- หน้าแรก
- ไซอิ๋ว: พนักงานเซียนเข้างาน 9 โมงเลิกงาน 5 โมง
- บทที่ 6: คุกสวรรค์ชั้นเก้า เทพตุลาการคือผู้บัญชา!
บทที่ 6: คุกสวรรค์ชั้นเก้า เทพตุลาการคือผู้บัญชา!
บทที่ 6: คุกสวรรค์ชั้นเก้า เทพตุลาการคือผู้บัญชา!
บทที่ 6: คุกสวรรค์ชั้นเก้า เทพตุลาการคือผู้บัญชา!
ตุบ
ก้านหลิวในมือพระโพธิสัตว์กวนอิมร่วงหล่นลงพื้น นางตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อ
รอยยิ้มที่ปั้นแต่งมานานมลายหายสิ้น เหลือเพียงโทสะที่ปะทุออกมาดั่งภูเขาไฟระเบิด
"นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! ขุนนางสวรรค์ผู้นี้กล้าดีอย่างไร! บังอาจมาทำลายแผนการของข้า!"
เสียงตวาดของกวนอิมกึกก้องไปทั่วตำหนัก ในที่สุดเง็กเซียนฮ่องเต้ก็ทรงกริ้วขึ้นมาบ้าง
"ท่านกวนอิม ขุนนางสวรรค์จะเป็นอย่างไร หาใช่ธุระกงการอะไรของท่านที่จะมาสอดปาก!"
ชั่วพริบตา แรงกดดันมหาศาลดั่งขุนเขาและมหาสมุทรก็แผ่ซ่านออกจากร่างของเง็กเซียนฮ่องเต้ ปกคลุมไปทั่วตำหนักหลิงเซียว
กวนอิมที่นั่งอยู่เบื้องล่างถึงกับสะดุ้ง รู้ตัวว่าเสียมารยาทอย่างแรง ถึงอย่างไรเง็กเซียนฮ่องเต้ก็คือประมุขแห่งสามโลก
นางเพียงแค่อาศัยบารมีของพุทธศาสนาฝ่ายตะวันตกมานั่งฟังการประชุมที่นี่ มีหรือจะกล้าล่วงเกินเง็กเซียนฮ่องเต้จริงๆ?
กวนอิมรีบก้มหน้าลง กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ฝ่าบาทโปรดระงับโทสะ เป็นผู้น้อยที่วู่วาม เป็นผู้น้อยที่เสียมารยาท ขอฝ่าบาทโปรดลงทัณฑ์!"
บรรยากาศในท้องพระโรงตึงเครียดจนแทบขาดผึง หลี่จิ้ง ขุนพลผู้ถือเจดีย์ รีบก้าวออกมาช่วยแก้ต่างให้กวนอิม
"ฝ่าบาท พระโพธิสัตว์กวนอิมเพียงแค่พลั้งปากไป ขอฝ่าบาทโปรดอภัยโทษด้วยเถิดพะยะค่ะ สิ่งสำคัญตอนนี้คือการหาทางแก้ไขสถานการณ์ให้กลับมาเข้ารูปเข้ารอยดังเดิม"
เง็กเซียนฮ่องเต้ปรายตามองอย่างเย็นชา รัศมีแห่งอำนาจแผ่พุ่ง แต่กลับหันไปตรัสถามไท่ไป๋จินซิงด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"จินซิง เจ้าจงเล่ารายละเอียดเหตุการณ์เมื่อครู่มาให้ละเอียดซิ"
ในใจเง็กเซียนฮ่องเต้รู้ดีว่า ทางฝ่ายตะวันตกคงคำนวณรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงนี้แล้ว และคงกำลังร้อนรนจนนั่งไม่ติด
ยิ่งฝ่ายพุทธร้อนรน เง็กเซียนฮ่องเต้ยิ่งสะใจ
มหาภัยพิบัติไซอิ๋วครั้งนี้ สวรรค์เป็นรองฝ่ายตะวันตกอยู่มาก จึงต้องยอมให้ฝ่ายนั้นข่มเหงรังแกมาตลอด
แต่บัดนี้ ดูเหมือนลิขิตสวรรค์จะแปรเปลี่ยน
เง็กเซียนฮ่องเต้เริ่มรู้สึกชื่นชมและอยากสนับสนุน 'ฉู่ฮ่าว' เทพตุลาการหน้าใหม่ผู้นี้ขึ้นมาตงิดๆ และแน่นอนว่าพระองค์จะไม่ยอมโอนอ่อนผ่อนตามฝ่ายตะวันตกง่ายๆ อีกแล้ว
ไท่ไป๋จินซิงเข้าใจเจตนาของฝ่าบาทดี จึงกระแอมไอเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงดังฟังชัด
"เรื่องราวมันเป็นเช่นนี้พะยะค่ะ คือว่า..."
ไท่ไป๋จินซิงจงใจเล่าอย่างยืดเยาดเพื่อถ่วงเวลา จนในที่สุดทุกคนก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด
เมื่อเง็กเซียนฮ่องเต้ได้ยินถึงอิทธิฤทธิ์อันร้ายกาจและความเที่ยงธรรมของฉู่ฮ่าว ดวงเนตรก็เป็นประกายวาวโรจน์
ในใจคิดว่า: เยี่ยมมากท่านเทพตุลาการ เรามองคนไม่ผิดจริงๆ!
ส่วนกวนอิมที่ยืนอยู่ข้างๆ ได้แต่กัดฟันกรอด นางอยากจะตะโกนใส่หน้าว่าฉู่ฮ่าวต้องขโมยวิชามาแน่ๆ แต่ติดที่ไม่มีหลักฐาน จึงไม่กล้าพูดพล่อยๆ ต่อหน้าเง็กเซียนฮ่องเต้
ไท่ไป๋จินซิงกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ฝ่าบาท เทพตุลาการเฝ้าประตูทักษิณสวรรค์ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต พยายามเจรจากับลิงปีศาจด้วยเหตุผลแล้ว แต่มันกลับดื้อรั้นอาละวาด เทพตุลาการจึงจำต้องจับกุมตัวไว้"
"กระหม่อมเห็นว่า เทพตุลาการฉู่ฮ่าวมีความจงรักภักดี ทั้งยังมีสติปัญญาและความกล้าหาญ สมควรได้รับรางวัลพะยะค่ะ!"
ใบหน้าของกวนอิมดำคล้ำลงทันที ไอ้แก่บ้า! ทำเสียเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ ยังจะให้รางวัลอีกเรอะ?!
แต่คราวนี้นางไม่กล้าสอดปาก กลัวจะโดนเง็กเซียนฮ่องเต้ตบคว่ำเอา
เหล่าทวยเทพต่างรอฟังคำตัดสินจากเง็กเซียนฮ่องเต้ด้วยความเคารพ
เง็กเซียนฮ่องเต้ผู้มองเกมขาด ตรัสด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"เรารู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว เทพตุลาการฉู่ฮ่าวมีความดีความชอบ สมควรได้รับรางวัล"
หน้ากวนอิมดำเป็นถ่าน ขาดอีกนิดเดียวนางคงอาละวาดแตกหักไปแล้ว
แต่เง็กเซียนฮ่องเต้ก็รู้ว่าไม่ควรบีบคั้นจนเกินไป จึงตรัสต่อว่า
"ทว่า... ลิงปีศาจตนนั้นเป็นผู้ที่ต้องเผชิญวิบากกรรมตามลิขิตฟ้า การขัดขวางแผนการใหญ่ของทางตะวันตกก็คงไม่เหมาะสมนัก"
กวนอิมถอนหายใจโล่งอก ขอแค่ปล่อยตัวมา ทุกอย่างก็คุยกันได้
แต่แล้วเง็กเซียนฮ่องเต้ก็เปลี่ยนโทนเสียง ตรัสเรียบๆ ว่า
"เพียงแต่ช่วงนี้สวรรค์ขาดแคลนกำลังคน ท่านกวนอิมคงต้องไปเจรจากับท่านเทพตุลาการด้วยตัวเอง แต่อย่าได้ใช้กำลังบังคับขู่เข็ญ มิเช่นนั้นหากลิงปีศาจเกิดตื่นตัวขึ้นมา เรื่องราวอาจจะยิ่งบานปลาย"
"เลิกประชุม!"
เง็กเซียนฮ่องเต้หัวเราะเยาะในใจ พวกเจ้ารีบนักใช่ไหม? แต่ข้าไม่รีบ โยนเผือกร้อนไปให้พวกเจ้าจัดการกันเองก็แล้วกัน
เหล่าเทพเซียนต่างแยกย้าย
กวนอิมส่งสายตาให้หลี่จิ้ง ให้เขาตามนางไปด้วย ไท่ไป๋จินซิงเห็นดังนั้นก็ได้แต่ส่ายหน้าเงียบๆ
...
ตัดภาพมาที่ฉู่ฮ่าว เขาหิ้วซุนหงอคงเหาะลิ่วไปยังสวรรค์ชั้นที่ 26
'ยวนทงหยวนต้งเทียน' (สวรรค์แห่งความลึกซึ้งและต้นกำเนิด) ที่ซึ่งกระแสปราณบริสุทธิ์สีม่วงไหลเวียน มีคำกล่าวโบราณว่า "ฟ้าดินโอบอุ้ม รูปลักษณ์ผสานความลึกล้ำ" เป็นดินแดนที่ไร้ซึ่งราคะตัณหา
เดิมทีที่นี่เป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าอริยบุคคล ใช้สำหรับทดสอบผู้บำเพ็ญเพียรที่จะเป็นเซียน แต่ในทางปฏิบัติ มันยังมีอีกหน้าที่หนึ่ง นั่นคือ... คุกสวรรค์
ฉู่ฮ่าวเหาะมาถึงหน้าประตู ก็ตะโกนก้อง
"รีบเปิดคุกสวรรค์ชั้นเก้าเดี๋ยวนี้! ข้าจะขังราชันปีศาจ!"
ด้วยฐานะเทพตุลาการ เสียงประกาศิตของฉู่ฮ่าวทำให้ผู้คุมคุกสวรรค์ไม่กล้าชักช้า รีบเร่งพลังเวทเปิดประตูคุกทันที
ชั่วพริบตา 'ยวนทงหยวนต้งเทียน' ราวกับมีชีวิต คุกสวรรค์ทั้งเก้าชั้นเปล่งแสงสีดำทมึนน่าขนลุก
โดยเฉพาะคุกชั้นที่เก้า มันอ้าปากกว้างราวกับสัตว์ร้ายจากบรรพกาล พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง
"เข้าไปซะ!"
ฉู่ฮ่าวที่เริ่มหมดแรง เหวี่ยงลิงปีศาจในมือลงไปในคุกชั้นเก้าอย่างไม่ไยดี
"อ๊าก!! เจ้าขุนนางบัดซบ! เจ้าทำอะไรกับปู่ซุน!"
ซุนหงอคงลืมตาขึ้น พบว่ารอบกายมืดมิดอนธการ เมฆสีดำทมึนเกาะกุมร่างจนขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว
เขาถูกขังลืมใน 'ยวนทงหยวนต้งเทียน' อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
ฉู่ฮ่าวเหงื่อแตกพลั่ก พลังปราณในร่างปั่นป่วน สบถในใจ
"ให้ตายเถอะ! วิชานี้เทพก็จริง แต่สูบพลังชะมัด ใช้ไปไม่ถึง 40 วินาที พลังข้าแทบเกลี้ยงหลอด!"
แต่มองดูซุนหงอคงที่ถูกขังอยู่ในคุกชั้นเก้า ฉู่ฮ่าวก็ยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ตะโกนลงไป
"ท่านมหาเทพ แพ้แล้วก็ต้องยอมรับสภาพ นอนเล่นในนั้นไปก่อนเถอะ"
"ข้าไม่ได้รังแกท่านนะ ถ้าท่านมีความสามารถหนีออกมาได้เอง ข้าก็จะไม่ขวาง"
ซุนหงอคงเป็นลูกผู้ชายพอ ได้ยินดังนั้นก็ตะโกนตอบด้วยความโกรธ
"รอปู่ซุนออกไปได้เมื่อไหร่ เจ้าจะได้เห็นดีกัน! แปลงกายยักษ์เทียมฟ้า!"
ร่างของซุนหงอคงขยายใหญ่ขึ้นทันตาเห็น จนดูเหมือนจะดันคุกสวรรค์ชั้นเก้าให้แตกออก
สมกับเป็นมหาอิทธิฤทธิ์ 'แปลงกายยักษ์เทียมฟ้า' ช่างทรงพลังเหลือร้าย!
แต่ทว่า... แม้ซุนหงอคงจะขยายร่างใหญ่โตเพียงใด เมฆดำทมึนในคุกชั้นเก้ากลับยังคงเกาะติดแน่นไม่ยอมหลุด
ซ้ำร้าย ยิ่งขยายร่าง แรงกดดันมหาศาลก็ยิ่งถาโถมเข้าใส่ ราวกับแบกท้องฟ้าทั้งผืนไว้บนบ่า
ฉู่ฮ่าวหัวเราะหึๆ
"ขอเตือนด้วยความหวังดีนะ คุกสวรรค์ชั้นเก้านี้สร้างขึ้นบนแกนกลางของ 'ยวนทงหยวนต้งเทียน' เปรียบเสมือนเป็นด้ามจับของสวรรค์ชั้นที่ 26 เชียวนะ"
"ถ้าอยากจะแหกคุกชั้นนี้ ท่านต้องมีพลังมากพอที่จะทำลายสวรรค์ชั้น 26 ได้ทั้งชั้น... ข้าว่าท่านเก็บแรงไว้เถอะ"
พูดจบ ฉู่ฮ่าวก็ไม่สนใจเสียงโวยวายของซุนหงอคง หันหลังเดินจากไปทันที
ใจเขาจดจ่ออยู่กับการเลิกงานไปรับรางวัล ไม่มีอารมณ์จะมาอยู่โยงเฝ้าที่นี่ต่อ
แต่ทันใดนั้น เสียงเย็นชาของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้น
"ไอ้คนสารเลว! รีบปล่อยเขาออกมาเดี๋ยวนี้!"
ฉู่ฮ่าวเงยหน้าขึ้น เห็นพระโพธิสัตว์สวมชุดขาวบริสุทธิ์ มีรัศมีธรรมส่องสว่างด้านหลังศีรษะ มือถือแจกันหยก ลอยลงมาจากฟากฟ้า ดูสง่างามและสูงศักดิ์ยิ่งนัก... พระโพธิสัตว์กวนอิมนั่นเอง
และข้างกายของนาง คือชายหนวดงามผู้ถือเจดีย์ทองคำ หน้าตาถมึงทึง... ท้าวต็อกตาทีกี (หลี่จิ้ง) จอมทัพสวรรค์ผู้เกรียงไกร