เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 หลี่ซานผู้น่าสงสาร

บทที่ 28 หลี่ซานผู้น่าสงสาร

บทที่ 28 หลี่ซานผู้น่าสงสาร


บทที่ 28 หลี่ซานผู้น่าสงสาร

'บัดซบ ไอ้ระบบหลอกลวง ! ทำไมแกถึงไม่เตือนฉันก่อน !'

เป่ยเฟิงรู้สึกเหมือนอยากร้องไห้ แต่ไม่มีน้ำตา สถานการณ์ปัจจุบันของเขาเป็นอันตรายอย่างมาก และตอนนี้พลังภายในธาตุน้ำแข็งก็เป็นเหมือนดาบที่พร้อมจะตัดหัวของเขาทุกเมื่อ !

ปัญหาหลักนั้นคือร่างกายของเป่ยเฟิงนั้นอ่อนแอเกินไป สิ่งเดียวที่ช่วยเหลือเขาเอาไว้นั่นคือผลของผลเลือดต้นกำเนิดที่คอยไหลเวียนเลือดภายในร่างของเขา

ถ้าไม่ใช่เพราะผลของมัน เขาคงจะกลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งทันทีที่เย็นสุดขั้วเข้าสู่ร่างกายของเขา

ถึงแม้ว่าจะได้ความช่วยเหลือจากผลเลือดต้นกำเนิด แต่อุณหภูมิร่างกายของเป่ยเฟิงก็ยังคงลดลงอย่างมาก มันเหมือนกับว่าเขาได้กลายเป็นสัตว์เลือดเย็นไปแล้ว

นอกจากนี้เขารู้สึกเหมือนว่าร่างกายของเขาหนักขึ้นอย่างมาก แม้ว่าจะเคลื่อนที่ให้น้อยที่สุด มันยังต้องใช้ความพยายามและพลังงานมากกว่าปกติ

หลังจากใช้กำลังอย่างหนัก เป่ยเฟิงรีบกลับไปที่ห้องของเขา คลานเข้าไปในเตียงแล้วดึงผ้าห่มไปคลุมหัวแล้วนอนลงไป

****

เที่ยงคืน 1:00 น. ไม่มีเมฆเลยในท้องฟ้า แสงจันทร์สีขาวส่องปกคลุมไปทั่วภูเขา สิ่งมีชีวิตที่ออกหากินเวลากลางคืนก็ออกมาหากินปกติ

เงาห้าร่าง ใส่ชุดคลุมสีดำ เดินย่องอย่างเงียบ ๆ ไปที่หน้าลานกว้างหน้าบ้านของเป่ยเฟิง เขาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหลี่ซานและลูกน้องของเขาเมื่อตอนบ่าย

"อ่า เหลียง ไปเปิดประตู" หลี่ซานพูดด้วยเสียงเบา ๆ

"อ่า เชื่อมือผมได้เลย !" เซียงเหลียง พยักหน้าเดินไปที่ประตูหน้าขนาดใหญ่ มีมีดผ่าแตงโมอยู่ในมือของเขา

เขาสอดใบมีดเข้าไปในช่องว่างระหว่างประตูและผลักเบา ๆ สำหรับเสาไม้แบบดั้งเดิมมันจะเป็นแนวนอนที่ติดอยู่กับด้านข้าง มันวางเอาไว้เพราะมันเป็นการล็อคประตูแบบสมัยก่อน

'เราไม่ได้เตรียมพร้อมเมื่อตอนกลางวัน ทำให้เราต้องกลับไปมือเปล่า แต่ตอนนี้เรานำอาวุธมาด้วย ฉันกล้าบอกได้เลยว่าไอ้ยักษ์นั่นต้องไม่กล้าสู้กับอาวุธเราแน่นอน' หลี่ซานคิด

"ปัง !"

"พี่ใหญ่ ประตูเปิดได้แล้ว !" เสียงเบา ๆ ดังขึ้นในคืนเงียบสงบ เซียงเหลียงหันหน้าไปด้วยใบหน้าร่าเริงและพูดเบา ๆ

"ดี เข้าไปข้างใน จำไว้ เป้าหมายของเราคือไอ้เด็กเมื่อตอนบ่าย ถ้าเป็นไปได้อย่าไปทำให้ไอ้ยักษ์ใหญ่นั้นตื่น ปล่อยให้มันอยู่ตัวคนเดียวไป เราค่อยมาจัดการมันทีหลังหลังจากจัดการเรื่องนี้เสร็จในตอนเช้า ฉันอยากเห็นหน้าไอ้ยักษ์นั้นที่ร้องไห้อ้อนวอนฉัน !" หลี่ซานนึกถึงนักเลงตัวใหญ่ที่ยืนอยู่ข้างหลังของเป่ยเฟิงและพูดออกมาด้วยน้ำเสียงโหดเหี้ยม

"เราแยกกันมองหามันกันก่อน เราจะเจอกันอีกครั้งใต้ต้นไทรนี้เมื่อเราหาไอ้เด็กเวรนั้นเจอแล้ว"

กลุ่มชายทั้งหลายเดินไปที่ลานกว้างและคุยกันอย่างรวดเร็ว จากนั้นพวกเขาก็แยกย้ายกันตามหาห้องของเป่ยเฟิง

เซียงเหลียงเป็นคนที่ขึ้เกียจมาก เขามองเข้าไปในห้องพักไม่กี่ห้องแล้วรีบกลับมาที่ใต้ต้นไทรทันที

'ไอ๊ เมื่อไหร่วันนี้จะจบ ? ถึงแม้ว่างานนี้จะดูง่าย ๆ แต่มันดันไม่มีค่าจ้างให้เลยนี้สิ ...' เซียงเหลียงบ่นพึมพำด้วยความโกรธ

"ซู๊ว ซู๊ว !"

รากของต้นผีดูดเลือดซึ้งอยู่ไม่ไกลจากเซียงเหลียง ส่ายไปตามสายลมยามค่ำคืน

หลังจากที่รับรู้ถึงสิ่งมีชีวิต รากหลายสิบรากมันก็พุ่งออกมาจากพื้นดินไปที่เก้าอี้หินที่เซียงเหลียงนั่งอยู่

"เป็นยังไง ? พวกแกเจอมันไหม ?"

หลี่ซานถามทั้งกลุ่มทันทีที่เขากลับมาใต้ต้นไทร

"ผมเจอเขา เขาอยู่ห้องสุดท้ายนั่น เขานอนหลับเหมือนท่อนไม้อยู่" หนึ่งในกลุ่มชี้ไปในทิศทางนั่นและพูดออกมา

"ดี ! เราจะต้องทำให้แน่ใจว่าไอ้เด็กนั่นได้บทเรียนในคืนนี้ !" แววตาที่ไร้ปราณีแวบผ่านสายตาของหลี่ซาน ในขณะที่เขาลูบมือด้วยความยินดี

"หืมม ? ชิ หยุดเล่นได้แล้ว !"

หลี่ซานบัดมือไปด้านหลัง

รากของต้นผีดูดเลือดหดกลับเมื่อมันถูกสัมผัส แต่หลังจากนั่น ช่วงเวลาสั้น ๆ มันก็เริ่มฟื้นตัวเลื้อยมาข้างหลังของหลี่ซาน

"แก ... อ๊ากกกกกกกกกก !"

หลี่ซานรู้สึกแปลก ๆ และเมื่อเขาหันกลับไปมอง บางสิ่งบางอย่างดูเหมือนรากกลวง ๆ โผล่ขึ้นมากลางอากาศบนหน้ามันเหมือนมีดวงตาคู่หนึ่งจ้องมองมา ในขณะนั่นเขาก็ไม่สามารถที่จะหยุดตัวเองให้ร้องตะโกนออกมาเสียงดังด้วยความตกใจได้

ต้นผีดูดเลือดก็ตะลึงกับเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยองเช่นกัน มันหดตัวเล็กน้อยด้วยความลังเลใจ อย่างไรก็ตาม ในไม่ช้ามันก็เริ่มทำตัวน่ากลัวอีกครั้ง มันพุ่งไปที่หลี่ซาน

"ช่วยด้วย ! ผีหลอกกก !"

อีกสี่คนกำลังกลัวเมื่อพวกเขามองไปดูที่รากนับไม่ถ้วนที่แทงลงบนร่างของหลี่ซาน

"อ๊าาาา ! ฉันจะตัดแกให้ตายย !"

เซียงเหลียงเป็นคนโง่ที่ตอนแรก ในที่สุดเขาก็ได้สติ เขาเริ่มกวาดมีดแตงโมในมือของเขาไปในอากาศ และพุ่งเข้าหารากของต้นผีดูดเลือด

"ปู ชู !"

ของเหลวเหมือนเลือดกระเด็นออกมาจากราก ขณะที่มันพลิกตัวไปในอากาศ มันพ่นไปทั่วหน้าของเซียงเหลียง เมื่อเห็นโอกาศ พวกเขาก็รีบเข้าไปช่วยหลี่ซานและหันไปรอบ ๆ เพื่อหนี !

"มันคือตัวอะไร !"

หลังจากที่พวกเขาวิ่งหนีออกมาไกลแล้ว ตอนนี้พวกเขาอยู่บนเส้นทางโคลนแห้ง หลังของพวกเขาเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ มีกลิ่นฉุนของปัสสาวะลอยฟุ้งในอากาศ

"มะ .. มันคือตัวบัดซบอะไร แต่ก่อนอื่น ! เร็วเข้าอาการหัวหน้าเป็นยังไง !"

ขาของเซียงเหลียงรู้สึกอ่อนล้าอย่างมาก ถ้าไม่ได้อะดรีนาลินเขาคงจะไม่สามารถจัดการกับรากของต้นผีดูดเลือดได้เช่นกัน เขายังคงขอบคุณพระเจ้าและเทพต่าง ๆ ที่ได้เมตตาปกป้องชีวิตเล็ก ๆ ของเขา ก่อนหน้านี้เขาอยู่ใต้ต้นไทรนานที่สุด ! แม้ว่าเขาจะหนีมาได้แต่เขาก็ยังได้รับบาดเจ็บ

"เขายังไม่ตาย ! เร็ว ๆ ! พาหัวหน้าไปโรงพยาบาล"

กลุ่มแก๊งอันธพาลรีบวิ่งลงเขาตามทางที่เต็มไปด้วยโคลนแห้ง พวกเขามีใบหน้าสีเขียวและรองเท้าที่เต็มไปด้วยปัสสาวะเต็มไปหมด สิ่งเดียวที่พวกเขาสรุปได้นั่นก็คือ ตึกแถวหลังนี้มันไม่ปกติ !

***

"มันไม่ได้ร้ายแรงมาก เขาแค่ทุกข์ทรมานจากการช็อคและโลหิตจางเนื่องจากเสียเลือดมากเกินไป พวกเราให้ถุงเลือดเขาสองถุง จากนั้นเมื่อคุณกลับไปก็กินอาหารบำรุง"

ในโรงพยาบาล อยู่ดี ๆ ก็มีกลุ่มพวกอันธพาลที่ดูน่ากลัวเข้ามาพร้อมกับชายที่ถูกปกคลุมไปด้วยเลือด พวกเขาพร่ำเพ้อร้องไห้พูดว่า ผี หรือไม่ก็ ปีศาจ ออกมาจากปากตลอดเวลา หลังจากได้รับการวินิจฉัยเป็นเวลานาน แพทย์จึงได้แจ้งเกี่ยวกับผลลัพธ์ให้ฟัง

เซียงเหลียงและคนอื่น ๆ วิตกกังวลอย่างมาก โรคโลหิตจาง ? ทั้งกลุ่มเมื่อคิดไปถึงหลี่ซานที่เคยมีชีวิตชีวาและสามารถใช้ชีวิตได้ปกติ กับคำว่า 'โรคโลหิตจาง'

"บางที ... หรือมันจะเป็นผีดูดเลือด ?"

คนเหล่านี้รู้สึกกลัวในใจอย่างมาก ช่วงเวลานี้พวกเขาคิดว่าจะไม่มีวันกลับไปเหยียบบ้านตึกแถวเก่า ๆ นั้นอีก ! พวกเขาไม่ต้องการส่งตัวเองไปสู่ความตาย !

****

เป่ยเฟิงไม่ได้รู้ถึงเรื่องราวต่าง ๆ เลย เช้าวันรุ่งขึ้นเขาตื่นขึ้นมาพร้อมกับรู้สึกหนาว ๆ ในหัว

"ฉันกลายเป็นมนุษย์ตู้เย็นไปแล้วใช่ไหม ?" เป่ยเฟิงจับไปที่ผ้าห่มที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งและคิดอย่างไม่เชื่อ

เขาส่ายหัวแล้วพับผ้าห่มและเริ่มเดินทางขึ้นเขาปกติ

สิ่งที่เขาไม่ได้สังเกตเห็นก็คือพวกหนู งู และสัตว์ร้ายอื่น ๆ กำลังหลีกเลี่ยงเขาทันทีที่เห็นเขาเดินผ่าน

เมื่อเขามาถึงด้านบนเขาก็เริ่มฝึกเคล็ดการหายใจด้วยแสงตามปกติ แต่คราวนี้เขารู้สึกแปลก ๆ มันไม่เหมือนเดิมในขณะที่เขาทำท่าเคลื่อนไหว

"ดูเหมือนเพราะน้ำหนักของเย็นสุดขั้วมันทำให้การเคลื่อนไหวของฉันลำบาก โชคดีที่มันไม่ใช่น้ำหนักทั้งหมดของมัน ไม่งั้นฉันคงจัดการมันไม่ไหวแน่ ๆ บางทีร่างกายของฉันอาจจะแบนนาบไปกับพื้นก็ได้ถ้าเป็นแบบนั้น ..." เป่ยเฟิงบอกกับตัวเอง

"จงออกมา !"

"ชวิ้ง !"

เขาเดินไปใกล้ป่าและจากนั้นก็เรียกเย็นสุดขั้วออกมาบนพื้นดิน

หลุมขนาดใหญ่ที่รองรับน้ำหนักของเย็นสุดขั้วไม่ไหว หนึ่งจะต้องรู้ว่าน้ำหนักของเย็นสุดขั้วนั่นคือ 3,600 จิน !

หลังจากที่ได้นำเย็นสุดขั้วออกมาจากร่างแล้ว ความรู้สึกเบาสบายก็กระจายไปทั่วร่างของเป่ยเฟิง ราวกับเขาเพิ่งได้รับอิสรภาพจากภาระอันมหาศาล แม้แต่เลือดภายในร่างของเขาก็ไหลเวียนได้อย่างราบรื่นมากขึ้น

หลังจากกำจัดภาระเสร็จแล้ว เป่ยเฟิงก็หันไปฝึกซ้อมต่อ

หลังจากฝึกเคล็ดการหายใจด้วยแสง มันก็เริ่มยากขึ้น แม้ว่าจะมีประสบการณ์จากผู้ที่เคยฝึกมาก่อน แต่เป่ยเฟิงก็ยังคงต้องตามหาเส้นทางของตัวเองทีละขั้น

หลังจากนั่นไม่นาน ดวงอาทิตย์ก็ค่อย ๆ ขึ้นหัว แสงความหนาเท่าดินสอพุ่งเข้าไปในรูจมูกของเป่ยเฟิงขณะนั้นกล้ามเนื้อและกระดูกของเป่ยเฟิงก็กระปรี้กระเปร่าอย่างมาก มันเริ่มดูดซึมอย่างบ้าคลั่ง ชั้นเซลล์ที่ตายแล้วและสิ่งสกปรกต่าง ๆ โผล่ขึ้นมาด้านบนของผิวเป่ยเฟิง

ความรู้สึกในร่างกายราวกับได้พัฒนาขึ้น ทำให้เกิดความรู้สึกของความสุขที่เกิดขึ้นในใจของเป่ยเฟิง มันเป็นเวลาที่มีความสุขอย่างมาก

เมื่อการฝึกฝนประจำวันเสร็จแล้ว เป่ยเฟิงก็นำเย็นสุดขั้วเข้าสู่ร่างเหมือนเดิม

แม้ว่าเขาจะไม่สามารถใช้หอกยาวได้ในขณะนี้ แต่เขาก็คิดว่าอีกไม่นานที่เขาจะใช้มันได้ ! เพราะนี้เป็นอาวุธระดับหายาก !

เนื่องจากวันนี้ไม่มีการจอง เป่ยเฟิงจึงมีเวลาว่างอย่างมาก เขาเดินลงไปที่ภูเขาก่อนที่จะอาบน้ำผ่อนคลาย และเดินไปช้า ๆ ที่ตลาดหมู่บ้าน

"นี้เป็นเลือดหมูสดที่ฉันเตรียมไว้สำหรับคุณ อย่ากังวลเลย ฉันไม่ได้ใส่น้ำเพิ่มแม้แต่หยดเดียว !"

ทันทีที่เป่ยเฟิงเข้าไปใกล้ร้านพ่อค้าขายเนื้อ เขาก็จำได้ทันที

"อ่า เดียวผมนำอ่างกลับไปก่อนแล้วจะนำมาคืนให้คุณพรุ่งนี้ โอ้ ช่วยเตรียมเลือดหมูให้ผมอีกในวันพรุ่งนี้ด้วย !" เป่ยเฟิงมองเลือดหมูในอ่างและพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

"ไม่มีปัญหา ! ในกรณีนี้ ฉันคิดเงินในราคาต่ำสุดที่ 50 หยวนต่ออ่าง !" พ่อค้าหยักหน้าอย่างมีความสุข ธุรกิจนี้ทำกำไรได้มากกว่าที่เขาขายหมูด้วยซ้ำ

"เยี่ยม ! คุณสามารถหักเงินที่ฝากไว้เมื่อวานนี้ได้เลย เมื่อเงินที่ฝากไว้หมดแล้วบอกผมได้เมื่อถึงตอนนั้น" เป่ยเฟิงยกถังเลือดหมูขึ้น แล้วเดินขึ้นไปตามทางขึ้นเขา

อ่างเลือดหมูหากชั่งน้ำหนัก มันต้องหนักอย่างน้อย 40 จิน ! โดยปกติแล้วมันจะเป็นภาระอย่างมหาศาลสำหรับร่างกายของเขา แต่อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เขารู้สึกเบาอย่างมากสำหรับสิ่งที่ถืออยู่ ! ตอนนี้เขารู้แล้วว่าร่างกายของเขาพัฒนาไปมากแค่ไหนในช่วงไม่กี่วันมานี้

จบบทที่ บทที่ 28 หลี่ซานผู้น่าสงสาร

คัดลอกลิงก์แล้ว