เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 62 ถ่ายทอดทักษะ !

บทที่ 62 ถ่ายทอดทักษะ !

บทที่ 62 ถ่ายทอดทักษะ !


บทที่ 62 ถ่ายทอดทักษะ !

เป่ยเฟิงไม่ได้ตอบสนองอาการของพวกเขา เขายังคงแสดงเคล็ดการหายใจทั้งหมดให้เห็นในครั้งเดียว

เมื่อลึกลับที่ 2 กับ 3 เริ่มจะหมดความอดทน ทันใดนั่นก็มีสิ่งที่น่าตกใจเกิดขึ้น !

มีแสงอาทิตย์ที่มีความหนาเท่านิ้ว บินลงมาจากฟากฟ้าเข้าไปที่จมูกของเป่ยเฟิง !

"โอ้พระเจ้า ! นี้มันอะไรกัน ? โคตรน่ากลัวเลยพี่ใหญ่ !"

ลึกลับที่ 2 กับ 3 นั่นมองดูด้วยความประหลาดใจ ขณะเดียวกันลึกลับที่ 1 ยังคงนั่งอยู่บนก้อนหิน ขาของเธอแกว่งไปมาในขณะที่มองไปที่เป่ยเฟิงด้วยความสนใจ

"บอสคือเทพ ?"

ลึกลับที่ 2 กับ 3 ตกใจด้วยความโง่งม นี่ไม่ใช่สิ่งที่พระเจ้าเท่านั้นที่ทำได้ ?

เพิ่มพลังด้วยการใช้พลังของดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์เพื่อทำให้ร่างกายตัวเองเป็นอมตะ .. นี้คือสิ่งที่เห็นได้ทั่วไปในนวนิยายหรือละครทีวีที่พวกเคยเห็นดูมา !

หลังจากนั่นทั้งสองคนก็กระตือรือร้นอย่างมาก นี้เป็นรางวัลที่เป่ยเฟิงจะให้คือเคล็ดพระเจ้าใช่ไหม ?

"แกร๊ก !"

มีเสียงบางอย่างดังออกมาในร่างของเป่ยเฟิง

ในขณะนั้น ร่างของเขามันเหมือนลูกโป่งขนาดใหญ่ มันมีลมพุ่งออกมาจากภายใต้ผิวของเขาโดยไม่ได้สนใจเกณฑ์ของโลกนี้เลย

เย็นสุดขั้วราวกับถูกปลุกขึ้นมา มันได้ตื่นขึ้นมาแล้ว !

มันปล่อยพลังภายในธาตุน้ำแข็งที่เต็มไปด้วยเส้นใยสีฟ้ามากมายนับไม่ถ้วนออกมา !

พลังภายในธาตุหยางที่โหดร้ายได้ปะทะกับมัน และในเวลาสั้น ๆ พลังธายในธาตุน้ำแช็งก็สามารถยึดตำแหน่งได้ !

ทั้งสองฝ่ายปะทะกันซ้ำ ๆ ทำให้เกิดความหายนะรอบ ๆ ตัว !

พลังงานของผลเลือดแห่งพระเจ้าที่ไหลอยู่ในร่างของเป่ยเฟิง มันฟื้นฟูร่างของเขาได้เร็วมาก ไม่ว่าส่วนใดของร่างกายที่ถูกทำลาย มันจะถูกสร้างขึ้นมาใหม่และมันจะแข็งแกร่งกว่าของเดิมมาก !

พลังธาตุในธาตุน้ำแข็งจากเย็นสุดขั้วมันได้ต่อสู้รุกร้ำอย่างไม่หยุดยั้ง จนสามารถเอาชนะพลังภายในธาตุหยางที่มาจากดวงอาทิตย์ได้ !

เมื่อเห็นว่ามันไม่สามารถทำอะไรกับพลังภายในธาตุน้ำแข็งได้แล้ว มันจึงได้สลายตัวเองเข้าไปในร่างของเป่ยเฟิง !

เมื่อเป้าหมายถูกทำลายไปแล้ว พลังภายในธาตุน้ำแข็งก็ได้กลับเข้าไปในเย็นสุดขั้ว

"ฮู้วว !"

เป่ยเฟิงพ่นลมหายใจออกมา มีชั้นเหงื่อสีเทาปกคลุมบนร่างของเขา มันส่งกลิ่นเหม็นออกมา

"เห็นไหม ? นี้คือรางวัลที่ฉันจะให้พวกนาย"

เป่ยเฟิงหันกลับไปมองกลุ่มผู้ชมด้วยรอยยิ้ม เขาพูดออกมาด้วยเสียงอ่อนโยน

การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเขาได้คิดดีแล้ว ทำไมเขาถึงต้องสอนเคล็ดการหายใจนี้ให้กับลึกลับที่ 1 ถึง ลึกลับที่ 3 ? นั่นก็เพราะเพื่อให้เกิดการแข่งขันกันเกิดขึ้น !

เมื่อคนอื่น ๆ เห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีของลึกลับสามอันดับแรก พวกเขาจะมีแรงจูงใจในการทำงานของตัวเองที่ดีได้มากขึ้น !

การคว้ารางวัลกับการลงโทษอย่างมีประสิทธิภาพ นี้คือวิธีที่ดีที่สุดในการจัดการลูกน้องตัวเอง !

"มันทรงพลังใช่ไหม นี้คือเคล็ดหายใจลึกลับ ถ้าพวกนายได้เรียนรู้มัน มันก็เหมือนกับว่าพวกนายได้คว้าโชคจากสวรรค์และถ้าพวกนายเข้าใจความลึกซึ้งของมัน ก็เหมือนกับรู้จักดวงอาทิตย์กับพระจันทร์ !"

เป่ยเฟิงพูดออกมาเบา ๆ ภายใต้แสงสีทองของดวงอาทิตย์ที่ค่อย ๆ ขึ้นมา ทำให้ตอนนี้เขาดูราวกับว่าเป็นฑูตสวรรค์ที่ลงมาเยือนโลกมนุษย์ !

สำหรับช่วงเวลาที่เหลือจนถึงบ่ายนี้ เป่ยเฟิงได้อธิบายหลักของเคล็ดการหายใจด้วยแสงให้กับทั้ง 3 ลึกลับ เขาชี้ให้เห็นถึงข้อสำคัญที่ต้องใส่ใจ

เขาพยายามอธิบายเคล็ดให้ชัดเจนที่สุดเท่าที่ทั้งสามคนจะเข้าใจได้ โดยจะเน้นที่การใช้เคล็ดการหายใจกับเหตุผลการเคลื่อนไหวในแต่ละครั้ง ท้ายที่สุดวิธีที่สอนไปนั่นไม่สามารถเทียบได้กับสิ่งที่เป่ยเฟิงได้เรียนรู้ผ่านคัมภีเลย ช่วงบ่ายผ่านไป แต่ทั้งสามคนยังเข้าใจเล็กน้อยเท่านั้น

"ฉันได้อธิบายเคล็ดการหายใจให้พวกนายทั้ง 3 คนแล้ว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับพวกนายกันเองแล้ว อย่าลืมฝึกซ้อมทุกครั้งที่ทำได้เพื่อที่จะทำความคุ้นเคยกับเคล็ดนี้ แล้วก็จำเอาไว้ว่าการเคลื่อนไหวกับเคล็ดการหายใจต้องฝึกฝนแยกกัน สำหรับการฝึกร่วมกันจะทำได้ก็ต่อเมื่อตอนเช้าก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจก็มาถามฉันได้"

เป่ยเฟิงเตือนพวกเขาอย่างเคร่งขรึม เขาไม่ต้องการที่จะสูญเสียลูกน้องที่มีความสามารถของเขาไปเพียงเพราะฝึกฝนไม่ถูกวิธี

"เข้าใจ"

การแสดงออกของพวกเขายังเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ แต่พวกเขาก็พยักหน้าอย่างจริงจัง

มองเห็นความกระตือรือร้นในสายตาพวกเขา เป่ยเฟิงส่ายหัวเล็กน้อย ก่อนจะไม่ได้พูดสิ่งที่เขาคิดไว้เพื่อหลีกเลี่ยงการลดกำลังใจพวกเขา

เขาคิดไว้ว่า มันต้องใช้เวลาหนึ่งเดือนหรือมากกว่านั่น กว่าการที่พวกเขาจะสามารถก้าวข้ามประตูแห่งการฝึกฝนได้ เป่ยเฟิงเข้าใจดีถึงเคล็ดการหายใจด้วยแสง ถึงแม้จะมีข้อมูลที่ส่งเข้ามาในใจของเขาโดยตรง แต่เขาก็ยังคงฝึกฝนสำเร็จได้เล็กน้อยเท่านั้น หากไม่นับความโชคดีของตัวเขาเอง

หลังจากที่กลับมาที่บ้าน สิ่งแรกที่เป่ยเฟิงทำคือการล้างเหงื่อสกปรกออกจากร่างกายของเขา

จากนั้นก็ไปที่ห้องครัวและตัดเนื้อชิ้นใหญ่ที่ปลายหางของกุ้งอมตะ และวางมันลงที่หม้อไอน้ำ

หลังจากคิดบางอย่างได้ เขาก็วางไข่กุ้งลงไปด้วย โดยวางข้าง ๆ เนื้อกุ้งก่อนจะปิดฝา

หนึ่งชั่วโมงต่อมากลิ่นหอมที่ทำให้มึนเมาได้ ก็ลอยออกมาจากห้องครัว เป่ยเฟิงเปิดฝาออกทำให้กลิ่นหอมของมันไหลเข้าไปในบ้านทั้งหลัง

เป่ยเฟิงวางจานออกมาแล้วเรียกทุกคนมารวมตัวกันที่โต๊ะ

ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่เป็นเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตประจำวันของทุกคน พวกเขารีบวิ่งมาที่โต๊ะเหมือนกับสุนัขที่หิวโหย เป่ยเฟิงเปิดฝาออกทำให้เห็นถึงชามขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยไข่กุ้งสีเหลืองทอง มันมีกลิ่นหอมที่เหมือนกับศูนย์รวมของความสมบูรณ์แบบ

"อึก"

ไป่เซียงกับอีกสามคนกลืนน้ำลายพร้อมกัน

แน่นอนว่าเป่ยเฟิงไม่สนใจความต้องการของทั้งสี่ มันเป็นเรื่องดีที่ทุกคนสามารถร่วมโต๊ะกินข้าวด้วยกันได้ แต่สิ่งที่ดีที่สุดจะถูกเก็บไว้ให้เจ้านายของเขาเท่านั้น !

มันมีมุมมองที่ต่างกันออกไปว่าไข่กุ้งนั่นมันสามารถกินได้หรือไม่ บางคนบอกว่าไม่เคยกินมันเพราะมันจะทำให้เสียเวลากับการกินเนื้อกุ้งมากกว่า มีบางคนกล่าวว่าไข่กุ้งเป็นส่วนที่สกปรกที่สุดของกุ้ง มันไม่สามารถกินได้

เหตุผลที่ในเรื่องนี้เป็นที่ถกเถียงกันเนื่องจากว่า กุ้งปกติอาศัยอยู่ในน่านน้ำที่มืดทืบแล้วมันมีสารพิษโลหะหนักจำนวนมากในไข่พวกมัน การกินมันจะเป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์

แต่เป่ยเฟิงไม่ได้ต้องการที่จะละทิ้งสมบัติแบบนี้เพราะเหตุผลแปลก ๆ มันเป็นเรื่องตลกที่จะบอกว่ามีเพียงปีศาจเท่านั้นที่กินได้ ? เป่ยเฟิงไม่เชื่อเรื่องนี้ นอกจากนี้กุ้งอมตะมันมาจากทะเลลึกโบราณจากอีกโลก !

เป่ยเฟิงตักไข่ออกมาเบา ๆ ด้วยส้อมของเขา ก่อนจะส่งมันเข้าปากช้า ๆ

"เนียนนุ่ม ! มันให้รสชาติที่สดชื่นและอ่อนโยน !"

เป่ยเฟิงปิดตาของเขาและพึมพำอย่างเพลิดเพลิน เขาจิ้มส้อมของเขาลงไปในไข่กุ้งก่อนจะตักกินอีกคำ

ถึงแม้จะอร่อยมากแค่ไหนแต่มันไม่ใช่สิ่งที่ควรจะกินลงไปเพียงคนเดียว โดยไม่แบ่งปันใคร

นี่จึงเป็นส่วนที่สนุกที่สุดของเป่ยเฟิง เขาสามารถใช้เวลากับไข่กุ้งนี้ได้ทั้งหมดเพราะมันเป็นของเขาคนเดียว !

ความอุ่นสบายกระจายไปทั่วกระเพาะอาหารของเขา ไข่กุ้งนั่นมีพลังงานที่สูง จำนวนเนื้อกับไข่ที่เขากินไปถูกย่อยสลายลงกลายเป็นพลังงานจำนวนมากให้กับร่างกายของเขา !

ยี่สิบนาทีต่อมา ในขณะที่เป่ยเฟิงกำลังมีความสุขเขาก็จิ้มไปที่ไข่กุ้งอีกครั้ง แต่คราวนี้เขากลับพอว่ามันว่างเปล่าซะแล้ว

***

หลังจากกินอาหารกลางวันเสร็จแล้ว เป่ยเฟิงก็กลับไปฝึกท่าเทคนิคการหายใจด้วยแสงอยู่ใต้ต้นไทร สำหรับลึกลับทั้งสามนั่น พวกเขากลับมามีบทบาทเป็นถุงกระสอบทรายให้กับไป่เซียง ภายใต้คำแนะนำที่ว่า 'การฝึก'

เป่ยเฟิงขมวดคิ้วที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ความพยายามในการปรับเปลี่ยนท่าการเคลื่อนไหวของเขาให้เป็นเทคนิคการต่อสู้นั้นล้มเหลวอีกครั้ง

เขามองไปที่ค่าสถานะของเขา

เผ่ามนุษย์ : เป่ยเฟิง (ชาวประมง ระดับ 1)

ความแข็งแกร่ง : 65

ความเร็ว : 54

พลังจิต : 49

เทคนิคการหายใจด้วยแสง : สำเร็จจุดสูงสุดของขั้นแรก

อาวุธ : เย็นสุดขั้ว

ขาดประสบการณ์เพื่อเข้าถึงชาวประมง ระดับ 2 : 3,650 !

"ไม่เลว ความแข็งแกร่งของฉันเพิ่มขึ้น 3 จุด กับความเร็วอีก 1 จุด เพราะกินไข่กุ้ง"

เป่ยเฟิงยิ้มด้วยความยินดี ไข่กุ้งนี้ไม่เลวเลย ! มันคุ้มค่ากับเขาอย่างมาก

เขาคว้าแมงมุมตัวเล็ก ๆ มาติดไว้กับตะขอ แล้วเดินไปที่บ่อน้ำโบราณอย่างสบายใจ เขากำลังจะเตรียมตัวให้แมงมุมตัวนี้เป็นแมงมุมตัวแรกที่ได้ไปอีกโลก !

มีถ้วยชาอยู่ข้าง ๆ เขา มันมีไอน้ำบาง ๆ ลอยออกมาเมื่อตอนเขาจิ๊บชา ชานี้ถูกชงด้วยใบชาป่าที่หาได้จากภูเขา มันมีรสหวานเบา ๆ ติดอยู่ที่ปลายลิ้นของเขา จิตวิญญาณของเป่ยเฟิงฟื้นฟูทันทีเมื่อได้กินชาภูเขาป่านี้

***

ภายใต้ความมืดจากอีกโลก แม่น้ำไหลยาว ที่นี่อยู่ใต้พื้นผิวของโลก มันเป็นไปไม่ได้ที่จะบอกว่ามันเป็นกลางวันหรือกลางคืน มันไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของแสงสว่าง ที่พบเห็นได้มีแต่ความมืดที่ได้ปกครองที่นี่

แม่น้ำสายนี้แม่ว่าจะอยู่ใต้ดินหลายเมตร แต่มันไม่ได้สงบเลย มันมีคลื่นระลอกยักแผ่กระจายไปทั่วผิวน้ำเป็นบางครั้ง และหากมองดี ๆ ในความมืดนี้จะเห็นถึงเกล็ดบางอย่างได้เป็นบางครั้ง

จบบทที่ บทที่ 62 ถ่ายทอดทักษะ !

คัดลอกลิงก์แล้ว