- หน้าแรก
- สยองขวัญสไตล์แอนะล็อก : กฎมรณะ 4016
- บทที่ 3 จรรยาบรรณนักศึกษา
บทที่ 3 จรรยาบรรณนักศึกษา
บทที่ 3 จรรยาบรรณนักศึกษา
กรุณาเดินตามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไปจนถึงอาคารที่ระบุไว้บนแผนที่ และก่อนที่นักศึกษาคนอื่นจะสังเกตเห็นคุณ ให้รีบแยกตัวออกจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
หลังสองทุ่ม ไฟถนนในเขตมหาวิทยาลัยจะสว่างตลอดเวลา
หากคุณเจอเสาไฟที่ไม่สว่าง โปรดเพิกเฉยและเดินอ้อมไป
ถ้ามืดเกินกว่าจะหาทางได้ และคุณไม่สามารถใช้ตัวอาคารที่อยู่บนแผนที่เป็นจุดอ้างอิงนอกแสงไฟถนนได้ ให้ทำตามขั้นตอนเดียวกับเวลาที่หาเสาไฟไม่เจอ : อยู่กับที่จนกว่าจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ลาดตระเวนผ่านมาเจอคุณ
หอพักมีห้องน้ำพร้อมใช้งาน
ถ้าคุณต้องการสระผม ห้ามหลับตาในขณะสระ ให้มั่นใจว่าคุณยังสามารถมองเห็นกระเบื้อง ลวดลาย หรือสิ่งใดก็ตามที่ยืนยันได้ว่าคุณยังอยู่ในห้องน้ำ
โรงอาหารในปัจจุบันมีเพียงเก้าช่องบริการอาหาร พนักงานแต่ละช่องจะสวมผ้ากันเปื้อนสีน้ำเงิน
ถ้ามีพนักงานสวมผ้ากันเปื้อนสีเขียวมาแนะนำอาหารใหม่ล่าสุด ‘โดยเฉพาะบะหมี่ซอสมะเขือเทศเนื้อ’ โปรดเพิกเฉย
จำไว้ว่า โรงอาหาร ‘ไม่มีซอสมะเขือเทศ’ ระวังอาหารใดๆ ที่ใช้ซอสมะเขือเทศเป็นเครื่องปรุง
*ไม่มีช่องบริการอาหารหมายเลข 10
ร้านสะดวกซื้ออยู่ชั้นหนึ่งของโรงอาหาร และไม่มีเจ้าของ เพียงรูดบัตรนักศึกษาของคุณที่เครื่องชำระเงินอัตโนมัติ
ร้านสะดวกซื้อมีเฉพาะของใช้ประจำวันและอาหารเท่านั้น ไม่มีของที่ระลึก โดยเฉพาะสิ่งที่มีป้ายกำกับว่า ‘เหรียญที่ระลึกนักศึกษา’ หากคุณพบใครสักคนที่อ้างว่าเป็นเจ้าของร้านสะดวกซื้อ โปรดออกจากที่นั่นทันที
มหาวิทยาลัยมีห้องเรียนศิลปะแยกต่างหากสำหรับการเรียนวิชาศิลปะ แต่ ‘ไม่มีการสอนวิชาประติมากรรม’
หากมีใครอ้างตัวว่าเป็นนักศึกษาศิลปะแล้วชวนคุณเข้าคลาสประติมากรรม โปรดเพิกเฉย หากไม่สามารถเพิกเฉยได้ ให้ปฏิเสธอย่างสุภาพ หากไม่สามารถปฏิเสธได้ ไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม คุณต้องหาทางแจ้งหัวหน้าชั้นเรียน นักศึกษากีฬา หรืออาจารย์พลศึกษาของคุณ
มีครูศิลปะอยู่จริง แต่ครูศิลปะจะเป็นครูศิลปะ ‘เฉพาะตอนอยู่ในชั้นเรียนศิลปะเท่านั้น’
ระหว่างเรียน คุณสามารถเชื่อในทุกสิ่งที่ครูศิลปะพูดได้อย่างแน่นอน
โปรดให้ความสนใจกับภาพวาด ประติมากรรม หรือสิ่งใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับ ‘คน’ ในห้องเรียนศิลปะ
พวกมันควรจะอยู่นิ่งๆ
หากคุณเห็นมันขยับ จงหยิบบัตรนักศึกษาขึ้นมาถือไว้ทันที จากนั้นรีบออกจากห้อง แล้วตรงไปยังโรงยิมเพื่อรายงานเหตุการณ์กับอาจารย์พลศึกษา
คุณต้องเข้าเรียนวิชาพละตามตารางที่กำหนด
ทุกเวลา คุณต้องปฏิบัติตามคำสั่งของอาจารย์พลศึกษาเป็นอันดับแรก แม้ว่าจะขัดกับกฎข้ออื่นก็ตาม
โปรดให้ความสำคัญกับสุขภาพร่างกายของคุณ
หากคุณมีอาการเวียนศีรษะ ตามัว คลื่นไส้ หรืออาการไม่สบายใดๆ ขณะอยู่ในมหาวิทยาลัย ก่อนจะพักค้างคืน ให้ไปหาอาจารย์ฝ่ายหอพักหรือหัวหน้าชั้นเรียน พวกเขาจะพาคุณไปที่ห้องพยาบาล
คุณหมอประจำมหาวิทยาลัยจะพาคุณไปที่ประตูทางออก
เมื่อคุณเห็นรถบัสสีน้ำเงิน ‘จำไว้ว่าต้องเป็นสีน้ำเงินเท่านั้น เพิกเฉยต่อสีอื่น’ ให้ขึ้นรถทันที และคนขับจะพาคุณออกจากพื้นที่ เพื่อยุติประสบการณ์ของคุณ
ตราบใดที่คุณปฏิบัติตามกฎข้างต้น คุณก็จะมีประสบการณ์ในมหาวิทยาลัยที่สะดวกสบายและปลอดภัย
จงทำตามกฎ รักษาตัวให้ปลอดภัย และขออวยพรให้คุณโชคดีตลอดการเดินทาง!
หลินอี้อ่านกฎระเบียบนักศึกษาตั้งแต่ต้นจนจบอีกครั้ง
แม้ว่าเขาจะท่องจำได้ขึ้นใจแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดแปลกไป
โดยเฉพาะตอนที่อ่านจากคู่มือเล่มจริง แม้มันจะเหมือนกับที่ลงประกาศออนไลน์ทุกตัวอักษร แต่กลับให้ความรู้สึกประหลาดยิ่งกว่าเวลามองมันบนอินเทอร์เน็ตเสียอีก
ในตอนนั้นเอง เสียงประกาศใหม่ก็ดังขึ้นจากลำโพงในรถ
“รถจะถึงมหาวิทยาลัย S City ในอีกไม่นานนี้
กรุณาตรวจสอบสัมภาระของท่าน และเตรียมตัวลงจากรถอย่างเป็นระเบียบ”
ทันทีที่เสียงประกาศดังขึ้น หลินอี้ก็รู้สึกได้ชัดเจนว่า บรรยากาศของผู้โดยสารรอบตัวเริ่มกระปรี้กระเปร่า
เขาเช็ดกระจกหน้าต่างอีกครั้งเพื่อมองออกไปข้างนอก
ฝนหยุดตกแล้ว แต่หมอกกลับหนาทึบกว่าเดิม
มหาวิทยาลัย S City คล้ายเงามืดที่แผ่วรัศมีจางๆ แอบซ่อนอยู่ท่ามกลางขุนเขา เฝ้ารอการมาถึงของพวกเขา
รถบัสสั่นกระแทกไปตามพื้นขรุขระ เสียงประกาศจากลำโพงภายในยังคงอ่านกฎระเบียบนักศึกษา
แม้จะมีเครื่องปรับอากาศ แต่หลินอี้กลับรู้สึกได้ถึงบรรยากาศกดดันภายในรถ
ไม่นาน รถก็หยุดลงที่หน้าประตูมหาวิทยาลัย หมอกสีเทาหนาทึบปกคลุมไปทั่ว ระยะการมองเห็นไม่ถึงสิบเมตร จนแม้แต่ป้อมยามยังมองเห็นเลือนราง
แม้รถจะหยุดสนิทแล้ว แต่คนขับกลับไม่รีบเปิดประตู เขาเพียงจ้องไปในม่านหมอกเหมือนกำลังรออะไรบางอย่าง
หลินอี้ซึ่งนั่งอยู่แถวหลังสุด พลันรู้สึกไม่สบายตัวขึ้นมา ราวกับกำลังถูกใครจับจ้อง
ตามสัญชาตญาณ เขาหันไปมองนอกหน้าต่าง ท่ามกลางหมอกหนา เขาเหมือนเห็นเงาฝูงชน และสายตาประหลาดที่ชวนขนลุกนั้นก็เหมือนจ้องมาจากตรงนั้น
ไม่นาน ร่างหลายร่างก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากในหมอก
คนขับเพ่งมองพวกนั้น แต่ก็ไม่อาจมองเห็นชัดเพราะหมอกทึบ
จนกระทั่งกลุ่มคนหยุดลงห่างจากป้อมยาม หลินอี้ถึงได้เห็นว่าเป็นผู้หญิงคนหนึ่งในชุดทางการ ข้างกายมีเด็กหนุ่มในชุดนักศึกษาชายหลายคน ดูคล้ายอาจารย์ที่พานักศึกษาแกนนำมารอต้อนรับนักศึกษาใหม่
อาจารย์หญิงคนนั้นสวมรอยยิ้มอ่อนโยน น้ำเสียงสงบแผ่วลอดออกมาจากหมอก “ยินดีต้อนรับนักศึกษาทุกคน ตอนนี้โปรดลงจากรถ แล้วตามฉันไปลงทะเบียนเข้าเรียน”
ทันทีที่ได้ยินเสียงอาจารย์ ผู้โดยสารก็ถอนหายใจโล่งอก พากันยืนเข้าแถวหน้าประตูพร้อมหิ้วกระเป๋าเดินทาง
ทว่า คนขับกลับยังไม่กดปุ่มเปิดประตู
“คนขับ เรามาถึงแล้วนะครับ เปิดประตูที” ผู้โดยสารร่างใหญ่ที่ยืนรออยู่ตรงประตูพูดขึ้น พลางยกสัมภาระในมือเตรียมพร้อม
แต่สายตาของคนขับยังคงตรึงแน่วแน่อยู่กับกลุ่มคนนอกหน้าต่าง เขาจ้องไปที่อาจารย์หญิงผู้เป็นคนนำ แม้จะอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่เมตร แต่หมอกหนาก็ทำให้แทบมองไม่เห็นชัด
เขาค่อย ๆ ลูบสมุดเล่มเล็กที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าอก พลางพึมพำเหมือนกำลังท่องกฎข้อหนึ่ง
“อย่าเพิ่งรีบร้อน รออีกสักหน่อย” คนขับเอ่ยเสียงเรียบ สายตานิ่งคงที่จับจ้องอาจารย์หญิงกับกลุ่มของเธอ