- หน้าแรก
- สยองขวัญสไตล์แอนะล็อก : กฎมรณะ 4016
- บทที่ 26 การจดบันทึก (1)
บทที่ 26 การจดบันทึก (1)
บทที่ 26 การจดบันทึก (1)
ทะเลหมอกม้วนตัวขึ้นมาตามบันไดเหมือนร่างกายที่จับต้องได้ พุ่งตรงเข้าสู่ระเบียง
ชื้ดดด…
เสียงหินเสียดสีกับพื้นดังขึ้นมาจากเบื้องหลัง ราวกับมีบางสิ่งยื่นมือออกมาจากหมอกหนา เตรียมจะแตะบ่าของเธอ
เธอพุ่งทะลุเข้าห้อง แล้วปิดประตูห้องทำงานดัง “ปัง!!”
ร่างแนบกับบานประตู หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงด้วยลมหายใจถี่แรง
เพียงไม่กี่อึดใจ เธอก็รู้สึกได้ว่าชุดที่สวมอยู่เปียกชุ่มไปทั้งตัว
เธอเหลือบมองนาฬิกาแขวนบนผนัง ลูกตุ้มแกว่งไปมาอีกครั้งตั้งแต่เมื่อไรไม่อาจรู้ได้ เข็มชี้ไปที่เวลา 21:41 น.
ก๊อง! ก๊อง! ก๊อง!
ก๊อง! ก๊อง! ก๊อง!
ก๊อง! ก๊อง! ก๊อง!
เสียงเคาะประตูดังถี่แรง
พร้อมเสียงแหบพร่าที่เรียกไม่หยุด “อาจารย์… อาจารย์…”
แต่เธอกลับถอนหายใจยาว เหมือนได้คลายความกังวลไปชั่วขณะ ค่อย ๆ จัดเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่ แล้ววางแฟ้มลงบนโต๊ะอย่างสงบ
ไม่นานนัก เสียงเคาะก็เงียบหายไป
เธอมองนาฬิกาอีกครั้ง 21:43 น.
จากนั้นเปิดลิ้นชักตรวจดู พอเห็นซองสีน้ำเงินที่ถูกวางไว้อย่างเรียบร้อยตรงมุมลิ้นชัก ความกังวลทั้งหมดก็ปลดเปลื้องออกไป เธอทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
…
ห้องเรียน B2
เว่ยเหลียงที่กลับมานั่งแล้วก็ยังดูตัวสั่นไม่หาย
ส่วนหลินอี้ก็นั่งหรี่ตาเต็มไปด้วยภาพไฟระเบียงกะพริบและทะเลหมอกที่หมุนวน
ในตอนนี้ เขาแน่ใจเต็มร้อยว่า… อาคารเรียนไม่ปลอดภัย อย่างน้อย… ระเบียงทางเดินนั้น อันตรายแน่นอน!
เขาก็นึกถึงกระจกกันระเบิดระดับทหารที่ติดตั้งไว้บนหน้าต่างห้องเรียน…
ที่นี่คงมีเพียงห้องเรียนเท่านั้นที่ปลอดภัย!
แต่เมื่อหันไปกวาดตามอง… หลังจากอาจารย์ประจำชั้นปิดประตู นักศึกษาที่เหมือนถูกตรึงอยู่กับที่นั่งมาตลอด กลับค่อย ๆ เริ่มขยับตัว
หลินอี้รู้สึกได้ทันที ทุกสายตากำลังจับจ้องมาที่เขาอย่างไม่ปิดบัง
ห้องเรียนนี้… ปลอดภัยจริงหรือ?
เขารีบเปิดคู่มือนักศึกษาอีกครั้ง มองหากฎเกี่ยวกับเวลาการกลับหอพัก
“เวลาที่ระบุไว้จริง ๆ คือ 21:00–22:00 น. …แต่พอหมอกลง ก็มักจะเป็นช่วงที่ฝนตกเสมอ!”
ความปวดหัวแล่นขึ้นมา แปลว่าเขาต้องค้างในห้องเรียนต่อเนื่องเจ็ดวัน?
เขานึกถึงคำพูดของก่อนจากลาของ สวีซุ่นคัง และ เซี่ยฮั่วหยาง เสียงเตือนนั้นผุดขึ้นมาอีกครั้งในหัว
“หลังจากพวกเราจากไป ระวังให้ดี… อย่าไว้ใจใครนอกจากพวกตัวเอง”
“เพราะกลางคืนเป็นของพวกมัน…”
“จำไว้ให้ดี การทำตามกฎเท่านั้นคือวิธีเดียวที่จะปกป้องตัวเองได้”
“แต่โดยทฤษฎีแล้ว การค้างในห้องเรียนก็นับว่าปลอดภัยที่สุด…”
“หวังว่าจะได้เจอกันพรุ่งนี้ โชคดีนะ”
‘กลางคืนเป็นของพวกมัน…’
‘ค้างในห้องเรียนยังพอปลอดภัย…’
‘กฎ คือเกราะป้องกันเพียงหนึ่งเดียว…’
ในขณะที่หลินอี้กำลังครุ่นคิด คำพูดของเว่ยเหลียงก็ดังขึ้นข้าง ๆ
“เวรเอ๊ย… นั่นมันตัวอะไรเนี่ย?!” เขาหอบหายใจพลางถาม
“หลินเกอ นายไปยุ่งกับอะไรสกปรก ๆ มาหรือเปล่า?”
“ฉันได้ยินมาว่า ที่นี่เมื่อก่อนเป็นหมู่บ้านร้าง… อาจเป็นหมู่บ้านผีสิงด้วยซ้ำ!”
หลินอี้ปรายตามอง “ถ้ามันน่ากลัวขนาดนั้น นายกล้ามาได้ยังไงครั้งก่อน?”
เว่ยเหลียงบ่นอุบ “ก็ฉันเชื่อในวิทยาศาสตร์ไง!”
หลินอี้แค่นเสียงเย็น “คนสุดท้ายที่พูดว่าตัวเองเชื่อในวิทยาศาสตร์… ไม่กี่นาทีก่อนก็แทบจะเหาะหนีไปบนดาบอยู่แล้วนะ”
เว่ยเหลียงรีบตอบทันควัน “งั้นฉันก็เชื่อในไสยศาสตร์ก็ได้!”
“เชื่อแบบนั้น ระวังจะตายด้วยความกลัวสักวัน”
ใบหน้าเว่ยเหลียงเหยเก เขายกมือสองข้างขึ้นอย่างจนใจ “ก็เอาเถอะ! ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเงินทั้งนั้นแหละ! แค่ทำเป็นเรียน ค้างคืนเจ็ดวัน ได้เงินสามหมื่น แถมมีข้าวให้อิ่ม มีที่ให้นอน มีการ์ตูนผู้ใหญ่ให้อ่าน ตอนนี้พวกเราก็อยู่ในช่วงฝึกงานแล้ว ถ้านายเป็นฉัน… นายจะไม่มาจริงหรอ?”
หลินอี้หัวเราะในลำคอ “ถ้าอย่างนั้นก็ควรบอกตรง ๆ ตั้งแต่แรก ไม่ต้องอ้างวิทยาศาสตร์หรือไสยศาสตร์หรอก”
เว่ยเหลียงเม้มปากเงียบ แต่ภาพนักศึกษาที่ชวนขึ้นลิฟต์เมื่อครู่ยังติดคาใจไม่หาย เขาอดถามไม่ได้
“หลินเกอ… นายดูออกตั้งแต่แรกเลยใช่ไหมว่ามีบางอย่างผิดปกติกับหมอนั่น?”
หลินอี้หันมามองนิ่ง ๆ “นายอยากรู้จริงเหรอ?”
“โธ่! ถ้าไม่อยากรู้ ฉันจะถามทำไม? จะลังเลอะไรนักหนา หรือว่านายเจอความลับอะไรเข้าแล้วไม่อยากเล่า?”
หลินอี้ถอนหายใจยาว “ฉันกลัวว่าถ้าบอกออกไป… นายอาจกลัวจนขาดใจตาย”
เว่ยเหลียงอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหัวแรง ๆ “งั้นอย่าบอกเลย! ฉันมันพวกใจเสาะ รับไม่ไหวหรอก”
“ยอมง่าย ๆ เลย?”
เว่ยเหลียงลุกขึ้นปัดเสื้อผ้า “ฉันไม่ฉลาดเท่านาย คิดอะไรไม่ซับซ้อน แต่ดูจากที่นายทำ… ฉันว่าน่าจะดีกว่าถ้าฉันทำตัวเป็นคนโง่ที่ไม่รู้อะไรเลย ทำตามกฎเป๊ะ ๆ อย่างเดียว อย่างน้อยก็มีโอกาสรอดมากกว่า”
“พูดตรง ๆ นะ พอจบคอร์สนี้แล้ว ฉันไม่มีวันกลับมาที่บ้า ๆ บอ ๆ แบบนี้อีกแน่”
ว่าแล้วเขาก็เดินตรงไปยังทางบันได
“จะไปไหน?” หลินอี้ถามตามหลัง
“ไปหาการ์ตูน! นายมีอะไรอยากได้เป็นพิเศษไหม?” เสียงเว่ยเหลียงดังกลับมาจากท้ายห้อง
หลินอี้อยากปฏิเสธ แต่สุดท้ายก็พูดออกมา “งั้นก็หยิบการ์ตูนตลก ๆ มาให้สักเล่มสองเล่ม”