เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1: ตอนที่ 1 ชีวิตอันแสนน่าเบื่อ

บทที่ 1: ตอนที่ 1 ชีวิตอันแสนน่าเบื่อ

บทที่ 1: ตอนที่ 1 ชีวิตอันแสนน่าเบื่อ


ตอนที่ 1 : ชีวิตอันแสนน่าเบื่อ

ลี ใช้ชีวิตไปแต่ละวันด้วยการนั่งเข้าฌานอยู่บนเก้าอี้เอนนอน โดยไม่ได้คิดถึงเรื่องอะไรเลย เขาเอนกายพิงผนักไปเต็มหลัง และเบาะนุ่มๆก็ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และรองรับตัวเขาไว้ได้อย่างดี

ระบบนวดที่อยู่ในเก้าอี้ รับรู้ได้ถึงน้ำหนักและสามารถตรวจสอบสภาพร่างกายของเขาได้ มันระบุได้ว่ากล้ามเนื้อส่วนไหนที่ตึงแข็งและต้องการการผ่อนคลายมากที่สุด ที่นวดบริเวณหัวเข่าได้ทำการนวดเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดจากบาดแผลอันน่ารังเกียจที่เขาต้องทนทุกข์ทรมานจากการต่อสู้เมื่อหลายปีก่อน ลูกกระสุนที่กระจัดกระจายได้แทรกตัวเข้ามาในหัวเข่าของเขา กระสุนแตกกระจัดกระจายและได้พุ่งเข้าสู่กระดูกสะบ้าหัวเข่าของเขา ลูกกระสุนต้องห้าม – ลูกกระสุนประเภทที่ทิ้งเศษซากกระสุนอย่างสะเปะสะปะไว้เป็นบาดแผลพร้อมกับการติดเชื้อ – แต่เมื่ออยู่ในสงครามจริงๆ ก็ไม่มีใครเคยฟังกฎหรอก

คลื่นแห่งความว่างเปล่าค่อยๆไหลมากระทบลีทีละน้อย เขาจินตนาการว่ามันเหมือนกับคลื่นทะเลที่เขาเคยเห็นในวิดีโอเชิงประวัติศาสตร์ ที่ซึ่งคลื่นสีฟ้าสวยงามตระการตาค่อยๆไหลกระทบฝั่ง เข้ามาทีละน้อยทีละนิดจนกระทั่งในที่สุด ก็เห็นเพียงน้ำเท่านั้น ที่เข้ามาปกคลุมอย่างอ่อนโยน

ลีถอนหายใจขณะที่อาการปวดเข่าจางลงและความตึงของกล้ามเนื้อสลายหายไป ความว่างเปล่าคืบคลายมาหาเขาได้ง่ายดายขึ้นแล้ว การคิดว่าไม่มีอะไรทำให้จิตใจเขาสงบ และความสงบเป็นสิ่งที่โลกนี้ต้องการอย่างมาก และเป็นสิ่งที่เขาต้องการเช่นกัน

ปี 2100 เพิ่งเริ่มต้นเมื่อเดือนที่แล้ว และในตอนแรกผู้คนต่างก็มีความหวัง จุดเริ่มต้นของศตวรรษใหม่ น่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง มีสงครามพร็อกซีระหว่างประเทศมหาอำนาจในตะวันออกและตะวันตกน้อยลง มีภัยธรรมชาติน้อยลงจากสภาพอากาศและดาวเคราะห์ดวงนี้ที่กำลังระส่ำระส่ายจากการโดนทำลาย

แหม… ก็ ไม่มีอะไรแบบนั้นเกิดขึ้นหรอก โลกใบนี้ยังคงอยู่ในความสับสนวุ่นวายเหมือนเดิมตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ดวงอาทิตย์ยังคงไม่มีแสงส่องลงมา เนื่องจากถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันหนาทึบสีดำเหมือนน้ำมันดินและมันแทรกซึมลึกลงไปสู่ปอดเหมือนกับเส้นสายที่เต็มไปด้วยพิษ ทำให้เกิดอาการไออย่างรุนแรงไปทั่วทุกคนที่ยากจนเกินกว่าจะมีหน้ากากที่เหมาะสมได้

แม้ว่าลีจะสบายดี เขามีอุปกรณ์ที่จำเป็นครบครันและไม่ได้ต้องการสิ่งใดเพิ่มเติม การทำงานในตำแหน่งนักพันธุวิศวกรรมของ ซิโน่ ไบโอคัลเจอร์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในจีนสำหรับพืชดัดแปลงพันธุกรรม เงินเดือนที่เขาได้ก็ไม่มีอะไรให้น่าดูถูก มันทำให้เขาดำดิ่งลงไปในความเป็นวัตถุนิยม และวัฒนธรรมบริโภคนิยมของโลก ทำให้เขาซื้ออพาร์ทเมนต์ขนาดใหญ่ในเขตที่ร่ำรวยที่สุดซึ่งมีระบบประตูไฟฟ้า และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยขับไล่คนยากจน

แต่สิ่งต่างๆที่มีกลับไม่เคยเติมเต็มลีได้เลย พ่อแม่ของเขาอยู่ในรุ่นสุดท้ายที่เติบโตมาในยุคสีเขียว ตอนที่นกยังคงส่งเสียงร้องเพลงและยังคงมีป่าดงพงไพรที่เต็มไปด้วยต้นไม้สูงตระง่าน พวกเขาเคยเป็นชาวนาที่ย้ายไปอยู่ในเมืองเพื่อหางานที่ดีกว่า

มาถึงเมืองอย่างสิ้นเนื้อประดาตัว แต่เต็มไปด้วยแรงผลักดันเพื่ออนาคตที่ดีกว่าสำหรับตัวเอง พวกเขายอมสละเวลาและสุขภาพเพื่อตรากตำทำงานในฐานะคนขับรถส่งของ แคชเชียร์และงานแปลกๆอื่นๆที่พวกเขาพอทำได้ แต่สิ่งที่พวกเขาไม่ยอมสละไปก็คือความทรงจำเกี่ยวกับโลกอันเงียบสงบ พร้อมกับสีฟ้าและสีเขียวกว่าความมืดสลัวของเมืองนี้

เมื่อพวกเขามีลี พวกเขาได้มอบความทรงจำเหล่านี้ให้แก่เขา เขาเติบโตมาพร้อมกับเรื่องราวของพนาลีอันกว้างใหญ่และเขียวขจีที่ซึ่งพ่อของเขาเคยวิ่งเล่น ธารน้ำไหลเอื่อยสีฟ้าใสเหมือนคริสตัลและสดชื่นกว่าน้ำดื่มผ่านการบำบัดที่บรรจุขวด หมู่มวลบุปผชาติหลากสีสันเบ่งบานไปทั่วเนินเขา สัตว์ตัวน้อยที่วิ่งบนพื้นดินและนกช่างจ้อที่บินผ่านท้องฟ้าสีฟ้า อบอวลไปด้วยความอบอุ่นจากแสงของพระอาทิตย์สีเหลืองทอง

ลีตกหลุมรักเรื่องราวเหล่านั้น และตอนที่เขายังเด็ก เขาเคยบอกว่าเขาอยากเป็นชาวนาเหมือนที่พ่อแม่เคยเป็น  ช่างเป็นความฝันที่ไร้สาระ พ่อแม่ของเขาหัวเราะเยาะเขาเช่นเดียวกับที่พวกเขาหัวเราะเยาะถ้าเขาบอกว่าเขาต้องการครองโลก ความฝันทั้งสองนั้นเป็นไปไม่ได้เท่าๆกัน

พวกเขาเล่าให้ฟังว่าไม่มีใครทำงานในไร่อีกต่อไปแล้ว เครื่องจักรขนาดใหญ่เสียงดังอึกทึกได้ถางป่าไปเรียบร้อยแล้ว นกทั้งหลายสำลักหมอกควัน คาบมหาสมุทรนั้นว่างเปล่าและคับคั่งไปด้วยเรือขนสินค้าขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยพลาสติกกองเท่าภูเขา ตอนนี้พืชผลทางการเกษตรเพาะปลูกได้ในห้องทดลองเท่านั้น ได้รับการออกแบบมาเพื่อความสมบูรณ์แบบเพื่อทนต่อภาระที่มนุษย์ได้วางไว้ตั้งแต่แรก

เมื่อลีเติบโตขึ้นเขาก็ปรับตัวเข้ากับสังคมและผู้คนบนโลก แต่เขาไม่เคยละทิ้งความฝันในวัยเด็ก เขาเรียนหนักและเรียนเก่งมาก เรียนดีจนสามารถเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำได้ เขาเข้าศึกษาวิทยาศาสตร์ทางพืชและพืชกรรมสวนที่นั่น โดยคิดว่าบางที แค่บางที เขาอาจจะคิดค้นวิธีที่จะนำสิ่งนั้นกลับคืนมา ทั้งป่าไพรเขียวขจีและบรรดาดอกไม้หลากสีที่เขาเคยได้ยินมาตลอด แต่ไม่เคยเห็นมาก่อน

จริงอยู่ที่เขาเฝ้าดูและค้นคว้าข้อมูลเหล่านี้อย่างกระตือรือร้นผ่านวิดีโอที่มีรายละเอียดของอดีต แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาจะไม่มีวันได้เห็นสิ่งเหล่านั้นด้วยสองตาของเขาเอง

แต่ความจริงคือครูอันโหดร้าย หลังจากเรียนจบลีถูกจับเกณฑ์ทหารเข้าสู่สงคราม เขาสู้ศึกเป็นเวลาสองปีก่อนที่จะได้รับบาดเจ็บและถูกปลดประจำการ จากนั้นสุขภาพของพ่อแม่ของเขาก็เริ่มย่ำแย่ลง

พวกเขาเริ่มไอ - หมอกควันในเมืองล่ามมาถึงตัวพวกเขา เขากลับเข้าไปที่มหาวิทยาลัยและเข้าไปเรียนในสิ่งที่จะสามารถทำกำไรได้มากกว่า - นั่นคือพันธุวิศวกรรม เขาได้งานที่ ซิโน่ ไบโอคัลเจอร์ และคอยดูแลพ่อแม่ของเขาจนพวกท่านจากไป นั่นคือสิ่งที่เขาทำได้มากที่สุดเพื่อคนที่คอยเลี้ยงดูเขามาและเสียสละหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อเขามากมาย แต่เขามักหวังว่าเขาจะทำอะไรให้พวกท่านได้มากกว่านั้น

จากนั้นก็ไม่มีอะไรลีให้คุณค่าอย่างแท้จริง เขามีเงิน มีชื่อเสียงเกียรติยศและผลประโยชน์ทั้งหมดที่มาพร้อมกับมัน รถราคาแพง เสื้อผ้าสั่งตัด บ้านสวย ๆ และผู้หญิงอีกมากมายเกินกว่าที่เขาจะนับได้ แต่มันไม่มีค่าอะไรเลย

มันว่างเปล่า

เขาไม่สามารถทำความฝันให้เป็นจริงได้ ความฝันที่พ่อแม่ได้ปลูกฝังขึ้นภายในตัวเขา ความฝันของโลกที่ผ่านไปพร้อมกับความก้าวหน้าอันหนาวเหน็บของเทคโนโลยี

เขาไม่สามารถอุ้มกระต่ายไว้ในมือ หรือเฝ้าดูดอกไม้ค่อยๆเติบโตจากเมล็ดไปจนเป็นดอกที่เบ่งบานได้ เขาไม่สามารถเดินไปตามดงต้นไม้สูงตระหง่านที่เต็มไปด้วยใบไม้สีเขียวครึ้ม เขาไม่สามารถว่ายน้ำในมหาสมุทรสีฟ้าอันกว้างใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยฝูงปลา

บางทีอาจเป็นเพราะเขาตระหนักดีว่าเขามีอำนาจเล็กน้อยแค่ไหนในการเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ เขาจึงต่อต้านมันอย่างรุนแรง เขาเริ่มเกลียดบริษัทยักษ์ใหญ่และความโลภที่ไม่รู้จักจบจักสิ้นของพวกเขาที่ทำให้ท้องฟ้ามืดครึ้มและป่าไม้หายใจไม่ออก เขาเริ่มดูหมิ่นเหยียดหยามทุกคนที่สละโลกอันแสนสวยงามรอบตัว เพียงเพราะอยากได้ความสะดวกสบายเล็กๆน้อยๆ เขาลงเอยด้วยการไม่มีเพื่อนเลยสักคน เหลือเพียงคนรู้จักทั่วไปและเขารู้สึกว่าตัวเองเป็นจิตวิญญาณที่ว่างเปล่าอยู่ในร่างที่ว่างเปล่า ทำงานเพื่อมีชีวิตอยู่ไปวันๆแต่ก็ยังไม่เคยได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างแท้จริง

เพราะไม่ว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร ไม่ว่าเขาจะทำงานหนักแค่ไหน เขาก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้เลย ดังนั้นเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมแพ้เสีย และตกอยู่ในฐานะฟันเฟืองตัวหนึ่งในระบบนี้

ลีหันมาสู่ความเป็นจริงเสมือน(VR) เอลเดน เวิลด์ เกม VRMMORPG อันดับต้นๆของอุตสาหกรรมวิดีโอเกม นั้นทำให้เขาจมดิ่งลงไปในโลกที่ไม่ใช่ของเขา ที่ซึ่งเขาสามารถทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้เป็นไปได้ ที่ซึ่งต้นหญ้ายังคงเขียวขจีและท้องฟ้ายังคงเป็นสีฟ้า เขาทุ่มเวลาว่าง เงินและความหลงใหลทั้งหมดไปกับมัน

ลีเลื่อนเก้าอี้นวดขึ้นไปถึงที่โต๊ะ เขาเอื้อมมือไปข้างหน้าและสวมชุดหูฟัง VR กระบังหน้าดีไซน์โฉบเฉี่ยวโอบกระชับรอบศีรษะ เขาได้ยินเสียงคลิกขณะที่หูฟังซิงค์สัญญาณไฟฟ้ากับระบบประสาทของเขา ทำให้เขาได้สัมผัสกับความเป็นจริงที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงไม่เพียงแค่ผ่านทางสายตาและเสียงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกลิ่น รสชาติและความรู้สึกด้วย เขาใช้จิตสั่งการให้คอมพิวเตอร์ของเขาบูตเครื่องและเริ่มเกมเอลเดนเวิลด์

นี่คือช่วงเวลาที่เขารู้สึกมีชีวิตชีวามากที่สุด

------------------------------------

ติดตามตอนล่าสุดได้ที่เพจ: ว่างๆก็เลยเอานิยายมาแปลไทย

จบบทที่ บทที่ 1: ตอนที่ 1 ชีวิตอันแสนน่าเบื่อ

คัดลอกลิงก์แล้ว