- หน้าแรก
- เกิดใหม่มาเป็นผู้กำกับสุดเจ๋งในฮอลลีวูด
- ตอนที่ 66 ฉันต้องการหุ้น MGM 10%
ตอนที่ 66 ฉันต้องการหุ้น MGM 10%
ตอนที่ 66 ฉันต้องการหุ้น MGM 10%
หลังจากบรรลุข้อตกลงโดยปริยายกับแลดด์แล้ว แลดด์ก็ช่วยให้เควินติดต่อหัวหน้าเบื้องหลังของ MGM ในปัจจุบัน
จากนั้นเควินก็ได้ถูกขอให้ไปที่ลาสเวกัสเพื่อพบกับเจ้านายเบื้องหลัง MGM
เควินตกลงอย่างไม่ลังเล และพาบอดี้การ์ดของเขาไปที่ลาสเวกัสพร้อมกับแลดด์
…………..
ในลาสเวกัส ในคาสิโนที่มีการตกแต่งอย่างงดงาม
เคิร์ก เคอร์โคเรียน เจ้าพ่อคาสิโนอดไม่ได้ที่จะสนใจเมื่อได้ยินว่าแลดด์ ประธานของอุตสาหกรรมที่เขาคาดไม่ถึงที่สุด กำลังมาหาเขาพร้อมกับผู้กำกับ
ในฐานะคนหนึ่งที่เน้นในอุตสาหกรรมการพนัน การซื้อMGMก็แค่การขยายฐานธุรกิจของเขาแบบธรรมดาๆ แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกเสียใจ
MGMเป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้เขาขาดทุนอย่างแน่นอน
แต่ยังดีที่มันยังมีทรัพย์สินทางปัญญาที่มีคุณค่ามากพอที่ทำให้มันยังพยุงตัวเองได้อยู่
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ ประธานแลดด์ดูเหมือนว่าจะได้ทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อให้รายงานทางการเงินของ MGM ดูดีขึ้น
สิ่งนี้ทำให้เคิร์ก เคอร์โคเรียนรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย
………………….
หลังจากนั่งเครื่องบินมาครึ่งวัน ลูกน้องของเคิร์ก เคอร์โคเรียนก็พาพวกเขาไปที่รถทันทีที่ลงจากเครื่อง ทั้งสามคนขึ้นรถและมุ่งหน้าสู่เมืองแห่งการพนันในตำนาน
เควินยังมองไปรอบๆด้วยความอยากรู้อยากเห็น
หากมองดูผ่านๆริมถนน ที่นี่ก็ไม่ต่างจากย่านใจกลางเมืองที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดของนิวยอร์กเลย
สินค้าแบรนด์เนมต่างๆ ร้านอาหารระดับสูง เครื่องประดับทองคำ และร้านค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆเรียงรายอยู่ทั้งสองข้างทาง
เห็นได้ชัดว่ามันมุ่งเป้าไปที่นักพนันที่ชนะเดิมพันและปฏิบัติต่อเงินราวกับว่ามันไม่มีค่าอะไรเลย
พวกนี้แหละที่จะหลงมาซื้อของพวกนี้
เควินไม่ได้มีนิสัยชอบใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น คนจนที่จู่ๆก็กลายเป็นคนรวยมักจะทำตัวเหมือนคนรวยหน้าใหม่ แต่เควินก็ยังคงรักษาความคิดดั้งเดิมเอาไว้ได้ดีมาก
แม้ว่าบางครั้งเขาจะใช้เงินไปกับอาหารแพงๆ แต่เขาจะไม่ใช้จ่ายไปกับของฟุ่มเฟือย
อย่างไรก็ตาม เขาก็เป็นผู้กำกับ และไม่จำเป็นต้องมีไลฟ์สไตล์หรูหราเหมือนดารา
สิ่งเดียวที่ผู้คนอยากเห็นคือผลงานของเขา
ไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินเพื่ออะไรแบบนี้
หลังจากขับรถมาเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง ทั้งสามคนก็มาถึงหน้าอาคารขนาดใหญ่ที่งดงามตระการตาแห่งหนึ่ง
คนขับรถเดินไปที่ประตูและพูดคุยสองสามคำกับเจ้าหน้าที่เฝ้าประตูก่อนที่จะพาพวกเขาก้าวเข้าไปในคาสิโน
หลังจากผ่านเส้นทางที่ซับซ้อนหลายสายและเจ้าหน้าที่เฝ้ายามจำนวนมาก ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงพื้นที่หลักของคาสิโน
หลังจากที่บอดี้การ์ดทั้งสองตรวจสอบแล้วว่าไม่ได้พกอาวุธใดๆ พวกเขาก็ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในห้องของเคิร์ก เคอร์โคเรียนได้
ในฐานะที่เป็นเจ้าพ่อการพนัน เขาต้องทนทุกข์ทรมานจากความเกลียดชังของผู้คนมากมาย เพราะงั้นโดยปกติ เขาจะระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยของตัวเองเป็นอย่างมาก
ทางเดินที่คดเคี้ยวที่พวกเขาผ่านมาก็ถือเป็นเรื่องความปลอดภัยเช่นกัน
หลังจากเข้าไปในห้องแล้ว เควินก็มองดูการตกแต่งของห้อง มันเป็นพื้นที่ขนาด 100 ตารางเมตร มีโซฟาและอุปกรณ์ตามแบบฉบับสำนักงานอื่นๆอยู่ตรงกลาง
ชายวัยกลางคนรูปร่างแข็งแรงที่ดูเหมือนว่าจะมีอายุราวๆสี่สิบหรือห้าสิบ สวมชุดสูทและมีท่าทีเหมือนพ่อบ้านเล็กน้อย นั่งอยู่บนโซฟาตรงกลาง และโบกมือให้ทั้งสามคนนั่งลง
ทุกคนต่างก็นั่งตามคำเชิญของเขา
เคิร์ก เคอร์โคเรียนจึงพูดออกมา
“คุณบอกว่าคุณสามารถนำ MGM กลับมาสู่ความรุ่งเรืองอีกครั้งได้สินะ?”
MGM ไม่มีความหมายอะไรสำหรับเคิร์ก เคอร์โคเรียนมากนัก เขาซื้อ MGM ด้วยเหตุผลทางอารมณ์มากกว่า แต่เมื่อความรู้สึกทางอารมณ์กลายเป็นภาระ เคิร์ก เคอร์โคเรียนก็ไม่ให้ความสำคัญกับ MGM อีกต่อไป
เขากำลังมองหาโอกาสในการขาย MGM
และเควินอาจเป็นคนทำให้เขาสามารถขาย MGM ได้ราคาที่ดีกว่า
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับบุคคลที่ทรงคุณค่า เคิร์ก เคอร์โคเรียนจึงไม่คิดจะทำตัวไม่สุภาพและตั้งใจคุยในฐานะนักธุรกิจ
เควินไม่ได้กลัวเลยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเคิร์ก เคอร์โคเรียนที่ดูเหมือนหัวหน้าแก๊งค์
ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้เป็นเรื่องของธุรกิจและผลกำไร
เมื่อเขาสามารถสร้างประโยชน์ให้กับผู้อื่นได้ แม้แต่พวกอันธพาลก็จะไม่โจมตีเขา
เควินตอบกลับอย่างใจเย็น
“ใช่แล้ว นั่นคือฉันเอง สตีฟ เควิน”
แลดด์พูดแทรกขึ้นมา “เขาคือผู้กำกับหน้าใหม่ที่โด่งดังที่สุดในฮอลลีวูดในช่วงนี้ ภาพยนตร์สามเรื่องของเขาทำรายได้มากกว่า 100 ล้านเหรียญทั่วโลก คาดว่ามิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ลที่เป็นหนังล่าสุดของเขาจะทำรายได้ 600 ถึง 700 ล้านเหรียญสหรัฐทั่วโลก”
“และ MGM ของพวกเรารับผิดชอบการลงทุน 30%”
เคิร์ก เคอร์โคเรียนมองดูเควินด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
กำไรมหาศาลนี้แทบจะเทียบได้กับรายได้จากการพนันของเขาเลย
เควินคนเดียวก็ทรงพลังเทียบเท่ากับเมืองการพนันทั้งเมือง เขามีความสามารถเหนือใคร
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เคิร์ก เคอร์โคเรียนก็พูดด้วยสายตาพินิจพิจารณา
“คุณจะนำ MGM กลับสู่ความรุ่งโรจน์ได้อย่างไร? บอกแผนของคุณมาให้ฉันฟังหน่อย ถ้าคุณโน้มน้าวฉันได้ ฉันจะมอบหุ้น MGM 5%กับคุณ...”
เควินรีบพูดแทรกขึ้นมา “ผมต้องการหุ้น 10%”
มนุษย์ไม่สามารถยืนหยัดอย่างมั่นคงได้หากปราศจากความโลภ หลังจากได้มาพบกับเคิร์ก เคอร์โคเรียนแล้ว และหลังจากคิดทบทวนหลายๆอย่าง เควินก็เลือกที่จะเพิ่มสิ่งที่เขาต้องการเป็นเท่าตัว
เคิร์ก เคอร์โคเรียนไม่ได้โกรธเมื่อได้ยินคำพูดของเควิน เขาจุดซิการ์ สูบเข้าไปหนึ่งมวนแล้วพูดออกมา
“หนุ่มน้อย ถ้าโลภมากเกินไปจะตายเอาได้นะ”
“แน่นอน เนื่องจากคุณกล้าขอเงินจำนวนมหาศาลต่อหน้าฉัน ฉันจะให้โอกาสคุณเพื่อโน้มน้าวใจฉัน”
“คุณสามารถนำอะไรมาสู่ MGM ได้บ้าง?”
เควินยิ้มและเริ่มพูด “คุณรู้ไหมว่าสาเหตุหลักที่ทำให้ MGM เสื่อมถอยจนถึงทุกวันนี้คืออะไร?”
เคิร์ก เคอร์โคเรียนไม่พูดอะไร แต่ส่งสัญญาณด้วยสายตาให้แลดด์พูดแทนเขา
แลดด์ที่อยู่ข้างๆก็พูดอย่างรวดเร็ว
“มีภาพยนตร์ที่สร้างกำไรมหาศาลน้อยมาก รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายที่น้อยด้วยเช่นกัน”
“อย่างที่เรารู้กันดีว่าช่องทางการจัดจำหน่ายนั้นมีผลต่อตัวภาพยนตร์ รายได้จากบ็อกซ์ออฟฟิศของภาพยนตร์นั้นคิดเป็นเพียง 30% ถึง 40% ของกำไรทั้งหมดเท่านั้น”
"และอำนาจการจัดจำหน่ายของเราในปัจจุบันที่MGMมี ยังห่างไกลจากความสามารถในการใช้ประโยชน์จากศักยภาพที่แท้จริงของภาพยนตร์ในคลังของเรา"
เควินขัดขึ้นมา “ที่สำคัญที่สุดคือขาดการสนับสนุนจากยักษ์ใหญ่ด้านสื่อ”
"หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากยักษ์ใหญ่ด้านสื่อ MGMคงไม่สามารถกลับมาเป็นหนึ่งในห้าบริษัทยักษ์ใหญ่ของฮอลลีวูดได้!"
“นอกจากหุ้นของฉันแล้ว ฉันยังแนะนำให้ขายหุ้นจำนวนหนึ่งให้กับวอร์เนอร์บราเธอส์ด้วย เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทไทม์วอร์เนอร์ที่เป็นสื่อยักษ์ใหญ่”
“ด้วยวิธีนี้ ฉันมั่นใจว่าในอีก10ปี ราคาหุ้นของMGMจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 5 ถึง 10 เท่า”
คำพูดของเควินแสดงถึงอนาคตของ MGM ที่เขาคิดไว้อย่างชัดเจน
เขาจะใช้ความสามารถในการกำกับของเขาเป็นตัวเชื่อมโยง ให้ไทม์วอเนอร์ที่อยู่เบื้องหลังของวอร์เนอร์บราเธอส์มามีส่วนสนับสนุน และทำให้MGMกลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง
ทั้งหมดนี้จะสำเร็จหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่าเคิร์ก เคอโคเรียนยินดีที่จะขายหุ้นบางส่วนของเขาให้กับเควินและไทม์วอร์เนอร์หรือไม่
……………………………..
วันนี้มาแค่นี้นะครับ และผมก็จะหายไปสักอาทิตย์นึงครับ พอดีผมไปรับงานนอก แต่ถ้ามีเวลาว่างจะรีบแปลรีบอัพให้เท่าที่จะทำได้นะครับ
สำหรับใครที่อยากดำก่อนก็ไปตำกันได้ ชื่อ: Hollywood: Becoming A Great Director Starting With Saw