- หน้าแรก
- เกิดใหม่มาเป็นผู้กำกับสุดเจ๋งในฮอลลีวูด
- ตอนที่ 68 งานแถลงข่าวการร่วมมือของสองยักษ์ใหญ่
ตอนที่ 68 งานแถลงข่าวการร่วมมือของสองยักษ์ใหญ่
ตอนที่ 68 งานแถลงข่าวการร่วมมือของสองยักษ์ใหญ่
ทั้งสองดื่มกาแฟในห้องทำงานของโรบินอฟ รอฟังข่าวจากไทม์ วอร์เนอร์
หลังจากหารือกันประมาณ 3 ชั่วโมง ในที่สุดไทม์ วอร์เนอร์ก็ตัดสินใจตกลงซื้อหุ้น 20% ของ MGM
ในฐานะยักษ์ใหญ่ในแวดวงสื่อ พวกเขาชอบที่จะมีบริษัทภาพยนตร์ไว้ควบคุมเพิ่มอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานอย่าง MGM
นั่นหมายถึงคลังภาพยนตร์ที่มีมากมายนับไม่ถ้วน ซึ่งจะสามารถเป็นประโยชน์ต่อบริษัทหลักของพวกเขาได้เป็นอย่างมาก
ตามปกติ พวกเขาคงไม่สามารถเดินดุ่มๆไปขอซื้อหุ้นของอีกฝ่ายได้แบบง่ายๆ
แต่ตอนนี้ MGM ได้เสนอตัวให้กับไทม์ วอร์เนอร์เองแล้ว แน่นอนว่าไม่มีทางที่พวกเขาจะพลาดได้
หลังจากยืนยันผลการเข้าซื้อหุ้นแล้ว ไทม์ วอร์เนอร์ก็ได้ส่งคนไปแจ้งให้ประธานบริษัทวอร์เนอร์ บราเธอร์สอย่าง โรบินอฟทราบในทันที
……………….
ในห้องประธานของวอร์เนอร์ แลดด์และโรบินอฟยิ้มพร้อมกันหลังจากได้ยินข่าวจากเลขานุการ จากนั้นโรบินอฟเริ่มพูดกับแลดด์ว่า
“ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะ!”
แลดด์พยักหน้าและตอบด้วยรอยยิ้มเช่นเดียวกัน
“ผมก็รู้สึกยินดีที่ได้ร่วมงานกับคุณ!”
ด้วยเหตุนี้ MGM และวอร์เนอร์จึงผูกพันกันอย่างสมบูรณ์และกลายเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทแม่อย่างไทม์ วอร์เนอร์
…………..
สามวันต่อมา หลังจากที่ไทม์ วอร์เนอร์ตกลงซื้อหุ้นไปแล้ว แลดด์ก็แจ้งให้เควินทราบในทันที และเควินก็สามารถซื้อหุ้น MGM 10%ได้สำเร็จ โดยชำระเงินดาวน์ 20 ล้านเหรียญสหรัฐ และจะผ่อนชำระ 70 ล้านเหรียญสหรัฐที่เหลือภายในหนึ่งปี
บวก 0.5% ที่ได้รับจากผู้ถือหุ้นรายย่อย
เท่ากับว่าในปัจจุบัน เควินได้ถือหุ้นของ MGM จำนวน 10.5% และประสบความสำเร็จในการกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่เป็นอันดับสามของ MGM
ตามข้อเสนอแนะของไทม์ วอร์เนอร์ จะมีการแถลงข่าวที่ MGM ในอีกสามวันข้างหน้า
…………….
ข่าวที่ว่า MGM บรรลุข้อตกลงในการขายหุ้นให้กับไทม์ วอร์เนอร์อย่างเงียบๆ ได้แพร่กระจายไปทั่วฮอลลีวูดภายในสามวัน
ด้วยความที่เป็นความร่วมมือกันระหว่างบริษัทภาพยนตร์ใหญ่ระดับท็อปสิบ 2 แห่งในฮอลลีวูด มันจึงสามารถดึงดูดความสนใจจากฮอลลีวูดได้อย่างมาก
สิ่งที่สะดุดตายิ่งกว่าข่าวการซื้อขายหุ้นครั้งนี้คือข่าวที่ผู้กำกับหน้าใหม่อย่างสตีฟ เควินได้ซื้อหุ้นของ MGM 10% ในราคาต่ำเพียง 90 ล้านเหรียญสหรัฐ
หากพิจารณาในแง่ชื่อเสียงในฐานะผู้กำกับเพียงอย่างเดียว แม้ว่าสตีฟ เควินจะมีชื่อเสียงพอสมควรในวงการแล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังตามหลังผู้กำกับที่มีชื่อเสียงอย่างสปีลเบิร์กและผู้กำกับท่านอื่นๆอยู่มาก
เขายังขาดชื่อเสียงและรางวัลมาประดับบารมีเขา
แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปหลังจากที่เขาได้กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ MGM สถานะของเขาในแวดวงได้เพิ่มขึ้นอย่างมากแล้ว
ด้วยความสำเร็จอันยอดเยี่ยมของเขา ทำให้ผู้คนต่างเพิ่มฉายาให้เขามากมาย เช่น ผู้กำกับมือทอง บรรณาธิการมือทอง ผู้กำกับชื่อดัง และผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ MGM
แม้ว่าตัวตนเพียงตัวตนเดียวของเควินอาจไม่โดดเด่นเพียงพอ แต่เมื่อรวมตัวตนทั้งหมดเข้าด้วยกันแล้ว เควินก็กลายเป็นหนึ่งในผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งในฮอลลีวูด
ผู้คนพบแล้วว่าตราบใดที่พวกเขาสามารถลงทุนในภาพยนตร์ที่เขาถ่ายทำ พวกเขาก็จะสามารถทำเงินได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์
ถ้าไม่ใช่เพราะเควินมีโปรเจ็กต์ในมือมากพอ เขาคงตั้งกองทุนขึ้นเพื่อลงทุนในภาพยนตร์ของเขาเองไปนานแล้ว
ด้วยวิธีนี้ เขาเพียงแค่ต้องจ่ายเงินเพียงเล็กน้อยและเอาเงินกำไรจากภาพยนตร์ของตัวเองไป
แต่ก็แน่นอนล่ะ รากฐานของเควินยังไม่แข็งแกร่งพอในขณะนี้ และเขายังจำเป็นต้องแสวงหาความร่วมมือจากฝ่ายอื่นและลดผลกำไรของตนเองลง
สุดท้ายเขาจะจัดตั้งกองทุนของตัวเองแน่นอน แต่ไม่ใช่ตอนนี้
……………….
สตีฟ เควิน, แลดด์, โรบินอฟ และผู้บริหารระดับสูงของ MGM อีกหลายคนยืนร่วมกันบนแท่นในงานแถลงข่าว
นักข่าวจำนวนนับไม่ถ้วนต่างเฝ้ารอด้วยใจระทึก และทันทีที่การแถลงข่าวเริ่มต้น พวกเขาก็เอาไมโครโฟนเข้าไปจ่อปากของแลดด์
แลดด์ก้าวไปข้างหน้าเผชิญหน้ากับนักข่าวทุกคนแล้วพูดด้วยความยินดีอย่างยิ่ง
"ภายหลังจากที่ได้รับความเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์จากผู้บริหารระดับสูงของ MGM และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ในอนาคต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป MGM จะทำงานร่วมกับวอร์เนอร์บราเธอร์สอย่างใกล้ชิดที่สุด"
“MGM จะขายหุ้น 20% ให้กับไทม์วอร์เนอร์ ในอนาคต MGM จะฉายหนัง 007 และทอมแอนด์เจอร์รี่ทางสถานีโทรทัศน์ของไทม์วอร์เนอร์ไปพร้อมกัน และทั้งสองฝ่ายยังจะขยายความร่วมมือเชิงลึกในด้านอื่นๆอีกด้วย”
ด้วยการสนับสนุนจากไทม์วอร์เนอร์และการมีเควินเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ ทำให้แลดด์มีความหวังว่า MGM จะสามารถกลับไปสู่ยุครุ่งโรจน์ได้อีกครั้ง
แน่นอนว่าตอนนี้เขามีความสุขมาก
นักข่าวสาวสวยผมบลอนด์คนหนึ่งรีบวิ่งไปหาแลดด์แล้วถามอย่างรวดเร็ว จนเกือบจะยัดไมโครโฟนเข้าไปในปากของแลดด์ได้เลย
“ขอโทษนะคะ ผู้กำกับสตีฟ เควินคือบุคคลสำคัญที่ทำให้การร่วมมือนี้เกิดขึ้นใช่ไหมคะ”
“ฉันได้ยินมาว่าผู้กำกับสตีฟ เควินมีความสัมพันธ์พิเศษกับนางเอกทุกคนในหนังของเขาเอง จริงหรือเปล่าคะ?”
ก่อนที่แลดด์จะทันได้ตอบอะไร เหล่านักข่าวก็พากันเข้ามารุมถามเขา คำถามเก้าในสิบข้อที่พวกเขาถามล้วนเป็นเรื่องซุบซิบเกี่ยวกับเควิน และบางคำถามก็ถามว่าเควินมีเงินมากมายขนาดที่จะซื้อหุ้นของ MGM ได้อย่างไร และเขาเลี่ยงภาษีหรือเปล่า?
เมื่อเห็นว่าทุกคนกำลังให้ความสนใจสตีฟ เควิน แลดด์ก็รีบหยิบไมโครโฟนขึ้นมาแล้วพูด
"เนื่องจากทุกคนต่างกังวลเกี่ยวกับผู้กำกับเควินมาก งั้นผมให้คุณผู้กำกับเควินตอบเองจะดีกว่า"
เมื่อพูดจบ แลดด์ก็ถอยหลังไปสองสามก้าวแล้วส่งไมโครโฟนให้เควิน
เควินรับไมค์โดยไม่ได้ตื่นกลัวเวทีเลย แม้นี่จะเป็นครั้งแรกที่เขาเข้าร่วมงานแถลงข่าว
โดยปกติไม่ค่อยปรากฏตัวต่อหน้าสื่ออยู่แล้ว และแม้แต่งานโปรโมต Mission: Impossible ก็ตกเป็นของทอม ครูซ ซึ่งเขาก็ไม่ได้ไปเช่นกัน
วันนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เขาเข้าร่วมการแถลงข่าว
เมื่อเห็นเควินออกมาให้สัมภาษณ์ นักข่าวก็ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้น ภาพยนตร์ทั้งสามเรื่อง ได้แก่ Saw, Get Out และ Mission: Impossible ที่เขากำกับล้วนแล้วแต่ประสบความสำเร็จ
ผู้คนต่างอยากรู้ว่าเขาประสบความสำเร็จได้อย่างไร
แน่นอนว่าสิ่งที่นักข่าวสนใจมากกว่าก็คือเรื่องซุบซิบของเขา
“ผู้กำกับเควิน ตามที่ทีมงาน Saw บอก คุณใช้ตำแหน่งผู้กำกับเพื่อเอาเปรียบนางเอก Saw หลายครั้ง คุณมีคำอธิบายอะไรสำหรับเรื่องนี้ไหม”
เควินหัวเราะในใจขณะมองดูนักข่าวที่ถามซึ่งกำลังแสดงสีหน้าที่ตื่นเต้น
…………………………………
สวัสดีครับผู้อ่านที่น่ารักที่ยังรอคอยการแปลเรื่องนี้อยู่ ขอโทษที่หายไปนานกว่าที่แจ้งไว้นะครับ ตอนแรกผู้แปลถูกจ้างรายวันครับผม จนสุดท้ายก็กลายเป็นทำงานประจำไปแล้วครับ แล้วก็ไม่มีเวลาได้มาแปลอีกเลย แต่พอได้เห็นเม้นจากหลายคนที่เข้ามาอ่านก็รู้สึกอยากกลับมาแปลมากเลยครับ หลังจากนี้จะพยายามเข้ามาแปลเรื่อยๆทุกครั้งที่พอมีเวลานะครับ แต่ไม่ได้แปลนานแล้วอาจจะหลงๆลืมๆเรื่องข้อมูล บวกกับอาจไม่ค่อยมีเวลาตรวจทาน อาจจะแปลถูกแปลผิดไปบ้าง แล้วก็คงไม่สามารถวันละหลายๆตอนได้อีก แต่จะพยายามอัพให้ได้มากที่สุดครับ