- หน้าแรก
- เกิดใหม่มาเป็นผู้กำกับสุดเจ๋งในฮอลลีวูด
- ตอนที่ 63 มิตรภาพระหว่างเดปป์และเคจ
ตอนที่ 63 มิตรภาพระหว่างเดปป์และเคจ
ตอนที่ 63 มิตรภาพระหว่างเดปป์และเคจ
เมื่อได้ยินเสียงถอนหายใจของเคจ เควินจึงวางแก้วไวน์ในมือลงแล้วถามตรงๆ
“แล้วกัปตันแจ็ค สแปร์โรว์ พระเอกเพียงคนเดียวในหนังเรื่องนี้ นายคิดว่านายเหมาะกับบทนี้หรือเปล่า?”
ใช่ บทภาพยนตร์ยังคงเหมือนเดิม แต่บทบาทความสำคัญของตัวละครเปลี่ยนไป
ตัวเอกชายและหญิงดั้งเดิมกลายมาเป็นตัวละครที่ขับเคลื่อนโครงเรื่องในเวอร์ชันของเขา
ในบทของเขา มีตัวเอกเพียงคนเดียวเท่านั้น
มันคือแจ็ค สแปร์โรว์
นี่ไม่ใช่เรื่องที่เสี่ยงเลย แต่มันจะเป็นปัจจัยที่ใหญ่ที่สุดที่จะทำให้ไพเรทส์ออฟเดอะแคริบเบียนประสบความสำเร็จในมือของเขา
ทุกคนรู้ดีว่าปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ไพเรทส์ออฟเดอะแคริบเบียนประสบความสำเร็จก็คือกัปตันแจ็ค สแปร์โรว์ ผู้มีเอกลักษณ์และมีเสน่ห์เฉพาะตัวจากการแสดงของจอห์นนี่ เดปป์
ในความคิดของเควิน ตัวละครนี้นี่แหละที่ช่วยกอบกู้หนังเรื่องนี้เอาไว้
เสน่ห์ของตัวละครนั้นเหนือกว่าบทภาพยนตร์ไปแล้ว และไพเรทส์ออฟเดอะแคริบเบียนประสบความสำเร็จได้ก็เพราะกัปตันสแปร์โรว์
หลังจากที่เข้าใจสิ่งนี้แล้ว เควินก็รู้ว่าถ้าไม่มีใครสามารถแสดงบทบาทกัปตันแจ็ค สแปร์โรว์ได้แบบในความคิดของเขา ไพเรทส์ออฟเดอะแคริบเบียนคงต้องล้มเหลวอย่างแน่นอน
ในทำนองเดียวกัน หากตัวละครแจ็ค สแปร์โรว์ในเวอร์ชันของเขาสามารถเป็นเหมือนต้นฉบับได้ เขาก็เชื่อว่ามันจะประสบความสำเร็จได้ แต่เขาจะถ่ายทำมันล่วงหน้าเป็นสิบปีก็ตาม
เคจขมวดคิ้วและส่ายหัว ดูเหมิือนว่าเขาจะรู้สึกเสียดายเล็กน้อย
ดูเหมือนว่าเขาจะชอบบทบาทของแจ็ค สแปร์โรว์มากจริงๆ
“บทบาทนี้ก็ดี แต่ฉันไม่เหมาะกับมัน”
“เควิน นายไม่ได้มาหาฉันเพื่อให้ฉันรับบทนี้แน่นอน บอกฉันมาว่านายมีจุดประสงค์อะไร”
เมื่อถึงจุดนี้ เคจก็มองไปที่ไวน์ที่เควินวางไว้ข้างๆด้วยท่าทางเศร้าหมอง นั่นเป็นไวน์ชั้นดีที่สุดที่เขานำเข้าจากฝรั่งเศส
ขวดหนึ่งราคาหลายหมื่นดอลลาร์
ด้วยราคาขวดละเป็นหมื่นเหรียญสหรัฐ จึงถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ระดับสูงแล้ว
แม้กระทั่งเคจเองก็จะดื่มมันในแก้วเล็กๆ และจิบอย่างระมัดระวังเท่านั้น ไม่อยากดื่มมันเยอะนัก
ต่างกับเควินที่ดื่มมันหมดในอึกเดียวราวกับดื่มเครื่องดื่มธรรมดา
เคจรู้สึกทุกข์ใจจึงเก็บไวน์ที่เหลือไว้ หยิบขวดโค้กเย็นออกมาจากตู้เย็นแล้วส่งให้เควินแทน
จากนั้นเควินก็ดื่มไวน์ในแก้วที่เหลือจนหมดอึก จากนั้นก็เปิดโค้กเย็นๆที่เคจพึ่งให้เขาแล้วดื่มอึกใหญ่ๆ
แม้ว่าจะเป็นวันที่อากาศหนาวเย็นในเดือนธันวาคม แต่เควินยังคงชอบดื่มโค้กเย็นๆในวิลล่าเสมอ
ในส่วนของไวน์ เขาไม่สามารถบอกได้ว่ามันดีหรือไม่ดี แต่เขาก็แค่ชอบที่จะเห็นสีหน้าเจ็บปวดของเคจ
เควินไม่แปลกใจเลยที่เคจมองออกว่าเขาไม่ได้คิดจะให้เคจรับบทกัปตันแจ็ค สแปร์โรว์เลย
ภาพลักษณ์ของทั้งสองคนนี้แตกต่างจากบทบาทก่อนหน้านี้อย่างมาก
แม้ว่าเคจจะเต็มใจท้าทายบทบาทที่เขาไม่คุ้นเคย แต่มันต้องเป็นในภาพยนตร์เชิงศิลปะ
ถ้าเขาไปเล่นหนังเชิงพาณิชย์ ไม่ว่าหนังนั้นจะดังขนาดไหน เขาก็ไม่มีวันชนะรางวัลใดๆได้เลย
สิ่งนี้ไม่เหมาะกับสไตล์ของเคจ
ไม่มีทางที่เควินไม่รู้เรื่องนี้ แต่เขายังคงมา
แสดงว่าเขาต้องมีวัตถุประสงค์อื่นอีก
เคจจ้องมองเควินด้วยสายตาที่แหลมคม สงสัยว่าอีกฝ่ายกำลังจะพูดอะไร
"เรอออ!"
แก๊สระเบิดออกมาจากปากของเขา ทำให้เควินสัมผัสได้ถึงความรู้สึกสดชื่น
เควินวางโค้กลงแล้วพูดด้วยความพึงพอใจ “นายรู้จักนักแสดงชื่อจอห์นนี่ เดปป์ไหม?”
อารมณ์ที่ซับซ้อนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเคจ จากนั้นเขาก็ตอบกลับ
“นายรู้ได้ยังไงว่าฉันรู้จักเขา”
เควินหัวเราะ
“ฉันได้ยินเรื่องนี้โดยบังเอิญ”
“ทำไม นายรู้จักเขาจริงๆเหรอ?”
เคจพยักหน้าและพูดราวกับว่าเขากำลังนึกถึงอดีต
“อดีตภรรยาของเขาเป็นช่างแต่งหน้าระดับแนวหน้าของฮอลลีวูดและเคยร่วมงานกับฉันมาหลายครั้งแล้ว”
“เพราะเธอไม่อยากใช้ชีวิตปกติร่วมกับเดปป์ เธอจึงเลือกที่จะหย่าร้าง แต่เธอรู้สึกผิดและต้องการชดเชยสิ่งที่เธอติดหนี้เดปป์เอาไว้ ดังนั้นเธอจึงขอให้ฉันช่วยเดปป์”
"ส่วนเดปป์..."
"ฉันต้องบอกว่าเขาเป็นอัจฉริยะด้านการแสดง เป็นนักแสดงที่มีความสามารถ"
“เขาเป็นคนประเภทที่สามารถนำเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์มาสู่บทบาทที่เขาแสดงได้”
"แต่เขาก็ยังเป็นไอ้ขี้แยอยู่ดี"
เคจมีสีหน้าที่ซับซ้อน
เดปป์ยืมเงินของเขาและไปที่บาร์เพื่อสนุกสนาน เขาให้เดปป์อาศัยอยู่ในบ้านของเขาเองโดยไม่คิดเงินเพราะเขาเห็นว่าเดปป์ไม่มีที่พักอาศัย
“แล้วนายช่วยฉันติดต่อเขาได้ไหม”
เควินถามออกมา
เคจพยักหน้า
เขาเชื่อว่าเดปป์เหมาะกับบทบาทนี้ แม้ว่าเดปป์จะเป็นคนขี้แย แต่ก็ไม่ขัดแย้งกับความจริงที่ว่าเขาเป็นนักแสดงที่ดี
เขายังมีความสุขมากที่เดปป์จะได้รับบทบาทที่ดีเช่นนี้
หลังจากตอบรับคำขอของเควินแล้ว เคจก็ไม่เสียเวลาและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อโทรหาเดปป์โดยตรง ซึ่งเขาคิดว่าเป็นไอ้ขี้แย
หลังจากถูกดุและด่าทอจากเคจไปเล็กน้อยแล้ว เควินก้ได้ยินแว่วๆแล้วว่าเดปป์จะมาที่นี่
เควินมีความสุขมากจนอยากแสดงฝีมือทำอาหารออกมา เขาหยิบเนื้อออกมาจากตู้เย็นและจัดปาร์ตี้บาร์บีคิวข้างนอกกับเคจ ขณะที่รอให้เดปป์มาถึง
เควินไม่คุ้นเคยกับการมีคนแปลกหน้าอยู่ที่บ้านเช่นเดียวกับเคจ ดังนั้นจึงไม่มีแม่บ้าน แม่ครัว หรือบอดี้การ์ดในบ้าน
สิ่งที่เควินทำคือให้บอดี้การ์ดของเขาเช่าบ้านในบ้านพักธรรมดาๆใต้เบเวอร์ลี่ฮิลส์ และเมื่อเขาต้องการ เขาจะเรียกเขาให้มาที่นี่
เคจก็ไม่ต่างจากเขาเท่าไหร่
……………….
ในทางกลับกัน แซ็ค สไนเดอร์ก็ได้รับข่าวจากดอว์สันว่าผู้กำกับหน้าใหม่ของฮอลลีวูดได้เชิญให้เขามาเป็นผู้ช่วยผู้กำกับโปรเจ็กต์ใหม่ของอีกฝ่ายด้วย
ในฐานะผู้กำกับMVในปัจจุบัน แซ็ค สไนเดอร์มีความปรารถนาที่จะเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ตัวจริงเสมอ
อย่างไรก็ตาม มีความแตกต่างอย่างมากระหว่างผู้กำกับMV กับผู้กำกับภาพยนตร์
หากไม่มีอะไรไม่คาดคิดเกิดขึ้น แซ็ค สไนเดอร์ประเมินว่าจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยหลายปีกว่าที่เขาจะได้รับโอกาสที่เขาต้องการ
อย่างไรก็ตาม โอกาสนั้นมาถึงเร็วกว่าที่เขาคิด
ตำแหน่งผู้ช่วยผู้กำกับของสตีฟ เควินถือเป็นความก้าวหน้าของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย ตราบใดที่เขาทำหน้าที่ได้ดี ตำแหน่งนี้จะเป็นส่วนเสริมที่ยอดเยี่ยมในประวัติย่อของเขา
จากนั้นการเริ่มด้วยหนังทุนต่ำก็พอเป็นไปได้
เพราะถ้าเขาได้มีส่วนร่วมในโปรดักชั่นใหญ่ๆร่วมกับเควิน เขาก็จะสามารถโน้มน้าวพวกนักลงทุนได้
แซ็ค สไนเดอร์เป็นผู้กำกับMVมาหลายปีแล้ว และเขาก็ได้สะสมคอนเนกชั่นต่างๆไว้มากมาย แต่ตอนนี้เขาขาดโอกาสในการเริ่มต้น
เมื่อแซ็ค สไนเดอร์ได้รับข้อความจากดอว์สัน เขาก็เก็บสัมภาระทั้งหมดและไม่ขอค่าเช่าที่เหลือจากห้องเช่าเขาด้วยซ้ำ
เขาตรงไปยังที่อยู่ของบริษัทมอร์นิ่งสตาร์ฟิล์ม และเขาจะลงหลักปักฐานใกล้ๆที่แห่งนี้
เนื่องจากเขาได้โอกาสจากที่แห่งนี้ เขาจึงยินดีที่จะทำงานในบริษัทภาพยนตร์แห่งนี้ต่อไป ตราบใดที่มอร์นิ่งสตาร์ฟิล์มของเควินไม่ทำให้เขาผิดหวัง
นี่คือทั้งหมดที่เขาคิดได้ตอนนี้