เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 55 เคล็ดหมัดอันเก่าแก่

บทที่ 55 เคล็ดหมัดอันเก่าแก่

บทที่ 55 เคล็ดหมัดอันเก่าแก่


บทที่ 55 เคล็ดหมัดอันเก่าแก่

หลังจากทื่ความคิดนี้ผ่านเข้ามาในใจของเขา แต่เป่ยเฟิงก็รีบส่ายหัวแล้วปฏิเสธความคิดนี้ทันที !

แต่ยิ่งคิดเท่าไหร่ก็เป็นไปได้ว่าความคิดนี้จะถูกต้อง ! การเคลื่อนไหวเป็นชุดสำหรับเคล็ดการหายใจด้วยแสงนั่นมันอาจจะเป็นไปได้ !

"ฮู้ววว !"

เป่ยเฟิงเปลี่ยนท่าทางเป็นการออกหมัดกลางคันในขณะที่เคลื่อนไหวชุดแรก

หลังจากนั้นชุดที่สองเขาก็ได้เปลี่ยนท่าทางเป็นการโอบแขนไว้ข้างหน้า เหมือนเขากำลังจะโอบกอดโลก !

หลังจากนั้น เป่ยเฟิงก็ปรับเปลี่ยนการยืนโดยยกแขนขึ้นเหนือหัวราบกับว่ากำลังแบกรับภูเขาศักดิ์สิทธิ์อยู่ !

เป่ยเฟิงพยายามที่จะขยับการเคลื่อนไหวชุดที่สองนี้ให้กลายเป็นเคล็ดที่รุนแรง !

ด้วยมือทั้งสองข้างที่เหนือหัวของเขา เขาพยายามรวบรวมความแข็งแกร่งแล้วจิตตนาการถึงภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ให้มันกดทับลงมาที่เขา !

มันเป็นเพียงเวลาสั้น ๆ แต่เป่ยเฟิงรู้สึกได้ว่ามีพลังมหาศาลในมือของเขา เลือดและพลังภายในของเขากำลังเดือด ราบกับว่าเขากำลังแบกภูเขาศักดิ์สิทธิ์ไว้จริง ๆ ! แต่ก่อนที่เคล็ดนี้จะเสร็จสมบูรณ์ เขาก็ไม่สามารถรับแรงกดดันของมันได้อีกต่อไป ความรู้สึกนี้จึงได้หายไปในทันที !

เป่ยเฟิงรู้สึกเหมือนได้แบกภูเขาทองคำไว้ก่อนหน้านี้ แต่เขาขาดความสามารถพอที่จะได้มันมา !

'ฉันไม่สามารถยอมแพ้ได้ ! ถึงมันจะเป็นเวลาสั้น ๆ แต่ก็ทำให้รู้ว่ามีพลังอันยิ่งใหญ่ที่ซ่อนไว้ภายใต้การเคลื่อนไหวแบบนี้ ! ถ้าหากว่าฉันต้องการมัน ฉันจะต้องแข็งแกร่งว่านี้หลายเท่า !'

แสงที่มีความหวังออกมาจากตาของเป่ยเฟิง ในช่วงเวลาสั้น ๆ เขารู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งที่เขาได้รวบรวมไว้ที่มือของเขา ! มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากจริง ๆ !

ความแข็งแกร่งนี้สามารถเข้าใจได้โดยง่ายหากเปรียบเทียบกับแผ่นโลหะและก้อนน้ำแข็งยัก ไม่ว่าก้อนน้ำแข็งมันจะใหญ่แค่แต่หากเทียบเรื่องความแข็งแกร่ง มันก็ยังน้อยกว่าเศษแผ่นโลหะอยู่ดี !

เช่นเดียวกับความแข็งแกร่งของเป่ยเฟิง เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะก้าวไปถึงจุดที่สูงที่สุดหากไม่มีเคล็ดการต่อสู้ที่เหมาะสมกับตัวเขา !

มันเป็นเรื่องที่ดี หากสามารถชนะการต่อสู้โดยใช้ความแข็งแกร่งของร่างกายเพียงครึ่งเดียวโดยปราศจากเคล็ดการต่อสู้ แต่หากลองคิดดี ๆ เขาจะมีพลังมากแค่ไหนกันถ้าหากสามารถรวมพลังพวกมันไปพร้อมกันได้ !

นี้คือหน้าที่หลักของเคล็ดการต่อสู้ ! เคล็ดการต่อสู้ที่ดีมันจะสามารถแสดงผลออกมาได้ 100% ถึง 120 % ของพลังพวกเขา

แต่ท้ายที่สุดความเข้าใจเรื่องเคล็ดของเป่ยเฟิงนั้นต่ำเกินไป มันไม่เพียงพอที่จะเรียนรู้เรื่องพวกนี้ได้ !

เขาขบฟันด้วยความคิดไปในตัว จากนั้นเป่ยเฟิงก็เรียกไป่เซียงเพื่อช่วยทำความเข้าใจของเขาให้กระจ่างมากขึ้น

"แกร๊ก"

สองเสียงที่ได้ยินไปทั่วลานกว้าง โดยเป่ยเฟิงนั่นมีไป่เซียงช่วยจับไหล่ของไปเฟิงที่หลุดออกมาให้กลับมาที่เดิม

ในระหว่างนี้เป่ยเฟิงเพียงแค่ขมวดคิ้วเล็กน้อยเท่านั่น เขาไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่ได้เคลื่อนไหวเป็นชุดอีกต่อไป เขานั่งลงแล้วใช้ความคิดเกี่ยวกับความซับซ้อนของเคล็ดหมัดที่กำลังพัฒนานี้

"ฮู้วว ! มันยากมากจริง ๆ ฉันเหนื่อยแล้วสิ .."

หนึ่งชั่วโมงต่อมา เป่ยเฟิงก็ตื่นขึ้นมาจากความคิด เขาส่ายหัวแล้วนวดหน้าผากเล็กน้อย

เคล็ดของหมัดนี้มันเต็มไปด้วยเส้นทางนับไม่ถ้วนในการพัฒนามัน มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหาเคล็ดหมัดที่เหมาะกับตัวเขาได้ในช่วงสั้น ๆ มันไม่มีประโยชณ์จนกว่าเขาจะเจอความโชคดีบางอย่างที่จะเกิดขึ้นกับตัวเขาเอง

เคล็ดของหมัดหรือเคล็ดอาวุธมือเปล่า ในประเทศจีนมันถูกค้นคว้าพัฒนามาตลอด มันถูกปรับปรุงอย่างช้า ๆ มาหลายชั่วอายุคน

ในเรื่องนี้ มันไม่จำเป็นที่จะพูดถึงความยากในการเคลื่อวไหนที่ซับซ้อนของเป่ยเฟิงในตอนที่ฝึกเคล็ดการหายใจด้วยแสง หากให้เปรียบเทียบละก็ มันเหมือนเคล็ดจากพระเจ้ามากกว่า !

เขาปิดตาของตัวเองลง เป่ยเฟิงละทิ้งความคิดทั้งหมดและค่อย ๆ ผ่อนคลายจิตใจและจิตวิญญาณของเขาในขณะที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ชายหาดใต้ต้นไทร อย่างช้า ๆ อาการปวดหัวของเขาก็ค่อย ๆ หายไป

"เจ้านาย ได้เวลากินข้าว" ไป่เซียงเดินมาบอกหัวเป่ยเฟิงข้าง ๆ

"อืม"

เป่ยเฟิงทำเสียงดังในลำคอเป็นการตอบสนอง แล้วค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน

มีคำพูดเก่า ๆ เคยบอกไว้ว่า : อย่าพูดในตอนที่นอนหรือกินอยู่ ! นี้จะเป็นการแสดงถึงนิสัยของตัวเองได้ !

ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้เกินความจริงซักเท่าไหร่ แต่เป่ยเฟิงก็ไม่ค่อยได้เปิดปากพูดในระหว่างที่เขากินอาหาร

ในทำนองเดียวกัน ไป่เซียงก็ไม่ได้พูดในขณะที่เขากินอยู่เช่นกัน เมื่อกินเสร็จแล้วพวกเขาก็เก็บจานแล้วทำความสะอาดทันที

เป่ยเฟิงพอใจอย่างมาก เขาหยิบคันเบ็ดสีม่วงเดินออกไปพร้อมกับหัวใจที่เต็มไปด้วยความหวัง

แต่เห็นได้ชัดว่าโชคของเขาไม่มีเลย เขานั่งอยู่ครึ่งชั่วโมง ก่อนที่จะเดินออกมาโดยไม่ได้มีการแสดงออกใด ๆ บนหน้าของเขา

เป่ยเฟิงไม่ได้คิดมากในเรื่องนี้ จริงอยู่ที่ว่าเขาคาดหวังว่าจะตกอะไรได้ทุกวัน แต่ในกรณีนี้ ระบบตกปลาสวรรค์มันสามารถตกได้เรื่อย ๆ แบบนี้ทุกวัน มันจึงไม่เป็นไรหากเขาต้องมาลองอีกครั้งในวันพรุ่งนี้

"ไป่เซียง ฉันจะออกไปทำธุระซักพัก ฉันไม่แน่ใจว่าจะกลับมาวันไหนบางทีอาจจะไม่กี่วัน 10 วัน บางทีก็ครึ่งเดือน นี้เงินหนึ่งพันหยวน ถ้ามีอะไรขาดเหลือนายก็ไปซื้อมาใช้ซะ ถ้านายอยากกิน ก็เอาของในตู้เย็นมาใช้ก่อนก็ได้ "

เป่ยเฟิงคิดลึก ๆ เขามองไปที่น้ำวนสีดำในบ่อน้ำที่กำลังปิดลง จากนั้นเขาก็ตัดสินใจได้ เขาเก็บคันเบ็ดสีม่วงแล้วเดินไปบอกกับไป่เซียง จากนั้นจึงได้เดินออกจากบ้าน

หนึ่งชั่วโมงต่อมา เป่ยเฟิงก็ก้าวลงมาจากรถที่เมืองชิงเฉิง

อย่างแรกที่เขาทำหลังจากมาถึงที่นี่ คือการเดินไปหาตู้กดเงินที่ใกล้ที่สุดก่อนจะใส่บัตรที่เนี่ยยุนให้มาแล้วกดรหัสผ่าน

'ฮะ ? รหัสผิด ?'

เป่ยเฟิงมองที่หน้าจอตู้กดเงินด้วยความโง่งม จากนั้นเขาก็ใส่รหัสอีกครั้ง

ตามที่คิด ผลสุดท้ายก็เหมือนเดิม เป่ยเฟิงเริ่มหงุดหงิดอย่างมาก เป็นไปได้ไหมว่าไอ้ลูกหมาจากตระกูลเนี่ยไม่เคยคิดจะให้เงินเขามาตั้งแต่แรก ?

'บัดซบ ! ถ้า 000000 มันผิด แล้วถ้าเป็น 123456 ละ ?'

เป่ยเฟิงใส่รหัสอีกครั้ง

รอยยิ้มอันร่าเริงปรากฏบนใบหน้าของเป่ยเฟิง เนื่องจากในที่สุดเขาก็เข้าถึงบัญชีที่มีตัวเลขยาวเหยียดปรากฏบนหน้าจอได้

เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่บนโลกที่โหดร้ายนี้ เงินเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ หากจะพูดได้ว่าสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ด้วยเงิน มันคงจะเป็นเรื่องที่ตลกอย่างมาก !

"เฮ้ ไอ้หนู นายรีบ ๆ หน่อยได้ไหม ? มีอีกหลายคนที่รอใช้ตู้นี้อยู่ !"

มนุษย์ป้าวัยกลางคนช่วยไม่ได้ที่จะไม่พอใจ เธอรู้สึกหงุดหงิดอย่างมากเมื่อมองไปที่เจ้าคนโง่ตรงหน้าเธอเพราะเขาใช้ตู้คนเดียวเป็นเวลานาน

"โอ้ ! โทษที" เป่ยเฟิงรีบหยิบบัตรออกจากตู้กดเงิน แล้วมองไปทีแถวยาวเหยียดที่อยู่ข้างหลังเขาด้วยความเสียใจ

ตอนนี้เป่ยเฟิงมีเงินทุนอยู่เล็กน้อย แต่ถ้าหากนับเงินในบัตรนี้แล้วละก็ เป่ยเฟิงจะสามารถหยิบเงินล้านหยวนตอนไหนก็ได้หากเขาต้องการ

ตั้งแต่ที่เขามีเงิน เป่ยเฟิงก็ไม่ตระหนี่อีกต่อไป เขาเดินไปเลือกชุดกีฬาตัวใหม่จากร้านขนาดใหญ่ไม่กี่ชุด โดยไม่แม้แต่จะมองป้ายราคา เขาดึงมันแล้วเดินไปจ่ายเงิน จากนั้นเดินออกมาจากร้านด้วยความเย่อหยิ่ง เขามองไปที่ร้ายขายเสื้อผ้าโบราณ เป่ยเฟิงมองอย่างไม่ใยดีก่อนจะเดินเข้าไปในร้าน

แต่ของที่อยู่ในร้านนี้ทำให้เขาตกใจอย่างมาก เขารีบตื่นจากความฝันอันสวยงามอย่างรวดเร็ว หลังจากได้รับการแนะนำจากพนักงานขาย เป่ยเฟิงก็ได้ซื้อสามชุดสำหรับการฝึกฝนของเขา เนื้อผ้าของมันไม่ใช่ชุดที่ใช้ฝึกธรรมดา ๆ พวกมันเป็นชุดที่ถูกออกแบบมาอย่างเก่าแก่สำหรับฝึกศิลปะการต่อสู้ พวกมันทั้งใส่สบายและดูเท่ห์อย่างมาก ในทางตรงกันข้ามกับลักษณะภายนอกของร้าน ราคาสำหรับชุดฝึกทั้งสามชุดมันไม่ได้น้อยเลย เป่ยเฟิงจ่ายเงินด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปถึง 10,000 หยวนที่เคาเตอร์

ในเวลาต่อมา เป่ยเฟิงก้โผล่ออกมาจากร้านด้วยความรู้สึกหนักใจ เมื่อคิดถึงสิ่งที่เขาได้ซื้อไป

'ฉันคิดว่าฉันน่าจะอยู่ในกลุ่มของพวกคนรวยแล้ว แต่สุดท้ายฉันก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านี้เลย ' เป่ยเฟิงซ่อนความขมขืนไว้ในความรู้สึก มันเป็นความผิดของเขาเองที่รู้สึกชอบสิ่งของต่าง ๆ ในร้านพวกนี้โดยที่เห็นเพียงแค่แวบเดียว ?

ท้องฟ้าเริ่มมืดลง เป่ยเฟิงเดินไปที่ถนนเล็ก ๆ ก่อนที่จะมองหาห้องบนในโรงแรมที่ดี เขาสั่งอาหารอร่อย ๆ เพื่อที่จะไปเพลิดเพลินในห้องของเขา

อาหารนี้รสชาติดีมาก แต่ยังไงก็ตาม เมื่อครั้งหนึ่งเคยได้ลิ้มลองอาหารที่มีรสชาติเหมือนขึ้นสวรรค์มาก่อน ลิ้นของเขามันทำให้เขาเบื่อที่จะยัดพวกมันเข้าไปในปากอย่างมาก

ลิ้นของเขามันเริ่มไม่มีความรู้สึกที่อยากกินอาหาร 'ปกติ' มากขึ้น มันเป็นจุดที่แม้แต่เป่ยเฟิงเองก็เริ่มกังวล เขาไม่กล้าจิตนการการเลยว่าเขาจะเป็นยังไงหากว่าสิ่งมีชีวิตที่แสนอร่อยจากอีกโลกอย่างกุ้งอมตะถูกกินหมดไปแล้ว !

ในขณะที่นอนดูทีวีอยู่บนเตียง เป่ยเฟิงก็ค่อย ๆ หลับไปในที่สุด

เขาตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้าก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น อย่างไรก็ตาม เป่ยเฟิงก็ไม่กล้าที่จะฝึกเคล็ดการหายใจด้วยแสง ตอนนี้จากความเข้าใจของเขา ระดับความลึกซึ้งของเคล็ดนั่นมันมากเกินกว่าที่เขาจะรับได้

เขาต้องค่อย ๆ ทำความเข้าใจมันอย่างช้า ๆ ก็เหมือนกับคนไม่ได้ตาบอดที่ไมีมทางจะหลบแสงอาทิตย์ที่ส่องเข้ามาได้ต่อให้เขานำนิ้วมากั้นไว้ระหว่างท้องฟ้าก็ตาม

มันอาจจะเป็นช่วงที่เช้าอย่างมาก แต่สำหรับคนที่นี่พวกเขาตื่นแบบนี้กันเป็นประจำ โดยสามารถดูได้จากการทวีตภาพแสงอาทิตย์ที่ขอบฟ้าจากในมือถือหรืออินเทอร์เน็ตได้

ในเมื่อไม่มีอะไรทำ เป่ยเฟิงจึงได้เปิดช่องทีวีสลับไปมา มันไม่มีอะไรที่น่าสนใจเลยแม้แต่น้อย

ในมือของเขาคือหนังสือสัญญาจิตวิญญาณ เป้าหมายการเดินทางของเขาไม่ใช่มาแค่เที่ยวเล่นเท่านั้น

"นี้มันคือเวทมนย์ของจริง มันมีความสามารถในการควบคุมชีวิตกับความตายได้ นอกจากนี้มันยังมีขีดจำกัดของผู้คนที่จะถูกควบคุมได้อีก มันเป็นความสามารถที่น่ากลัวมาก !"

เป่ยเฟิงบ่นกับตัวเอง หนังสือจิตวิญญาณในมือของเขามันทำให้เขาคิดถึงหนังสือในตำนาน หนังสือชีวิตและความตายที่เป็นของราชาปีศาจ ![1]

'สำหรับฉัน ฉันสามารถตัดสินใจถึงชีวิตหรือความตายของใครก็ได้ที่ถูกทำสัญญาด้วยหนังสือของฉัน !'

เมื่อเขาคิดได้ดังนั้น เป่ยเฟิงก็เริ่มคิดถึงความรุนแรงของมันขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้เขาไม่สามารถประมาทผู้ที่มีเบื้องหลังได้ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะบอกไพ่ตายของพวกเขาคืออะไร หากเขาประมาทละก็ มันจะเป็นเรื่องง่ายที่จะทำให้เรือของเขาจมลง !

[1] TL/N : หนึ่งในตำนานของจีน ราชาหยาน เขาคือพระเจ้าแห่งความตาย และผู้ควบคุมความเป็น โดยอยู่ใน "สิบราชานรก" เขาปรากฏตัวในลักษณะร่างมนุษย์เพศชายพร้อมกับลูกสมุนของเขา ในมือของเขาจะมีหนังสือที่คอยฟังเสียงของดวงวิญญาณว่าเมื่อไหร่จะถึงวันตายของทุกชีวิต

จบบทที่ บทที่ 55 เคล็ดหมัดอันเก่าแก่

คัดลอกลิงก์แล้ว