เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 66: การพบปะกันโดยบังเอิญ (1)

ตอนที่ 66: การพบปะกันโดยบังเอิญ (1)

ตอนที่ 66: การพบปะกันโดยบังเอิญ (1)


บาดแผลอยู่ที่เอวนะครับ ตอนที่แล้วอิ้งน่าจะแปลผิด

_____________________________________________________

 

ในที่สุดแองเจเล่ก็หยุดคิดแล้วเขาก็ลูบขมับของเขาและค่อยๆหลับตา ฝนยังคงตกลงมาโดนเต็นท์ทำให้เขาแทบไม่ได้ยินเสียงม้า ภายในเต็นท์มันมืดแองเจเล่ค่อยๆสงบใจลงและเริ่มฝึกฝน เขาเริ่มหายใจให้เป็นจังหวะ

[คำเตือน! คำเตือน!] ทันใดนั้นซีโร่ก็รายงาน แองเจเล่ได้รับการแจ้งเตือนเมื่อเขารู้สึกว่าคันที่บาดแผลของเขา

'ติดเชื้อ?' แองเจเล่ลืมตาและมองไปที่บาดแผล

เขาเห็นว่ายังมีของเหลวของยาเหลืออยู่ บาดแผลไม่ได้มีเลือดออกแต่ผิวรอบๆบาดแผลเป็นสีแดงเข้ม

'ข้าควรจัดการกับมันอย่างไร' แองเจเล่ถามอย่างใจเย็น

[กำลังวิเคราะห์....] ซีโร่รายงาน

[วัสดุที่ต้องการ: ดอกไม้ทอง 15 กรัม ตาของกวางตาเดียว 180 กรัม ปลาหัวโต 520 กรัม....] ซีโร่ยังคงบอกรายชื่อส่วนผสมที่จำเป็นของยาที่สามารถหยุดยั้งการติดเชื้อได้ แต่แองเจเล่ผิดหวัง

'ข้าอยู่ในป่าข้าจะไปหาของพวกนี้จากที่ไหน' แองเจเล่ตรวจดูบาดแผลของเขาอีกครั้งและเห็นก้อนกรวดเล็กๆกำลังลุกลามอย่างรวดเร็วรอบๆบาดแผล พวกมันมีขนาดเท่าเมล็ดงา บางก้อนเป็นสีขาวและบางก้อนเป็นสีดำ การติดเชื้อเริ่มแย่ลงทุกวินาที

ก้อนกรวดเล็กๆเกือบจะปกคลุมทั่วบาดแผล มันดูน่ารังเกียจแม้แต่แองเจเล่ก็ไม่ต้องการจ้องมองที่มัน

'ข้าต้องทำอะไรสักอย่าง' แองเจเล่กัดปากและยกของขึ้น เขาจำเป็นต้องหาวัสดุเหล่านี้ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว เขาไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าการติดเชื้อไม่หายขาด

***********************************

ห้าวันต่อมา

ตอนเที่ยงวัน

ม้าทั้งสองตัวที่แข็งแรงกำลังวิ่งอย่างช้าๆระหว่างต้นไม้ไปตามเส้นทาง แองเจเล่ยังคงสวมชุดล่าสัตว์แล้วนอนลงไปที่หลังม้าตัวแรกแต่จิตใจของเขาต่ำลง มันเป็นเวลาห้าวันตั้งแต่ที่บาดแผลของเขาติดเชื้อ สีหน้าของเขาซีดและเขาแทบหมดแรงและไม่มีกำลังควบคุมม้าของเขา

"อย่างน้อยข้าก็พบบางอย่างที่ชะลอการติดเชื้อ แต่ข้ายังต้องการรักษา" เขาพึมพำ แองเจเล่ปิดแผลด้วยมือที่มีสารสีดำเพื่อป้องกันไม่ให้ก้อนกรวดแผ่กระจายไปนอกพื้นที่

แองเจเล่ออกจากม้าหลังจากที่ตัดสินใจที่จะพักผ่อน เขานำม้าไปผูกกับต้นไม้แล้วเขาก็นั่งลงบนหญ้าและหยิบอาหารออกมากิน

'แบคทีเรียเหล่านี้แข็งแกร่งแค่ไหนกัน.....อย่างน้อยพวกมันก็แข็งแกร่งกว่าอันดับหนึ่งบนโลก' แองเจเล่คิดขณะที่เขาดื่มน้ำจากกระติกน้ำ เขาเริ่มคิดถึงโลกที่มียาปฏิชีวนะที่ทุกคนต้องการ

"ข้าคิดว่าข้าได้ข้ามพรมแดนแล้วดังนั้นตอนนี้ข้าควรจะอยู่ในจักรวรรดิแรมโซด้า แผนที่ไม่มีข้อมูลอีกต่อไปและข้าไม่สามารถวางใจได้อีก ข้าอยากรู้ว่าเมื่อไหร่ที่ข้าจะไปถึงเมืองที่ใกล้ที่สุด" แองเจเล่พึมพำ เขาจ้องไปข้างหน้าแต่เขาเห็นได้เพียงต้นไม้และเส้นทางที่อยู่ระหว่างพวกมัน

แองเจเล่หันหัวของเขาและเห็นเส้นทางที่คดเคี้ยวผ่านช่องว่างในพุ่มไม้ แต่เขาไม่สามารถมองเห็นจุดสิ้นสุดของมันได้

ทันใดนั้นต้นไม้ก็อยู่ภายในหมอกและในขณะเดียวกันวิสัยทัศน์ของแองเจเล่ก็เริ่มเลือน

***********************************

มีเสียงของกีบม้าดังขึ้นภายในป่าเป็นรถม้าขนาดใหญ่ปรากฏจากหมอกหนา รถม้าแต่ละคันมีม้าสีขาวสองตัวอยู่ข้างหน้า หนึ่งในสองรถม้ามีคนขับรถม้าผู้ชายวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบกว่าปี เขาเป็นคนอ้วนกำลังสวมหมวกสีเทาบนหัว ผู้ชายคนนี้กำลังถือบังเหียนไว้เพื่อแสดงความสามารถในการควบคุมรถม้าของเขา

รถม้าทั้งสองคันถูกทาสีขาวแต่บางส่วนสีมันลอกทำให้เห็นไม้สีแดงเข้ม

"พ่อ อีกนานแค่ไหนกว่าเราจะถึงเมืองเลนน่อน" ผู้หญิงจากรถม้าคันแรกถาม เสียงของเธอดูเหมือนว่าจะเป็นหญิงสาว

"ประมาณสิบวันเราได้มาถึงครึ่งทางแล้ว เจ้าถามทำไม" ผู้ชายถาม

"สิบวันงั้นหรือ!" เสียงของหญิงสาวดูผิดหวัง

"ใช่ ดินแดนของเราอยู่ห่างจากเมืองเลนน่อน ไม่มีอะไรที่เราสามารถทำได้เกี่ยวกับเรื่องนี้" ชายคนนั้นพูด

"แต่เราสามารถ....." หญิงสาวพยายามพูดอะไรบางอย่างแต่เธอก็ถูกขัดโดยคนขับรถม้า

"นายท่านข้ามองเห็นชายหนุ่มกำลังนอนอยู่ที่พื้น ข้าคิดว่าเขากำลังจะตาย" คนขับรถม้าตะโกน

"ชายหนุ่มงั้นหรือ ที่ไหน" ชายคนนั้นถามแล้วเปิดหน้าต่างเพื่อดู ชายคนที่อยู่ในรถม้าสวมชุดขุนนางสีขาว เขาดูดีและน่านับถือ

"ตรงนั้น" คนขับรถม้าพูดขณะที่เขาชี้ไปทางซ้าย ชายคนนั้นหันไปจ้องมองทิศทางที่คนขับรถม้าชี้และเห็นชายหนุ่มนอนอยู่ที่พื้นข้างม้าสีดำสองตัว

"มาร์คเกิดอะไรขึ้น" ผู้หญิงคนหนึ่งถาม

"พวกเราเห็นชายหนุ่มนอนอยู่ที่พื้น เขาดูไม่สบาย" ผู้ชายที่ชื่อมาร์คตอบ

"ชายหนุ่มงั้นหรือ ไปดูกัน!" หญิงสาวตะโกน

"เขามาจากดินแดนของเราหรือ ข้าไม่เห็นคนจากอาณาจักรอื่นนานแล้ว" ผู้หญิงคนนั้นพูดต่อ

"หยุด! ไปช่วยเขากันเถอะ!" หญิงสาวยังคงตะโกน รถม้าทั้งสองคันเริ่มช้าลง ผู้ชายที่แข็งแรงสวมชุดเกราะสีดำออกจากรถม้าคันที่สองและเดินไปทางรถม้าคันแรก เขาช่วยหญิงสาวลงจากรถม้า หญิงสาวสวมชุดสีขาวและมีหน้าตาน่ารัก

"ดันเลวี่เจ้าไปกับข้าได้ไหม" ผิวของหญิงสาวเป็นสีขาวและผมสีบลอนด์ของเธอก็เรียบเนียนราวกับว่าเธอมาจากเทพนิยาย

"ครับ" ผู้ชายที่ชื่อดันเลวี่ตอบกลับ ด้วยเคราหนาๆเขาก็เริ่มเดินไปทางชายหนุ่มที่ไม่ได้สติขณะที่จับมือซ้ายของหญิงสาว

"ดันเลวี่ระวังตัวให้ดี" ผู้ชายขุนนางพูด เขาช่วยขุนนางหญิงที่สวยออกจากรถม้า

"ไม่ต้องห่วงนายท่าน" ดันเลวี่พยักหน้า

พวกเขาเดินไปทางชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว เมื่อพวกเขามาใกล้เขาดันเลวี่ก็ก้มตัวลงเพื่อตรวจสอบชายหนุ่มและเห็นบาดแผลที่เอวของชายหนุ่ม มันมีสีดำและมีกลิ่นเหม็น

"เขาติดเชื้อจากอาการบาดเจ็บ" ดันเลวี่พูดเสียงจริงจัง

"เขาไม่เป็นไรหรือ" หญิงสาวผมบลอนด์ถามอย่างกะทันหันหลังจากที่เดินมาหาดันเลวี่ รูปลักษณ์ของเธอคล้ายกับเจ้าหญิง

"ข้าคิดว่าคนจะกรีดร้องหลังจากที่ได้รับบาดเจ็บ ทำไมเขาถึงไม่กรีดร้อง" หญิงสาวพูดขณะที่เธอพยายามผลักชายหนุ่มที่ไม่ได้สติ

"บาดแผลของเขาติดเชื้อ ข้าไม่คิดว่าเขาจะมีสติ การหายใจของเขาอ่อนแอและเขากำลังจะตาย" ดันเลวี่ยิ้มก่อนที่จะอธิบาย

"เขากำลังจะตาย" หญิงสาวถามด้วยใบหน้าที่เป็นห่วง

"ใช่" ดันเลวี่ตอบ

"เราต้องช่วยเขา! เราใกล้จะถึงเมืองเลนน่อนแล้ว" หญิงสาวพูด

"ข้าเกรงว่าเราไม่สามารถ.......ถามพ่อของท่าน" ดันเลวี่พูด ขุนนางผู้ชายกำลังมุ่งหน้ามาหาพวกเขาพร้อมกับภรรยาอย่างช้าๆ

"เราไม่รู้ว่าชายคนนี้เป็นใคร ถ้าเขาเป็นไส้ศึกเราจะมีปัญหา" ผู้ชายพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล

"นอกจากนี้เขายังได้รับบาดเจ็บ ใครก็ตามที่ทำให้เขามีบาดแผลอาจจะกำลังมองหาเขา ถ้าเราช่วยเขาเราจะกลายเป็นเป้าแทน" เขาพูดต่อ

"แต่ท่านพ่อ....." หญิงสาวพยายามพูดอะไรบางอย่าง

"ไม่ก็คือไม่!" ชายคนนั้นพูด

"กลับเข้าไปในรถม้าแอวริล!" เขาเกือบจะตะโกน

"แต่ท่านพ่อถ้าเขาเป็นเจ้าชายของอีกอาณาจักรล่ะ ถ้าเราช่วยเขา เขาก็จะ....เขาก็จะ...." หญิงสาวตอบ

"เจ้าบอกเรื่องเช่นนั้นกับข้ามาหลายครั้งแล้ว! เจ้าชายที่ได้พบกับคนรักของเขา!" ผู้หญิงตะโกน

"เรื่องนั้นมันไม่ใช่เรื่องจริง" ผู้ชายพูดไม่ออก

"แอวริลฟังพ่อของเจ้า กลับไปในรถม้า เราต้องรีบ" ผู้หญิงก้าวไปข้างหน้าเพื่อแทรก

"ไม่!" แอวริลปฏิเสธที่จะขยับ

"ข้าสามารถรับประกันได้ว่าชายหนุ่มคนนี้ไม่ใช่เจ้าชาย ไปกันเถอะ" ขุนนางผู้ชายพูด

"ถ้าท่านไม่ช่วยเขาข้าจะอยู่ที่นี่ตลอดไป!" หญิงสาวตะโกนขณะที่เธอจ้องไปที่คนทั้งสาม

สิบนาทีต่อมา....

มีม้าสีดำสองตัวกำลังตามรถม้าสีขาวอยู่ข้างหลัง

"ข้าอยู่ที่ไหน..." แองเจเล่ลืมตาอย่างช้าๆและมองไปรอบๆ เขาอยู่ภายในรถม้าและมีนักดาบในชุดเกราะสีดำกำลังนั่งอยู่ข้างๆเขา แอวริลกำลังนั่งฝั่งหนึ่งของนักดาบแล้วมองมาที่แองเจเล่อย่างแปลกใจ

"เราเห็นเจ้าหมดสติอยู่ใกล้พุ่มไม้ดังนั้นข้าจึงช่วยเจ้า" แอวริลพูด สีหน้าของเธอแสดงออกว่า'ต้องขอบคุณข้า'

"จริงหรือ ขอบคุณ" แองเจเล่พูดหลังจากที่เขายิ้ม ในความเป็นจริงเขามีสติอยู่ตลอดเวลาและยังสามารถมองเห็นและได้ยินเสียงต่างๆได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามเขาอ่อนแอเกินกว่าที่จะทำอะไรได้ เขาต้องการเดินทางต่อแต่เขามีไข้ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะนอนลงสักพักหนึ่ง แองเจเล่ต้องการขยับหลังจากที่เขาตื่นขึ้นแต่ไข้ของเขาได้แย่ลงและบาดแผลของเขาเริ่มปวดมาก เขารู้ว่ามีรถม้าสองคันกำลังใกล้เข้ามาและได้ยินทุกสิ่งทุกอย่างที่คนเหล่านั้นพูดแต่เขาไม่สามารถลุกขึ้นยืนและขยับริมฝีปากได้ในเวลานั้น

แองเจเล่ไม่แน่ใจเกี่ยวกับสิ่งที่ทำให้เกิดไข้ มันอาจจะเป็นการติดเชื้อแต่ก็อาจจะเป็นสภาพอากาศ แม้ว่าเขาจะมีชิปแองเจเล่ก็ยังต้องค้นหายาด้วยตัวเอง เขาโชคดีที่มีคนหยุดช่วยเขา

จบบทที่ ตอนที่ 66: การพบปะกันโดยบังเอิญ (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว