำคัญกับอาหารเจ็ดอย่าง ได้แก่ ตีนหมี งวงช้าง เส้นเอ็นกวาง โหนกอูฐ กลืนรัง ราไผ่ เห็ดแผงสิงโต แต่มันยากที่นายจะหากินมัน ของเหล่านี้ทั้งหมดถูกจัดให้อยู่ในการคุ้มครอง"

เจิ้งซวนอธิบายด้วยรอยยิ้ม

เป่ยเฟิงเมื่อได้ยินคำพูดของชายชราเขาได้แต่คิด บัดซบ ไอ้ร้านเก่า ๆ บัดซบนี้มันต้องไม่ใช่ร้านธรรมดาแน่ ๆ ! ศาลาภูเขาบอบบางมันต้องมีอะไรมากกว่านี้แน่นอน ! พวกวัตถุดิบแบบนี้มันเป็นไปไม่ได้ที่คนปกติจะหามากินในหลายทศวรรษนี้ !

เขาส่ายหัวแล้วหันไปสนใจอาหารบนโต๊ะ จานที่อยู่ใกล้เขาที่สุดคือจานหน่อไม้ผัด ตัวหน่อไม้ทั้งหมดมีขนาดเท่ากันและแวววาวประกายเหมือนหยกขาว มันมีหน่อสีชมพูอยู่บนแต่ละหน่อ พวกมันมีชิ้นเล็ก ๆ และดูเหมือนจะถูกตัดออกมากแบบเจาะจง จานหน่อไม้ผัดเล็ก ๆ แบบนี้ดูเหมือนจะทำมาจากยอดไผ่หลายต้น !

อย่าถามว่าเป่ยเฟิงรู้เรื่องแบบนี้ได้อย่างไร เขารู้ดีว่าหน่อไม้ควรจะเป็นรูปกรวย มันเป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างจานแบบนี้โดยมีหน่อไม้ที่ถูกตัดอย่างสม่ำเสมอเพียงหน่อเดียว

เขาหยิบชิ้นเล็ก ๆ ขึ้นมาด้วยตะเกียบแล้วนำมันเข้าปาก รสชาติมันค่อนข้างอ่อนแต่ก็ไม่มากเกินไป มันมีเพียงเนื้อนุ่ม ๆ รสขมที่ผสมกับความหวานอยู่ในปาก

รสชาติที่สดชื่นของหน่อไผ่ถูกนำออกมาให้มากที่สุดในจานนี้ มันแตกต่างจากร้านอื่น ๆ ที่จะเน้นเพิ่มรสชาติต่าง ๆ มากไปกว่ารสชาติดั้งเดิมของหน่อไม้

ดวงตาของเป่ยเฟิงสว่างไสวไปด้วยความยินดี 'แม้แต่ส่วนผสมปกติก็สามารถเอามาปรุงจนเป็นรสชาติที่ยอดเยี่ยมได้ ! นี้คือทักษะการทำอาหาร !'

แม้ว่าส่วนผสมปกติจะไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายของเป่ยเฟิง แต่เพียงรสชาติมันก็เพียงพอแล้วที่จะปล่อยให้เขาดื่มด่ำกับความสุขนี้

เขายกตะเกียบขึ้นมาแล้วมุ่งไปที่จานเนื้อที่ไม่รู้จัก

สิ่งแรกที่เป่ยเฟิงรู้สึกเมื่อเนื้อเข้าปากนั่นคือมันเรียบเนียน มันมีน้ำผลไม้รสอ่อน ๆ ที่ถูกเก็บไว้ในเนื้อระเบิดออกมาในปากของเขา เนื้อสัตว์ดูเหมือนจะละลายไปในทันที ด้วยเนื้อที่นุ่มและความเด้งของตัวเอง มันขมและส่งกลิ่นหอมออกมาเรื่อย ๆ ในขณะที่เขาเคี้ยว

"นี่คือเนื้อกระต่าย ?" เป่ยเฟิงถามอย่างไม่แน่ใจ

"ฮ่าฮ่า นั่นไม่ใช่กระต่าย แต่เป็นเนื้อหนู หนูที่จะปรากฏตัวออกมาแค่ปีละครั้ง !"

เสียงหัวเราะที่สดใสดังออกมาจากนอกประตู มันคือชายชราที่สวมชุดจีนแดงเดินเข้ามา

"ตาแก่ซวน แกก็อายุมากแล้ว แต่แกยังอยากจะอยู่ที่นี่ต่องั้นเหรอ ? หรือแกไม่อยากไปต่างประเทศแล้ว ?" ชายชราบ่นออกมาทันทีที่เข้ามาในห้อง จากลักษณะของเขาดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะรู้จักกันดี เพราะคำพูดดังกล่าวเป็นสิ่งที่คนธรรมดาไม่สามารถพูดกับเจิ้งซวนได้

"ฮ่าฮ่า แกคงจะห่วงว่าร้านแกจะมีคนเข้าร้านหรือเปล่าถ้าฉันออกไปสินะ ?"

รอยยิ้มที่ไม่สามารถเห็นได้ปรากฏบนหน้าเจิ้งซวน "ที่ฉันมาวันนี้ก็เพราะฉันหาลูกค้าดี ๆ มาหาให้ มันขึ้นอยู่กับทักษะการทำอาหารของแกแล้วว่าจะเปลี่ยนลูกค้าธรรมดาเป็นลูกคนประจำได้หรือเปล่า"

"โอ้ ? สงสัยฉันจะต้องใช้ความสามารถที่แท้จริงซะแล้ว มาดูกันว่าหนุ่มน้อยคนนี้จะกล้ากินมันหรือเปล่า"

ชายชราชุดแดงหัวเราะออกมาเบาะ ๆ ในขณะที่เขาตรวจสอบเป่ยเฟิงด้วยตาของเขา

ลูกค้าเลือกพ่อครัว แต่พ่อครัวชั้นยอดจะเลือกลูกค้าของพวกเขา !

"ฉันไม่กลัวหรอก มาสิ ..." เป่ยเฟิงเริ่มตื่นเต้นอย่างมาก ชายชราน่าสนใจอย่างมาก เขาบอกว่าขึ้นอยู่กับความกล้าหาญของลูกค้าที่จะกินอาหารของเขา ? มันทำให้เป่ยเฟิงคาดหวังในรสชาติอย่างมาก

ชายชรายักคิ้วเล็กน้อยและยิ้ม "ดี เอาเป็นนายก่อน เดียวฉันมา !" หลังจากนั้นเขาก็เดินออกไป

20 นาทีต่อมาเขาก็กลับมา มาพร้อมกับจานอาหารที่ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย

จบบทที่ บทที่ 149 ศาลาภูเขาอันบอบบาง

คัดลอกลิงก์แล้ว