- หน้าแรก
- สยองขวัญสไตล์แอนะล็อก : กฎมรณะ 4016
- บทที่ 42 หมายเหตุเพิ่มเติ่ม (2)
บทที่ 42 หมายเหตุเพิ่มเติ่ม (2)
บทที่ 42 หมายเหตุเพิ่มเติ่ม (2)
ยิ่งเขาเขียนมากเท่าไร ความสนใจที่มีต่อบันทึกเหล่านั้นก็ยิ่งทวีขึ้น
สุดท้ายจึงหยุดเขียนไปเอง
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาขีดฆ่า “9. การเรียนตอนกลางคืน” ที่เคยเขียนไว้ แล้วเริ่มเขียนใหม่ว่า
9.พื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยที่มีไฟส่องสว่างถือว่าปลอดภัย
หมายเหตุ: ต้องเป็นไฟที่ติดตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยเท่านั้น ไฟที่พกติดตัวมาเองไม่นับ
เมื่อไฟในห้องเรียนเริ่มกะพริบ ให้รีบคลานเข้าไปใต้โต๊ะ มองขาโต๊ะด้วยการหรี่ตาเหลือข้างเดียว หรือกอดศีรษะแล้วจ้องพื้น ห้ามออกมาเด็ดขาดจนกว่าไฟจะกลับคืนสภาพเดิม ในช่วงเวลานั้น ห้ามหลับตา และเพิกเฉยต่อเสียงใด ๆ ทั้งสิ้น แล้วจะปลอดภัยแน่นอน
เมื่อเขียนเสร็จ ก็หยิบเศษกระดาษที่ฉีกออกมาก่อนหน้านี้ขึ้นมา มองคำว่า “4:30” พลางครุ่นคิดว่าจะเพิ่มเป็นข้อที่สิบ แต่สุดท้ายก็คิดไม่ตก เลยเว้นไว้ก่อน
อย่างไรก็ตาม เขาเติมบันทึกต่อท้าย “4:30” ว่า เพื่อนร่วมชั้นประหลาดลุกออกจากห้องเรียนเวลา 4:30… เหตุผลยังไม่ทราบแน่ชัด
เมื่อเขียนเสร็จ เขาพับกระดาษใส่กระเป๋ากางเกง ก่อนเหลือบมองเวลา
05:40
‘โรงอาหารเปิดแล้ว…แต่ยังไปไม่ได้ ต้องรออีกสองชั่วโมง’ หลินอี้คิดในใจ
เขาเก็บสมุดโน้ตใส่กระเป๋ากางเกงอีกข้างหนึ่ง แล้วหยิบการ์ตูนขึ้นมาอ่านต่อ
แม้ว่าตอนนี้เพื่อนร่วมชั้นประหลาดจะออกไปแล้ว ทำให้ระดับความปลอดภัยในห้องเรียนสูงขึ้น แต่ภัยคุกคามจากเพื่อนร่วมชั้นก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของอันตรายทั้งหมดเท่านั้น
สิ่งที่น่ากลัวจริง ๆ คือเสียงประหลาดที่สามารถแทรกซึมเข้ามาในสมองได้ทุกเมื่อ
อ่านการ์ตูนไปได้สักพัก หลินอี้ก็รู้สึกว่าแสงไฟในห้องเรียนสว่างขึ้นเล็กน้อย เขาเงยหน้ามองนาฬิกาแขวนบนผนัง
05:56
เขาหันไปมองหน้าต่างห้องเรียนอีกครั้ง
หมอกที่เกาะบนกระจกค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นหยดน้ำ แสงของวันใหม่ส่องผ่านเข้ามา ดูอบอุ่นอย่างน่าประหลาด
“ฟ้าสว่างแล้ว…” หลินอี้ถอนหายใจออกมาเบา ๆ
ไม่รู้เพราะอะไร เพียงแค่เห็นแสงแรก ก็ทำให้เขารู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก
จนถึงตอนนี้ แค่หวนคิดถึงบางเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ก็ยังรู้สึกเหมือนเรื่องเหล่านั้นช่างเหลวไหลและไม่สมจริง
ราวกับเป็นฝันร้ายประหลาด ๆ เรื่องหนึ่งเท่านั้นเอง…
เว่ยเหลียงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ปิดหนังสือการ์ตูนในมือ ลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจเต็มแรง
“เข้าสู่วันที่สองแล้ว!”
“เหลืออีกแค่หกวัน เราก็จะได้เงินแล้ว!”
เขาหัวเราะอย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะเอาศอกสะกิดหลินอี้ พลางยิ้มกว้าง “หลินเกอ นายว่าซวีซุ่นคังกับเซี่ยฮั่วหยางจะตกใจไหม ถ้าเห็นเรายังสบายดีอยู่?”
หลินอี้ส่ายหน้า ตอบแบบใจลอย “ไม่รู้สิ”
ภายในกลับหนักอึ้งตลอดเวลา
ทั้งคืนที่ผ่านมา เขาเอาแต่คิดถึงคุณชายเถียนกับคนอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง…เหมาไจ๋
คนที่เขาเป็นห่วงที่สุดคือเหมาไจ๋ แต่ตอนนี้เขากลับช่วยอะไรไม่ได้เลย
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังพาตัวเองเข้าไปเสี่ยงอันตรายหลายครั้งเพราะมัวแต่ครุ่นคิด โชคยังดีที่เว่ยเหลียงช่วยไว้ จึงรอดพ้นหายนะมาได้
แม้จะได้บทเรียนว่า “การคิดปัญหาอย่างถูกต้องอาจช่วยให้เอาตัวรอดได้” แต่ในนั้นก็มีองค์ประกอบของโชคอยู่มากทีเดียว
เว่ยเหลียงเห็นสีหน้าหม่นหมองของหลินอี้ แต่ถ้าเป็นตัวเขาเอง เขาไม่มีวันใส่ใจถึงขนาดนั้นเพียงเพราะเพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งหายไป
เพราะเหตุนี้ เขาจึงพอจะเข้าใจหลินอี้ได้ แต่ก็ยากที่จะรู้สึกร่วมจริง ๆ
ทันใดนั้น เว่ยเหลียงก็สังเกตเห็นเงาหนึ่งสะท้อนอยู่บนกระจกห้องเรียน
“หือ? หลินเกอ มีใครอยู่ข้างนอก!” เขาอุทานออกมาตามสัญชาตญาณ
หลินอี้หันตามสายตาไปทันที
แต่ก่อนที่เว่ยเหลียงจะพูดจบ เขาก็พลันนึกขึ้นได้ หันศีรษะกลับอย่างรวดเร็ว พลางตะโกนเร่งไปพร้อมกัน “อ๊ะ ไม่ถูก! อย่ามอง! หลินเกอ อย่ามองนะ!”
กฎของอาคารเรียน กฎข้อที่ 5
หลังเวลา 21:00 ห้ามออกจากห้องเรียน ต้องนั่งเรียนต่อไปจนถึงเวลา 07:40 ของวันถัดไป
ระหว่างนั้น หากเห็นสิ่งผิดปกติใด ๆ นอกหน้าต่าง หรือได้ยินเสียงเรียกจากนอกประตู จงเพิกเฉยเสีย
แต่หลินอี้กลับเผลอมองไปหลายครั้งโดยไม่ตั้งใจ
เว่ยเหลียงถึงกับร้อนรน ทว่าเสียงของหลินอี้กลับสงบ “ไม่เป็นไรหรอก เหลียงจื่อ อย่าตกใจไป”
“แต่หลินเกอ นี่เพิ่งหกโมงเองนะ!”
หลินอี้ตบไหล่เขาเบา ๆ ส่ายหัวปลอบ “ไฟในห้องเรียนกับทางเดินยังเปิดอยู่ จากประสบการณ์ของฉัน แค่เหลือบไปครั้งเดียวไม่น่ามีปัญหา”
“อ๋อ…” เว่ยเหลียงตอบรับเสียงอ่อย ๆ อย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก
หลินอี้ก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ
06:00
“หกโมงตรง”
“ใครกันที่จะเดินอยู่ข้างนอกในเวลาที่คลุมเครือแบบนี้?”
.…
7 พฤษภาคม 2023 เวลา 06:00
พ่อครัวในชุดผ้ากันเปื้อนสีน้ำเงิน สะพายกล่องอาหารไว้ข้างตัว เดินผ่านหน้าห้องเรียน B2 แล้วหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องทำงานอาจารย์ที่อยู่ทางซ้ายมือของห้องเรียน
พ่อครัวเงยหน้ามองป้ายหน้าห้องทำงานอาจารย์
แต่ตรงประตูห้องทำงานนั้น กลับไม่มีป้ายติดอยู่เลย
เขาขมวดคิ้ว หันไปมองป้ายห้องเรียนก่อนจะหันกลับมามองตำแหน่งที่ควรมีป้ายห้องทำงาน
แล้วทันใดนั้นเอง ป้ายอะคริลิกสีขาวก็ผุดขึ้นตรงตำแหน่งเดิม ตัวอักษรเรียบชัด ห้องทำงานอาจารย์
พ่อครัวถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ก่อนจะเคาะประตูห้องทำงานอาจารย์…
.…
7 พฤษภาคม 2023 เวลา 06:59
ภายในห้องเรียน B2
หลินอี้กลั้นหายใจ หรี่ตาลงจ้องนาฬิกาข้อมืออย่างเอาจริงเอาจัง สายตาไล่ตามเข็มที่ค่อย ๆ เคลื่อนไปทีละขีด
ติ๊ก…
ติ๊ก…
ติ๊ก…
06:59:55…
06:59:56…
06:59:57…
06:59:59…
07:00:00!
“เจ็ดโมงตรง!” หัวใจหลินอี้สะท้านวาบ เขาเงยหน้าขึ้นมองเพดานทันที
หึ่ง!
หึ่ง!
หึ่ง…
เสียงไฟไส้ในห้องดับลงทันที แสงสว่างค่อย ๆ จางหายไป เหลือเพียงแสงธรรมชาติที่ส่องลอดผ่านกระจกหน้าต่าง
“ไฟดับแล้ว… งั้นห้องเรียนตอนนี้ควรจะปลอดภัยแล้วใช่ไหม?” หลินอี้พึมพำเบา ๆ
เว่ยเหลียงยิ้ม “ถึงแม้จะไม่ได้เขียนไว้ในกฎ แต่ก็น่าจะเป็นแบบนั้นนะ ครั้งก่อนที่ฉันเคยมา ตอนกลางวันก็ไม่ได้เจอปัญหาอะไรเลย”
“แต่ ‘กลางวัน’ ของฉัน หมายถึงช่วงเวลาที่อากาศปลอดโปร่ง และอยู่ระหว่าง 07:00–18:00 เท่านั้นนะ”
หลินอี้ถามต่อ “หมายความว่า…ตราบใดที่อากาศดี ในมหาวิทยาลัยก็นับว่าปลอดภัย?”
“ปลอดภัยในระดับหนึ่ง! แต่ฉันไม่กล้ารับประกันหรอก” เว่ยเหลียงตอบจริงจัง “ถ้าเวลา 07:40 ยังแดดออกอยู่ เราอาจลองไปโรงอาหารหาอะไรกินได้”
เขาเปิดแผนที่ขึ้นมา คำนวณคร่าว ๆ “ฉันจำได้ว่าตอนกลางวันเคยเดินไปกินข้าว ใช้เวลาราว 15 นาที ถ้าวิ่งจ็อกกิ้งนิดหน่อย ก็คงทันได้หมั่นโถวสองลูกกับน้ำนมถั่วเหลืองสักแก้ว”
หลินอี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย “เวลาค่อนข้างกระชั้นไปหน่อยไหม?”
“ก็ยังพอไหว แต่ถ้ามีหมอกขึ้นเมื่อไร เราจะไม่ไปเด็ดขาด” เว่ยเหลียงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็แค่ต้องอดมื้อเช้าไป”
“บางทีเราอาจจะควรข้ามไปเลยก็ได้” หลินอี้คิดพลางพูด “นายบอกว่าเวลาเปิดโรงอาหารคือ 05:40–08:00 ใช่ไหม… แต่ถ้าเราค้างคืนในห้องเรียน เราก็ออกได้ตอน 07:40… กว่าจะเดินถึงโรงอาหารก็กินเวลา 15 นาทีแล้ว ถ้าไปจริง ๆ เราจะเหลือเวลาในโรงอาหารไม่ถึง 5 นาที แบบนี้มันดูไม่เข้าท่าเลยนะ!”
เว่ยเหลียงถึงกับถอนหายใจ “ฟังนายอธิบายแล้วมันก็ดูไม่สมเหตุสมผลจริง ๆ งั้นนายคิดว่าไงล่ะ?”
หลินอี้นิ่งคิด “พูดตามตรง ฉันรู้สึกว่าคนที่เขียนกฎ…ไม่ได้อยากให้นักเรียนที่ค้างคืนในอาคารเรียนออกไปกินข้าวเช้าเลย”
“ซี๊ด” เว่ยเหลียงสูดลมหายใจแรง ก่อนจะรีบคิดตามแล้วพยักหน้า “ฟังดูสมเหตุสมผล งั้นฉันตามนายก็แล้วกัน!”
หลินอี้ยังแอบสงสัยว่าเว่ยเหลียงเข้าใจจริงหรือแค่พูดเอาตัวรอด
“งั้นเรารอดูตอน 07:40 กัน”
“โอเค ฉันก็เอาด้วย” เว่ยเหลียงพยักหน้า
…
เวลาไหลไปจนถึง 07:40
ประตูห้องเรียนถูกเปิดจากด้านนอก อาจารย์ประจำชั้นในชุดทางการก้าวเข้ามา
ทันทีที่เห็นอาจารย์ประจำชั้น หลินอี้ก็รู้สึกสีหน้าของตนเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“บางอย่าง…ไม่ถูกต้อง!”