เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 58 ปาร์ตี้

ตอนที่ 58 ปาร์ตี้

ตอนที่ 58 ปาร์ตี้


วันรุ่งขึ้น หนังสือพิมพ์ก็รายงานข่าวความสำเร็จด้านรายได้ของมิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ลทันที และได้รับคำวิจารณ์เชิงบวกมากมายจากผู้ชมภาพยนตร์

แต่อย่าคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะฟรี เพราะนี่คือผลมาจากการลงทุนด้านประชาสัมพันธ์10ล้านดอลลาร์นั่นเอง มันยังช่วยในการปิดปากนักวิจารณ์ภาพยนตร์ได้ด้วย

มิฉะนั้น บทวิจารณ์เชิงลบเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เชิงพาณิชย์

หากคุณไม่ให้อาหารพวกเขา พวกเขาจะคลั่งขึ้นมาและวิจารณ์มิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ลในแง่ลบในสื่อสิ่งพิมพ์

และการประชาสัมพันธ์ประเภทนี้จะคงอยู่ได้เพียงประมาณสัปดาห์เดียวเท่านั้น

แน่นอนว่าวอร์เนอร์และMGMก็จำเป็นแค่ต้องสู้เพื่สัปดาห์แรกเท่านั้น ซึ่งเป็นช่วงที่บ็อกซ์ออฟฟิศทำกำไรได้มากที่สุด ใครก็ตามที่กล้าที่จะจับผิดหนังของพวกเขาในช่วงเวลานี้ จะต้องถูกพวกเขาโจมตีอย่างแน่นอน

ส่วนช่วงหลังๆที่บ็อกซ์ออฟฟิศเริ่มลดลง เมื่อพิจารณาจากผลงานบ็อกซ์ออฟฟิศของหนังเรื่องนี้ในชีวิตที่แล้ว ผลกระทบจากบทวิจารณ์เชิงลบก็คงมีไม่มากนัก

………………

ในเวลาเดียวกับที่วอร์เนอร์และMGMเริ่มเคลื่อนไหว พวกเจ้าของโรงภาพยนตร์ก็มองเห็นความนิยมของมิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ลแล้ว และไม่สามารถนั่งนิ่งเฉยได้อีกต่อไป

ภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จทางด้านรายได้คือภาพยนตร์ที่มีผู้ชมมากที่สุด

หลังจากทราบว่ามิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ลเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้ถล่มทลายและมีชื่อเสียงที่ดี โรงภาพยนตร์หลายแห่งจึงใช้มาตรการเด็ดขาดเพื่อบีบจำนวนโรงฉายของภาพยนตร์ที่ทำรายได้ไม่ดีเรื่องอื่นๆให้น้อยลง และเพิ่มจำนวนโรงให้กับมิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ลแทน

ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ตัวเลขบ็อกซ์ออฟฟิศในวันถัดไปจึงได้รับการเปิดเผยออกมาแล้ว

รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศของมิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ลได้สร้างสถิติใหม่ โดยสร้างรายได้มหาศาลถึง 29 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทำให้ทุกคนตะลึง

………….

อาคาร CAA

โอวิทซ์มองดูความสำเร็จที่เควินและครูซสร้างขึ้นแล้วรู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง

ผู้กำกับที่มีภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องถือเป็นทรัพยากรอันล้ำค่าอย่างยิ่งในฮอลลีวูด

น่าเสียดายที่ทรัพยากรดังกล่าวถูกบีบให้ออกเพราะทัศนคติที่แข็งกร้าวของ CAA

ความคิดมากมายผุดขึ้นมาในใจของเขา และในที่สุด โอวิทซ์ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วโทรหาทอมครูซ

"เฮ้ทอม ขอแสดงความยินดีด้วยที่ภาพยนตร์ของคุณได้รับความนิยมอย่างมาก"

"ขอบคุณ!"

ทอมครูซรู้สึกสับสนเล็กน้อย โดยปกติแล้วโอวิทซ์จะไม่โทรมาแสดงความยินดีกับเขาในเรื่องแบบนี้

“หนังเรื่องนี้ดังมาก ทำไมไม่จัดปาร์ตี้ล่ะ คุณก็เชิญเควินและคนอื่นๆมาด้วยสิ แล้วค่าใช้จ่ายในการจัดงานปาร์ตี้จะถูกรับผิดชอบโดย CAA เอง”

โอวิทซ์เสนอแนะ

ทอมครูซเข้าใจสิ่งที่เขาหมายถึง แม้ว่าเควินจะมีปัญหากับCAA แต่ปัญหาครั้งนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะแก้ไขไม่ได้

เขาเต็มใจที่จะเป็นคนไกล่เกลี่ยระหว่าง CAA และเควิน

“เอาล่ะ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง”

หลังจากวางสายแล้ว ทอมครูซโทรหาเควินต่อทันทีและเชิญเขาไปงานปาร์ตี้ที่เขาจัดขึ้น

ในทำนองเดียวกัน ผู้ที่เข้าร่วมงานปาร์ตี้นอกเหนือจากเควินและนางเอกแล้ว ยังมีแขกจากMGM, วอร์เนอร์, พาราเมาท์และดาราฮอลลีวูดท่านอื่นๆอีกด้วย

วัตถุประสงค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของงานปาร์ตี้แบบนี้คือการให้พวกเขาได้มีโอกาสแสวงหาความร่วมมือที่ดียิ่งขึ้น

……………….

เมื่อได้รับรู้ตัวเลขบ็อกซ์ออฟฟิศของวันที่สองและยังได้รับคำเชิญไปงานปาร์ตี้ของทอมครูซด้วย

ในที่สุดเควินก็ผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์

ในฐานะผู้กำกับและนักลงทุน เขาต้องแบกรับความกดดันอย่างถึงที่สุด หากเขาล้มเหลว เขาจะสูญเสียไม่เพียงแต่เงินเท่านั้น แต่ยังรวมถึงชื่อเสียงของเขาด้วย

ชื่อเสียงของผู้กำกับที่ไม่เคยล้มเหลวกับผู้กำกับที่ล้มเหลวมาแล้วนั้นแตกต่างกันมาก

มันมีผลต่อการดึงดูดการลงทุนในผลงานชิ้นต่อๆไปของเขา

เควินประสบความสำเร็จมาแล้วถึง 3 ครั้งติดต่อกัน ตอนนี้เขามีความสามารถที่จะสร้างผลงานชิ้นใหญ่ๆด้วยตัวเองได้แล้ว ด้วยชื่อเสียงของเขา ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ร่วมงานกับบริษัทภาพยนตร์อื่น เขาก็ยังสามารถผลิตภาพยนตร์ทุนสูงได้ด้วยตัวเอง

มีคนมากมายที่อยากจะลงทุนในภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเขา

แน่นอนว่าการลงทุนจากภายนอกนั้นแตกต่างจากการลงทุนจากภายในของฮอลลีวูด และเขาก็ชัดเจนมากเกี่ยวกับเรื่องนี้

หากโปรดักชั่นขนาดใหญ่ไม่ได้รับการลงทุนจากยักษ์ใหญ่ฮอลลีวูด อาจเกิดปัญหาต่างๆมากมายตามมา

การติดสินบนทีมงานให้เผาฟิลล์ม การจำกัดเรตติ้ง การปิดกั้นความคิดเห็นของสาธารณะ และปัญหาอื่นๆอีกมากมายไม่มีที่สิ้นสุด

เหตุผลที่เควินไม่เคยประสบปัญหาเหล่านี้ก็คือ เขารู้วิธีที่จะแบ่งปันผลประโยชน์

กำไรจากภาพยนตร์เรื่องแรกอย่างSaw(เกมต่อตายตัดเป็น) ส่วนใหญ่ไปอยู่ที่นิวไลน์ซินีม่า ในขณะที่วอร์เนอร์ได้รับส่วนแบ่งส่วนหนึ่งจากการจัดจำหน่ายในต่างประเทศ

ภาพยนตร์เรื่องที่สองได้รับการลงทุนร่วมกันโดยนิวไลน์และวอร์เนอร์

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าภาพยนตร์เรื่องที่สามได้รับการลงทุนจากสามยักษ์ใหญ่ร่วมกันคือวอร์เนอร์ พาราเมาท์ และMGM

ในฮอลลีวูด หากคุณได้รับเงินลงทุนจากบริษัททั้งสามนี้แล้วยังคงประสบปัญหาอยู่ นั่นหมายถึงการแหย่รังแตนแล้ว

ไม่มีใครสามารถต้านทานการโจมตีตอบโต้ของสามยักษ์ใหญ่ร่วมกันได้

นี่คือสิ่งที่ทำให้การพัฒนาของเควินราบรื่นมาก

งานปาร์ตี้จะจัดขึ้นในสามวันต่อมา และเควินก็ใช้โอกาสอันหายากนี้ในการพบปะกับนิโคลัส เคจและโรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์อีกครั้ง

…………………

สามวันต่อมา เควินก็รักษาสัญญาของเขาและมางานปาร์ตี้ที่ทอมครูซเป็นเจ้าภาพ

ในส่วนของแองเจลิน่า โจลี่ เธออยู่ในช่วงมีประจำเดือนและไม่อยากออกไปข้างนอก ดังนั้นเธอจึงอยู่พักผ่อนในวิลล่า

เนื่องจากงานมีขนาดใหญ่ งานปาร์ตี้จึงไม่ได้จัดขึ้นที่บ้านของทอมครูซ แต่จัดขึ้นที่โรงแรมฮอลลีวูด

เควินเดินเข้าไปในโรงแรมด้วยความมั่นใจ

ด้วยสถานะที่ร้อนแรงของเควินในฮอลลีวูดในขณะนี้ ทันทีที่เขาก้าวเข้ามา หัวหน้าบริษัทภาพยนตร์และผู้บริหารจำนวนมากก็เข้ามาหาและพยายามเข้าใกล้เควิน และยื่นนามบัตรให้กับเขา

รอคอยที่จะมีโอกาสได้ร่วมงานกับเควิน

เควินตอบสนองต่อความกระตือรือร้นของคนเหล่านี้ทีละคน ความกระตือรือร้นนี้คงอยู่เป็นเวลานานกว่าสิบนาที จนกระทั่งทอมครูซมาถึงที่นี่ ฝูงชนจึงแยกย้ายกันไป

เมื่อเห็นเควินมีท่าทีหมดหนทาง ทอมครูซก็พูดด้วยรอยยิ้มว่า “ชินกับสิ่งนี้ให้เร็วๆดีกว่า คุณผู้กำกับเควิน”

"เมื่อคุณประสบความสำเร็จมากขึ้นในฐานะผู้กำกับ ก็จะมีคนเข้ามาลงทุนกับภาพยนตร์เรื่องใหม่ของคุณมากขึ้นเรื่อยๆ"

พูดตรงๆก็คือแม้แต่ทอมครูซเองก็อยากลงทุนในภาพยนตร์เรื่องต่อไปของเควินด้วย

อย่างที่พูดไปแล้วว่านักแสดงเป็นคนที่ไวที่สุดในการตัดสินว่าภาพยนตร์จะแย่หรือไม่

การถ่ายทำภาพยนตร์ของเควินทำให้เขารู้สึกถึงความก้าวหน้าและความหลงใหลในงานแสดงของตัวเอง เขาไม่เคยทุ่มเทให้กับภาพยนตร์อย่างสุดหัวใจแบบนี้มาก่อน

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เขาก็รู้สึกว่าเควินจะไม่ล้มเหลว

อย่างไรก็ตาม แนวคิดการลงทุนของเขาถูกระงับไว้โดยผู้จัดการกองทุนของเขาเอง

ในฮอลลีวูด การลงทุนในภาพยนตร์ถือเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงอย่างยิ่ง

ไม่ทราบว่ามีผู้กำกับกี่คนที่ใช้เงินของตัวเองสร้างภาพยนตร์แล้วจบลงด้วยการล้มละลาย

บางครั้งไม่ใช่ว่าบริษัทภาพยนตร์ฮอลลีวูดไม่อยากลงทุน แต่เป็นเพราะพวกเขาไม่กล้าที่จะลงทุน

นี่คือเหตุผลที่เควินสามารถได้ส่วนแบ่งการลงทุน 30% ได้อย่างง่ายดาย

เพราะบริษัทอื่นที่ร่วมลงทุนก็จะกลัวความเสี่ยงว่าจะหนังจะเจ๊งและขาดทุน

เมื่อได้ยินที่ทอมครูซบอก เควินก็ถอนหายใจ และปรับอารมณ์ของตัวเอง

จนกระทั่งตอนนี้เองที่เขาตระหนักว่าตนเองได้มีชื่อเสียงอย่างมากแล้วในฮอลลีวูด

จบบทที่ ตอนที่ 58 ปาร์ตี้

คัดลอกลิงก์แล้ว