เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ลมหวนที่อวี้หยาง บทที่ 31 ไปจีบเธอซะ!

ลมหวนที่อวี้หยาง บทที่ 31 ไปจีบเธอซะ!

ลมหวนที่อวี้หยาง บทที่ 31 ไปจีบเธอซะ! 


ตอนนี้เริ่มใช้คำว่ากระบี่แล้วครับบบ ทางผู้แต่งน่าจะสับสนในดาบกับกระบี่ พวกเทพเซียนนี่น้อยมากจะใช้ดาบ เดี๋ยวผมไล่แก้ให้น้า

……….

หลังจากนั้นจี้โยวก็ถูกเชิญออกจากสำนักผู้ดูแล ตอนเดินออกไปก็เรียกควงเฉิงออกมาด้วย

ตอนที่เจอกันครั้งก่อน ควงเฉิงบอกว่าเขาเข้าร่วมกรมกิจการเซียนแล้ว แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงถูกสำนักเทียนซูเรียกมา

"วันที่พวกเจ้าถูกโจมตี ข้ากำลังสืบคดีคนหายอีกคดีหนึ่งพอดี"

"อีกคดี?"

จี้โยวได้ยินคำพูดของควงเฉิงก็รู้สึกประหลาดใจ ทำไมช่วงนี้มีแต่คดีคนหาย

ควงเฉิงเห็นสายตาที่สงสัยของจี้โยว ก็พูดขึ้น: "หลังจากที่กรมกิจการเซียนก่อตั้งขึ้น ฮ่องเต้ตั้งใจจะใช้คดีฉ้อฉลเป็นจุดเริ่มต้น ให้พวกเราสืบสวนเรื่องที่เว่ยลี่และองค์ชายฉงร่วมมือกัน ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีคนหายคดีหนึ่ง"

"ไม่ใช่ว่าเจ้าทำงานด้านเอกสารหรอกรึ? ปกติก็แค่เขียนหนังสือ ทำไมถึงต้องไปสืบคดีด้วยตนเอง?"

"สหายร่วมงานในสำนักคิดว่าถึงแม้จะสืบจนเจอ ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อท่านเว่ย(เว่ยลี่) ข้าก็เลยต้องใช้เวลาว่างไปหาเบาะแส"

จี้โยวมองเขา: "คดีคนหายอะไร?"

ควงเฉิงลดเสียงลง: "จำได้ไหมที่ข้าเคยบอกเจ้าว่า ทางตะวันตกของเมืองมีสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า?"

"จำได้ เงินของข้าถูกเจ้าบริจาคไปที่นั่นหมดแล้ว"

"นั่นมันเงินของข้า!!"

ควงเฉิงเถียงกลับ แล้วก็พูดต่อ: "ก่อนที่พวกเราจะมาเมืองหลวง ที่นั่นมีเด็กหายไปหลายคนในคืนเดียว ส่วนใหญ่เป็นเด็กทารกที่ถูกทิ้ง ข้ากำลังตามหาอยู่ ก็ถูกสำนักเทียนซูเรียกมา"

จี้โยวได้ยินก็ขมวดคิ้ว คิดในใจว่าเป็นเพราะข่าวสารในอำเภออวี้หยางล่าช้า หรือว่าช่วงนี้มีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นจริงๆ

ก่อนหน้านี้ก็มีศิษย์หาย ต่อมาก็ลุงชิวเขียนจดหมายมาบอกว่ามีสัตว์เลี้ยงหายที่หมู่บ้าน ตอนนี้ควงเฉิงก็บอกว่ามีเด็กหายในเมืองหลวง

คนหายเหล่านี้ไม่มีอะไรเหมือนกัน มนุษย์กับวัวม้าก็ยิ่งไม่เหมือนกัน

แต่ไม่รู้ทำไม เวลาที่เกิดเหตุการณ์มันบังเอิญเกินไป เหมือนถูกวางแผนไว้ ทำให้คิดไปต่างๆ นานา

จี้โยวครุ่นคิดอยู่นานก็ได้สติ: "มีเบาะแสอะไรบ้างหรือไม่?"

"เพราะก่อนหน้านี้ข้าเคยบริจาคผ้าห่มให้เด็กๆ ที่นั่น เด็กบางคนก็เลยไม่ระแวงข้า พวกเขาแอบบอกข้าว่า มีหลายคืนที่ได้ยินเสียงคนเดินเข้าเดินออก และเสียงล้อรถม้า"

ควงเฉิงพับแขนเสื้อขึ้น: "รถม้ามีแค่ที่สถานีจอดรถม้าหรือร้านค้าใหญ่ๆ ร้านค้าใหญ่ๆ สืบยาก ข้าตั้งใจจะไปหาเบาะแสที่สถานีจอดรถม้าก่อน"

จี้โยวได้ยินก็ขมวดคิ้ว: "เจ้าทำคนเดียวแบบนี้ อันตรายเกินไป"

"ดังนั้น ข้าถึงต้องให้เจ้าเป็นเจ้าสำนักของสำนักเทียนซูโดยเร็วที่สุด!"

"ข้าบอกแล้วว่า ข้าอยู่ไม่ถึงตอนนั้นหรอก"

จี้โยวขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่นาน: "ข้าถามเจ้า องค์ชายฉงมีลูกสาวหรือไม่?"

ควงเฉิงตกใจ: "วังขององค์ชายฉงมีองค์หญิงคนหนึ่ง แต่ได้ยินมาว่ามีพรสวรรค์ในการบำเพ็ญเพียร เป็นคนที่มีพรสวรรค์ไม่กี่คนในราชวงศ์ ต่อมาก็ไปบำเพ็ญเพียรที่สำนักหลิงเจี้ยนซาน"

เดี๋ยวก่อน จี้โยวขัดจังหวะเขา: "สำนักเทียนซูเป็นสำนักศักดิ์สิทธิ์ของต้าเซี่ย ทำไมลูกสาวขององค์ชายฉงถึงไปบำเพ็ญเพียรที่สำนักหลิงเจี้ยนซาน?"

"ได้ยินมาว่าฮ่องเต้ไม่อนุญาตให้ญาติของราชวงศ์บำเพ็ญเพียร แต่องค์ชายฉงมีวิธี ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากสำนักหลิงเจี้ยนซานมาอยู่ที่วังของเขา"

องค์ชายฉงเป็นฝ่ายสนับสนุนการบำเพ็ญเพียร อยากได้บัลลังก์ ดูเหมือนฮ่องเต้ก็ไม่ได้โง่ ไม่อนุญาตให้คนในวังของเขาบำเพ็ญเพียร ก็เพื่อจำกัดเขา

จี้โยวคิดอยู่นานก็เงยหน้าขึ้น: "หากเป็นเช่นนั้นองค์หญิงของวังองค์ชายฉงก็ไม่เหมาะแล้ว เว่ยลี่ล่ะ? เขามีลูกสาวหรือไม่?"

"มี อายุเท่ากับแม่ของข้า สมัยสาวๆ แต่งงานกับข้าราชการคนหนึ่งในกระทรวงครัวเรือน คนที่พวกเรากำลังสืบสวนก็มีลูกสาวของเว่ยลี่ด้วย"

"เจ้ารังเกียจ...คนที่มีอายุหน่อยหรือไม่? คนที่มีอายุหน่อยก็ดีนะ รู้จักดูแลคนอื่น"

จี้โยวพูดจบก็ล้มเลิกความคิด

ยุคนี้ยังเป็นยุคศักดินา รับเรื่องที่น่าตื่นเต้นแบบนั้นไม่ได้

ควงเฉิงก็งง ไม่เข้าใจว่าเขาพูดว่ามีอายุหน่อยหมายถึงอะไร อายุตรงไหนที่มากขึ้น และไม่เข้าใจว่าลูกสาวของเว่ยลี่เกี่ยวอะไรกับเขา

จี้โยวพูดต่อ: "แล้วหลานสาวของเว่ยลี่ล่ะ มีหรือไม่?"

ควงเฉิงคิด: "มีหลานสาวคนหนึ่ง ได้ยินมาว่าเป็นคนเรียบร้อย อ่อนโยน"

จี้โยวพยักหน้ามองควงเฉิง: "มีใครเคยบอกเจ้าหรือไม่ว่า หนุ่มหล่ออย่างพวกเรา แม้แต่ตอนมองสุนัขก็ยังดูอบอุ่น"

ควงเฉิงตกใจ: "หมายความว่าอย่างไร?"

จี้โยวดึงเขาไปนั่งยองๆ ในพุ่มหญ้าข้างล่าง: "หาโอกาสไปเจอเธอ เตะขาเธอ หรือหาอะไรสักอย่าง ถามเธอว่าใช่ของเธอที่ทำตกหรือไม่ สร้างความสัมพันธ์ก็พอ"

ควงเฉิงนั่งยองๆ ในพุ่มหญ้า ฟังแล้วก็งง: "ทำเช่นไรต่อ?"

"หลังจากที่รู้จักกันแล้ว ก็แสดงเสน่ห์ของเจ้าไปจีบเธอ แต่งกลอน พูดคุยเรื่องความรัก ทำให้เธอหลงรักเจ้า"

ควงเฉิงได้ยินก็โกรธทันที: "ข้ายังไม่ได้สร้างผลงาน ทำไมต้องไปคิดเรื่องความรัก!"

จี้โยวถอนหายใจ: "การส่งต่ออำนาจมีแค่สามวิธี เพศ สายเลือด และแม่ลูก ตอนนี้เจ้าอยู่คนเดียว ถึงแม้จะสืบจนเจอ เจ้าจะรอดกลับมาได้หรือไม่? ถ้าอยากให้เว่ยลี่เกรงใจ ก็ต้องทำแบบนี้"

ควงเฉิงครุ่นคิดอยู่นาน: "คุณชายจี้ ท่านชอบคนที่มีอายุหน่อยหรือไม่? เจ้าสำนักของพวกท่านมีลูกสาวหรือไม่?"

"หึ เจ้าเรียนรู้เร็วจริงๆ ดูเหมือนจะเข้าใจแล้ว ไปได้แล้ว!"

หลังจากที่ส่งควงเฉิงลงเขาไปแล้ว จี้โยวตั้งใจจะกลับไปที่สวนทะเลสาบหยก ก็เห็นกลุ่มคนเดินมาทางเขา

คนเหล่านี้คือผู้เดินดินจากสำนักอื่นๆ ที่ยืนดูการต่อสู้เมื่อวานนี้ ตอนนี้ต่างก็ถือกระบี่ เดินเข้ามาคำนับเขา มีมากกว่ายี่สิบคน

"คุณชายจี้ ข้าไป๋ซี ผู้เดินดินจากสำนักหลิงเจี้ยนซาน"

"ข้าเฉินปู้วั่ง ตระกูลเซียนเฉิน ยินดีที่ได้รู้จักคุณชายจี้"

"ชิวหนี สำนักซานไห่เก๋อ!"

จี้โยวมองพวกเขา: "ทุกท่านมีอะไรหรือไม่?"

ไป๋ซีพูดขึ้นอย่างสุภาพ: "หลังจากที่ได้เห็นวิชากระบี่ของคุณชายจี้เมื่อวานนี้ ข้าก็ยังประทับใจไม่หาย ไม่ทราบว่ากระบี่สามเล่มนั้นมีชื่อหรือไม่?"

จี้โยวคิด: "กระบี่รวมหนึ่ง"

คนรอบข้างมองหน้ากัน พยักหน้าชื่นชม คิดในใจว่าชื่อเท่จริงๆ

ไป๋ซีพูดต่อ: "แล้ววิชากระบี่ของคุณชายจี้ร่ำเรียนมาจากผู้ใด?"

จี้โยวเข้าใจทันที พวกเขาอยากเรียนวิชากระบี่: "ข้าร่ำเรียนมาจากหวังซินอัน ผู้เชี่ยวชาญวิชากระบี่ หากทุกท่านอยากล่ำเรียนวิชากระบี่ ข้าจะรับเงินแทนอาจารย์ คนละหนึ่งตำลึงเงิน"

พอได้ยินแบบนี้ ทุกคนก็ตกใจเล็กน้อย แล้วก็ล้วงเงินออกมาจากแขนเสื้อและเอว...

หวังซินอันช่วงนี้มีความสุขมาก ได้ดื่มชาเล่นๆ ที่ป่าฝึกกระบี่ทุกวัน สบายจริงๆ

แต่ในตอนนี้ ศิษย์จากสำนักอื่นๆ กำลังเดินไปที่ป่าฝึกกระบี่อย่างโกรธเคือง

เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ปลุกหวังซินอันที่กำลังหลับตาจิบชา

เสียงอะไรวะ?

หวังซินอันลุกขึ้นจากเก้าอี้หวาย ก็เห็นกลุ่มคนเดินเข้ามา คุกเข่าข้างหนึ่งขอให้เขาสอนวิชากระบี่

พอเห็นแบบนี้ หวังซินอันก็เข้าใจทันที นี่เป็นเพราะการต่อสู้ของจี้โยวเมื่อวานนี้ทำให้พวกเขาประทับใจ แล้วก็รู้ว่าเขาเป็นอาจารย์สอนวิชากระบี่ของจี้โยว ก็เลยอยากมาเรียน

หวังซินอันหัวเราะ: "ถึงแม้ว่าข้าจะชอบสอนวิชากระบี่ ทำงานอย่างหนักทุกวัน แต่พวกเจ้าก็ไม่ใช่ศิษย์ของสำนักเทียนซู จะมาเรียนวิชากระบี่ที่สำนักเทียนซูได้อย่างไร?"

"แต่คุณชายจี้รับเงินไปแล้วนี่ขอรับ…"

"???"

(จบบท)

……….

โดนโจรจี้ผู้ยิ่งใหญ่เรียบร้อย 55555555555555555555555555

……….

กระทรวงครัวเรือน (內務府, nèiwùfǔ) ในสมัยราชวงศ์ชิงของจีน ไม่ใช่กระทรวงในความหมายเดียวกับกระทรวงในปัจจุบัน แต่มันเป็นหน่วยงานที่ดูแลกิจการภายในพระราชวังและราชสำนัก โดยมีหน้าที่รับผิดชอบหลากหลายอย่าง เช่น:

กระทรวงครัวเรือนมีอำนาจมากและมีบทบาทสำคัญในการบริหารราชสำนัก โดยขึ้นตรงต่อองค์จักรพรรดิ ทำให้มีโอกาสในการทุจริตคอร์รัปชั่นสูง ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในประวัติศาสตร์

……….

จบบทที่ ลมหวนที่อวี้หยาง บทที่ 31 ไปจีบเธอซะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว