- หน้าแรก
- ชีวิตที่สมบูรณ์แบบในวันสิ้นโลก
- บทที่ 23 มีใครอยากเรียกรถไหม?
บทที่ 23 มีใครอยากเรียกรถไหม?
บทที่ 23 มีใครอยากเรียกรถไหม?
【ชีวิตที่ดีเริ่มต้นจากรอยยิ้ม ผู้ดำรงชีวิตโปรดรักษารอยยิ้มเอาไว้ เทพีแห่งโชคชะตากำลังมองดูคุณอยู่ การแสดงความสุภาพอาจนำพารางวัลที่คาดไม่ถึง】
ข้อความที่ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันทำให้ท่าทางดุดันของเมิ่งซวี่อ่อนลงทันที เขาเผยรอยยิ้มสดใส และหันไปพูดกับซอมบี้ที่กำลังพุ่งเข้ามาหาเขาในชุด รปภ. อย่างเป็นมิตร
“นี่มันอาเหลียงนี่นา! ขยันจริง ๆ นะ ยังออกตรวจตราลานจอดรถตอนเที่ยงอีก เฮ้อ… แต่เดี๋ยว นายรู้ได้ไงว่าฉันเปิดบริษัทแล้วเป็นเจ้านาย?”
ซอมบี้อดีต รปภ. เหลียงไม่ได้ตอบคำถามของเมิ่งซวี่ มันเพียงแค่คำรามเสียงดัง ก่อนจะพุ่งเข้าหาเขาราวกับนักล่าเจอเหยื่อ
เมิ่งซวี่เหวี่ยงไม้เบสบอลในมือ ฟาดเข้าที่กะโหลกของซอมบี้ตัวนั้น ส่งมันกระเด็นไปนอนแน่นิ่งกับพื้น จากนั้นก็ตามไปกระหน่ำซ้ำจนแน่ใจว่ามันไม่ขยับอีก
จัดการเรียบร้อย
พอจัดการกับศพแรกเสร็จ เมิ่งซวี่ก็เห็นเงาอีกเงาหนึ่งพุ่งตรงเข้ามาหาเขาด้วยความเร็วสูง
ซอมบี้ตัวนี้เต็มไปด้วยเลือดดำเปรอะไปทั่วตัว
เมิ่งซวี่มองซอมบี้ที่กำลังพุ่งมา ก่อนจะโบกมือให้มันพร้อมรอยยิ้ม “อ้าว นั่นมันเฮียจางนี่! ทำไมยังอยู่ที่ลานจอดรถล่ะ? ขึ้นไปข้างบนเถอะ! อ้อ จริงสิ ฉันเพิ่งเปิดบริษัทใหม่ ถ้าอยากเปลี่ยนงานก็มาคุยกับฉันได้นะ!”
พูดจบ เมิ่งซวี่ก็ตวัดไม้เบสบอล ฟาดเข้าไปเต็มแรง ส่งซอมบี้ร่างใหญ่กระเด็นไปกับพื้น ก่อนจะตามไปซ้ำจนกะโหลกแหลกเละ
เลือดและเศษสมองกระจัดกระจายไปทั่วพื้นคอนกรีต
หลังจากจัดการเสร็จ เมิ่งซวี่ก็ควักกุญแจรถออกมา เตรียมหารถเบนซ์ของเขา
เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เขาก็เห็นซอมบี้ศีรษะล้านตัวหนึ่ง ยืนตัวสั่นอยู่หน้ารถออดี้คันหนึ่ง ดวงตาของมันกลอกไปมาเหมือนกำลังขาดสติ
ที่น่าตกใจกว่าคือ ภายในรถมีซอมบี้หญิงตัวหนึ่ง สวมเสื้อผ้าหลุดลุ่ย นัยน์ตาขาวโพลน
ดูจากสภาพ…
น่าจะเกิดเหตุขณะที่กำลังทำ ‘กิจกรรมบางอย่าง’ แล้วโดนซอมบี้จู่โจมจนเกิดโศกนาฏกรรมขึ้น
เมิ่งซวี่พยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะเปรยขึ้นมา “โอ้โห นี่มันเถ้าแก่จางนี่! กำลัง ‘ดูวิว’ อยู่ในรถเหรอ? มีรสนิยมดีจริง ๆ”
เมิ่งซวี่อดไม่ได้ที่จะรู้สึกทึ่ง คนอื่นเขาหนีตายกันแทบตาย แต่เถ้าแก่จางยังมีอารมณ์เล่นอะไรแบบนี้
เขาต้องจำเทคนิคนี้ไว้
ต้องนำไปประยุกต์ใช้ให้ได้
เสียงของเมิ่งซวี่ดึงดูดความสนใจของซอมบี้เถ้าแก่จาง มันหันขวับมาทางเขา ดวงตากลอกไปมา ก่อนจะส่งเสียงคำรามและพุ่งเข้าหาเขาด้วยความเร็วที่ไม่สมกับอายุและร่างกายศีรษะล้าน
“เถ้าแก่จาง ใจเย็น ๆ เรามีเวลาร่วมงานกันอีกเยอะ ไม่ต้องรีบ”
เมิ่งซวี่ถอนหายใจ ก่อนจะเหวี่ยงไม้เบสบอลออกไป
ลูกตาของซอมบี้เถ้าแก่จางกระเด็นออกจากเบ้า มันล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรง
เมิ่งซวี่เดินเข้าไปหาพร้อมประแจในมือ ก่อนจะลงมือซ้ำ จนแน่ใจว่ามันไม่ฟื้นขึ้นมาอีก
เมิ่งซวี่ยึดหลัก ‘คนไม่ร้ายมา เราไม่ร้ายตอบ’ แม้แต่กับซอมบี้ ถ้าพวกมันสามารถให้คุณค่าอะไรกับเขาได้ เช่น ฉือเว่ยและจางเทา เขาก็ยินดีอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
แม้ว่าจะต้องกำจัดซอมบี้ทั่วโลก แต่สองตัวนี้จะเป็นตัวสุดท้ายที่เขาจะฆ่า
“อ้อ ใช่แล้ว ฉันยังมีงานขับรถรับจ้างอยู่นี่นา”
คิดได้ดังนั้น เมิ่งซวี่ก็ลุกขึ้นยืน แล้วหันไปมองซอมบี้สาวที่อยู่ในรถออดี้
คิดไปคิดมา เขาก็เปิดประตูรถอย่างไม่ลังเล
“โฮ่ว——!”
ซอมบี้สาวส่งเสียงคำรามต่ำ
ต้องยอมรับว่า ซอมบี้ตัวนี้ดูดีพอสมควร เนื่องจากเธอเพิ่งกลายเป็นซอมบี้ไม่นาน ใบหน้ายังคงสภาพสมบูรณ์ดี ยกเว้นเพียงเส้นเลือดสีม่วงและดวงตาสีขาวหม่น
เมิ่งซวี่ยิ้มอย่างกระตือรือร้น รอให้ซอมบี้สาวพุ่งเข้ามาหา จากนั้นเขาก็เตะเธอล้มลงกับพื้น ก่อนจะเงื้อไม้เบสบอลขึ้นและฟาดลงไปที่แขนและขาของเธอ
ขณะที่ทุบ เขาก็ตะโกนไปด้วย “คุณผู้หญิง! ต้องการเรียกรถไหม? จะไปไหนหรือเปล่า?”
“พูดสิ!”
ไม้เบสบอลกระแทกลงไปจนแขนหัก
ซอมบี้สาวคำรามออกมา
“คุณจะไปไหม? ผมไม่ได้ขับรถเถื่อนนะ แค่ไม่มีใบอนุญาตเท่านั้นเอง”
ไม่มีคำตอบกลับมา
เมิ่งซวี่ถอนหายใจ ก่อนจะฟาดลงไปที่ขาของเธอจนหักเช่นกัน
เสียงคำรามยังคงดังต่อเนื่อง
หลังจากรออยู่นานโดยไม่มีข้อความแจ้งเตือนใด ๆ เมิ่งซวี่ก็ตระหนักได้ว่า ซอมบี้ไม่สามารถระบุจุดหมายปลายทางได้
เขาจึงใช้ประแจจัดการเธอเป็นครั้งสุดท้าย จนหัวแตกกระจาย
“จริง ๆ แล้ว ไม่มีใครต้องการเรียกรถเลยเหรอ?”
เมิ่งซวี่เดินหาเบนซ์ของตัวเอง พร้อมกับตะโกนถามไปด้วย
มีซอมบี้สองสามตัวเดินเข้ามา แต่ก็ถูกเขาจัดการไปทีละตัว
สำหรับเมิ่งซวี่ในตอนนี้ ซอมบี้ห้าตัวหรือน้อยกว่านั้นไม่ใช่ปัญหาเลย
ถ้ามีมากกว่านั้นล่ะ?
วิ่งหนีสิ จะรออะไร
ตั้งแต่มีระบบชีวิตสมบูรณ์แบบ เมิ่งซวี่รู้สึกว่าเขามีสภาพจิตใจดีขึ้นเรื่อย ๆ
แค่ไม่เข้าใจว่าทำไมระบบถึงบอกว่าค่าพลังจิตของเขามีแค่ 9 คะแนน… แปลกจริง ๆ
เขาเดินสำรวจไปเรื่อย ๆ และในที่สุดก็เจอรถเบนซ์ E300 ที่จอดอยู่ในมุมหนึ่งของลานจอดรถ ทำให้เขารู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที
เมิ่งซวี่ระลึกถึงช่วงเวลาที่ฝึกขับรถหลังจบมัธยมปลาย และในพริบตาเดียว เขาก็สตาร์ตรถขึ้น
“บรู๊ม——!”
เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้น และรถก็เคลื่อนตัวออกไปอย่างราบรื่น
ขณะที่เมิ่งซวี่ขับรถออกจากลานจอด ในบริเวณใกล้เคียง มีรถเซียลี่คันหนึ่งจอดนิ่งอยู่
ภายในรถ มีดวงตาสองคู่กำลังมองตามเมิ่งซวี่ผ่านกระจกกันแดดสีเทา ก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอก
หญิงสาวคนหนึ่งถอนหายใจแรงอย่างเห็นได้ชัด เธอดูหวาดกลัวอยู่ไม่น้อย ก่อนจะหันไปพูดกับชายหนุ่มข้าง ๆ ด้วยเสียงสั่น ๆ “ที่รัก เขาไปแล้ว เราคงออกไปได้แล้วใช่ไหม?”
ชายหนุ่มที่นั่งที่เบาะข้างคนขับมีสีหน้าไร้ชีวิตชีวา เมื่อได้ยินคำพูดของเธอ เขาก็ตอบอย่างหมดแรง “น้ำมันรถหมด ขับไปได้ไม่นานก็ต้องจอด”
“ฉันบอกแล้วว่าควรออกไปขอให้เขาพาเราไป!” หญิงสาวพูดอย่างไม่พอใจ น้ำเสียงสั่นเครือ “เขาถามว่ามีใครจะเรียกรถไหมนี่นา! ให้เงินเยอะหน่อยก็ได้!”
ได้ยินเช่นนั้น ชายหนุ่มถึงกับเดือดพล่าน ลุกพรวดขึ้นจากที่นั่งก่อนจะตะโกนใส่หญิงสาวอย่างตกตะลึง “เธอบ้าไปแล้วเหรอ?! หมอนั่นมันโรคจิต! โลกทั้งโลกกลายเป็นแบบนี้แล้ว เขายังไปทักทายซอมบี้อยู่เลย! บางครั้งก็ทรมานซอมบี้ไปด้วย แถมยังถามว่าใครจะเรียกรถอีก… นี่มันพฤติกรรมของคนปกติเหรอ?! ถ้าตกไปอยู่ในมือเขา เราอาจจะไม่ตายง่าย ๆ เหมือนโดนซอมบี้กัดซะอีก!”
“พอเถอะ ฉันเห็นว่าออดี้คันนั้นมีกุญแจเสียบคาไว้ ดูเหมือนลานจอดรถจะถูกเคลียร์แล้ว เราไปลองสตาร์ตรถกันดีกว่า เผื่อจะขับหนีไปได้”
ชายหนุ่มสูดหายใจลึกก่อนจะพูดต่อ “อาหารเราหมดแล้ว ยังไงก็ต้องไป ถ้ามีซอมบี้ล่ะก็… คงต้องพึ่งดวงแล้วล่ะ”