- หน้าแรก
- เกิดใหม่มาเป็นผู้กำกับสุดเจ๋งในฮอลลีวูด
- ตอนที่ 62 การเฟ้นหานักแสดงที่ดีที่สุดสำหรับไพเรทส์ออฟเดอะแคริบเบียน
ตอนที่ 62 การเฟ้นหานักแสดงที่ดีที่สุดสำหรับไพเรทส์ออฟเดอะแคริบเบียน
ตอนที่ 62 การเฟ้นหานักแสดงที่ดีที่สุดสำหรับไพเรทส์ออฟเดอะแคริบเบียน
การจัดตั้งโปรเจกต์ไพเรทส์ออฟเดอะแคริบเบียนไม่ใช่เรื่องง่าย
ไพเรทส์ออฟเดอะแคริบเบียนฉบับดั้งเดิมสร้างขึ้นโดยดิสนีย์(Disney) เพื่อเป็นภาพยนตร์ส่งเสริมการขายซึ่งจะมีประโยชน์ต่อโครงการสวนสนุกของตนเอง เนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยวที่ไปนั่งเรือโจรสลัดในสวนสนุกของตนเองมากนัก
ต่อมาโครงการเรือโจรสลัดในสวนสนุกได้ถูกเปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการเป็นPirates of the Caribbean(ไพเรทส์ออฟเดอะแคริบเบียน) และมีการเพิ่มเกมแบบต่างๆมากมาย เช่น เกมขโมยสมบัติ
เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่าดิสนีย์ได้รับประโยชน์จากโปรเจกต์นี้มากขนาดไหน
นั่นเป็นรายได้ที่มากกว่ารายได้ที่ภาพยนตร์ไพเรทส์ออฟเดอะแคริบเบียนทำได้ที่บ็อกซ์ออฟฟิศมาก ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเควินถึงอยากถ่ายทำไพเรทส์ออฟเดอะแคริบเบียนตั้งแต่เนิ่นๆ(ต้นฉบับออกฉายในปี2003)
อย่างไรก็ตาม เควินไม่รีบร้อนที่จะเริ่มโปรเจกต์นี้ ในความเป็นจริง MGMเองก็มีสวนสนุกของตัวเองในลาสเวกัสอีกด้วย
แต่เมื่อเทียบกับดิสนีย์แลนด์แล้วมันยังตามหลังมากอย่างไม่ต้องสงสัย
ในอนาคตเมื่อเขารับช่วงต่อมาร์เวลหรือMGM นั่นจะเป็นช่วงเวลาที่จะพัฒนาสิ่งเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง
แต่ก่อนหน้านั้น เขาต้องเป็นคนเริ่มโปรเจกต์ไพเรทส์ออฟเดอะแคริบเบียนด้วยตัวเองก่อน
ในความเป็นจริงแล้ว เควินให้ความสำคัญกับไพเรทส์ออฟเดอะแคริบเบียนมากกว่ามิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ล, Saw(เกมต่อตาย ตัดเป็น) และGet Out(ลวงร่างจิตหลอน)มาก
เพราะไม่ว่าจะเป้นช่วงเวลาไหน ธีมหนังแฟนตาซีก็ทรงพลังกว่าปกติเสมอ
ผู้คนทั่วโลกต่างมีความปรารถนาต่อโลกที่มหัศจรรย์และงดงามเหล่านั้น
…………………
เมื่อมีผู้ช่วยวิ่งวุ่นแทนเขา เควินก็รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
นอกจากการออกไปซื้อของทุกๆสองสามวันแล้ว เควินยังมอบหน้าที่ทั้งหมดให้เอลลี่ทำ และเอลลี่ก็ยินดีที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของเควิน
แม้ว่าจะเหนื่อย แต่เอลลี่ก็สามารถติดต่อกับบุคคลสำคัญมากมายที่เธอไม่เคยพบมาก่อนผ่านกระบวนการนี้
เหล่านั้นเป็นบุคคลที่เด็กจากครอบครัวชนชั้นกลางทั่วไปอย่างเธอไม่มีทางเข้าถึงได้เลย และมันจะนำมาซึ่งประโยชน์มากมายนับไม่ถ้วนต่อการพัฒนาของเธอในอนาคตในเส้นทางฮอลลีวูด
สำหรับเควิน หลังจากที่มีผู้ช่วย เขาก็เพลิดเพลินกับชีวิตในวิลล่ามากขึ้น
ในเวลาเดียวกันเขาก็กำลังคิดถึงเนื้อเรื่องของไพเรทส์ออฟเดอะแคริบเบียน
ในเรื่องไพเรทส์ออฟเดอะแคริบเบียนภาคแรก ตัวเอกชายและหญิงดั้งเดิมคือเอลิซาเบธ สวอนน์ ลูกสาวของข้าหลวงรัฐ และวิล เทิร์นเนอร์ ลูกศิษย์ของช่างตีเหล็ก
คนส่วนใหญ่สามารถเดาทิศทางของเนื้อเรื่องได้
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ภาพยนตร์ออกฉาย เสน่ห์ของแจ็ค สแปร์โรว์ก็ได้พิชิตใจทุกคน
ตัวเอกชายและหญิงดั้งเดิมถูกบดบังด้วยเสน่ห์ของเขาจนหมดสิ้น
เมื่อถึงตอนนั้น ตัวเอกในไพเรทส์ออฟเดอะแคริบเบียนก็มีเพียงคนเดียว และนั่นก็คือกัปตันแจ็ค สแปร์โรว์
ตามทฤษฎีแล้ว ตัวละครแจ็ค สแปร์โรว์ควรจะใช้นักแสดงอย่างจอห์นนี่ เดปป์ที่เป็นนักแสดงต้นฉบับจะเหมาะที่สุด
แต่….
จอห์นนี่ เดปป์วัย 30 ปีในปีนี้จะสามารถแสดงทักษะการแสดงอันยอดเยี่ยมและเสน่ห์ของตัวละครที่เขาควรจะแสดงให้เห็นในไพเรทส์ออฟเดอะแคริบเบียนในอีก 10 ปีต่อมาได้หรือไม่?
เรื่องนี้ทำให้เควินเกิดความสงสัยขึ้นมาบ้าง
สำหรับเรื่องอื้อฉาวในเวลาต่อมาของจอห์นนี่ เดปป์นั้น เควินซึ่งอยู่ภายนอกไม่ได้เชื่อเรื่องอื้อฉาวของจอห์นนี่ เดปป์เลย
เรื่องราวระหว่างเขากับอดีตภรรยาเป็นหัวข้อที่ร้อนแรงและพลิกตลบไปมาหลายต่อหลายครั้ง
สำหรับใครก็ตามที่มีสายตาที่เฉียบแหลม จะเห็นว่ามีเบื้องลึกเบื้องหลังเรื่องนี้ และผลสุดท้ายก็คือจอห์นนี่ เดปป์ถูกถอดออกจากโปรเจกต์ไพเรทส์ออฟเดอะแคริบเบียน
ทั้งหมดนี้ดูเหมือนจะสอดคล้องกัน แต่ยากที่จะบอกว่าดิสนีย์เป็นคนวางแผนเรื่องดังกล่าวหรือไม่ เช่นเหตุผลที่ว่าไม่อยากแบกรับค่าตัวมหาศาลของจอห์นนี่ เดปป์อีกต่อไป
และเริ่มต้นไพเรทส์ออฟเดอะแคริบเบียนใหม่อีกครั้งอย่างสมเหตุสมผล
แต่ถ้าเดปป์เป็นไอ้สารเลวจริง มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
แต่เขารู้สึกว่าเดปป์โดนใส่ความมากกว่า
เขาเป็นผู้โชคร้ายที่ถูกฮอลลีวูดบอยคอตต์
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้เควินก็ไม่ลังเลอีกต่อไป
เขาไม่รู้ความสัมพันธ์กับเคจกับเดปป์ในปัจจุบันนัก แต่ดูเหมือนว่าในชีวิตที่แล้ว ทั้งคู่จะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันไม่น้อย
เพราะงั้นการขอให้เคจช่วยติดต่อเดปป์ให้ก็ไม่น่ามีปัญหา
แต่เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ สีหน้าของเควินก็ดูเขินอายเล็กน้อย
เขาเคยบอกว่านิโคลัส เคจไว้ว่าจะชวนเขามาแสดงหนัง แต่ตอนนี้มันก็ผ่านมานานแล้ว
หรือว่าเขาควรถามเคจก่อนดีกว่าไหมว่าเขาอยากเล่นเป็นกัปตันแจ็ค สแปร์โรว์รึเปล่า?
ด้วยความคิดนี้ในใจ เควินก็นำแผนไพเรทส์ออฟเดอะแคริบเบียนเดินไปที่วิลล่าของนิโคลัส เคจโดยตรง
…………..
ในวิลล่าของนิโคลัส เคจ
เคจกำลังชื่นชมคอลเลกชั่นของเขา
ในฐานะซุปเปอร์สตาร์ รายได้ของเขามหาศาลมาก โดยมีรายได้ต่อปีหลายสิบล้านเหรียญ ซึ่งเพียงพอที่จะเลี้ยงชีพเขาและทำให้เขาฟุ่มเฟือยของได้
แต่สิ่งที่เขาชอบมากที่สุดก็คือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ การซื้อรถหรูและการสะสมหนังสือการ์ตูน
แน่นอนว่ามีสิ่งแปลกๆบางอย่างที่ทำให้เขาอยากสะสมอยู่เสมอ
ตัวอย่างเช่น ฟอสซิลกะโหลกไทรันโนซอรัสตัวน้อยที่อยู่ตรงหน้าเขา เปรียบเสมือนสมบัติล้ำค่าในสายตาของเขา แน่นอนว่าคนที่ขายกะโหลกให้เขาไม่รู้ถึงคุณค่าของมัน ดังนั้นเขาจึงใช้เงินเพียงไม่กี่แสนดอลลาร์เพื่อซื้อกะโหลกนี้มา
ติ๊ง ต่อง
กริ่งประตูดังขึ้น เคจเดินไปที่จอภาพที่แสดงภาพหน้าประตูและเห็นเควินเดินมาเยี่ยมเขาอย่างกะทันหัน
ในฐานะเพื่อนบ้าน ตอนที่เคจไปเยี่ยมเควินครั้งแรกก็เพื่อไปทำความรู้จักเท่านั้น
แต่ไม่นานหลังจากที่รู้เกี่ยวกับความสำเร็จของเควิน เขาก็เริ่มชื่นชมอีกฝ่าย
หลังจากได้พูดคุยกันมาบ้างแล้ว เขากับเควินก็กลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แม้ว่าพวกเขาจะมีอายุห่างกันก็ตาม
เขาดีใจมากที่ได้เห็นเควินมาและรีบออกไปที่ประตู
"สวัสดีเควิน!"
"เคจ!"
ทั้งสองกอดกันและเดินเข้าไปในวิลล่าของเคจด้วยกัน
วิลล่าของเคจมีขนาดใหญ่กว่าวิลล่าของเควินมาก และมีรูปปั้นโรมันมากมายวางไว้ในสนามหญ้า
มันดูแตกต่างไปจากบ้านพักคนธรรมดาทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
อย่างไรก็ตาม เควินซึ่งคุ้นเคยกับมันแล้วไม่ได้สนใจมัน และเพียงแค่มอบแผนโปรเจกต์ในมือให้กับเคจ
จากนั้นเขาก็หยิบขวดไวน์คุณภาพเยี่ยมออกมาจากตู้เย็นของเคจ หยิบแก้วสองใบออกมาและเทไวน์ใส่แก้ว
จากนั้นเควินก็รออย่างเงียบๆให้เคจอ่านบทอย่างช้าๆ
"ไพเรทส์ออฟเดอะแคริบเบียน?"
เคจขมวดคิ้วและอ่านบทสคริปต์อย่างระมัดระวัง
จริงๆแล้วบทหนังก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร และนี่ก็เป็นจังหวะเรื่องราวทั่วๆไปของหนังทุนสูง
จากมุมมองนี้ เควินไม่ได้ทำอะไรใหม่และยังเหมือนต้นฉบับทั้งหมด
แต่พูดตามตรงแล้ว เคจไม่ได้ติดต่อกับผู้กำกับภาพยนตร์เชิงพาณิชย์มากนักในปัจจุบัน
เคจรับแต่บทบาทที่ท้าทายงานแสดง
พูดอย่างง่ายๆก็คือภาพยนตร์ที่เขาเลือกตอนนี้ล้วนมุ่งเป้าไปที่การคว้ารางวัล
ไม่มีภาพยนตร์เชิงพาณิชย์อย่างแท้จริงเช่นไพเรทส์ออฟเดอะแคริบเบียน
อย่างไรก็ตาม ต้องบอกว่าเขาสัมผัสได้ถึงเสน่ห์ของกัปตันแจ็ค สแปร์โรว์จากบทภาพยนตร์นี้แล้ว และเขาจินตนาการได้ว่านี่จะเป็นอีกหนึ่งตัวละครคลาสสิกในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์อย่างแน่นอน
มันทำให้เขาเกิดความลังเล
แต่ในที่สุดเคจก็ถอนหายใจ
แม้ว่าเขาอยากเล่นบทบาทนี้มาก แต่เขาจินตนาการไม่ออกว่าเขาจะแสดงมันออกมาได้อย่างไรดี