เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 42 หมายเหตุเพิ่มเติ่ม (2)

บทที่ 42 หมายเหตุเพิ่มเติ่ม (2)

บทที่ 42 หมายเหตุเพิ่มเติ่ม (2)


ยิ่งเขาเขียนมากเท่าไร ความสนใจที่มีต่อบันทึกเหล่านั้นก็ยิ่งทวีขึ้น

สุดท้ายจึงหยุดเขียนไปเอง

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาขีดฆ่า “9. การเรียนตอนกลางคืน” ที่เคยเขียนไว้ แล้วเริ่มเขียนใหม่ว่า

9.พื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยที่มีไฟส่องสว่างถือว่าปลอดภัย

หมายเหตุ: ต้องเป็นไฟที่ติดตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยเท่านั้น ไฟที่พกติดตัวมาเองไม่นับ

เมื่อไฟในห้องเรียนเริ่มกะพริบ ให้รีบคลานเข้าไปใต้โต๊ะ มองขาโต๊ะด้วยการหรี่ตาเหลือข้างเดียว หรือกอดศีรษะแล้วจ้องพื้น ห้ามออกมาเด็ดขาดจนกว่าไฟจะกลับคืนสภาพเดิม ในช่วงเวลานั้น ห้ามหลับตา และเพิกเฉยต่อเสียงใด ๆ ทั้งสิ้น แล้วจะปลอดภัยแน่นอน

เมื่อเขียนเสร็จ ก็หยิบเศษกระดาษที่ฉีกออกมาก่อนหน้านี้ขึ้นมา มองคำว่า “4:30” พลางครุ่นคิดว่าจะเพิ่มเป็นข้อที่สิบ แต่สุดท้ายก็คิดไม่ตก เลยเว้นไว้ก่อน

อย่างไรก็ตาม เขาเติมบันทึกต่อท้าย “4:30” ว่า เพื่อนร่วมชั้นประหลาดลุกออกจากห้องเรียนเวลา 4:30… เหตุผลยังไม่ทราบแน่ชัด

เมื่อเขียนเสร็จ เขาพับกระดาษใส่กระเป๋ากางเกง ก่อนเหลือบมองเวลา

05:40

‘โรงอาหารเปิดแล้ว…แต่ยังไปไม่ได้ ต้องรออีกสองชั่วโมง’ หลินอี้คิดในใจ

เขาเก็บสมุดโน้ตใส่กระเป๋ากางเกงอีกข้างหนึ่ง แล้วหยิบการ์ตูนขึ้นมาอ่านต่อ

แม้ว่าตอนนี้เพื่อนร่วมชั้นประหลาดจะออกไปแล้ว ทำให้ระดับความปลอดภัยในห้องเรียนสูงขึ้น แต่ภัยคุกคามจากเพื่อนร่วมชั้นก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของอันตรายทั้งหมดเท่านั้น

สิ่งที่น่ากลัวจริง ๆ คือเสียงประหลาดที่สามารถแทรกซึมเข้ามาในสมองได้ทุกเมื่อ

อ่านการ์ตูนไปได้สักพัก หลินอี้ก็รู้สึกว่าแสงไฟในห้องเรียนสว่างขึ้นเล็กน้อย เขาเงยหน้ามองนาฬิกาแขวนบนผนัง

05:56

เขาหันไปมองหน้าต่างห้องเรียนอีกครั้ง

หมอกที่เกาะบนกระจกค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นหยดน้ำ แสงของวันใหม่ส่องผ่านเข้ามา ดูอบอุ่นอย่างน่าประหลาด

“ฟ้าสว่างแล้ว…” หลินอี้ถอนหายใจออกมาเบา ๆ

ไม่รู้เพราะอะไร เพียงแค่เห็นแสงแรก ก็ทำให้เขารู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก

จนถึงตอนนี้ แค่หวนคิดถึงบางเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ก็ยังรู้สึกเหมือนเรื่องเหล่านั้นช่างเหลวไหลและไม่สมจริง

ราวกับเป็นฝันร้ายประหลาด ๆ เรื่องหนึ่งเท่านั้นเอง…

เว่ยเหลียงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ปิดหนังสือการ์ตูนในมือ ลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจเต็มแรง

“เข้าสู่วันที่สองแล้ว!”

“เหลืออีกแค่หกวัน เราก็จะได้เงินแล้ว!”

เขาหัวเราะอย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะเอาศอกสะกิดหลินอี้ พลางยิ้มกว้าง “หลินเกอ นายว่าซวีซุ่นคังกับเซี่ยฮั่วหยางจะตกใจไหม ถ้าเห็นเรายังสบายดีอยู่?”

หลินอี้ส่ายหน้า ตอบแบบใจลอย “ไม่รู้สิ”

ภายในกลับหนักอึ้งตลอดเวลา

ทั้งคืนที่ผ่านมา เขาเอาแต่คิดถึงคุณชายเถียนกับคนอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง…เหมาไจ๋

คนที่เขาเป็นห่วงที่สุดคือเหมาไจ๋ แต่ตอนนี้เขากลับช่วยอะไรไม่ได้เลย

ยิ่งไปกว่านั้น เขายังพาตัวเองเข้าไปเสี่ยงอันตรายหลายครั้งเพราะมัวแต่ครุ่นคิด โชคยังดีที่เว่ยเหลียงช่วยไว้ จึงรอดพ้นหายนะมาได้

แม้จะได้บทเรียนว่า “การคิดปัญหาอย่างถูกต้องอาจช่วยให้เอาตัวรอดได้” แต่ในนั้นก็มีองค์ประกอบของโชคอยู่มากทีเดียว

เว่ยเหลียงเห็นสีหน้าหม่นหมองของหลินอี้ แต่ถ้าเป็นตัวเขาเอง เขาไม่มีวันใส่ใจถึงขนาดนั้นเพียงเพราะเพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งหายไป

เพราะเหตุนี้ เขาจึงพอจะเข้าใจหลินอี้ได้ แต่ก็ยากที่จะรู้สึกร่วมจริง ๆ

ทันใดนั้น เว่ยเหลียงก็สังเกตเห็นเงาหนึ่งสะท้อนอยู่บนกระจกห้องเรียน

“หือ? หลินเกอ มีใครอยู่ข้างนอก!” เขาอุทานออกมาตามสัญชาตญาณ

หลินอี้หันตามสายตาไปทันที

แต่ก่อนที่เว่ยเหลียงจะพูดจบ เขาก็พลันนึกขึ้นได้ หันศีรษะกลับอย่างรวดเร็ว พลางตะโกนเร่งไปพร้อมกัน “อ๊ะ ไม่ถูก! อย่ามอง! หลินเกอ อย่ามองนะ!”

กฎของอาคารเรียน กฎข้อที่ 5

หลังเวลา 21:00 ห้ามออกจากห้องเรียน ต้องนั่งเรียนต่อไปจนถึงเวลา 07:40 ของวันถัดไป

ระหว่างนั้น หากเห็นสิ่งผิดปกติใด ๆ นอกหน้าต่าง หรือได้ยินเสียงเรียกจากนอกประตู จงเพิกเฉยเสีย

แต่หลินอี้กลับเผลอมองไปหลายครั้งโดยไม่ตั้งใจ

เว่ยเหลียงถึงกับร้อนรน ทว่าเสียงของหลินอี้กลับสงบ “ไม่เป็นไรหรอก เหลียงจื่อ อย่าตกใจไป”

“แต่หลินเกอ นี่เพิ่งหกโมงเองนะ!”

หลินอี้ตบไหล่เขาเบา ๆ ส่ายหัวปลอบ “ไฟในห้องเรียนกับทางเดินยังเปิดอยู่ จากประสบการณ์ของฉัน แค่เหลือบไปครั้งเดียวไม่น่ามีปัญหา”

“อ๋อ…” เว่ยเหลียงตอบรับเสียงอ่อย ๆ อย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก

หลินอี้ก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ

06:00

“หกโมงตรง”

“ใครกันที่จะเดินอยู่ข้างนอกในเวลาที่คลุมเครือแบบนี้?”

.…

7 พฤษภาคม 2023 เวลา 06:00

พ่อครัวในชุดผ้ากันเปื้อนสีน้ำเงิน สะพายกล่องอาหารไว้ข้างตัว เดินผ่านหน้าห้องเรียน B2 แล้วหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องทำงานอาจารย์ที่อยู่ทางซ้ายมือของห้องเรียน

พ่อครัวเงยหน้ามองป้ายหน้าห้องทำงานอาจารย์

แต่ตรงประตูห้องทำงานนั้น กลับไม่มีป้ายติดอยู่เลย

เขาขมวดคิ้ว หันไปมองป้ายห้องเรียนก่อนจะหันกลับมามองตำแหน่งที่ควรมีป้ายห้องทำงาน

แล้วทันใดนั้นเอง ป้ายอะคริลิกสีขาวก็ผุดขึ้นตรงตำแหน่งเดิม ตัวอักษรเรียบชัด ห้องทำงานอาจารย์

พ่อครัวถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ก่อนจะเคาะประตูห้องทำงานอาจารย์…

.…

7 พฤษภาคม 2023 เวลา 06:59

ภายในห้องเรียน B2

หลินอี้กลั้นหายใจ หรี่ตาลงจ้องนาฬิกาข้อมืออย่างเอาจริงเอาจัง สายตาไล่ตามเข็มที่ค่อย ๆ เคลื่อนไปทีละขีด

ติ๊ก…

ติ๊ก…

ติ๊ก…

06:59:55…

06:59:56…

06:59:57…

06:59:59…

07:00:00!

“เจ็ดโมงตรง!” หัวใจหลินอี้สะท้านวาบ เขาเงยหน้าขึ้นมองเพดานทันที

หึ่ง!

หึ่ง!

หึ่ง…

เสียงไฟไส้ในห้องดับลงทันที แสงสว่างค่อย ๆ จางหายไป เหลือเพียงแสงธรรมชาติที่ส่องลอดผ่านกระจกหน้าต่าง

“ไฟดับแล้ว… งั้นห้องเรียนตอนนี้ควรจะปลอดภัยแล้วใช่ไหม?” หลินอี้พึมพำเบา ๆ

เว่ยเหลียงยิ้ม “ถึงแม้จะไม่ได้เขียนไว้ในกฎ แต่ก็น่าจะเป็นแบบนั้นนะ ครั้งก่อนที่ฉันเคยมา ตอนกลางวันก็ไม่ได้เจอปัญหาอะไรเลย”

“แต่ ‘กลางวัน’ ของฉัน หมายถึงช่วงเวลาที่อากาศปลอดโปร่ง และอยู่ระหว่าง 07:00–18:00 เท่านั้นนะ”

หลินอี้ถามต่อ “หมายความว่า…ตราบใดที่อากาศดี ในมหาวิทยาลัยก็นับว่าปลอดภัย?”

“ปลอดภัยในระดับหนึ่ง! แต่ฉันไม่กล้ารับประกันหรอก” เว่ยเหลียงตอบจริงจัง “ถ้าเวลา 07:40 ยังแดดออกอยู่ เราอาจลองไปโรงอาหารหาอะไรกินได้”

เขาเปิดแผนที่ขึ้นมา คำนวณคร่าว ๆ “ฉันจำได้ว่าตอนกลางวันเคยเดินไปกินข้าว ใช้เวลาราว 15 นาที ถ้าวิ่งจ็อกกิ้งนิดหน่อย ก็คงทันได้หมั่นโถวสองลูกกับน้ำนมถั่วเหลืองสักแก้ว”

หลินอี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย “เวลาค่อนข้างกระชั้นไปหน่อยไหม?”

“ก็ยังพอไหว แต่ถ้ามีหมอกขึ้นเมื่อไร เราจะไม่ไปเด็ดขาด” เว่ยเหลียงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็แค่ต้องอดมื้อเช้าไป”

“บางทีเราอาจจะควรข้ามไปเลยก็ได้” หลินอี้คิดพลางพูด “นายบอกว่าเวลาเปิดโรงอาหารคือ 05:40–08:00 ใช่ไหม… แต่ถ้าเราค้างคืนในห้องเรียน เราก็ออกได้ตอน 07:40… กว่าจะเดินถึงโรงอาหารก็กินเวลา 15 นาทีแล้ว ถ้าไปจริง ๆ เราจะเหลือเวลาในโรงอาหารไม่ถึง 5 นาที แบบนี้มันดูไม่เข้าท่าเลยนะ!”

เว่ยเหลียงถึงกับถอนหายใจ “ฟังนายอธิบายแล้วมันก็ดูไม่สมเหตุสมผลจริง ๆ งั้นนายคิดว่าไงล่ะ?”

หลินอี้นิ่งคิด “พูดตามตรง ฉันรู้สึกว่าคนที่เขียนกฎ…ไม่ได้อยากให้นักเรียนที่ค้างคืนในอาคารเรียนออกไปกินข้าวเช้าเลย”

“ซี๊ด” เว่ยเหลียงสูดลมหายใจแรง ก่อนจะรีบคิดตามแล้วพยักหน้า “ฟังดูสมเหตุสมผล งั้นฉันตามนายก็แล้วกัน!”

หลินอี้ยังแอบสงสัยว่าเว่ยเหลียงเข้าใจจริงหรือแค่พูดเอาตัวรอด

“งั้นเรารอดูตอน 07:40 กัน”

“โอเค ฉันก็เอาด้วย” เว่ยเหลียงพยักหน้า

เวลาไหลไปจนถึง 07:40

ประตูห้องเรียนถูกเปิดจากด้านนอก อาจารย์ประจำชั้นในชุดทางการก้าวเข้ามา

ทันทีที่เห็นอาจารย์ประจำชั้น หลินอี้ก็รู้สึกสีหน้าของตนเปลี่ยนไปเล็กน้อย

“บางอย่าง…ไม่ถูกต้อง!”

จบบทที่ บทที่ 42 หมายเหตุเพิ่มเติ่ม (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว