เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 67: การพบปะกันโดยบังเอิญ (2)

ตอนที่ 67: การพบปะกันโดยบังเอิญ (2)

ตอนที่ 67: การพบปะกันโดยบังเอิญ (2)


แองเจเล่นอนลงตรงเส้นทางที่ค่อนข้างวุ่นวายและเห็นรถม้าคันอื่นๆอีกหลายคันได้ผ่านไปแต่ไม่มีหยุดช่วยเขา เขาไม่เคยคาดหวังว่าจะให้คนหยุดช่วยคนแปลกหน้าอย่างเขาจนกระทั่งกลุ่มของแอวริลมาถึง หญิงสาวมีความสุขหลังจากที่ได้เห็นแองเจเล่ตื่นขึ้นมา

 

"ที่จริงแล้วคนอื่นๆเห็นข้านอนอยู่ที่นั่นแต่ไม่มีใครหยุดเพื่อข้า มีเพียงเจ้าหญิงที่น่ารักเหมือนเจ้าที่ช่วยคนแปลกหน้า" แองเจเล่ยิ้มขณะที่เขาพูด หญิงสาวดูดีใจหลังจากที่ได้ยินเขาพูดอย่างนั้น

"ข้าเพียงแค่ทำในสิ่งที่ข้าควรทำ....." มีใบหน้าที่เขินอายขณะที่เธอพูด แองเจเล่พูดคุยกับหญิงสาวอักสักระยะหนึ่ง เธออายุประมาณ 11-12 ปี ระหว่างที่คุยกับแองเจเล่เธอก็สังเกตเห็นว่าเขาอ่อนแอเกินไป

"เจ้าบาดเจ็บและบาดแผลของเจ้าติดเชื้อ นอกจากนี้เจ้ายังมีไข้อยู่ควรพักผ่อนดีกว่า เราพูดคุยกันทีหลังก็ได้" แอวริลพูดอย่างสุภาพและจากนั้นเธอก็ขอให้นักดาบสองคนออกจากรถม้า เธอต้องการทำให้แน่ใจว่าแองเจเล่จะพักผ่อนได้สบาย

รถม้าเงียบหลังจากที่แอวริลปิดประตู แองเจเล่นอนลงบนเตียงด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า

'ตรวจสอบสภาพของข้า' แองเจเล่หายใจเข้าและเขาก็สั่ง

[คุณติดเชื้อด้วยแบคทีเรียที่ไม่รู้จัก เชื้อถูกควบคุมด้วยยาที่มีประสิทธิภาพ คุณเป็นไข้หวัดที่ไม่รู้จักและร่างกายของคุณอ่อนแอ คุณต้องใช้เวลาประมาณ 5 วัน 14 ชั่วโมงเพื่อฟื้นฟู] ซีโร่รายงาน

'เมื่อไหร่ที่ข้าจะสามารถขยับได้' แองเจเล่ถามบางสิ่งที่เป็นปัญหาสำคัญสำหรับเขา เขาจำเป็นต้องมีความสามารถในการตอบโต้เมื่อถูกคุกคาม เมื่อมาถึงจุดนี้เขาอ่อนแอเกินกว่าที่จะทำอะไรได้ มันเป็นเรื่องยากมากสำหรับเขาที่จะหยิบอาวุธ แองเจเล่รู้สึกไม่สบายใจเพราะการติดเชื้อและไข้ทำให้เขาอ่อนแอกว่าคนปกติ

[ถ้าคุณได้รับอาหารและพักผ่อนอย่างเพียงพอมันจะใช้เวลา 41 ชั่วโมง 23 นาที] ซีโร่รายงาน

'มันนานมาก....' แองเจเล่ถอนหายใจด้วยความผิดหวัง

'การโจมตีเพียงครั้งเดียวจากพ่อมดฝึกหัดขั้นที่สามทำให้ข้าเกือบตาย ข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้น...' แองเจเล่คิด

****************************************************

หลังจากที่รถม้าของแอวริลออกไป

มีกวางตัวเมียเล็กๆค่อยๆเดินไปทางที่แองเจเล่นอนพักและลดหัวลงสูดกลิ่นของแองเจเล่ นกฮูกสีขาวบินตรงไปยังกวางและยืนอยู่บนกิ่งไม้ข้างๆ ร่างกายของมันเป็นสีขาวแต่ดวงตาของมันดูมืดมิด

"แม่มดเรเน่นี่คือจุดสิ้นสุด การติดตามจะไม่ทำงานอีกต่อไป" นกฮูกเริ่มพูดด้วยเสียงของชายชรา กวางเดินไปรอบๆสถานที่ชั่วขณะหนึ่งก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นไปมองนกฮูก

"จากกลิ่นนั้นเขาเป็นพ่อมดฝึกหัดของวิทยาลัยแรมโซด้า ข้าคิดว่าเขาเพียงแค่โชคดี มิฉะนั้นจะไม่มีทางที่เขาสามารถฆ่าบาฮามุทได้ ถ้าเราไม่สามารถติดตามเขาได้อีกต่อไปมันก็ไม่มีอะไรที่เราสามารถทำได้ การตายของบาฮามุทไม่ได้ส่งผลอะไร" กวางเริ่มพูดเช่นกัน

"เราต้องหยุดจดจ่อกับเรื่องไม่สำคัญ" นกฮูกพูด

"มันยังไม่ใช่เวลาที่จะทำลายสนธิสัญญากริมการ์ แคทเธอรีนและคนของเธอได้ไปถึงจุดหมายปลายทางแล้ว เราต้องไม่ปล่อยกำลังหลักของแรมโซด้าไป" มันพูดต่อ

"วากิส่งข้อความถึงเราจากอะคริลิกบอกว่าลิเลียโด้กำลังสร้างรอยแตกใหม่" กวางพูด

"ใช่ เราจำเป็นต้องช่วยพันธมิตรแดนเหนือเพื่อทำงานให้เสร็จเร็วๆ ข้าคิดว่าลิเลียโด้ได้สังเกตเห็นสถานการณ์แล้ว ซานเตียโก้ยังส่งพ่อมดบางส่วนมาที่นี่" นกฮูกพูด

"ครั้งนี้เราจะได้ไข่มุกเงา! ไม่สำคัญว่าฝ่ายตรงข้ามของเราจะมีมากแค่ไหน!" ตาของกวางส่องประกาย

***********************

ดวงจันทร์สองดวงลอยอยู่กลางท้องฟ้ายามค่ำคืน เมฆเคลื่อนตัวอย่างช้าๆตามท้องฟ้าและมีดาวที่มองเห็นได้อยู่หลายดวงข้างๆ แองเจเล่ยังคงนอนอยู่ที่เตียงกำลังกินเนื้อตากแห้งของเขาอย่างช้าๆแล้วดื่มน้ำตาม

เขาได้ยินเสียงของกองไฟด้านนอกและมองเห็นแสงไฟผ่านหน้าต่าง แองเจเล่ได้กลิ่นหอมของสตูว์เนื้อที่กำลังทำ เขาจ้องไปที่เนื้อตากแห้งในมือแต่เขาก็ตัดสินใจที่จะไม่ขออาหาร คนเดียวที่รักษาเขาในกลุ่มนี้ก็คือแอวริล

คนอื่นๆยังไม่ยอมให้แองเจเล่อยู่ในกลุ่มของพวกเขา พวกเขาเย็นชาใส่เขาและแองเจเล่รู้เหตุผลว่าทำไมขณะที่เขาพวกเขาซุบซิบกัน ถ้าแอวริลไม่ได้ยืนยันที่จะใช้ยาต้านการติดเชื้อที่มีราคาแพงกับเขาเขาก็จะไม่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว เขาควรจะถูกทิ้งข้างถนนหลังจากที่เขาตื่นขึ้นมา

ด้านนอกรถม้า ทันใดนั้นนักดาบที่นั่งอยู่ใกล้กองไฟลุกขึ้น

"เฮ้ คานธีเจ้าจะไปไหน" ชายคนหนึ่งถาม

"เกือบจะถึงเวลาข้าที่ต้องไปลาดตระเวน" คานธีตบเบาๆไปที่ดาบยาวที่อยู่ข้างเอวและยิ้ม

"อย่าไปไกลนัก" ดันเลวี่พูด เขานั่งอยู่ข้างกองไฟและใช้น้ำมันกับดาบกางเขนของเขา

คานธีเดินไปทางด้านหลังของรถม้าและมองไปที่กองไฟและรถม้าเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครสังเกตเขา เขาได้เดินช้าลงและเดินไปรอบๆก่อนที่จะเดินไปหาม้าสีดำที่แข็งแรงสองตัว สีหน้าของเขาดูดีใจหลังจากที่เห็นสัมภาระหลายชิ้นที่ม้าบรรทุกมาและคิดว่าอาจมีของที่มีค่าอยู่ภายใน

คานธีตรวจสอบกระเป๋าและเห็นกระเป๋าขนาดเล็กแต่มันประณีตมาก มันเป็นกระเป๋าที่มีอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดของแองเจเล่ ภายในมีถุงไข่มุกสีแดง ยาห้ามเลือด หนังสือของพ่อมดเล่นแรกที่เขาได้รับมาและยาควบคุมดำ ในตอนนี้ยาควบคุมดำเป็นของที่สำคัญที่สุดสำหรับเขา

คานธีลูบคลำกระเป๋าขนาดเล็กแล้วหัวเราะ

"พบแล้ว!" เขาพึมพำเสียงต่ำ

*******************************

ภายในรถม้าคันแรก

"ท่านพ่อข้าจะไปเดินเล่นรอบๆ" แอวริลพูด เธอพยายามที่จะผูกหางม้าดังนั้นเธอจึงมองหาที่รัดผมบนโต๊ะ

"อยู่ในรถม้าอย่าไปไหน" ขุนนางผู้ชายมองไปที่เธอและพูดด้วยเสียงกังวาน

"ข้าจะกลับมาภายใน 10 นาที" อย่างไรก็ตามแอวริลไม่สนใจ เมื่อเธอพบที่รัดผมเธอก็ผูกผมเป็นหางม้าและออกจากรถม้า

"แอวริล...." ขุนนางผู้ชายพูดขณะที่มองไปที่ภรรยาของเขา ลูกสาวของพวกเขาทำให้พวกเขาปวดหัว

แอวริลเห็นคนรวมตัวคุยกันรอบกองไฟดังนั้นเธอจึงเข้าไปร่วมการสนทนา แต่ทันใดนั้นเธอก็หยุดเมื่อเธอคิดถึงแองเจเล่ที่มีอายุประมาณ 15 ปีและยังถูกเธอช่วยชีวิตไม่นานมานี้

"เขาไม่หล่อแต่เขาก็ดูฉลาด" เธอพูด

"มันเป็นครั้งแรกที่ข้าออกจากบ้าน ข้ารู้สึกเหมือนข้าเป็นเจ้าหญิงในนิยาย" เธอกำลังอารมณ์ดีดังนั้นเธอจึงเริ่มร้องเพลง แอวริลหันไปทางรถม้าคันที่สองและเดินไปอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นเธอก็เห็นใครบางคนไปรอบๆม้าสีดำสองตัวแต่ไม่ทราบว่าผู้ชายคนนั้นกำลังทำอะไรอยู่

"คานธี" แอวริลรู้จักผู้ชายคนนั้น

"เจ้ากำลังทำอะไร!" เธอตะโกน

คานธีรู้สึกกลัวหลังจากที่มีใครบางคนเรียกชื่อเขา เขาหันไปและเห็นแอวริลกำลังเดินเข้ามา สีหน้าของเขาได้ซีดลงเนื่องจากเขารู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเจ้านายพบว่าเขากำลังขโมย แอวริลตระหนักว่าคานธีกำลังพยายามจะทำอะไรดังนั้นสีหน้าของเธอจึงเย็นชา

"คานธี เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจ้ากำลังทำอะไร" เธอถาม

"ข้าเพียงแค่ลาดตระเวน" คานธีพยายามยิ้ม

"ทำไมเจ้าถึงเข้ามาใกล้ค่ายแทนที่จะเดินไปรอบๆ" แอวริลยิ้ม

"ข้าจะไม่รายงานพ่อถ้าเจ้าออกไปตอนนี้" เธอพูดต่อ

"ขอบคุณ.....ข้าจะไป" คานธียังไม่ได้เปิดกระเป๋า เขายิ้มและไปทันที

แอวริลจัดกระเป๋าไว้บนม้าและเดินไปทางรถม้าคันที่สอง

แองเจเล่รู้ว่าคานธีกำลังพยายามจะขโมยของของเขา เขาได้ยินทุกสิ่งทุกอย่างแต่เขาไม่อยู่ในสภาพที่จะขยับได้ เขาต้องรอเวลาสองวันเพื่อรักษาทรัพย์สมบัติอันมีค่าของเขา มันจะสายเกินไปถ้าแอวริลไม่ได้หยุดคานธี

"เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง" แอวริลเปิดประตูและเข้ามาภายในรถม้า

"เริ่มดีขึ้นแล้ว ขอบคุณเจ้ามาก" แองเจเล่ชอบผู้หญิงแบบนี้ดังนั้นเขาจึงขอบคุณเธอสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้เขา

"เจ้าบอกชื่อเต็มของเจ้าได้หรือไม่ ข้าแองเจเล่ แองเจเล่ ริโอ" แองเจเล่พูด

"ชื่อของข้าคือแอวริล โซโลต้า แฮสริม ชื่อกลางของเจ้าคืออะไร" หญิงสาวถาม

"เราไม่มีชื่อกลาง มันเป็นธรรมเนียมบ้านเกิดของข้า" แองเจเล่พูดขณะที่ยักไหล่ นั่นคือหนึ่งในการเคลื่อนไหวเล็กน้อยที่เขาสามารถทำได้

"ข้าคิดว่าเจ้ามาจากแรมโซด้าซะอีก" แอวริลพูด

"ไม่ ข้ามาจากอีกฟากหนึ่งของทะเล เจ้ากำลังมุ่งหน้าไปที่ไหน" แองเจเล่ยิ้ม

"เมืองเลนน่อน เราต้องไปนำปู่ของข้ากลับไปที่ดินแดนของเรา เขาป่วยและมันแย่ลงเรื่อยๆ" แอวริลตอบด้วยท่าทางเศร้าไม่ได้ซ่อนอะไรจากเขา พวกเขาพูดคุยกันสักพัก แองเจเล่บอกเธอว่าเขาได้รับบาดเจ็บจากโจร เขาบอกว่าเขากำลังมุ่งหน้าไปเมืองเลนน่อนและเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับบ้านเกิดของเขา พวกเขาเพลิดเพลินกับการสนทนา

แอวริลอยากจะอยู่กับแองเจเล่ให้นานกว่านี้แต่มีใครบางคนมาเรียกเธอจากด้านนอกรถม้าดังนั้นเธอจึงออกไป ในที่สุดแองเจเล่ก็มีโอกาสฝึกฝน มันจำเป็นที่เขาจะต้องฝึกฝนทุกวันและไม่สามารถบอกคนอื่นได้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่

สิ่งที่ดีคือเขาไม่จำเป็นต้องมีท่าทางที่จะฝึกฝน เขาสามารถนอนบนเตียงแล้วทำให้คนอื่นคิดว่าเขากำลังพักผ่อน เขาไม่แน่ใจว่าคนทั่วไปจะคิดอย่างไรเกี่ยวกับพ่อมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขามาจากวิทยาลัยแรมโซด้าที่มีชื่อเสียงในเรื่องศาสตร์แห่งความตาย ตอนนี้เขาตัดสินใจที่จะไม่บอกใครว่าเขาเป็นพ่อมดฝึกหัดเนื่องจากเขายังต้องฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ

จบบทที่ ตอนที่ 67: การพบปะกันโดยบังเอิญ (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว