เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 ถึงเวลาที่จะต้องกลับไป​

บทที่ 25 ถึงเวลาที่จะต้องกลับไป​

บทที่ 25 ถึงเวลาที่จะต้องกลับไป​


บทที่ 25 ถึงเวลาที่จะต้องกลับไป

เซียร์ย่าไม่ตอบเขาเพียงแต่หัวเราะและชี้นิ้วขึ้นไปบนท้องฟ้า ท้ายที่สุดแล้วจะหมายถึงสวรรค์หรืออวกาศนั้นขึ้นอยู่กับความคิดของอีกฝ่าย

แน่นอนว่าปรมจารย์มุไทโตะที่ได้รับคำใบ้ผงกศีรษะโดยเข้าใจผิดว่าทั้ง 2 คนลงมาจากสวรรค์ถ้าพวกเขามาจากวิหารพระเจ้าก็ไม่แปลกที่จะรู้จักชื่อของเขาเพราะพวกเขาอาจเคยได้ยินเรื่องนี้จากพระเจ้า

(สวรรค์บนโลกน่าจะคือวิหารพระเจ้า)​

เมื่อมองดูเด็กทั้ง 2 ที่อยู่ตรงหน้าเขามุไทโตะอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ

“ข้านึกไม่ถึงเลยว่าจะมีคนที่โดดเด่นเช่นนี้ถือกำเนิดมาในยุคนี้จริงๆและรับการฝึกฝนจากวิหารพระเจ้าดูเหมือนว่าศิลปะการต่อสู้ของโลกจะไม่ได้แย่ลงสินะ!”

ปรมาจารย์มุไทโตะรู้ดีอยู่แล้วว่าพระเจ้าในตำนานนั้นอาศัยอยู่เหนือหอคอยคารินและมีชีวิตที่ลึกลับมาก

เมื่อเขาปีนหอคอยคารินเมื่อ 300 ปีก่อนเพื่อหวังที่จะเอาชนะราชาพิคโกโร่ครั้งหนึ่งเขาเคยได้ยินคารินพูดถึงว่ามีพระเจ้าสูงส่งอาศัยอยู่ในวิหารเหนือหอคอยคาริน

ในเวลานั้นปรมจารย์มุไทโตะเชื่อว่าพระเจ้าเป็นสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งมากในหัวใจของเขา โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยว่าเขาเองได้เหนือกว่าพระเจ้าไปแล้วหลายต่อหลายเท่า

เมื่อเห็นปรมจาร์มุไทโตะเข้าใจที่มาของพวกเขาผิดเซียร์ย่าก็หัวเราะและไม่ได้อธิบายต่อ หลังจากแลกเปลี่ยนคำพูดกับปรมจารย์มุไทโตะอีกไม่กี่คำจากนั้นทั้งคู่ก็อำลากัน

ในขณะที่ทั้งคู่เป็นนักศิลปะการต่อสู้ที่ฉลาดเพียงแค่รู้สึกถึง Ki ของกันและกันก็เท่ากับว่าพวกเขาเริ่มหยั่งเชิงกันแลัว

เนื่องจากความแข็งแกร่งของเขาเหนือกว่าปรมาจารย์มุไทโตะอย่างมากเซียร์ย่าจึงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายและไม่มีความต้องการที่จะต่อสู้และสำหรับปรมาจารย์มุไทโตะเขามีประสบการณ์การต่อสู้ในสนามรบมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

ดังนั้นเขาจึงไม่อยากลงมืออีกนอกจากนี้วันนี้เป็นวันสุดท้ายของเขาแล้วที่จะอยู่บนโลกนี้ เมื่อรู้ว่ายังมีผู้เชี่ยวชาญเช่นนี้อยู่บนโลกก็เพียงพอแล้วสำหรับเขาที่จะสบายใจ

เมื่อเห็นปรมจารย์มุไทโตะจากไปซีหลิงก็หยิบขนมออกมาจากกระเป๋าเป้ของเธอและพูดในขณะที่กินไปด้วย

“ตาแก่คนนั้นแปลกจริงๆ ร่างกายของเขานั้นแข็งแกร่งกว่ามนุษย์โลกคนอื่น ๆ มากแต่ทำไมเขาถึงมีรัศมีวงแหวนแปลก ๆ บนหัวของเขาล่ะ?”

เซียร์ย่าเหลือบมองเธอและอธิบายว่า“เป็นเพราะเขาไม่ใช่คนที่มีชีวิตอยู่เขาเป็นใครบางคนเมื่อ 300 ปีที่แล้วและเขาเพิ่งกลับมาที่โลกนี้!”

“ฮ่ะ!​ พี่หมายความว่าตาแก่คนนั้นมาจากยมโลกใช่ไหม!”

ซีหลิงถึงกับลืมกินขนมเพราะอ้าปากค้างด้วยความตกใจ

“เธอคิดว่าเขาอยู่ในช่วงวันหยุดเหรอ? ตาแก่คนนั้นเรียกว่าปรมาจารย์มุไทโตะและเป็นหนึ่งในนักสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเคยช่วยโลกเมื่อ 300 ปีก่อน เขาฝึกฝนมาตลอดหลายปีในยมโลกเขาจะอ่อนแอลงได้ยังไง…”

เซียร์ย่ามองไปที่ซิหลิงแล้วก็ยิ้มอธิบายให้เธอฟังว่าวิญญาณของมนุษย์หลังความตายต้องถูกพิพากษาโดยราชาแห่งนรกจึงจะเข้าสู่ยมโลกได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรฐานของ“คนดีไปสวรรค์คนชั่วไปนรก” ต้องมีรายละเอียดเพิ่มเติมอีกมาก

“ความตายไม่ถือเป็นจุดจบสำหรับมนุษย์ หลังความตายวิญญาณยังต้องผ่านการพิพากษาจากราชาแห่งนรกแล้วชาวไซย่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเราหลังจากที่พวกเราตาย?”

“แน่นอนไปนรก!” เซียร์ย่ายักไหล่

ชาวไซย่าที่ทำงานให้กับฟรีสเซอร์ได้ทำทั้งปล้นและก่ออาชญากรรมตามความยุติธรรมตามกฎของยมโลกคนเหล่านี้ทั้งหมดจะลงสู่นรกหลังจากความตายของพวกเขา

ซีหลิงอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ แต่เมื่อนึกถึงพฤติกรรมของชาวไซย่าถ้าวิญญาณต้องผ่านการพิพากษาจริง ๆ เธอกลัวว่าทุกคนจะต้องตกนรก

“ดังนั้นถ้าเธอไม่ต้องการลงไปสู่นรกในอนาคตเธอจะต้องทำดีและไม่ทำชั่วหรือเธอต้องมั่นใจว่าเธอจะไม่มีวันตายดังนั้นจะไม่ถูกพิพากษาโดยราชาแห่งนรก” เซียร์ย่ากล่าวอย่างขบขัน

“หนูไม่ทำเลวในอนาคตหรอกนะ!”

ซีหลิงรำพึงในช่วงสั้น ๆทำให้เธอรู้สึกหายใจไม่ออกและสำหรับสิ่งที่เซียร์ย่าพูดเกี่ยวกับการไม่มีวันตายเธอก็ถือว่ามันเป็นเรื่องตลกและลืมมันไป

เธอแค่งงว่าทำไมเซียร์ย่าดูเหมือนจะรู้ทุกอย่างเห็นได้ชัดว่าเขาก็เป็นเด็กเหมือนกับเธอ

เกี่ยวกับข้อสงสัยของซีหลิง เซียร์ย่าไม่สามารถให้คำอธิบายได้มากเกินไปเนื่องจากเขาไม่สามารถบอกให้คนอื่นรู้ได้ว่าเขามาจากโลกอื่นอย่างน้อยก็จนกว่าเขาจะมีพลังเพียงพอเขาก็ไม่สามารถเปิดเผยได้

เขาจึงเปลี่ยนเรื่อง“โอ้กว่าครึ่งปีแล้วที่เรามาถึงโลกนี้และสิ่งที่ต้องการก็ได้ไปแล้ว จุดประสงค์ของเราก็สำเร็จด้วยเช่นกัน ดังนั้นถึงเวลากลับไปที่ดาวเบจีต้าแล้ว!”

“เราจะได้กลับบ้านแล้วเหรอ!”

ซีหลิงรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยหลังจากออกจากดาวเบจีต้ามาหลายปีเธอก็รอไม่ไหวที่จะกลับไป

แน่นอนว่าทันทีที่เรื่องนี้ถูกยกขึ้นมา ความสนใจของซีหลิงก็ถูกเบี่ยงเบนไปทันทีเซียร์ย่าแอบถอนหายใจและคิดว่าในอนาคตเขาไม่ควรแสดงท่าทางราวกับว่าเขารู้ทุกอย่างอีกมิฉะนั้นเธอจะต้องสงสัย

“ใช่มันเป็นเวลาหลายปีแล้วที่เราจากมา แต่อย่าลืมซ่อนพลังต่อสู้ของเธอเมื่อเรากลับไปที่ดาวเบจีต้าและห้ามดึงดูดความสนใจจากใคร” เซียร์ย่ากล่าว

ซีหลิงพยักหน้าเธอไม่ใช่สาวน้อยที่โง่เขลาเหมือนเมื่อก่อน หลังจากติดตามเซียร์ย่ามานานเธอก็ได้รับอิทธิพลจากเขาอย่างไม่น่าเชื่อ

คำพูดที่ว่าต้นไม้ที่สูงที่สุดในป่าจะถูกลมพัดทำลายก่อนทำให้เธอก็เข้าใจโดยธรรมชาติ

เพียงแค่เธอรู้สึกลังเลที่จะจากโลกไปชั่วขณะ แน่นอนว่าเธอรู้สึกไม่เต็มใจเพราะเธอจะไม่สามารถกินอาหารอร่อย ๆ จากโลกนี้ได้และส่วนที่เหลือเธอก็กินได้น้อยลง

จากนั้นเธอก็ขยับเข้าไปใกล้เซียร์ย่าและวางมือข้างหนึ่งไว้บนไหล่ของเขา

เซียร์ย่าสอดมือไปรอบเอวเรียวของเธอความรู้สึกของร่างกายเด็กสาวจากฝ่ามือของเขาและกลิ่นดอกลิลลี่ก็โชยเข้าจมูกของเขา เขากลั้นหายใจและตั้งสมาธิกระตุ้นความสามารถเชิงพื้นที่อวกาศของเขา

หลังจากนั้นครู่หนึ่งสีใส ๆที่ไม่ชัดเจนก็ส่องประกายในสถานที่เดิมของพวกเขาในทันทีพวกเขา 2 คนก็ได้หายไปจากพื้นโลกแล้ว

แตกต่างจากสถานการณ์ที่ยากลำบากในครั้งก่อนที่พวกเขามายังโลกเมื่อ 6 เดือนก่อน เซียร์ย่าผ่อนคลายมากขึ้นในครั้งนี้และมีความเชี่ยวชาญในการใช้ 'เคลื่อนย้ายพริบตา'​ มากขึ้นด้วยพลังงานมหาศาลที่เพิ่มขึ้นมากของเขา การเปิดใช้งาน 'เคลื่อนย้ายพริบตา' จึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

เขาเคลื่อนย้ายจากดาวสู่อีกดาวหนึ่งและครึ่งชั่วโมงต่อมาพวกเขาก็ปรากฏตัวบนดาวเซลม่าอันห่างไกล

เมื่อกลับมาที่ดาวเซลม่าที่คุ้นเคยเซียร์ย่าก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ แม้ว่า 'เคลื่อนย้ายพริบตา'​ จะสะดวก แต่มันก็ใช้พลังงานมากกว่าเคลื่อนย้ายพริบตาของดาวยาร์ดรัทและก็เทียบไม่ได้กับของคิบิโตะ

เมื่อเขาใช้ 'เคลื่อนย้ายพริบตา'​ เขาไม่เพียง แต่ต้องรู้ตำแหน่งของพื้นที่เป้าหมายก่อนเวลาเท่านั้น แต่ยังต้องใช้พลังงานมากเป็นพิเศษสำหรับการส่งข้อมูลเชิงพื้นที่อีกด้วย แต่วิธีการของดาวยาร์ดรัทคือการล็อคออร่าเป้าหมาย แน่นอนว่าเมื่อความแข็งแกร่งของเขาถึงระดับหนึ่งมันจะเกินความสามารถของดาวยาร์ดรัท

เอ่อบางทีหลังจากรวม 'เคลื่อนย้ายพริบตา'​ ของเขากับดาวยาร์ดรัท เขาอาจไปถึงระดับ 'เคลื่อนย้ายพริบตา'​ ของคิบิโตะ!

“ซีหลิง เราไปเอายานอวกาศออกมากันเถอะ”

“อืม!” ซีหลิงพยักหน้า

ถ้ำบนหุบเขาเล็ก ๆ ที่ยังคงคุ้นเคย แต่พืชพันธุ์ที่นี่หนาแน่นกว่าตอนที่พวกเขาจากไปไม่แน่อีกไม่นานคงจะฟื้นคืนสู่ป่าเขียวชอุ่มเหมือนเมื่อก่อน

เมื่อกลับไปที่หุบเขาหลังจากผ่านไปนานกว่าครึ่งปีเซียร์ย่าก็อดไม่ได้ที่จะคร่ำครวญถึงแม้ว่าภายนอกจะเป็นครึ่งปี แต่ถ้าคำนวณเวลาภายในห้องกาลเวลาแล้ว 1 ปีครึ่งก็ผ่านไปแล้ว

สำหรับความแข็งแกร่งของเขานั้นมีมากกว่า 2,000 พลังต่อสู้เมื่อเขาออกจาก ดาวเซลม่าซึ่งตอนนี้กำลังเข้าใกล้ 13,000 พลังต่อสู้แล้ว

จบบทที่ บทที่ 25 ถึงเวลาที่จะต้องกลับไป​

คัดลอกลิงก์แล้ว