เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 จรรยาบรรณนักศึกษา

บทที่ 3 จรรยาบรรณนักศึกษา

บทที่ 3 จรรยาบรรณนักศึกษา


กรุณาเดินตามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไปจนถึงอาคารที่ระบุไว้บนแผนที่ และก่อนที่นักศึกษาคนอื่นจะสังเกตเห็นคุณ ให้รีบแยกตัวออกจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

หลังสองทุ่ม ไฟถนนในเขตมหาวิทยาลัยจะสว่างตลอดเวลา

หากคุณเจอเสาไฟที่ไม่สว่าง โปรดเพิกเฉยและเดินอ้อมไป

ถ้ามืดเกินกว่าจะหาทางได้ และคุณไม่สามารถใช้ตัวอาคารที่อยู่บนแผนที่เป็นจุดอ้างอิงนอกแสงไฟถนนได้ ให้ทำตามขั้นตอนเดียวกับเวลาที่หาเสาไฟไม่เจอ : อยู่กับที่จนกว่าจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ลาดตระเวนผ่านมาเจอคุณ

หอพักมีห้องน้ำพร้อมใช้งาน

ถ้าคุณต้องการสระผม ห้ามหลับตาในขณะสระ ให้มั่นใจว่าคุณยังสามารถมองเห็นกระเบื้อง ลวดลาย หรือสิ่งใดก็ตามที่ยืนยันได้ว่าคุณยังอยู่ในห้องน้ำ

โรงอาหารในปัจจุบันมีเพียงเก้าช่องบริการอาหาร พนักงานแต่ละช่องจะสวมผ้ากันเปื้อนสีน้ำเงิน

ถ้ามีพนักงานสวมผ้ากันเปื้อนสีเขียวมาแนะนำอาหารใหม่ล่าสุด ‘โดยเฉพาะบะหมี่ซอสมะเขือเทศเนื้อ’ โปรดเพิกเฉย

จำไว้ว่า โรงอาหาร ‘ไม่มีซอสมะเขือเทศ’ ระวังอาหารใดๆ ที่ใช้ซอสมะเขือเทศเป็นเครื่องปรุง

*ไม่มีช่องบริการอาหารหมายเลข 10

ร้านสะดวกซื้ออยู่ชั้นหนึ่งของโรงอาหาร และไม่มีเจ้าของ เพียงรูดบัตรนักศึกษาของคุณที่เครื่องชำระเงินอัตโนมัติ

ร้านสะดวกซื้อมีเฉพาะของใช้ประจำวันและอาหารเท่านั้น ไม่มีของที่ระลึก โดยเฉพาะสิ่งที่มีป้ายกำกับว่า ‘เหรียญที่ระลึกนักศึกษา’ หากคุณพบใครสักคนที่อ้างว่าเป็นเจ้าของร้านสะดวกซื้อ โปรดออกจากที่นั่นทันที

มหาวิทยาลัยมีห้องเรียนศิลปะแยกต่างหากสำหรับการเรียนวิชาศิลปะ แต่ ‘ไม่มีการสอนวิชาประติมากรรม

หากมีใครอ้างตัวว่าเป็นนักศึกษาศิลปะแล้วชวนคุณเข้าคลาสประติมากรรม โปรดเพิกเฉย หากไม่สามารถเพิกเฉยได้ ให้ปฏิเสธอย่างสุภาพ หากไม่สามารถปฏิเสธได้ ไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม คุณต้องหาทางแจ้งหัวหน้าชั้นเรียน นักศึกษากีฬา หรืออาจารย์พลศึกษาของคุณ

มีครูศิลปะอยู่จริง แต่ครูศิลปะจะเป็นครูศิลปะ ‘เฉพาะตอนอยู่ในชั้นเรียนศิลปะเท่านั้น

ระหว่างเรียน คุณสามารถเชื่อในทุกสิ่งที่ครูศิลปะพูดได้อย่างแน่นอน

โปรดให้ความสนใจกับภาพวาด ประติมากรรม หรือสิ่งใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับ ‘คน’ ในห้องเรียนศิลปะ

พวกมันควรจะอยู่นิ่งๆ

หากคุณเห็นมันขยับ จงหยิบบัตรนักศึกษาขึ้นมาถือไว้ทันที จากนั้นรีบออกจากห้อง แล้วตรงไปยังโรงยิมเพื่อรายงานเหตุการณ์กับอาจารย์พลศึกษา

คุณต้องเข้าเรียนวิชาพละตามตารางที่กำหนด

ทุกเวลา คุณต้องปฏิบัติตามคำสั่งของอาจารย์พลศึกษาเป็นอันดับแรก แม้ว่าจะขัดกับกฎข้ออื่นก็ตาม

โปรดให้ความสำคัญกับสุขภาพร่างกายของคุณ

หากคุณมีอาการเวียนศีรษะ ตามัว คลื่นไส้ หรืออาการไม่สบายใดๆ ขณะอยู่ในมหาวิทยาลัย ก่อนจะพักค้างคืน ให้ไปหาอาจารย์ฝ่ายหอพักหรือหัวหน้าชั้นเรียน พวกเขาจะพาคุณไปที่ห้องพยาบาล

คุณหมอประจำมหาวิทยาลัยจะพาคุณไปที่ประตูทางออก

เมื่อคุณเห็นรถบัสสีน้ำเงิน ‘จำไว้ว่าต้องเป็นสีน้ำเงินเท่านั้น เพิกเฉยต่อสีอื่น’ ให้ขึ้นรถทันที และคนขับจะพาคุณออกจากพื้นที่ เพื่อยุติประสบการณ์ของคุณ

ตราบใดที่คุณปฏิบัติตามกฎข้างต้น คุณก็จะมีประสบการณ์ในมหาวิทยาลัยที่สะดวกสบายและปลอดภัย

จงทำตามกฎ รักษาตัวให้ปลอดภัย และขออวยพรให้คุณโชคดีตลอดการเดินทาง!

หลินอี้อ่านกฎระเบียบนักศึกษาตั้งแต่ต้นจนจบอีกครั้ง

แม้ว่าเขาจะท่องจำได้ขึ้นใจแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดแปลกไป

โดยเฉพาะตอนที่อ่านจากคู่มือเล่มจริง แม้มันจะเหมือนกับที่ลงประกาศออนไลน์ทุกตัวอักษร แต่กลับให้ความรู้สึกประหลาดยิ่งกว่าเวลามองมันบนอินเทอร์เน็ตเสียอีก

ในตอนนั้นเอง เสียงประกาศใหม่ก็ดังขึ้นจากลำโพงในรถ

“รถจะถึงมหาวิทยาลัย S City ในอีกไม่นานนี้

กรุณาตรวจสอบสัมภาระของท่าน และเตรียมตัวลงจากรถอย่างเป็นระเบียบ”

ทันทีที่เสียงประกาศดังขึ้น หลินอี้ก็รู้สึกได้ชัดเจนว่า บรรยากาศของผู้โดยสารรอบตัวเริ่มกระปรี้กระเปร่า

เขาเช็ดกระจกหน้าต่างอีกครั้งเพื่อมองออกไปข้างนอก

ฝนหยุดตกแล้ว แต่หมอกกลับหนาทึบกว่าเดิม

มหาวิทยาลัย S City คล้ายเงามืดที่แผ่วรัศมีจางๆ แอบซ่อนอยู่ท่ามกลางขุนเขา เฝ้ารอการมาถึงของพวกเขา

รถบัสสั่นกระแทกไปตามพื้นขรุขระ เสียงประกาศจากลำโพงภายในยังคงอ่านกฎระเบียบนักศึกษา

แม้จะมีเครื่องปรับอากาศ แต่หลินอี้กลับรู้สึกได้ถึงบรรยากาศกดดันภายในรถ

ไม่นาน รถก็หยุดลงที่หน้าประตูมหาวิทยาลัย หมอกสีเทาหนาทึบปกคลุมไปทั่ว ระยะการมองเห็นไม่ถึงสิบเมตร จนแม้แต่ป้อมยามยังมองเห็นเลือนราง

แม้รถจะหยุดสนิทแล้ว แต่คนขับกลับไม่รีบเปิดประตู เขาเพียงจ้องไปในม่านหมอกเหมือนกำลังรออะไรบางอย่าง

หลินอี้ซึ่งนั่งอยู่แถวหลังสุด พลันรู้สึกไม่สบายตัวขึ้นมา ราวกับกำลังถูกใครจับจ้อง

ตามสัญชาตญาณ เขาหันไปมองนอกหน้าต่าง ท่ามกลางหมอกหนา เขาเหมือนเห็นเงาฝูงชน และสายตาประหลาดที่ชวนขนลุกนั้นก็เหมือนจ้องมาจากตรงนั้น

ไม่นาน ร่างหลายร่างก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากในหมอก

คนขับเพ่งมองพวกนั้น แต่ก็ไม่อาจมองเห็นชัดเพราะหมอกทึบ

จนกระทั่งกลุ่มคนหยุดลงห่างจากป้อมยาม หลินอี้ถึงได้เห็นว่าเป็นผู้หญิงคนหนึ่งในชุดทางการ ข้างกายมีเด็กหนุ่มในชุดนักศึกษาชายหลายคน ดูคล้ายอาจารย์ที่พานักศึกษาแกนนำมารอต้อนรับนักศึกษาใหม่

อาจารย์หญิงคนนั้นสวมรอยยิ้มอ่อนโยน น้ำเสียงสงบแผ่วลอดออกมาจากหมอก “ยินดีต้อนรับนักศึกษาทุกคน ตอนนี้โปรดลงจากรถ แล้วตามฉันไปลงทะเบียนเข้าเรียน”

ทันทีที่ได้ยินเสียงอาจารย์ ผู้โดยสารก็ถอนหายใจโล่งอก พากันยืนเข้าแถวหน้าประตูพร้อมหิ้วกระเป๋าเดินทาง

ทว่า คนขับกลับยังไม่กดปุ่มเปิดประตู

“คนขับ เรามาถึงแล้วนะครับ เปิดประตูที” ผู้โดยสารร่างใหญ่ที่ยืนรออยู่ตรงประตูพูดขึ้น พลางยกสัมภาระในมือเตรียมพร้อม

แต่สายตาของคนขับยังคงตรึงแน่วแน่อยู่กับกลุ่มคนนอกหน้าต่าง เขาจ้องไปที่อาจารย์หญิงผู้เป็นคนนำ แม้จะอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่เมตร แต่หมอกหนาก็ทำให้แทบมองไม่เห็นชัด

เขาค่อย ๆ ลูบสมุดเล่มเล็กที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าอก พลางพึมพำเหมือนกำลังท่องกฎข้อหนึ่ง

“อย่าเพิ่งรีบร้อน รออีกสักหน่อย” คนขับเอ่ยเสียงเรียบ สายตานิ่งคงที่จับจ้องอาจารย์หญิงกับกลุ่มของเธอ

จบบทที่ บทที่ 3 จรรยาบรรณนักศึกษา

คัดลอกลิงก์แล้ว