เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 68 งานแถลงข่าวการร่วมมือของสองยักษ์ใหญ่

ตอนที่ 68 งานแถลงข่าวการร่วมมือของสองยักษ์ใหญ่

ตอนที่ 68 งานแถลงข่าวการร่วมมือของสองยักษ์ใหญ่


ทั้งสองดื่มกาแฟในห้องทำงานของโรบินอฟ รอฟังข่าวจากไทม์ วอร์เนอร์

หลังจากหารือกันประมาณ 3 ชั่วโมง ในที่สุดไทม์ วอร์เนอร์ก็ตัดสินใจตกลงซื้อหุ้น 20% ของ MGM

ในฐานะยักษ์ใหญ่ในแวดวงสื่อ พวกเขาชอบที่จะมีบริษัทภาพยนตร์ไว้ควบคุมเพิ่มอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานอย่าง MGM

นั่นหมายถึงคลังภาพยนตร์ที่มีมากมายนับไม่ถ้วน ซึ่งจะสามารถเป็นประโยชน์ต่อบริษัทหลักของพวกเขาได้เป็นอย่างมาก

ตามปกติ พวกเขาคงไม่สามารถเดินดุ่มๆไปขอซื้อหุ้นของอีกฝ่ายได้แบบง่ายๆ

แต่ตอนนี้ MGM ได้เสนอตัวให้กับไทม์ วอร์เนอร์เองแล้ว แน่นอนว่าไม่มีทางที่พวกเขาจะพลาดได้

หลังจากยืนยันผลการเข้าซื้อหุ้นแล้ว ไทม์ วอร์เนอร์ก็ได้ส่งคนไปแจ้งให้ประธานบริษัทวอร์เนอร์ บราเธอร์สอย่าง โรบินอฟทราบในทันที

……………….

ในห้องประธานของวอร์เนอร์ แลดด์และโรบินอฟยิ้มพร้อมกันหลังจากได้ยินข่าวจากเลขานุการ จากนั้นโรบินอฟเริ่มพูดกับแลดด์ว่า

“ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะ!”

แลดด์พยักหน้าและตอบด้วยรอยยิ้มเช่นเดียวกัน

“ผมก็รู้สึกยินดีที่ได้ร่วมงานกับคุณ!”

ด้วยเหตุนี้ MGM และวอร์เนอร์จึงผูกพันกันอย่างสมบูรณ์และกลายเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทแม่อย่างไทม์ วอร์เนอร์

…………..

สามวันต่อมา หลังจากที่ไทม์ วอร์เนอร์ตกลงซื้อหุ้นไปแล้ว แลดด์ก็แจ้งให้เควินทราบในทันที และเควินก็สามารถซื้อหุ้น MGM 10%ได้สำเร็จ โดยชำระเงินดาวน์ 20 ล้านเหรียญสหรัฐ และจะผ่อนชำระ 70 ล้านเหรียญสหรัฐที่เหลือภายในหนึ่งปี

บวก 0.5% ที่ได้รับจากผู้ถือหุ้นรายย่อย

เท่ากับว่าในปัจจุบัน เควินได้ถือหุ้นของ MGM จำนวน 10.5% และประสบความสำเร็จในการกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่เป็นอันดับสามของ MGM

ตามข้อเสนอแนะของไทม์ วอร์เนอร์ จะมีการแถลงข่าวที่ MGM ในอีกสามวันข้างหน้า

…………….

ข่าวที่ว่า MGM บรรลุข้อตกลงในการขายหุ้นให้กับไทม์ วอร์เนอร์อย่างเงียบๆ ได้แพร่กระจายไปทั่วฮอลลีวูดภายในสามวัน

ด้วยความที่เป็นความร่วมมือกันระหว่างบริษัทภาพยนตร์ใหญ่ระดับท็อปสิบ 2 แห่งในฮอลลีวูด มันจึงสามารถดึงดูดความสนใจจากฮอลลีวูดได้อย่างมาก

สิ่งที่สะดุดตายิ่งกว่าข่าวการซื้อขายหุ้นครั้งนี้คือข่าวที่ผู้กำกับหน้าใหม่อย่างสตีฟ เควินได้ซื้อหุ้นของ MGM 10% ในราคาต่ำเพียง 90 ล้านเหรียญสหรัฐ

หากพิจารณาในแง่ชื่อเสียงในฐานะผู้กำกับเพียงอย่างเดียว แม้ว่าสตีฟ เควินจะมีชื่อเสียงพอสมควรในวงการแล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังตามหลังผู้กำกับที่มีชื่อเสียงอย่างสปีลเบิร์กและผู้กำกับท่านอื่นๆอยู่มาก

เขายังขาดชื่อเสียงและรางวัลมาประดับบารมีเขา

แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปหลังจากที่เขาได้กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ MGM สถานะของเขาในแวดวงได้เพิ่มขึ้นอย่างมากแล้ว

ด้วยความสำเร็จอันยอดเยี่ยมของเขา ทำให้ผู้คนต่างเพิ่มฉายาให้เขามากมาย เช่น ผู้กำกับมือทอง บรรณาธิการมือทอง ผู้กำกับชื่อดัง และผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ MGM

แม้ว่าตัวตนเพียงตัวตนเดียวของเควินอาจไม่โดดเด่นเพียงพอ แต่เมื่อรวมตัวตนทั้งหมดเข้าด้วยกันแล้ว เควินก็กลายเป็นหนึ่งในผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งในฮอลลีวูด

ผู้คนพบแล้วว่าตราบใดที่พวกเขาสามารถลงทุนในภาพยนตร์ที่เขาถ่ายทำ พวกเขาก็จะสามารถทำเงินได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์

ถ้าไม่ใช่เพราะเควินมีโปรเจ็กต์ในมือมากพอ เขาคงตั้งกองทุนขึ้นเพื่อลงทุนในภาพยนตร์ของเขาเองไปนานแล้ว

ด้วยวิธีนี้ เขาเพียงแค่ต้องจ่ายเงินเพียงเล็กน้อยและเอาเงินกำไรจากภาพยนตร์ของตัวเองไป

แต่ก็แน่นอนล่ะ รากฐานของเควินยังไม่แข็งแกร่งพอในขณะนี้ และเขายังจำเป็นต้องแสวงหาความร่วมมือจากฝ่ายอื่นและลดผลกำไรของตนเองลง

สุดท้ายเขาจะจัดตั้งกองทุนของตัวเองแน่นอน แต่ไม่ใช่ตอนนี้

……………….

สตีฟ เควิน, แลดด์, โรบินอฟ และผู้บริหารระดับสูงของ MGM อีกหลายคนยืนร่วมกันบนแท่นในงานแถลงข่าว

นักข่าวจำนวนนับไม่ถ้วนต่างเฝ้ารอด้วยใจระทึก และทันทีที่การแถลงข่าวเริ่มต้น พวกเขาก็เอาไมโครโฟนเข้าไปจ่อปากของแลดด์

แลดด์ก้าวไปข้างหน้าเผชิญหน้ากับนักข่าวทุกคนแล้วพูดด้วยความยินดีอย่างยิ่ง

"ภายหลังจากที่ได้รับความเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์จากผู้บริหารระดับสูงของ MGM และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ในอนาคต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป MGM จะทำงานร่วมกับวอร์เนอร์บราเธอร์สอย่างใกล้ชิดที่สุด"

“MGM จะขายหุ้น 20% ให้กับไทม์วอร์เนอร์ ในอนาคต MGM จะฉายหนัง 007 และทอมแอนด์เจอร์รี่ทางสถานีโทรทัศน์ของไทม์วอร์เนอร์ไปพร้อมกัน และทั้งสองฝ่ายยังจะขยายความร่วมมือเชิงลึกในด้านอื่นๆอีกด้วย”

ด้วยการสนับสนุนจากไทม์วอร์เนอร์และการมีเควินเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ ทำให้แลดด์มีความหวังว่า MGM จะสามารถกลับไปสู่ยุครุ่งโรจน์ได้อีกครั้ง

แน่นอนว่าตอนนี้เขามีความสุขมาก

นักข่าวสาวสวยผมบลอนด์คนหนึ่งรีบวิ่งไปหาแลดด์แล้วถามอย่างรวดเร็ว จนเกือบจะยัดไมโครโฟนเข้าไปในปากของแลดด์ได้เลย

“ขอโทษนะคะ ผู้กำกับสตีฟ เควินคือบุคคลสำคัญที่ทำให้การร่วมมือนี้เกิดขึ้นใช่ไหมคะ”

“ฉันได้ยินมาว่าผู้กำกับสตีฟ เควินมีความสัมพันธ์พิเศษกับนางเอกทุกคนในหนังของเขาเอง จริงหรือเปล่าคะ?”

ก่อนที่แลดด์จะทันได้ตอบอะไร เหล่านักข่าวก็พากันเข้ามารุมถามเขา คำถามเก้าในสิบข้อที่พวกเขาถามล้วนเป็นเรื่องซุบซิบเกี่ยวกับเควิน และบางคำถามก็ถามว่าเควินมีเงินมากมายขนาดที่จะซื้อหุ้นของ MGM ได้อย่างไร และเขาเลี่ยงภาษีหรือเปล่า?

เมื่อเห็นว่าทุกคนกำลังให้ความสนใจสตีฟ เควิน แลดด์ก็รีบหยิบไมโครโฟนขึ้นมาแล้วพูด

"เนื่องจากทุกคนต่างกังวลเกี่ยวกับผู้กำกับเควินมาก งั้นผมให้คุณผู้กำกับเควินตอบเองจะดีกว่า"

เมื่อพูดจบ แลดด์ก็ถอยหลังไปสองสามก้าวแล้วส่งไมโครโฟนให้เควิน

เควินรับไมค์โดยไม่ได้ตื่นกลัวเวทีเลย แม้นี่จะเป็นครั้งแรกที่เขาเข้าร่วมงานแถลงข่าว

โดยปกติไม่ค่อยปรากฏตัวต่อหน้าสื่ออยู่แล้ว และแม้แต่งานโปรโมต Mission: Impossible ก็ตกเป็นของทอม ครูซ ซึ่งเขาก็ไม่ได้ไปเช่นกัน

วันนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เขาเข้าร่วมการแถลงข่าว

เมื่อเห็นเควินออกมาให้สัมภาษณ์ นักข่าวก็ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้น ภาพยนตร์ทั้งสามเรื่อง ได้แก่ Saw, Get Out และ Mission: Impossible ที่เขากำกับล้วนแล้วแต่ประสบความสำเร็จ

ผู้คนต่างอยากรู้ว่าเขาประสบความสำเร็จได้อย่างไร

แน่นอนว่าสิ่งที่นักข่าวสนใจมากกว่าก็คือเรื่องซุบซิบของเขา

“ผู้กำกับเควิน ตามที่ทีมงาน Saw บอก คุณใช้ตำแหน่งผู้กำกับเพื่อเอาเปรียบนางเอก Saw หลายครั้ง คุณมีคำอธิบายอะไรสำหรับเรื่องนี้ไหม”

เควินหัวเราะในใจขณะมองดูนักข่าวที่ถามซึ่งกำลังแสดงสีหน้าที่ตื่นเต้น

…………………………………

สวัสดีครับผู้อ่านที่น่ารักที่ยังรอคอยการแปลเรื่องนี้อยู่ ขอโทษที่หายไปนานกว่าที่แจ้งไว้นะครับ ตอนแรกผู้แปลถูกจ้างรายวันครับผม จนสุดท้ายก็กลายเป็นทำงานประจำไปแล้วครับ แล้วก็ไม่มีเวลาได้มาแปลอีกเลย แต่พอได้เห็นเม้นจากหลายคนที่เข้ามาอ่านก็รู้สึกอยากกลับมาแปลมากเลยครับ หลังจากนี้จะพยายามเข้ามาแปลเรื่อยๆทุกครั้งที่พอมีเวลานะครับ แต่ไม่ได้แปลนานแล้วอาจจะหลงๆลืมๆเรื่องข้อมูล บวกกับอาจไม่ค่อยมีเวลาตรวจทาน อาจจะแปลถูกแปลผิดไปบ้าง แล้วก็คงไม่สามารถวันละหลายๆตอนได้อีก แต่จะพยายามอัพให้ได้มากที่สุดครับ

จบบทที่ ตอนที่ 68 งานแถลงข่าวการร่วมมือของสองยักษ์ใหญ่

คัดลอกลิงก์แล้ว