เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 54 แขกจากตระกูลเนี่ย !

บทที่ 54 แขกจากตระกูลเนี่ย !

บทที่ 54 แขกจากตระกูลเนี่ย !


บทที่ 54 แขกจากตระกูลเนี่ย !

วูบู้ พยักหน้าเบา ๆ ในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของตระกูลเนี่ย มันเป็นเรื่องสมควรที่เนี่ยยุนต้องไปเยี่ยมบ้านของบรรพบุรุษ เพื่อที่จะไปเคารพแผ่นจารึกของตระกูล

***

ไปเฟิงนั่งอยู่บนเตียงของเขา เขามองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความขึ้เกียจ ท้องฟ้ายังคงมืดอยู่ แม้แต่ไก่ในหมู่บ้านก็ยังไม่ตื่น ในความเป็นจริง ความต้องการนอนของเป่ยเฟิงนั้นน้อยลงอย่างมาก เขาสามารถนอนเพียง 3-4 ชั่วโมงต่อวันสำหรับการนอนให้เพียงพอ และจะรู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่ตื่นมา

เหตุผลที่เขายังยึดติดกับการนอนแบบนี้เพราะมันคือนิสัยของเขา หลังจากทำความสะอาดเตียงแล้ว เป่ยเฟิงก็ล้างหน้าสวมชุดใหม่ แล้วมุ่งหน้าไปภูเขา

ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็โผล่ออกมาจากภูเขาในสภาพที่เต็มไปด้วยสิ่งสกปรกและเหงื่ออีกครั้ง การฝึกฝนประจำวันสำหรับเคล็ดการหายใจด้วยแสงยังไม่มีปัญหาอะไรมากนัก

สำหรับการบรรลุขั้นแรกของเคล็ดการหายใจด้วยแสงนั้น มันไม่ใช่สิ่งที่ต้องการก็จะทำได้ และเนื่องจากเป่ยเฟิงไม่สามารถทำใจให้สงบได้ในระหว่างการฝึก ทำให้มันเป็นเรื่องยากที่จะบรรลุขั้นต่อไปได้

สำหรับผลของผลเลือดแห่งพระเจ้าที่เป่ยเฟิงได้กินเข้าไปนั่น เรียกได้ว่ามันเพิ่มพลังจิตและความเร็วของเขาอย่างมาก

ความรู้สึกแบบนี้ไม่ต่างจากการวิวัฒนาการของร่างกายเขา เป่ยเฟิงถอนหายใจด้วยอารมณ์แปลก ๆ เมื่อเขามองย้อนกลับไปในวันที่เขาอ่อนแอในตอนนั่น ...

ในเวลาเดียวกัน เนี่ยยุนและวูบู้ ก็ตื่นขึ้นมาเช่นกัน มีรถรอพวกเขาอยู่แล้ว พวกเขาพร้อมที่จะออกไปทุกเมื่อ

ใช้เวลาไม่นานพวกเขาทั้งสองก็มาถึงหมู่บ้านชิงหลิง โดยมีกลุ่มคนเจ็ดถึงแปดคนรอพวกเขาอยู่ก่อนหน้า โดยพวกเขายืนเรียงกันอยู่ตรงทางเข้าหมู่บ้าน เมื่อรถของเนี่ยยุนและวูบู้ปรากฏ พวกเขาก็โค้งคำนับ 90 องศาทันทีก่อนที่รถจะมาถึง

เนี่ยยุนและวูบู้เดินลงมาจากรถแล้วมองไปที่ท้องฟ้าด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าพวกเขา พวกเขาค่อย ๆ เดินผ่านกลุ่มคนยืนที่เรียงรายอยู่อย่างช้า ๆ

เป่ยเฟิงเพิ่งกลับมาถึงบ้านของเขาแล้ววิ่งไปอาบน้ำทันที น้ำที่ไหลบนร่างกายมันได้ระเหยกลายเป็นไอทันทีเมื่อสัมผัสร่างของเขา ปกติน้ำที่เย็นจัดเมื่อเขาอาบ เขาจะต้องกระโดดเป็นแมวทันที แต่ตอนนี้มันไม่มีผลกับเขาเลย อันที่จริงคือเขาพบว่ามันค่อนข้างสบายอย่างมาก !

"มันเป็นวันจันทร์อีกแล้ว ..." เป่ยเฟิงใส่เสื้อผ้าตัวใหม่ของเขา ก่อนจะมองวันที่บนมือถือ

เขาหยิบถังน้ำไปตักน้ำจากบ่อขึ้นมาเพื่อไปทำความสะอาดห้องครัวก่อนอย่างแรก ก่อนที่จะไปห้องอื่น ๆ

ห้องที่ตั้งอยู่ตรงกลางของบ้าน มันมีประตูที่ถูกล็อคไว้อยู่

เป่ยเฟิงดึงกุจแจเก่า ๆ ออกมาแล้วไขประตู

"แกร๊ก !"

เสียงคมชัดของการปลดล็อคประตู

"แอ๊ดดด !"

ประตูไม้ที่ดูเก่าถูกเปิดออก มันมีเสียงเหมือนกับในหนังสยองขวัญอย่างมาก

เมื่อแสงแดดส่องเข้ามาในห้อง จะเห็นได้ว่ามีการตกแต่งห้องที่น้อยมาก ความจริงคือมันมีแค่แถวของแผ่นจารึกเรียงกันอยู่เท่านั้น โดยมันได้เรียงรายอยู่ที่ตรงกลางห้อง ! โดยเรียงอยู่รอบ ๆ แท่นบูชาขนาดใหญ่ หากให้นับแล้วมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะบอกว่ามีแผ่นจารึกเยอะแค่ไหนอยู่ตรงนั้น !

เนื่องจากมันผ่านมานานแล้ว จึงไม่สามารถบอกได้เลยว่าวัสดุที่ใช้ทำแผ่นจารึกนี้ทำมาจากอะไร เพราะเหมือนกับว่าพวกมันทำมาจากทองแดง จึงทำให้ดูสง่างามอย่างมากแม้จะเต็มไปด้วยควันก็ตาม นอกจากนี้ตรงแท่นบูชา มันยังมีความรู้สึกที่แปลกประหลาดเมื่อมองเข้าไปอย่างมาก

เตาธูปขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ตรงกลางแท่น โดยเตานี้ทำมาจากทองแดง มันดูสวยงามอย่างมาก แต่เพราะว่ามันถูกทิ้งไว้นานทำให้มีดูเก่าลงเล็กน้อย

เป่ยเฟิงนำผ้าชุบน้ำในถังแล้วเร็วทำความสะอาด โดยเขาเรียกทำความสะอาดแผ่นจารึกจำนวนมากก่อน

ตอนแรกเป่ยเฟิงไม่เข้าใจว่าทำไมปู่ของเขาจะต้องดูแลเอาใจใส่แผ่นจารึกพวกนี้ด้วย พวกเขาต้องเช็ดมันทุกสัปดาห์โดยห้ามลืมเด็ดขาด ปู่ของเขานั้นมีชื่อว่า เป่ย แต่ว่าทุกแผ่นจารึกนั่นมีแต่ชื่อ เนี่ย ! เขาคงสงสัยอย่างมากสำหรับเรื่องพวกนี้ และแน่นอน เขาเคยถามปู่ของเขาเรื่องนี้อยู่ครั้งหนึ่ง

เขาจำได้ว่าปู่ตอบกลับมาว่า "ตระกูลเนี่ยทำดีไว้มากกับตระกูลเป่ยเมื่ออดีต และในตอนนี้ ตระกูลเป่ยของปู่ก็ต้องเก็บรักษาแผ่นจารึกบรรพบุรุษของพวกเขาด้วยความยินดี"

แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าอะไรคือ 'ทำดีไว้มาก' ตั้งแต่นั่น เมื่อปู่เขายินดีที่จะทำความสะอาดแผ่นจารึก เขาก็ยินดีที่จะทำตามเช่นกัน

นั่นเป็นเพราะว่าปู่ก็ทำดีไว้มากกับเขาเช่นกัน !

เป่ยเฟิงจุดธูปสามดอกแล้วปักไว้ที่เตาธูป หลังจากนั้นก็มีควันลอยออกไปกระจายไปในห้องบรรพบุรุษนี้

หลังจากนั้นเขาก็ได้ล็อคประตูไม้แล้วเดินออกมา

"ปัง ปัง ปัง ปัง !"

"สวัสดี ? มีใครอยู่ไหม ?"

เป่ยเฟิงเพิ่งเสร็จสิ้นจากการกินข้าวเช้า เขาวางช้อนลงเมื่อมีคนเคาะที่ประตูหน้าบ้าน

"โฮ่ง โฮ่ง!"

ด้วยขนาดที่ใหญ่โต เจ้าหมาป่าน้อยที่สองมันก็ต้องเติบโตด้วยเช่นกัน พวกมันมีความมั่นใจที่เพิ่มขึ้น ถึงบางครั้งพวกมันจะชอบทำอะไรไร้สาระก็ตาม เมื่อมันว่าง พวกมันจะวิ่งเล่นไปทั่วลานกว้างหรือไม่ก็ขุดดินเล่น แต่เมื่อมันได้ยินเสียงเคาะประตู มันก็รีบวิ่งออกมาแล้วเห่าอย่างบ้าคลั่งไปที่ประตูทันที

"ไง มาหาใครครับ ?"

เป่ยเฟิงเปิดประตูแล้วพบเจอกับกลุ่มคนขนาดใหญ่ เขาถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"นามสกุลฉันคือเนี่ย"

เนี่ยยุนยืนอยู่ข้างหน้า พูดด้วยรอยยิ้มเลือนลางบนใบหน้าของเขา

"นายต้องเป็นผู้เฝ้ารุ่นปัจจุบัน ใช่ไหม ?"

เนี่ยยุนถามเบา ๆ จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปในบ้านโดยไม่รอคำเชิญของเป่ยเฟิง

จากคำพูดของเนี่ยยุน เป่ยเฟิงเดาได้ทันทีว่าพวกเขามาที่นี่ทำไม เมื่อเนี่ยยุนเดินผ่านเขาจึงไม่ได้ขัดขวางใด ๆ

"ใช่" เป่ยเฟิงตอบกลับหลังจากหยุกคิดสักพัก

"แผ่นจารึกบรรพบุรุษตระกูลเนี่ยอยู่ที่ไหน ? ในฐานะลูกหลานของตระกูล ฉันต้องไปจุดธูปเคารพพวกเขา"

เนี่ยยุนพูดกับเป่ยเฟิงด้วยน้ำเสียงไม่สนใจ เป่ยเฟิงไม่ได้เป็นอะไรไปมากกว่ามดในสายตาของเขา ตอนนี้เขาอยู่ในอารมณ์ที่ดี ดังนั้นเขาจึงละเว้นมดตัวนี้ แต่หากเขาไม่ชอบเขาก็พร้อมที่จะนำมันไปสู่ความตายได้ทุกเมื่อ

"ทางนี้ ตามฉันมา" เป่ยเฟิงเดินนำไป ในฐานะเจ้าบ้าน เขาจึงเดินนำไปที่ห้องแผ่นจารึกของบรรพบุรุษตระกูลเนี่ย

"พวกนายรออยู่ข้างนอก" เนี่ยยุนออกคำสั่ง จากนั่นก็หันหลังเดินไปที่ห้องบรรพบุรุษพร้อมกับวูบู้

เป่ยเฟิงยืนอยู่ด้านข้างด้วยท่าทางเบื่อหน่าย คนพวกนี้เป็นคนจากตระกูลเนี่ย ? นี้เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นพวกเขามานี้ในหลายปี เขาจำไม่ได้ว่าเคยเห็นคนในตระกูลเนี่ยมาที่นี่เมื่ออดีตมาก่อน

เนี่ยยุนและวูบู้เดินเข้าไปในห้องบรรพบุรุษและมองไปรอบ ๆ ห้องสะอาดโดยที่แผ่นจารึกนั่นไม่มีฝุ่นแม้แต่น้อย

"ไม่เลว คนเฝ้ารุ่นนี้ทำหน้าที่ได้ดี" วูบู้ยิ้มเบา ๆ เขามองไปที่ธูปที่เพิ่งจุดอยู่บนเตาธูป จากนั้นเขาก็จุดธูปแล้วปักใกล้ ๆ ทำให้ควันที่ออกมาเพิ่มมาขึ้น

"อืม ไม่เลว เจ้าเด็กนี้อย่างน้อยก็พยายามเอาใจใส่ได้ดี" เนี่ยยุนพยักหน้า เขาทำตามวูบู้ เขาคุกเข่าแล้วหยิบธูปขึ้นมา เขาจุดมันก่อนที่จะปักเตาธูปหน้าแท่นบูชา มันทำให้มีควันความเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย

หลังจากนั้นทั้งสองก็เดินออกมาจากห้องบรรพบุรุษ "นายทำได้ดีเลยทีเดียวสำหรับหน้าที่นี่ เอานี้ไป มีเงินล้านหยวนอยู่ข้างใน ใช้มันเพื่อซ่อมแซมบ้านบรรพบุรุษนี้ซักหน่อย ที่เหลือนายก็เก็บเอาไว้" เนี่ยยุนกล่าวจากนั้นเขาก็หยิบบัตรกดเงินให้เป่ยเฟิง

"ฉัน.."

"ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น นี้เป็นสิ่งที่ตระกูลนายควรได้รับ" เนี่ยยุนพูดขัดจังหวะทันที ที่เห็นเป่ยเฟิงเปิดปาก

"แต่ ..."

"เก็บไว้ ฉันบอกได้เลยว่าสถานการณ์ในตอนนี้นายกำลังใช้ชีวิตแบบคนจน"

เป่ยเฟิงพยายามจะพูดอีกครั้ง แต่ก็ถูกชายชราพูดขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงสงสาร

วูบู้มองไปที่ชายหนุ่มที่ยากจนและขยันขันแข็งตรงหน้า ยิ่งเขามองเป่ยเฟิงเท่าไหร่เขาก็รู้สึกชื่นชอบอย่างมาก เขาไม่หยิ่งหรือใจร้อนนอกจากนี้ยังไม่โลภมากอีกด้วย คนหนุ่มสาวแบบนี้ได้หายากมากในปัจจุบัน !

เมื่อพวกเขาทำสิ่งที่ต้องการเสร็จแล้ว เนี่ยยุนก็ไม่ได้สนใจที่จะอยู่ที่นี่อีกต่อไป เขาให้สัญญาณกับคนของเขา แล้วออกมาจากบ้านหลังเก่าอย่างรวดเร็ว

"ไม่ แกล้อฉันเล่นหรือยังไง ! แกยังไม่ได้บอกรหัสบัตรกับฉันเลย !"

เป่ยเฟิงมองไปที่ลานกว้างที่ว่างเปล่า เขารู้สึกเหมือนว่าเพิ่งจะ *** กับหมามา

"รหัสบัตรมันน่าจะเป็น 000000 ใช่ไหม ?"

ดวงตาของเป่ยเฟิงสว่างไสว นี้คือสิ่งที่พวกคนในทีวีทำกันบ่อย

หลังจากเก็บไปด้วยความตื่นเต้น เป่ยเฟิงก็ตัดสินใจทำตามแผนอันยอดเยี่ยมนี้เมื่อเขาไปธนาคาร

มันเป็นความเมตตาอย่างมากสำหรับเนี่ยยุนและวูบู้ที่รีบออกมา ไม่อย่างงั้น หากพวกเขาได้ยินที่เป่ยเฟิงพูดออกมาละก็ พวกเขาจะต้องกระอักเลือดก่อนที่จะส่งเจ้ากระต่ายนี้ไปสู่ความตายด้วยการตบเพียงครั้งเดียว !

หลังจากที่สงบจิตใจได้ เป่ยเฟิงก็กลับไปทำความสะอาดห้องต่อ จากนั่นเป่ยเฟิงก็กลับมาที่ลานกว้าง เขาเริ่มฝึกท่าเคล็ดการหายใจด้วยแสงอีกครั้ง ยิ่งเขาฝึกมากเท่าไหร่ เขาก็รู้สึกได้ว่าเขาเริ่มเข้าใจความลึกซึ้งของมันมากขึ้น !

'การเคลื่อนไหวชุดนี้มันวิเศษจริง ๆ ! บางทีมันอาจจะถูกสร้างขึ้นไม่ใช่เพื่อเคล็ดการหายใจเท่านั่น ? บางทีมันอาจจะเป็นไปได้ว่าใช้ฝึกเคล็ดการต่อสู้ได้เช่นกัน ?'

ในขณะที่อยู่ขั้นกลางของท่าที่สาม เป่ยเฟิงก็หยุดคิดกะทันหัน

จบบทที่ บทที่ 54 แขกจากตระกูลเนี่ย !

คัดลอกลิงก์แล้ว