- หน้าแรก
- นั่งชมเซียนเอนเอียง
- ลมหวนที่อวี้หยาง บทที่ 31 ไปจีบเธอซะ!
ลมหวนที่อวี้หยาง บทที่ 31 ไปจีบเธอซะ!
ลมหวนที่อวี้หยาง บทที่ 31 ไปจีบเธอซะ!
ตอนนี้เริ่มใช้คำว่ากระบี่แล้วครับบบ ทางผู้แต่งน่าจะสับสนในดาบกับกระบี่ พวกเทพเซียนนี่น้อยมากจะใช้ดาบ เดี๋ยวผมไล่แก้ให้น้า
……….
หลังจากนั้นจี้โยวก็ถูกเชิญออกจากสำนักผู้ดูแล ตอนเดินออกไปก็เรียกควงเฉิงออกมาด้วย
ตอนที่เจอกันครั้งก่อน ควงเฉิงบอกว่าเขาเข้าร่วมกรมกิจการเซียนแล้ว แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงถูกสำนักเทียนซูเรียกมา
"วันที่พวกเจ้าถูกโจมตี ข้ากำลังสืบคดีคนหายอีกคดีหนึ่งพอดี"
"อีกคดี?"
จี้โยวได้ยินคำพูดของควงเฉิงก็รู้สึกประหลาดใจ ทำไมช่วงนี้มีแต่คดีคนหาย
ควงเฉิงเห็นสายตาที่สงสัยของจี้โยว ก็พูดขึ้น: "หลังจากที่กรมกิจการเซียนก่อตั้งขึ้น ฮ่องเต้ตั้งใจจะใช้คดีฉ้อฉลเป็นจุดเริ่มต้น ให้พวกเราสืบสวนเรื่องที่เว่ยลี่และองค์ชายฉงร่วมมือกัน ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีคนหายคดีหนึ่ง"
"ไม่ใช่ว่าเจ้าทำงานด้านเอกสารหรอกรึ? ปกติก็แค่เขียนหนังสือ ทำไมถึงต้องไปสืบคดีด้วยตนเอง?"
"สหายร่วมงานในสำนักคิดว่าถึงแม้จะสืบจนเจอ ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อท่านเว่ย(เว่ยลี่) ข้าก็เลยต้องใช้เวลาว่างไปหาเบาะแส"
จี้โยวมองเขา: "คดีคนหายอะไร?"
ควงเฉิงลดเสียงลง: "จำได้ไหมที่ข้าเคยบอกเจ้าว่า ทางตะวันตกของเมืองมีสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า?"
"จำได้ เงินของข้าถูกเจ้าบริจาคไปที่นั่นหมดแล้ว"
"นั่นมันเงินของข้า!!"
ควงเฉิงเถียงกลับ แล้วก็พูดต่อ: "ก่อนที่พวกเราจะมาเมืองหลวง ที่นั่นมีเด็กหายไปหลายคนในคืนเดียว ส่วนใหญ่เป็นเด็กทารกที่ถูกทิ้ง ข้ากำลังตามหาอยู่ ก็ถูกสำนักเทียนซูเรียกมา"
จี้โยวได้ยินก็ขมวดคิ้ว คิดในใจว่าเป็นเพราะข่าวสารในอำเภออวี้หยางล่าช้า หรือว่าช่วงนี้มีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นจริงๆ
ก่อนหน้านี้ก็มีศิษย์หาย ต่อมาก็ลุงชิวเขียนจดหมายมาบอกว่ามีสัตว์เลี้ยงหายที่หมู่บ้าน ตอนนี้ควงเฉิงก็บอกว่ามีเด็กหายในเมืองหลวง
คนหายเหล่านี้ไม่มีอะไรเหมือนกัน มนุษย์กับวัวม้าก็ยิ่งไม่เหมือนกัน
แต่ไม่รู้ทำไม เวลาที่เกิดเหตุการณ์มันบังเอิญเกินไป เหมือนถูกวางแผนไว้ ทำให้คิดไปต่างๆ นานา
จี้โยวครุ่นคิดอยู่นานก็ได้สติ: "มีเบาะแสอะไรบ้างหรือไม่?"
"เพราะก่อนหน้านี้ข้าเคยบริจาคผ้าห่มให้เด็กๆ ที่นั่น เด็กบางคนก็เลยไม่ระแวงข้า พวกเขาแอบบอกข้าว่า มีหลายคืนที่ได้ยินเสียงคนเดินเข้าเดินออก และเสียงล้อรถม้า"
ควงเฉิงพับแขนเสื้อขึ้น: "รถม้ามีแค่ที่สถานีจอดรถม้าหรือร้านค้าใหญ่ๆ ร้านค้าใหญ่ๆ สืบยาก ข้าตั้งใจจะไปหาเบาะแสที่สถานีจอดรถม้าก่อน"
จี้โยวได้ยินก็ขมวดคิ้ว: "เจ้าทำคนเดียวแบบนี้ อันตรายเกินไป"
"ดังนั้น ข้าถึงต้องให้เจ้าเป็นเจ้าสำนักของสำนักเทียนซูโดยเร็วที่สุด!"
"ข้าบอกแล้วว่า ข้าอยู่ไม่ถึงตอนนั้นหรอก"
จี้โยวขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่นาน: "ข้าถามเจ้า องค์ชายฉงมีลูกสาวหรือไม่?"
ควงเฉิงตกใจ: "วังขององค์ชายฉงมีองค์หญิงคนหนึ่ง แต่ได้ยินมาว่ามีพรสวรรค์ในการบำเพ็ญเพียร เป็นคนที่มีพรสวรรค์ไม่กี่คนในราชวงศ์ ต่อมาก็ไปบำเพ็ญเพียรที่สำนักหลิงเจี้ยนซาน"
เดี๋ยวก่อน จี้โยวขัดจังหวะเขา: "สำนักเทียนซูเป็นสำนักศักดิ์สิทธิ์ของต้าเซี่ย ทำไมลูกสาวขององค์ชายฉงถึงไปบำเพ็ญเพียรที่สำนักหลิงเจี้ยนซาน?"
"ได้ยินมาว่าฮ่องเต้ไม่อนุญาตให้ญาติของราชวงศ์บำเพ็ญเพียร แต่องค์ชายฉงมีวิธี ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากสำนักหลิงเจี้ยนซานมาอยู่ที่วังของเขา"
องค์ชายฉงเป็นฝ่ายสนับสนุนการบำเพ็ญเพียร อยากได้บัลลังก์ ดูเหมือนฮ่องเต้ก็ไม่ได้โง่ ไม่อนุญาตให้คนในวังของเขาบำเพ็ญเพียร ก็เพื่อจำกัดเขา
จี้โยวคิดอยู่นานก็เงยหน้าขึ้น: "หากเป็นเช่นนั้นองค์หญิงของวังองค์ชายฉงก็ไม่เหมาะแล้ว เว่ยลี่ล่ะ? เขามีลูกสาวหรือไม่?"
"มี อายุเท่ากับแม่ของข้า สมัยสาวๆ แต่งงานกับข้าราชการคนหนึ่งในกระทรวงครัวเรือน คนที่พวกเรากำลังสืบสวนก็มีลูกสาวของเว่ยลี่ด้วย"
"เจ้ารังเกียจ...คนที่มีอายุหน่อยหรือไม่? คนที่มีอายุหน่อยก็ดีนะ รู้จักดูแลคนอื่น"
จี้โยวพูดจบก็ล้มเลิกความคิด
ยุคนี้ยังเป็นยุคศักดินา รับเรื่องที่น่าตื่นเต้นแบบนั้นไม่ได้
ควงเฉิงก็งง ไม่เข้าใจว่าเขาพูดว่ามีอายุหน่อยหมายถึงอะไร อายุตรงไหนที่มากขึ้น และไม่เข้าใจว่าลูกสาวของเว่ยลี่เกี่ยวอะไรกับเขา
จี้โยวพูดต่อ: "แล้วหลานสาวของเว่ยลี่ล่ะ มีหรือไม่?"
ควงเฉิงคิด: "มีหลานสาวคนหนึ่ง ได้ยินมาว่าเป็นคนเรียบร้อย อ่อนโยน"
จี้โยวพยักหน้ามองควงเฉิง: "มีใครเคยบอกเจ้าหรือไม่ว่า หนุ่มหล่ออย่างพวกเรา แม้แต่ตอนมองสุนัขก็ยังดูอบอุ่น"
ควงเฉิงตกใจ: "หมายความว่าอย่างไร?"
จี้โยวดึงเขาไปนั่งยองๆ ในพุ่มหญ้าข้างล่าง: "หาโอกาสไปเจอเธอ เตะขาเธอ หรือหาอะไรสักอย่าง ถามเธอว่าใช่ของเธอที่ทำตกหรือไม่ สร้างความสัมพันธ์ก็พอ"
ควงเฉิงนั่งยองๆ ในพุ่มหญ้า ฟังแล้วก็งง: "ทำเช่นไรต่อ?"
"หลังจากที่รู้จักกันแล้ว ก็แสดงเสน่ห์ของเจ้าไปจีบเธอ แต่งกลอน พูดคุยเรื่องความรัก ทำให้เธอหลงรักเจ้า"
ควงเฉิงได้ยินก็โกรธทันที: "ข้ายังไม่ได้สร้างผลงาน ทำไมต้องไปคิดเรื่องความรัก!"
จี้โยวถอนหายใจ: "การส่งต่ออำนาจมีแค่สามวิธี เพศ สายเลือด และแม่ลูก ตอนนี้เจ้าอยู่คนเดียว ถึงแม้จะสืบจนเจอ เจ้าจะรอดกลับมาได้หรือไม่? ถ้าอยากให้เว่ยลี่เกรงใจ ก็ต้องทำแบบนี้"
ควงเฉิงครุ่นคิดอยู่นาน: "คุณชายจี้ ท่านชอบคนที่มีอายุหน่อยหรือไม่? เจ้าสำนักของพวกท่านมีลูกสาวหรือไม่?"
"หึ เจ้าเรียนรู้เร็วจริงๆ ดูเหมือนจะเข้าใจแล้ว ไปได้แล้ว!"
หลังจากที่ส่งควงเฉิงลงเขาไปแล้ว จี้โยวตั้งใจจะกลับไปที่สวนทะเลสาบหยก ก็เห็นกลุ่มคนเดินมาทางเขา
คนเหล่านี้คือผู้เดินดินจากสำนักอื่นๆ ที่ยืนดูการต่อสู้เมื่อวานนี้ ตอนนี้ต่างก็ถือกระบี่ เดินเข้ามาคำนับเขา มีมากกว่ายี่สิบคน
"คุณชายจี้ ข้าไป๋ซี ผู้เดินดินจากสำนักหลิงเจี้ยนซาน"
"ข้าเฉินปู้วั่ง ตระกูลเซียนเฉิน ยินดีที่ได้รู้จักคุณชายจี้"
"ชิวหนี สำนักซานไห่เก๋อ!"
จี้โยวมองพวกเขา: "ทุกท่านมีอะไรหรือไม่?"
ไป๋ซีพูดขึ้นอย่างสุภาพ: "หลังจากที่ได้เห็นวิชากระบี่ของคุณชายจี้เมื่อวานนี้ ข้าก็ยังประทับใจไม่หาย ไม่ทราบว่ากระบี่สามเล่มนั้นมีชื่อหรือไม่?"
จี้โยวคิด: "กระบี่รวมหนึ่ง"
คนรอบข้างมองหน้ากัน พยักหน้าชื่นชม คิดในใจว่าชื่อเท่จริงๆ
ไป๋ซีพูดต่อ: "แล้ววิชากระบี่ของคุณชายจี้ร่ำเรียนมาจากผู้ใด?"
จี้โยวเข้าใจทันที พวกเขาอยากเรียนวิชากระบี่: "ข้าร่ำเรียนมาจากหวังซินอัน ผู้เชี่ยวชาญวิชากระบี่ หากทุกท่านอยากล่ำเรียนวิชากระบี่ ข้าจะรับเงินแทนอาจารย์ คนละหนึ่งตำลึงเงิน"
พอได้ยินแบบนี้ ทุกคนก็ตกใจเล็กน้อย แล้วก็ล้วงเงินออกมาจากแขนเสื้อและเอว...
หวังซินอันช่วงนี้มีความสุขมาก ได้ดื่มชาเล่นๆ ที่ป่าฝึกกระบี่ทุกวัน สบายจริงๆ
แต่ในตอนนี้ ศิษย์จากสำนักอื่นๆ กำลังเดินไปที่ป่าฝึกกระบี่อย่างโกรธเคือง
เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ปลุกหวังซินอันที่กำลังหลับตาจิบชา
เสียงอะไรวะ?
หวังซินอันลุกขึ้นจากเก้าอี้หวาย ก็เห็นกลุ่มคนเดินเข้ามา คุกเข่าข้างหนึ่งขอให้เขาสอนวิชากระบี่
พอเห็นแบบนี้ หวังซินอันก็เข้าใจทันที นี่เป็นเพราะการต่อสู้ของจี้โยวเมื่อวานนี้ทำให้พวกเขาประทับใจ แล้วก็รู้ว่าเขาเป็นอาจารย์สอนวิชากระบี่ของจี้โยว ก็เลยอยากมาเรียน
หวังซินอันหัวเราะ: "ถึงแม้ว่าข้าจะชอบสอนวิชากระบี่ ทำงานอย่างหนักทุกวัน แต่พวกเจ้าก็ไม่ใช่ศิษย์ของสำนักเทียนซู จะมาเรียนวิชากระบี่ที่สำนักเทียนซูได้อย่างไร?"
"แต่คุณชายจี้รับเงินไปแล้วนี่ขอรับ…"
"???"
(จบบท)
……….
โดนโจรจี้ผู้ยิ่งใหญ่เรียบร้อย 55555555555555555555555555
……….
กระทรวงครัวเรือน (內務府, nèiwùfǔ) ในสมัยราชวงศ์ชิงของจีน ไม่ใช่กระทรวงในความหมายเดียวกับกระทรวงในปัจจุบัน แต่มันเป็นหน่วยงานที่ดูแลกิจการภายในพระราชวังและราชสำนัก โดยมีหน้าที่รับผิดชอบหลากหลายอย่าง เช่น:
กระทรวงครัวเรือนมีอำนาจมากและมีบทบาทสำคัญในการบริหารราชสำนัก โดยขึ้นตรงต่อองค์จักรพรรดิ ทำให้มีโอกาสในการทุจริตคอร์รัปชั่นสูง ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในประวัติศาสตร์
……….