เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 โจร !

บทที่ 29 โจร !

บทที่ 29 โจร !


บทที่ 29 โจร !

ถือถังเลือดหมูที่ดูแล้วน่าจะหนัก เป่ยเฟิงเดินเข้าบ้านด้วยฝีเท้าหนักแน่น ไป่เซียงเพิ่งตื่นนอนและนั่งอยู่หน้าประตูหน้า ความโศกเศร้าอยู่บนหน้าเขาในขณะที่มองไปที่ท้องฟ้า มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าใจความคิดของเขา

"ไป่เซียง นายรู้วิธีทำอาหารไหม ?" เป่ยเฟิงตะโกนทักทายและถาม

"ผมรู้ ! แต่ มันไม่อร่อย ...." ไป่เซียงตอบด้วยความลำบากใจ

"ไม่ต้องกังวล แค่ไปทำมันแล้วเราจะได้มาเริ่มกินอาหารเช้ากัน"

เป่ยเฟิงไม่เชื่อว่าเขาจะทำอะไรที่มันน่ากลัวจากอาหารขึ้นมาได้ ด้วยวัตถุดิบชั้นสูงขนาดนี้ ถึงแม้เขาจะทำแค่ต้มเนื้อสัตว์ในน้ำเปล่า มันก็ยังคงให้รสชาติที่ดีพอสมควร

"เอ่อ" ไป่เซียงพยักหน้าและเดินเข้าไปในครัว ในไม่ช้าก็ได้ยินเสียงดังกึกก้องของเขาในการทำอาหารในห้องครัว

เป่ยเฟิงนำเลือดหมูไปใต้ต้นไทรและวางไว้ใกล้ ๆ ต้นผีดูดเลือด ขณะที่เขาเอาฝาออก กลิ่นฉุนของเลือดก็ลอยออกมาจากอ่างทันที

ต้นผีดูดเลือดตอนแรกมันไม่มีท่าทีสนใจ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมันได้กลิ่นอาหารมันก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก ด้วยการแกว่งตัวของมัน รากหลายสิบรากถูกยิงออกจากพื้นและจุ่มลงในอ่าง

"จี จี้ !"

คลื่นลูกแล้วลูกเล่า ซึ้งสังเกตุได้จากรากที่มันโผล่ขึ้นมา ลอยเข้าไปในร่างหลักของต้นผีดูดเลือด

ในช่วงเวลาสั้น ๆ ต้นผีดูดเลือดดูเหมือนจะมีขนาดใหญ่ขึ้น เมื่อถึงช่วงเวลาที่เลือดหมูถูกดูดซึมเข้าไปเต็มที่ ต้นผีดูดเลือดตอนแรกที่มีความหนาพอ ๆ กับกำปั้นของเด็กทารก ตอนนี้มันได้กลายเป็นหนาเท่าข้อมือผู้ใหญ่แล้ว !

หลังจากนั่นก็เริ่มมีกิ่งไม้โผล่ขึ้นมากลางลำต้น มันยืดออกไปสี่ทั่วทั้งสี่ทิศ

"มันไม่ใช่ว่ามันจะโตเร็วเกินไปงั้นหรอ ? เดียวนะ ถ้าในเมื่อมันมีกิ่งโผล่มาแล้ว แล้วนานแค่ไหนกว่ามันจะออกดอก ?" เป่ยเฟิงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เมื่อไม่เห็นว่ามีอะไรบ่งบอกถึงดอกตูมที่จะโผล่มาจากต้นผีดูดเลือดเลย

"สวัสดี ? ใครกัน ?" ขณะที่ต้นผีดูดเลือดกำลังกินอาหาร โทรศัพท์ของเป่ยเฟิงก็ดังขึ้น

"ฉันเอง"

แค่สองคำง่าย ๆ เป่ยเฟิงสามารถบอกได้ทันทีว่าใครคือคนที่โทรมา แต่อย่างไรก็ตาม เขาไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไงดี

หลังจากเงียบไปสักพัก เป่ยเฟิงก็ได้เปิดปากขึ้นมาและถาม "โอ้ มีธุระอะไรหรือเปล่า ?"

"ฉันกำลังจะแต่งงานภายในสองวันนี้ ที่เฉิงตู ฉันหวังว่าคุณจะมาที่นี่เพื่อมาร่วมงานแต่งของฉันนะ ..." โจวเซียหว่าน เงียบไปชั่วขณะด้วยความลังเลใที่จะพูดต่อ

"เอ่อ ฉันจะไปในวันนั้น มีอะไรอีกไหม ?" เป่ยเฟิงหายใจเข้าลึก ๆ และตอบอย่างใจเย็น

"คุณ ... ไม่ ฉันจะส่งที่อยู่ไปให้อีกที " โจวเซียหว่าน ดูเหมือนว่าเธอมีอะไรจะพูด แต่ก็พูดไม่ได้

"อืม"

เป่ยเฟิงจบลงด้วยความโศกเศร้าน้อยใจ

โจวเซียนหว่าน เป็นแฟนของเป่ยเฟิงก่อนที่เขาจะเกิดอุบัติเหตุ ถ้าทุกอย่างดำเนินไปได้ราบรื่น บางทีเขาอาจมีลูกชายวิ่งวนไปรอบ ๆ และเรียกเขาว่าพ่อในตอนนี้

ในเวลานั้นเมื่อพวกเขารู้ถึงการบาดเจ็บของเป่ยเฟิง พ่อแม่ของโจวเซียหว่านก็ได้ถอนการหมั้นออกในทันที หลังจากฟังคำแนะนำดี ๆ จากเพื่อน ๆ ของเธอ เธอตัดสินใจที่จะทิ้งเป่ยเฟิงไปในที่สุด

ตอนนี้เป่ยเฟิงรู้สึกขุ่นเคืองในหัวใจของเขา แม้ว่าเขาจะไม่มีความรู้สึกเกลียดชังเธอ แต่ก็ยังเป็นความจริงที่ว่าเขาไม่ได้รู้สึกดีกับเธอเช่นกัน

แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ยากสำหรับคนแปลกหน้า แต่ก็ไม่ได้เป็นความรู้สึกที่ดีสำหรับเป่ยเฟิงเลย

'เฉิงตู โรงแรมราชวงศ์แห่งอาทิตย์ ? ดูเหมือนว่าเธอจะเจอคนที่ดีมากๆ เลยสินะ ...' เป่ยเฟิงจ้องมองเงียบ ๆ ในข้อความโทรศัพท์ของเขาและคิดอย่างโศกเศร้า

โรงแรมราชวงศ์แห่งอาทิตย์ เป็นร้านอาหารระดับ 5 ดาว สำหรับการจัดงานแต่งงานที่ร้านอาหารนี้ แน่นอนว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ครอบครัวของโจวเซียหว่านจะทำได้ ดังนั้นจึงน่าจะเป็นครอบครัวของเจ้าบ่าวมากกว่า

เป่ยเฟิงวางโทรศัพท์ลงแล้วถอนหายใจเบา ๆ เขาเรียกไป่เซียงมาเพื่อจะบอกให้ไป่เซียงอยู่ห่าง ๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้กับต้นผีดูดเลือด เป่ยเฟิงยังสั่งให้ไป่เซียงไปร้านขายเนื้อทุกเช้าแล้วนำอ่างเลือดหมูไปวางทิ้งไว้ใกล้ ๆ ใต้ต้นไทร

หลังจากนั่นเขาก็หยิบคันเบ็ดสีม่วง เขาคิดจะลองเสี่ยงโชคในการตกปลาประจำวันดู แม้ว่าจะนั่งอดทนอยู่ข้าง ๆ บ่อน้ำโบราณเป็นเวลานาน เป่ยเฟิงก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมแพ้และเก็บคันเบ็ดไว้หลังจากที่ไม่สามารถตกอะไรได้เลย วันนี้เขาไม่มีแขกที่จองโต๊ะไว้และมีเพียงไป่เซียงเท่านั้นที่อยู่ในบ้าน เป่ยเฟิงจึงตัดสินใจออกเดินทางไปเมืองเฉิงตูก่อน หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วเขาก็ก้าวเท้าออกจากบ้านทันที

การเดินทางจากเมืองชิงหลิงถึงเมืองเฉิงตูนั้น ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น เป่ยเฟิงมาถึงสถานีรถเมย์เล็ก ๆ เขาสะพายกระเป๋าเป้เล็ก ๆ ไว้ที่หลัง

ชิงหลิงนั้นล้อมรอบไปด้วยเทือกเขามากมาย ทำให้เส้นทางรถเมย์นั้นบิดเบี้ยวและเลี้ยวไปเรื่อย ๆ ตามท้องถนนแคบ ๆ นี้คือถนนที่มักถูกใช้โดยรถประจำทางเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้เส้นหลัก

เป่ยเฟิงเอนตัวลงกับหน้าต่างขณะที่มองทิวทิศน์อันกว้างใหญ่ของเมืองชิงหลิงข้างหน้าเขา

****

หลินเจียเป็นนักศึกษาของมหาลัยในเมืองเฉิงตู ตอนนี้เธอกำลังเดินทางกลับบ้านเกิดเมื่อเธอเลิกเรียนแล้ว เธอล้มเหลวที่จะซื้อตั๋วรถไฟและมันไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้วนอกจากต้องขึ้นรถเมย์

อากาศที่ร้อนและชื้น การตกแต่งภายในรถบัสที่เต็มไปด้วยกลิ่นแปลก ๆ สำหรับเครื่องปรับอากาศในรถเมย์เก่า ๆ นี้ มันทำงานไม่ได้เนื่องจากมันพังมานานแล้ว !

ถึงอย่างนั้น หลินเจียก็รู้สึกเย็นสบายอย่างมากสำหรับอากาศในช่วงบ่ายนี้ ! เพราะมันมีคลื่นของอากาศที่สดชื่น และความเย็นที่ปล่อยออกมาเรื่อย ๆ เล็ดลอดออกมาจากจุดหนึ่ง และมันก็อยู่รอบ ๆ ตัวเธอ สิ่งที่แปลกก็คือถ้าเธอลุกออกจากที่นั่ง เธอจะพบกับคลื่นลมร้อนและแห้งแล้ง !

'มันช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ ที่ได้นั่งข้าง ๆ คนนี้ ...'

ดวงตาของหลินเจียเป็นเหมือนดวงดาวในท้องฟ้ายามราตรีมันดูส่องประกายสดใส เธอมองไปที่คนนั่งข้าง ๆ เธอไม่จำเป็นต้องมีเครื่องปรับอากาศเลยถึงแม้จะอยู่ในฤดูร้อนแบบนี้ !

"อ๊า !"

หลินเจียกำลังหาข้ออ้างในการเข้าหาเป่ยเฟิง ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงตะโกนอันน่าสยดสยองออกมาจากที่นั่งคนขับ

"ฮะ !" เป่ยเฟิงหันออกมาจากหน้าต่างมองไปที่แหล่งที่มาของความวุ่นวาย

"นี้คือการปล้น ! อย่าขยับ ! ทุกคนทำตัวดี ๆ อย่าพยายามทำอะไรโง่ ๆ !"

มีชายสองสามคนขึ้นมาบนรถบัส และกำลังยืนอยู่ด้านหน้า เขาถือมีดตะโกนใส่ผู้โดยสาร

"ฟัง ! รถบัสคันนี้จะต้องออกไปเส้นข้างทางเดียวนี้ ! รถคันนี้เป็นของบริษัท ไม่ใช่ชีวิตของแก คงไม่มีใครอยากเจ็บตัวสินะ !" ชายโหดที่กำลังถือมีดชี้มาที่คนขับรถเพื่อทำตามที่เขาสั่ง

"ได้ ได้! ผมจะทำตามที่คุณสั่ง ! อย่าทำร้ายผม !"

คนขับรถวัยกลางคนร้องไห้ตกใจ เขาวางแผนไว้ว่าจะหาโอกาศที่จะเรียกตำรวจ แต่อย่างไรก็ตามเหมือนมีบางอย่างเปลี่ยนไปเมื่อเขาได้ยินคำพูดของโจร

"เขาพูดถูกแล้ว รถเมย์คันนี้ไม่ใช่ของฉัน ! ไม่มีเหตุผลที่จะเสี่ยงชีวิตเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับของ ๆ คนอื่น !"

ทันทีที่ความคิดนี้หยั่งรากลึกลงในใจของผู้ขับขี่รถบัส เขาละทิ้งความคิดต่อต้านทั้งหมดในขณะที่เขาทำตามคะแนะนำของโจร เขาขับรถออกจากถนนสายหลักและเข้าสู่ถนนด้านข้าง ๆ

"พวกแกคงไม่อยากลองทำอะไรสนุก ๆ ใช่ไหม ! ยกมือขึ้น หากฉันเห็นใครคิดจะเรียกตำรวจฉันจะฆ่ามันทันที ! ไม่ต้องกังวัล แค่ให้ความร่วมมือ เราจะไม่ทำร้ายแน่นอน เราเพียงแค่แสวงหาความมั่งคั่ง มันไม่มีส่วนได้ส่วนเสียในการสละชีวิตของพวกแก เพราะอย่างงั้น อย่าต่อต้านซะจะดีกว่า"

โจรอีกคนหนึ่งตะโกนขู่ผู้โดยสาร ถ้ามีใครเคลื่อนไหวแปลก ๆ เล็กน้อย เขาจะวิ่งเข้าไปต่อย เตะ ทันที

เป่ยเฟิงรู้สึกหนักใจอย่างมาก ในขณะที่รถเมย์ค่อย ๆ แล่นออกไปเรื่อย ๆ จนถึงทางแยก

"หยุดรถ ! เลี้ยวไปข้าง ๆ เดียวนี้ !"

"เอี๊ยดด !"

คนขับรถประจำทางรีบเหยียบเบรคตามคำสั่งของชายที่ดูโหดร้าย

"เดินเรียงแถวลงจากรถ ทีละคน ! เร็ว ๆ ! อย่าให้ฉันเห็นใครเล่นตุกติก !"

ชายสูงและเต็มไปด้วยมัดกล้าม ผลักคนออกไปอย่างรุนแรง ให้ลงจากรถ

ชายหนึ่งคนหนึ่งเหลืองมองไปรอบ ๆ ขณะที่ลงจากรถ ลูกปัดกลมเล็ก ๆ กลิ้งลงมาที่คอของเขา ทันใดนั้นโดยไม่ลังเล เขารีบหันไปแล้ววิ่งไปทิศทางตรงกันข้าม !

'ฮึม ! พวกมันโง่จริง ๆ ! กล้าออกมาปล้นทั้ง ๆ ที่มีความสามารถแค่นี้ ? พวกมันมัดตัวประกันเป็นหรือเปล่า ? ไม่เห็นจะเป็นมืออาชีพ หึ ฉันจะโทรหาตำรวจทีหลังหลังจากที่ฉันหนีไปได้ เราจะได้ดูกันว่าไอ้พวกโจรไร้สมองนี้จะหนีออกจากกฏหมายได้ยังไง !' หวูเซียหนิง คิดอย่างเหยียดหยามในขณะวิ่งออกไป

"ปัง !"

"อ๊ากก !"

เสียงกระสุนปืนดังขึ้นในอากาศ คลื่นเสียงกรีดร้องและร้องไห้ดังออกมาจากฝูงชน ขณะที่เฝ้ามองชายหนุ่มที่กำลังหลบหนีออกไปค่อย ๆ ล่วงลงกับพื้น

'พวกมัน ... มีปืนจริง !'

ความเสียใจผ่านเข้ามาในใจของหวูเซียหนิง เขาจมอยู่กับกองเลือดตัวเองในขณะจับหน้าอก ถึงจะเป็นช่วงหน้าร้อน แต่หวูเซียหนิงก็สั่นอย่างรุนแรง โลกของเขาค่อย ๆ แปลกขึ้น หนาวขึ้น การมองเห็นของเขาค่อย ๆ มืดลงไป เลือดไหลออกมาจากอกเรื่อย ๆ จนในที่สุด เขาก็ตายลง

"ปิดปากพวกแกซะ ! นี้เป็นผลจากการไม่ให้ความร่วมมือกับเรา นี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่จะทำให้เห็นว่าใครไม่ร่วมมือกับเรา !" คนที่ดูโหดร้ายลดปืนลง และหันกลับมาตะโกนใส่ผู้โดยสารที่ร้องไห้ด้วยความหงุดหงิด

'นี้มันเริ่มแย่จริง ๆ ...' เฉินหยา เขาไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรดี ในกรณีนี้ที่อีกฝ่ายมีทั้งปืนและตัวประกัน แม้แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะขยับตัวทำอะไร

เฉินหยาเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำลังพิเศษจากเมืองเฉิงตู เขาได้ลางาน กำลังเดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อไปเยี่ยมพ่อแม่ สำหรับการเดินทางแบบนี้ เขาไม่ได้รับอนุญาตให้นำอาวุธปืนติดตัวไปตามลำพัง ใครจะคิดว่าเขาจะจบลงที่สถานการณ์แบบนี้

"ตั้งใจฟัง เมื่อฉันแบกกระเป๋าไปที่ใคร คน ๆ นั้นต้องเอาเงิดสดและของมีค่าทั้งหมดใส่กระเป๋า รวมทั้งโอนเงินในบัตรของพวกแกไปที่บัญชีของฉัน อย่าพยายามต้อต้าน ไม่อย่างงั้น ... พวกแกคงเห็นผู้ชายคนนั้นแล้วใช่ไหม ?" หลิวหยุนลูบปืนด้วยความโอหัง สั่งด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม

"คนพวกนี้ไมใช่โจรปกติ ! พวกมันเป็นคนที่ดูที่ผ่านอะไรมาหลาย ๆ อย่าง และพวกมันไม่ลังเลที่จะฆ่าคน !"

เป่ยเฟิงมองไปที่กลุ่มโจรที่ยังคงธุรกิจของพวกมันราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับศพที่นอนอยู่บนถนนนั้น คนที่มีจิตใจผิดปกติแบบนี้ไม่อาจถือว่าเป็นโจรธรรมดา ๆ ได้ !

จบบทที่ บทที่ 29 โจร !

คัดลอกลิงก์แล้ว