เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36 กุ้งอมตะ

บทที่ 36 กุ้งอมตะ

บทที่ 36 กุ้งอมตะ


บทที่ 36 กุ้งอมตะ

เป่ยเฟิงรีบจัดท่าทางของเขา เพราะเขามาถึงช้าเขาจึงไม่มีเวลาเตรียมตัวก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น

การเคลื่อนไหวของเขาตอนนี้ มันดูเหมือนหนักมาก มันเหมือนกับว่ามีน้ำหนักพันจินอยู่ข้างหลังของเขา !

เป่ยเฟิงอ้าแขนทั้งสองข้างออกไปบนฟ้า ราวกับเขาพยายามจะโอบกอดดวงอาทิตย์

การเคลื่อนไหวทุกครั้งมันจะมีความลึกซึ้งอยู่ แม้จะดูแปลกประหลาดในสายตาคนทั่วไป แต่สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์จะตกตะลึงอย่างมากเมื่อเห็นการเคลื่อนไหวของเป่ยเฟิง ในขณะที่เขากำลังฝึกเคล็ดการหายใจด้วยแสง ความเร็วในเลือดและพลังภายในของเขาก็หมุนเวียนเร็วขึ้น เร็วขึ้น จนทะลุเกินขีดจำกัดของมนุษย์ !

เลือดของเป่ยเฟิงไหลเวียนไปทั่วร่างของเขาด้วยความเร็วที่ทำให้เกิดไอร้อนพุ่งออกมาจากจมูกของอย่างต่อเนื่อง

ในที่สุดเมื่อเสร็จสิ้นการเคลื่อนไหวครั้งสุดท้าย ดวงอาทิตย์ก็โผล่พ้นก้อนเมฆ และปล่อยลำแสงอาบโลกออกมา !

บางทีอาจเป็นเพราะเป่ยเฟิงเพิ่งฟื้นคืนจากการตกอยู่ในอำนาจปีศาจ ทำให้ความคืบหน้าในการฝึกเคล็ดการหายใจด้วยแสงของเขาก้าวกระโดดทันที แสงสีทองที่มีจุดม่วง ๆ บินตรงเข้ามาที่เป่ยเฟิง

"ปุ้ง ปุ้ง ปุ้ง"

เสียงเหมือนอะไรแตกดังออกมาจากร่างของเป่ยเฟิง มันเหมือนเสียงของประทัดดังอยู่ภายใน !

ลำแสงยิงเข้ามาในร่างของเป่ยเฟิง ทำให้เป่ยเฟิงสูดเอาลมหายใจจากภายในออกมาภายนอก ไอสีขาวเหมือนควันถูกปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่องจากร่างของเป่ยเฟิง ทำให้ตอนนี้เขาเหมือนชิ้นหยกสีขาวอย่างมาก !

ในตอนนั่นเองเย็นสุดขั้วก็ได้แผ่พลังภายในธาตุน้ำแข็งจำนวนหาศาลไปทั่วร่างของเป่ยเฟิง นอกจากนี้ ผลของผลเลือดต้นกำหนดที่ยังอยู่ในร่างของเขาก็ช่วยทำให้กล้ามเนื้อของเขาคลายตัวลงด้วยเช่นกัน

ในขณะที่ทั้งสามกำลังปะทะกันในร่างของเป่ยเฟิง พวกมันทำลาย และฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง เมื่อเวลาผ่านไปพลังทั้งสามก็ค่อย ๆ หลอมรวมในร่างของเป่ยเฟิง

เป่ยเฟิงกำลังจินตนาการถึงชิ้นส่วนโลหะที่ถูกพลังงานไม่ซ้ำกันผสมกันมั่วไปหมด จนสุดท้ายมันก็ได้ระเบิดออก มันดูเหมือนเป่ยเฟิงมากในตอนนี้ !

หลังจากที่ของเหลวสกปรกจำนวนมากถูกบังคับให้ออกมาจากร่างกายของเป่ยเฟิง มันได้ทิ้งความกดดันไว้ในร่างของเขา และตอนนี้ร่างกายของเขาก็เริ่มพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง !

หมอกสีขาวมัว ๆ รอบ ๆ ตัวของเป่ยเฟิง เริ่มแข็งตัวขึ้น ปรากฏการณ์นี้เป็นผลมาจากความเร็วในเลือดของเป่ยเฟิง มันปล่อยความร้อนที่สูงมากทำให้แผ่ความร้อนมากยิ่งขึ้น !

หลังจากพลังงานทั้งสามได้ผสมเข้ากับเลือดของเป่ยเฟิง ตอนนี้พวกมันได้กระจายไปทั่วร่างกายของเขาแล้ว

พวกมันหมุนเวียนเลือดไปทั่วร่างของเขาถึงหนึ่งร้อยแอดรอบ จากนั้นมันก็ค่อย ๆ หมุนช้าลง ๆ เหมือนรถที่น้ำมันหมด ในไม่ช้า พวกมันก็ค่อย ๆ หยุดลง แต่เลือดของเขาตอนนี้มีพลังงานภายในมหาศาลอัดแน่นอยู่ !

"ฮู้ว !"

เป่ยเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และคำรามออกมา !

เสียงคำรามดังขึ้นมาในอากาศ มันดูเหมือนมังกรกับเสือที่อยู่บนภูเขา ! ฝูงนกกระจัดกระจายขึ้นฟ้าโดยพร้อมกัน !

"สำเร็จ !"

เป่ยเฟิงร่าเริงทันที เขาเพิ่งสำเร็จขั้นแรกของเคล็ดการหายใจด้วยแสง มันเป็นเวลาที่สั้นมาก มันจึงทำให้เขาประหลาดใจ !

เขารีบเรียกหน้าจอระบบ ในใจของเป่ยเฟิง เพื่อดูว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลง !

เผ่ามนุษย์ : เป่ยเฟิง (ชาวประมง ระดับ 1)

ความแข็งแกร่ง : 28

ความเร็ว : 26

พลังจิต : 34

เคล็ดการหายใจด้วยแสง : สำเร็จขั้นแรก !

อาวุธ :เย็นสุดขั้ว(ระดับ 2)

ขาดประสบการณ์เพื่อเข้าถึงชาวประมง ระดับ 2 : 6,900 !

"มันคือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ! ตอนนี้ร่างกายของฉันมันมากกว่าผู้ชายปกติถึงสองเท่า ! นอกจากนี้พลังจิตของฉันก็เพิ่มมากกว่าเดิมถึงสองเท่าด้วยเช่นกัน !"

เป่ยเฟิงตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยพลัง ! ตอนนี้เขาสามารถฆ่าวัวได้ด้วยเพียงก่อนต่อยครั้งเดียว !

"28 จุดสำหรับพละกำลัง ตอนนี้น้ำหนักของหมัดฉันน่าจะเป็น 250-300 kgF .. หื้ม ความเร็วของฉันเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่มันก็น่าจะไม่มีปัญหาถ้าจะวิ่ง 100 เมตรภายใน 10 วินาที !"

เป่ยเฟิงประมาณคร่าว ๆ ในใจ เนื่องจากเขาไม่เคยทดสอบความสามารถทางร่างกายของเขาเลย

มันเหมือนกับว่าเขากำลังบินอยู่ เมื่อวิ่งผ่านป่า เขาว่องไวดั่งลิง ต้นไม้และหินเป็นอุปสวรรคเล็กน้อย แต่เขาก็สามารถก้าวผ่านพวกมันไปได้สบาย

****

"ไอ้ไร้ประโยชน์ ! ทำไมฉันต้องยกโทษให้พวกแก ? แม้แต่งานง่าย ๆ พวกแกก็ทำไม่ได้ แกต้องให้ฉันอดทนกับความโง่ ๆ ของพวกแกอีกนานแค่ไหน !"

เหว่ยฮุ้ยกระแทกโต๊ะ แล้วลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธ ทั้งสำนักงานเต็มไปด้วยความเงียบ ทุกคนหวาดกลัวเข้าไปในจิตใจ ขณะเดียวกันพวกเขารู้สึกเหนื่อยล้าอย่างมาก เมื่อต้องยืนอยู่เบื้องหน้าของสัตว์ร้ายที่ดูเหมือนสัตว์ตรงหน้าแบบนี้ ความเย่อยิ่งของพวกเขาหายไป เหลือแต่ความสิ้นหวังที่พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับความโกรธของเหว่ยฮุ้ย

ยิ่งเหว่ยฮุ้ยคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา เขาก็ยิ่งรู้สึกโกรธ ! เมื่อสักครู่เขาได้รับแจ้งว่า Ol 'Black หายตัวไปแล้ว ไม่เหลือแม้แต่ร่องรอย !

"มารดามันเถอะ ! ไอ้บัดซบทำไมแกไม่ตาย ๆ ไปซะ ?! อย่าให้ฉันจับแกได้ละกัน ไอ้เลวเอ้ย !"

เหว่ยฮุ้ยเต็มไปด้วยความโกรธที่ไม่สามารถพูดออกมาได้ เขาแทบจะกัดฟันบดมันให้เป็นผงละเอียด พวกอันธพาลในตอนแรกที่เขาส่งไป มันก็กลับมาพร้อมกับกลิ่นปัสสาวะในรองเท้าพวกมัน ทุกคนดูกลัวอย่างมาก มันปฏิเสธที่จะเข้าใกล้บ้านหลังนั้น ในเมื่อไม่มีทางเลือก เขาจึงส่งอันธพาลไปอีกกลุ่ม แต่พวกมันก็กลับมาไม่นานโดยมีสภาพแขนขาหัก ในที่สุดแม้แต่มือสังหารที่เขาส่งไป มันก็ยังไม่พอ เขาล้มเหลวที่จะฆ่าเป่ยเฟิง นอกจากนี้เขายังหายตัวไปและไม่มีแม้แต่ว่าเขาหายไปไหน ตั้งแต่นั้นมา !

เหว่ยฮุ้ยไม่สามารถรอได้อีกต่อไปแล้ว เขาให้ลูกน้องจัดการก็เหมือนกับนำความฝันของเขาทิ้งลงท่อไป หลังจากเดินไปเดินมาในสำนักงานสักพัก เหว่ยฮุ้ยก็ตัดสินใจว่าวิธีที่ดีที่สุดคือไปหาเป่ยเฟิงด้วยตัวเอง !

"ยกเลิกการนัดหมายในช่วงบ่าย และเตรียมรถให้ฉันทันที !"

เหว่ยฮุ้ยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและพูดอย่างรวดเร็ว

"ฉันอยากจะเห็นว่าไอ้เด็กที่กินใจหมีมันจะมีความกล้าที่จะเจอเสือดาวไหม"

เพื่อที่จะให้ธุรกิจของเขารุ่งเรื่องขึ้นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ เหว่ยฮุ้ยส่วนใหญ่ได้กำไรมาจากการทุบทำลายพวกตึกหรือบ้านแล้วสร้างขึ้นมาใหม่ แน่นอนว่าคนทั่วไปไม่เต็มใจที่จะเห็นสิ่งที่พวกเขาสร้างมาพังยับเยิน แต่เพราะเหว่ยฮุ้ยนั่นไร้ยางอายมานานแล้ว เขาจึงมักบังคับให้พวกนั่นยอมขายที่ดินให้เขา แต่เจ้าเด็กเลวนี้ยังคงไม่รู้ตัวและปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันถึงเวลาแล้วที่เขาจะตัดจัดการอุปสรรคนี้ด้วยตัวเอง !

****

ย้อนกลับมาที่บ้านหลังเก่า ๆ เป่ยเฟิงกำลังถูตัวเองเหมือนคนบ้า เขาจะไม่ทำแบบนี้ได้อย่างไร ในเมื่อสิ่งสกปรกที่ออกมามันมากเกินไป ไม่ว่าจะถูไปแค่ไหนมันก็ยังคงหลงเหลือไว้กับผิวหนังของเขา

ในช่วงแรก มีเพียงแค่เสี้ยวสีเทาบาง ๆ ที่ปรากฏออกมาทุกครั้งหลังจากฝึกฝนเสร็จ จากนั้นเมื่อเขาเริ่มฝึกไปเรื่อย ๆ เหงื่อสีเทานี้ก็เริ่มเข้มขึ้น เข้มขึ้น ถ้าจะพูดให้ถูกคือ มันคือของเหลวสกปรกที่ถูกขับจากเลือดของเขาให้ออกมาทางผิวหนัง !

ด้านข้าง ไป่เซียงกำลังมองเป่ยเฟิงด้วยความตกใจ นอกเหนือจากความสกปรกแปลก ๆ บนร่างของเป่ยเฟิง เขาก็ได้แต่ถามว่ากุ้งตัวใหญ่ที่หน้าบ้านมาได้ยังไง !

ถึงเขาจะไม่ใช่คนฉลาด แต่เป่ยเซียงไม่ใช่คนโง่ ! เขารู้ว่ากุ้งที่ยาว 3 เมตรไม่ควรจะมีอยู่ในโลกนี้ เขาไม่เคยได้ยินว่ามีกุ้งที่ตัวโตขนาดนี้ในโลก !

ในท้ายที่สุดไป่เซียงก็ไม่ถามเรื่องนี้ เช่นเดียวกับเป่ยเฟิงที่ไม่ได้ถามเรื่องความแข็งแกร่งที่เป็นความลับของเขา เขาก็จะไม่สนใจความลับของเป่ยเฟิงเช่นกัน

"มา ไป่เซียง มาช่วยฉันจัดการกับกุ้งตัวนี้"

เป่ยเฟิงรู้สึกปวดหัวอย่างมาก เมื่อมองไปที่กุ้งยักษ์ตรงหน้าเขา เขาโดยไม่คำนึงถึงขนาดตัว แต่เปลือกของมันโคตรแข็ง ! หลังจากที่จัดการเปลือกของมันได้แล้ว เขาก็ไม่รู้จะเริ่มต้นกับมันยังไงดีกับกุ้งตัวนี้ !

"ได้ครับ ผมจะทำอะไรก่อน" ไป่เซียงช่วยเป่ยเฟิงทำความสะอาดกุ้งเสร็จ และถาม

"ง่าย ๆ เราไม่ต้องการหัวกับตัว เราเพียงแค่ตัดหลังของมันเป็นชิ้นใหญ่ ๆ แล้วพวกก้ามกับขาของมันเอาไว้กินทีหลังได้" เป่ยเฟิงมองไปที่กุ้งอมตะและกล่าว

ไป่เซียงพยักหน้าและเหวี่ยงแขนขนาดใหญ่ของเขาเพื่อเริ่มตัดตรงจุดที่กันระหว่างคอกับหลัง ด้วยแรงทั้งหมดของเขา

"แก๊ง !"

"ดิ๊ง ดิ๊ง !"

อย่างไรก็ตาม เสียงที่ได้ยินเหมือนโลหะปะทะกับก้อนเนื้อดังออกมาจากทั้งคู่ก้องไปทั่วลานกว้าง เสียงที่ได้ยินคือนั่นเสียงทะลุของเปลือกกุ้งและมันยังบดรวมกับส่วนอื่น ๆ อีก ทำให้เป่ยเฟิงแทบจะล้มหงายไปบนดิน !

"อ้าา ! เจ้านาย คุณไม่สามารถโทษผมได้ เปลือกนี้มันนิ่มเกินไป" ไป่เซียงกล่าวด้วยความใสซื่อบนใบหน้าของเขา

"ฉันยังไม่ได้โทษนายเลย ..."

เป่ยเฟิงมองไปที่กุ้งอมตะ ก่อนหน้านี้เขายังไม่สามารถทำอะไรมันเลยได้ด้วยซ้ำ

"อ๊ากกก ! ฉันไม่เชื่อว่าจะทำอะไรแกไม่ได้ ไป่เซียง ไปที่ร้านขายเครื่องมือในหมู่บ้านละซื้อเลื่อยไฟฟ้ามา !"

เป่ยเฟิงถูกราวกับครอบงำโดยปีศาจ คืนนี้บิดาจะจับแกทำเป็นมือค่ำซะ !

บางทีอาจเป็นเพราะความตกตะลึงของไป่เซียง ทำให้เขารีบกลับมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับเลื่อยไฟฟ้าอันเล็กในมือของเขา เป่ยเฟิงมองไปที่กุ้งอมตะ แล้วเขารีบเปิดใช้งานเครื่องทันที

"ชิ๊ !"

เสียงดังไปทั่วบ้าน มันดังไปไกลถึงหมู่บ้าน

ประกายไฟออกมาจำนวนมาก ในขณะที่เป่ยเฟิงเริ่มเลื่อยไปที่เปลือกหนา ๆ ทันที โดยจะเห็นประกายความหวังได้จากในตาของเป่ยเฟิง

หลังจากที่เขาพอใจแล้ว หลังจากสั่งบางอย่างกับไป่เซียงเสร็จแล้ว เขาก็กลับห้องแล้วเปิดทีวีนอนดูมันอย่างสบายใจ

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ไป่เซียงก็วิ่งอย่างตื่นเต้นมาที่ห้องของเป่ยเฟิง เขาได้กอดก้ามปูขนาดใหญ่ไว้ที่อกของเขา

หลังจากพูดไม่กี่คำกับไป่เซียง เป่ยเฟิงก็นำก้ามปูขนาดใหญ่ไปที่ห้องครัว เขาอยากรู้เกี่ยวกับรสชาติของกุ้งอมตะตัวนี้อย่างมาก !

เตาแบบตั้งเดิมมันต้องเตรียมการเล็กน้อย แต่สำหรับอาหารชั้นยอดนี้แน่นอนว่าเขายอมเสียเวลา ! เป่ยเฟิงใส่หญ้าแห้งแล้วโยนพวกมันลงไปเผาใต้กะทะอย่างสม่ำเสมอ ในไม่ช้าก็มีไฟมากมายปรากฏอยู่ใต้กระทะ

เขาเทน้ำลงไปในกระทะ จากนั้นก็นำใบไผ่บางส่วนใส่ลงไป แล้วตามด้วยใส่กุ้งอมตะแล้วเปิดไฟให้สุดและปิดฝา

ซอสและเครื่องปรุงรสเตรียมได้ง่ายที่สุด ซอสมีส่วนผสมของถั่วเหลือง พริกขึ้หนู และเครื่องเทศอื่น ๆ เช่นใบผักชี แน่นอนว่าต้องใช้ในปริมาณพอเหมาะ

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับอาหารทะเลคือความสดของมัน ซอสและเครื่องปรุงรสต้องไม่มากเกินไป หรือไม่ก็ต้องทำให้ความสดกับความหวานของซอสเข้ากันได้ในอาหารทะเลจานนี้ !

จบบทที่ บทที่ 36 กุ้งอมตะ

คัดลอกลิงก์แล้ว