เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37 หวังจุน

บทที่ 37 หวังจุน

บทที่ 37 หวังจุน


บทที่ 37 หวังจุน

ชั่วโมงต่อมา กลิ่นหอมที่ล่อลวงต่อมน้ำลายก็ค่อย ๆ ลอยออกมาช้า ๆ จากห้องครัว

มันไม่ได้เป็นกลิ่นหอมแบบรุนแรงของอาหาร แต่มันเป็นกลิ่นที่สดชื่น มันเพิ่มความอยากอาหารของคนที่ได้กลิ่น

แม้กระทั่งเป่ยเฟิงก็ยังทนไม่ได้ เขาได้แต่ทนน้ำลายไหลและเช่นเดียวกับท้องที่มันส่งเสียงร้องอย่างโกรธแค้น

ทุกเซลล์ในร่างกายของเขาได้รับการกระตุ้น ทำให้เขารู้สึกหิวอย่างมาก !

มันเป็นกลิ่นหอมที่ไม่น่าเชื่อ กลิ่นหอมนี้ไม่ได้มากไปกว่า ไก่ยักษ์กับปลายักษ์สีเขียวเลย มันยังมีองค์ประกอบอื่น ๆ ที่ทำให้รู้สึกอยากกินมาก

เป่ยเฟิงจำคำพูดของเขาในอดีต เกี่ยวกับเรื่องที่ทุกคนเป็นทาสของอาหาร

ยกตัวอย่างเช่นคนที่อยู่ดี ๆ ก็อยากกินแอปเปิ้ล ไม่ว่าตอนนั่นเขาจะทำอะไร ร่างกายของเขาก็จะร้องขอแอปเปิ้ลอย่างเดียว จนในที่สุดเขาก็ต้องทำตามคำขอของร่างกาย นั่นคือการหาแอปเปิ้ลกิน

"ดูเหมือนว่าระบบไม่ได้พูดเกินความจริงเลย เกี่ยวกับคุณค่าทางอาหารของกุ้งอมตะนี้ .." เป่ยเฟิงบ่นกับตัวเอง

หลังจากรอด้วยความทุกข์ทรมานมานาน เป่ยเฟิงก็เปิดฝาออกเพื่อตรวจสอบเนื้อ ก้ามยังคงเหมือนเดิมก่อนที่มันจะลงกระทะ เนื้อสีขาวที่แตกออกมาจากก้ามมันดูมีสีขาวเหมือนหยกอย่างมาก

"มันสุกแล้ว ใช่ไหม ?" เป่ยเฟิงไม่แน่ใจว่ามันสุกหรือยัง เขามองมันด้วยความสับสน

"ฉันคงต้องลองกินดู !" เป่ยเฟิงตัดสินใจว่าทางเดียวที่จะรู้ว่าสุกหรือไม่

เขาหยิบคะเกียบใกล้ ๆ แล้วคีบเข้าไปหยิบเนื้อของมันเบา ๆ เนื้อของมันมีสีขาวเหมือนหิมะอย่างมาก

ในขณะที่เขาทิ่มเข้าไปในก้าม ตะเกียบมันทะลุเข้าไปในเนื้อเหมือนมันไม่มีเปลือกเลยด้วยซ้ำ ! หลังจากที่เอาเปลือกออกได้แล้ว เมื่อดูปริมาณเนื้อ จะเห็นได้ว่ามันน่าจะมีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 7-8 จิน !

ในส่วนของก้ามอันใหญ่นี้ มันเหมือนมีเปลือกที่ว่างเปล่า เป่ยเฟิงประหลาดใจอย่างมาก เพราะเมื่อครู่เขาเพิ่งคิดอย่างจริงจังว่าจะทำยังไงถึงเปิดเปิดเปลือกได้ แต่ใครจะไปคิดว่ามันจะง่ายขนาดนี้ ?

ด้วยความนิ่มของมัน เขาเอาตะเกียบคีบเนื้อขนาดเท่าหัวแม่มือขึ้นมา เป่ยเฟิงจุ่มมันลงในซอสที่ปรุงไว้ก่อนหน้านี้ และค่อย ๆ นำมันมาไว้ในปาก จากนั้นก็เคี้ยวช้า ๆ

ทันทีที่เคี้ยว เนื้อของมันก็ได้ละลายบนลิ้น ! มันละลายช้า ๆ ความหวานของมันกระจายไปทั่วปากของเขา แม้แต่มุมที่อยู่ในปากของเขามันก็ยังไปถึง มันทำให้เป่ยเฟิงรู้สึกพึงพอใจอย่างมาก

เขารู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่กัด มันให้ความสดชื่นราบกับว่าเขาถูกส่งลงไปในมหาสมุทร !

ในขณะที่เนื้อกุ้งอมตะไหลผ่านหลอดอาหารแล้วเข้าไปในกระเพาะของเขา มันให้ความรู้สึกอบอุ่นและสบายทุกที่ที่มันผ่าน ราวกับว่ามีเตาอบขนาดเล็กอยู่ในร่างของเขา

"ไป่เซียง มากินกันเถอะ ! นายจะไปทำงานได้ก็ต่อเมื่อจัดการกับเจ้ากุ้งยักษ์นี้เสร็จแล้ว !" เป่ยเฟิงตะโกนเรียกไป่เซียง ที่ยืนอยู่หน้าลานบ้าน ในขณะที่เขายังกินเนื้อกุ้งในปาก

ชิ้นเนื้อก้ามกุ้งนี้น่าจะเพียงพอสำหรับสองคน เป่ยเฟิงไม่ได้กังวัลเกี่ยวกับข้าวเช้าที่ต้องกินเนื้อสัตว์เป็นอย่างแรก

ขณะที่ไป่เซียงเดินเข้ามาในห้องครัว เขาก็ได้รับการต้อนรับด้วยกลิ่นหอมของกุ้งอมตะ เขารีบคว้าตะเกียบแล้วจิ้มลงบนเนื้อกุ้งขนาดใหญ่ โดยไม่รอ เขารีบเอามันเข้าปากแล้วเคี้ยวด้วยสีเต็มไปด้วยความสุข

"จี้ !"

เป่ยเฟิงตบหน้าท้องของเขาด้วยความพอใจ หลังจากกินจนไม่สามารถกินได้อีกต่อไปแล้ว เขาสาปแช่งสวรรค์ที่ไม่ให้กระเพาะของเขาใหญ่มากกว่านี้

เขาเฝ้ามองอิจฉาไปที่ไป่เซียง ที่ยังคงกินเนื้อกุ้งอยู่ จนในที่สุดไป่เซียงก็ไม่สามารถกินได้อีกต่อไป

ในตอนสุดท้าย มีมากกว่าครึ่งจาก 7-8 จินจากกุ้งอมตะที่ถูกกินไป อย่างไรก็ตาม เป่ยเฟิงและไป่เซียงตอนนี้กำลังจ้องมองอย่างสิ้นหวังไปที่ชิ้นสุดท้าย

ทั้งสองคนกินในปริมาณที่ใกล้กัน แต่ตอนนี้พวกเขาไม่ไหวแล้วจริงๆ !

ถ้าเป็นคนเดียว อาจจะเป็นไปได้ว่าจะล้มเหลวตั้งแต่ต้น อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ทั้งสองคนก็ยังแพ้ให้กับกุ้งอยู่ดี กุ้งนี้มันวัตถุดิบที่พิเศษจริง ๆ !

"พลังงานจากกุ้งอมตะมันมากกว่าอาหารปกติหลายเท่า " เป่ยเฟิงพึมพำกับตัวเอง

"ดี ฉันไม่ได้ให้จองโต๊ะมานานแล้ว ฉันจะเปิดให้จองซัก 10 โต๊ะ สำหรับวันนี้ !" เป่ยเฟิงคิดในใจ เงินนั่นไม่ใช่ทุกอย่าง แต่ว่าก็ไม่สามารถทำอะไรได้ถ้าไม่มีเงิน !

เนื่องจากกุ้งอมตะเป็นวัตถุดิบชั้นยอด เป่ยเฟิงจึงขายมันในราคาถูกไม่ได้

'ต้องขายเท่าไหร่ถึงจะเหมาะ ?'

เป่ยเฟิงขมวดคิ้วและคิดอย่างหนัก ถ้าเขาตั้งสูงเกินไปก็จะไม่มีใครยินดีมา ในทางกลับกันถ้าเขาตั้งต่ำเกินไปมันก็ไม่ดีกับเขาเช่นกัน

'เอาละ 6,000 หยวน ต่อโต๊ะ ! หืม มันคงไม่มากเกินไปที่จะทำสำหรับ 10 โต๊ะ' เป่ยเฟิงตัดสินใจ เขาคิดว่าเขานั้นตัดสินใจได้สมบูรณ์แบบ

"สวัสดีครับ คุณหวังใช่ไหม ? ผมเพิ่งคิดเมนูอาหารจานใหม่ได้ที่ร้านอาหาร คุณสนใจจะมาลองหรือไม่ ?"

คนแรกที่เป่ยเฟิงคิดถึง เพื่อจะให้มาชิมอาหารจานใหม่นั่นคือหวังเจียน ก่อนที่เขาจะโพสต์อะไรก็ตามลงในฟอรัมอินเทอร์เน็ต เขาตัดสินใจที่จะเชิญหวังเจียนก่อน

เป่ยเฟิงไม่ได้มองเงินที่ได้จากหวังเจียน เขาเพียงแค่ชอบประธานหวังเจียน และ หลิวซุย เท่านั้น

"ฮ่า ๆ หลานกำลังจะพยายามให้ลุงเป็นหนูทดลองใช่ไหม ?"

หวังเจียนกำลังนั่งอยู่ในออฟฟิศของเขา เขากำลังนวดสปาอยู่ เนื่องจากภาระงานที่เพิ่มขึ้นมาในช่วงหลายวันมานี้ ทำให้เขาต้องทนทุกข์ทรมานเนื่องจากการอดหลับอดนอน แต่ตอนนี้อารมณ์ของเขาก็ดีขึ้นเล็กน้อย เมื่อได้พูดคุยกับเป่ยเฟิงจึงอดหยอกล้อกับเขาไม่ได้

ในแง่การทำอาหารของเป่ยเฟิง หวังเจียนนั้นเต็มไปด้วยความคาดหวัง หลังจากได้คุยกับเป่ยเฟิงหลายครั้ง เป่ยเฟิงจะไม่โทรมาหาเขาหากเขาไม่มั่นใจในอาหารจานใหม่ของตัวเอง

"ลืมมันไปเถอะ ผมคิดว่าจะเก็บไว้กินเองถ้าคุณไม่มา" เป่ยเฟิงหยอกล้อกับหวังเจียนกลับ

"ก็ได้ ก็ได้ เดียวฉันจะไปหานาย !"

หวังเจียนรู้สึกงงไปสักพัก เด็กคนนี้รู้จักหยอกเขา ดี ! ถ้าหากเขายังล้อเลียนเป่ยเฟิงอยู่แบบนี้ เขาคงจะไม่ให้เขากินอาหารที่เป่ยเฟิงทำแน่ ๆ

"เยี่ยม เดียวผมจะไปทำอาหารก่อน" เป่ยเฟิงตอบด้วยรอยยิ้มแล้ววางสาย

"ไอ้เด็กบ้า ! แกจะรีบวางไปไหน !"

ความร่าเริงของหวังเจียนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเหมือนหน้าหนังสือ เขาหันไปรอบ ๆ แล้วโทรหาอีกเบอร์ด้วยความโกรธ

ที่ไหนซักที่ในเมืองชิงเฉิง แลมโบกินีสีขาวได้วิ่งลงจากทางหลวง มันทำให้คนที่เห็นรู้สึกอิจฉาอย่างมาก

หวังจุนใบหน้าหมองคล้ำเมื่อเขามองไปที่เบอร์ 'ตาแก่' โทรเข้ามา หวังจุนหันไปมองสาวงามข้าง ๆ เขาอย่างตื่นตระหนัก "นัวนัว อย่าเสียงดัง ตาแก่โทรมา !"

"ไง พ่อ ... ผมสาบาน ผมไม่ได้โกหกนะ !" ทันทีที่หวังจุนรับสาย เขาพูดด้วยเสียงอ่อนแอทันที หวังจุนไม่มีความกล้าหาญใด ๆ เลยเมื่ออยู่ต่อหน้าชายแก่คนนี้

เงินทั้งหมดนั้นถูกจัดการด้วยพ่อของเขา ดังนั้นหากว่ามันถูกตัดออกด้วยเหตุผลบางอย่าง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าชะตากรรมของเขาจะเลวร้ายแค่ไหน

"ฮึ้มม ! เหมือนแกจะจำได้อยู่ว่าแกมีพ่อ ใช่ไหม ? บอกฉันสิ มันนานแค่ไหนแล้วที่แกไม่กลับบ้าน ?" หวังเจียนพูดด้วยเสียงเย็นชา

"ก็ได้ ผมเข้าใจแล้วพ่อ เดียวผมจะกลับบ้านแล้ว" หวังจุนหยุดการสนทนาไว้ก่อนจะมากกว่านี้

"ดี กลับมาตอนกลางวัน เราจะไปกินข้าวด้วยกัน"

หวังเจียนวางโทรศัพท์ลงแล้วถอนหายใจ

ลูกชายคนนี้ทำให้เขารู้สึกกังวัลมาก เขาจะกล้ามอบหมาย บริษัทขนาดใหญ่แบบนี้ให้เขาได้ยังไง ?

"พี่จุน เกิดอะไรขึ้น ? คุณถูกพ่อตำหนิหรอ ? ฉันว่า บางทีคนแก่ก็เข้มงวดเกินไป ทำไมเราไม่ไปสนุกกันต่ออีกสักเล็กน้อย ..."

เจียนนัว มองที่หน้าเขียว ๆ ของหวังจุนที่อยู่ข้างเธอ และดูเหมือนเขาจะโกรธมาก

"ออกไป !"

หวังจุนหันไปรอบ ๆ และตะโกนสั่งเจียนนัว

"อะไรนะ ?"

เจียนนัวไม่เข้าใจคำพูดของหวังจุน

"ฉันบอกให้เธอ ออกไปจากรถฉัน !"

หวังจุนตะโกน

"พี่จุน เกิดอะไรขึ้น ? ฉันไปทำอะไรให้คุณโกรธ ? บอกฉันสิว่าทำไม ได้ไหม ?"

เจียนนัวตื่นตระหนก เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ?

"ไม่ว่ายังไง พ่อฉันก็เป็นคนที่เลี้ยงดูฉันมาตั้งแต่ยังเด็ก ! เมื่อไหร่กันที่มีอีตัวที่ไหนก็ไม่รู้เอาพ่อของฉันไปนินทายังไงก็ได้ ! ไปซะ ก่อนที่ฉันจะอารมณ์เสียมากกว่านี้ !"

แสงที่ดูอันตรายปรากฏขึ้นในตาของหวังจุน

เจียนนัวเธอกลัวอย่างมาก นี้คือหวังจุนที่เธอรู้จัก ? คนด้านหน้าเธอดูโหดเหี้ยมและเผด็จการอย่างมาก

ในขณะนั้น เจียวนัวไม่กล้าที่จะร้องไห้หรือสร้างภาพอีกต่อไป เธอออกจากรถทันที เธอได้แต่เฝ้ามองแลมโบกินีสีขาวที่ขับออกไปอย่างช่วยไม่ได้ เธอได้แต่หลั่งน้ำตาแห่งความโศกเศร้า

ความหวังของเธอทั้งหมดถูกทำร้ายลงในครั้งเดียว เจียงนัวไม่สามารถทำอะไรได้ เธอได้แต่สาปแช่งปากของตัวเธอเอง

สำหรับหวังจุน เขารู้สึกเสียใจอย่างมาก ในชีวิตที่ผ่านมานั้น แม่ของเขาเสียชีวิตลงตั้งแต่เด็ก พ่อของเขาไม่เคยแต่งงานใหม่เลยในหลายปีที่ผ่านมานี้ เขายอมทนทุกข์ทรมานทุกอย่างเพื่อเลี้ยงดูเขา

และเมื่อกี้เขาสูญเสียบุคลิกของตัวเองไปสักพัก เพราะเขานั้นละเลยความรักที่พ่อของเขาให้ ! แลมโบกินีสีขาว เร่งเครื่องขึ้น เมื่อเขาคิดถึงตาแก่ที่บ้าน เขาจึงรีบกลับบ้านโดยเร็วที่สุด

จบบทที่ บทที่ 37 หวังจุน

คัดลอกลิงก์แล้ว