- หน้าแรก
- เกิดใหม่มาเป็นผู้กำกับสุดเจ๋งในฮอลลีวูด
- ตอนที่ 57 บ็อกซ์ออฟฟิศวันแรก
ตอนที่ 57 บ็อกซ์ออฟฟิศวันแรก
ตอนที่ 57 บ็อกซ์ออฟฟิศวันแรก
อีธานจึงรวบรวมทีมและเริ่มแผนการขโมยแผ่นดิสก์ของจริงจาก CIA เพื่อจะค้นหาตัวคนทรยศตัวจริง
………………..
เนื่องจากเป็นผู้กำกับ เควินจึงรู้เนื้อหาต่อไปนี้เป็นอย่างดี
ตอนนี้เขารู้เนื้อเรื่องแล้ว มิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ลที่กำลังฉายอยู่สำหรับเขาก็เริ่มน่าสนใจน้อยลง
เควินมุ่งความสนใจไปที่ปฏิกิริยาของผู้ชมอย่างเป็นธรรมชาติ
ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เชิงพาณิชย์ที่ผ่านคุณสมบัติควรเป็นภาพยนตร์ที่ไม่มีช่วงเวลาที่น่าเบื่อ และเควินก็ทำได้สำเร็จ
มิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ลที่เขาถ่ายทำไม่ได้สร้างขึ้นโดยอิงจากเวอร์ชันต้นฉบับเพียงอย่างเดียว แต่เขาได้เพิ่มรายละเอียดเล็กๆน้อยๆลงไปมากมาย
ในชาติที่แล้วของเขามีแอพโต้วป้าน(豆瓣 แอพสำหรับวิเคราะห์และรีวิวหนัง) เขาจึงได้เข้าใจถึงปัญหาทั้งหมดของมิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ลเรียบร้อยแล้ว
เช่นคำวิจารณ์ประมาณว่าเรื่องราวค่อนข้างหยาบและไม่ค่อยน่าเชื่อเท่าไรนัก
เควินจึงได้แก้ไขรายละเอียดเล็กๆน้อยๆไว้แล้ว
ทำให้เรื่องราวทั้งหมดดูสมจริงและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
จากนั้นก็ฉากแอคชั่นที่เขาให้ออกแบบใหม่สำหรับสายลับอีธาน
คิวบู๊ได้รับการออกแบบและกำกับโดยหยวนหมู่ปิงซึ่งเป็นคนจากเกาะฮ่องกงและยังเป็นผู้กำกับศิลปะการต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกอีกด้วย ผสมผสานท่วงท่าที่สง่างามของศิลปะการต่อสู้ของจีนในภาพยนตร์เข้ากับทักษะที่พริ้วไหวและคล่องแคล่ว ซึ่งสอดคล้องกับตัวตนของสายลับ
ผู้ชมอดไม่ได้ที่จะอุทานด้วยความประหลาดใจ
พวกเขาประหลาดใจกับทักษะการแสดงของทอมครูซในหนังเรื่องนี้
ในฉากแอคชั่นเหล่านี้ เควินไม่ได้เลือกใช้การตัดต่อเพื่อขับเน้นฉากแอคชั่น แต่กลับสร้างข้อกำหนดที่เข้มงวดของเขาต่อทอมครูซแทน
นั่นคือการให้ครูซฝึกฝนท่าทางแอคชั่นเหล่านี้ให้ชำนาญ เพราะช่วงท้ายๆเขาได้เร่งความเร็วการถ่ายทำขึ้น เพราะงั้นฉากจะออกมาดีแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับตัวทอมครูซเอง
และเมื่อตัดสินจากการฉายภายในก่อนหน้านี้ทีเขาได้ดูแล้ว ทอมครูซถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว
ตามที่คาดไว้ ผู้ชมก็รู้สึกพึงพอใจกับฉากต่อสู้ของอีธานมากเช่นกัน
หนังเรื่องนี้จบลงอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงชั่วโมงเศษ
เควินและโจลี่เดินออกจากโรงภาพยนตร์อย่างช้าๆ สิ่งเดียวที่พวกเขาได้ยินคือคำชมที่น่าพึงพอใจต่อภาพยนตร์เรื่องมิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ล
สำหรับความไม่พอใจของคนดูบางคนที่ชื่นชอบในตัวภาพยนตร์เชิงศิลปะมากกว่า เควินก็เพิกเฉยอย่างสิ้นเชิง
มิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ลเป็นภาพยนตร์เชิงพาณิชย์ล้วนๆ และไม่มีคุณค่าทางศิลปะใดๆเลย และเควินก็ไม่สนใจด้วย
เพราะการขาดความศิลปะไม่ได้ส่งผลใดๆต่อภาพยนตร์เรื่องนี้เลย มันยังคงมีความคลาสสิก
ตอนนี้เควินต้องการเป็นผู้กำกับชื่อดังในฮอลลีวูดเท่านั้น สิ่งที่เขาต้องการคือเงินดอลลาร์สหรัฐจำนวนมาก ไม่ใช่สิ่งอื่นใด
รางวัลออสการ์ค่อยไปเน้นทีหลังก็ได้ แต่ถ้าเขาพลาดMGMและมาร์เวลขึ้นมา เขาก็คงไม่มีวันได้มันอีก เขาได้วางแผนทุกอย่างเอาไว้แล้ว
…………..
หลังจากรู้ปฏิกิริยาจากผู้ชมแล้ว เควินก็พาโจลี่กลับทันที
ในทางกลับกัน ประธานMGMอย่างแลดด์ไม่ได้นอนเลยทั้งคืน
ต่างจากเควินที่มั่นใจในหนังของตัวเอง เขารู้ดีว่าบางครั้งคุณภาพของภาพยนตร์ที่ดีก็ไม่ได้หมายความว่ารายได้บ็อกซ์ออฟฟิศจะดีตามไปด้วย (เหมือน Mad Max: Furiosa เรื่องนี้ผมชอบมาก แต่เสียดายที่ขาดทุน)
ผลงานทางบ็อกซ์ออฟฟิศของหนังเรื่องนี้จะส่งผลต่อตำแหน่งประธานMGMของเขาโดยตรง ดังนั้นเขาจึงอดไม่ได้ที่กังวล
ในขณะที่โรงภาพยนตร์ใหญ่ๆทุกแห่งกำลังรวบรวมข้อมูลบ็อกซ์ออฟฟิศทั้งหมด แลดด์ก็ถามเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในการสรุปข้อมูลด้วยสีหน้ากังวลเล็กน้อย
“รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศวันแรกของมิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ลอยู่ที่เท่าไร?”
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งมองดูข้อมูลตรงหน้าเขาอีกครั้งแล้วพูดอย่างตื่นเต้นว่า
"บอส มิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ลทำรายได้ 25.68 ล้านเหรียญในบ็อกซ์ออฟฟิศตั้งแต่วันแรก!"
"ซึ่งทำให้รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศวันแรกของหนังเรื่องนี้สูงเป็นอันดับสองของปีนี้ มีเพียง Jurassic Park(จูราสสิค พาร์ค กำเนิดใหม่ไดโนเสาร์) ซึ่งเป็นผลงานชิ้นเอกของผู้กำกับชื่อดังอย่างสตีเวน สปีลเบิร์ก (Steven Spielberg)เท่านั้นที่สูงกว่า!"
แลดด์เองก็ตื่นเต้นเช่นกัน
"แสดงว่าเราประสบความสำเร็จใช่ไหม?"
“หลังจากผ่านไปหลายปี ในที่สุดMGMก็จะกลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้งแล้วสินะ?”
“รีบโทรหาเควินให้ฉันหน่อย ฉันอยากจะแจ้งข่าวให้เขารู้”
เมื่อแลดด์รู้สึกตัว เขาต้องการแบ่งปันความสุขนี้กับเควินทันที และรีบบอกเลขาของเขาให้โทรหาเควิน
……………….
เควินกำลังนั่งอยู่บนโซฟาในห้องโถงขณะนั่งดูข้อมูลบางอย่างบนคอมพิวเตอร์
เมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ดัง เควินก็รีบหยิบมันขึ้นมารับสายทันที
"สวัสดีเควิน ฉันแลดด์นะ บ็อกซ์ออฟฟิศวันแรกของมิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ลออกมาแล้ว"
"เท่าไหร่?"
เควินถามอย่างใจเย็น เขาแน่ใจว่ามันคงไม่เลวร้ายเกินไป
จากนั้นตัวเลขที่น่าตกใจก็ดังออกมาจากปลายสาย
"25.68 ล้านเหรียญสหรัฐ!"
“บ็อกซ์ออฟฟิศวันแรกของมิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ลอยู่ที่ 25.68 ล้านเหรียญสหรัฐ!”
แลดด์ตะโกนด้วยความตื่นเต้น
เควินสงบมากและถามอย่างใจเย็น "แลดด์ จากประสบการณ์ของคุณ คุณคิดว่ารายได้บ็อกซ์ออฟฟิศทั่วโลกของมิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ลจะอยู่ที่เท่าไร?"
แลดด์ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วคำนวณคร่าวๆตามสูตรของMGM จากนั้นจึงตอบกลับ
“อย่างน้อยก็มากกว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ!”
“ถ้าอย่างนั้นอย่าลืมข้อตกลงของเรานะ ฉันแทบรอไม่ไหวที่จะเข้าเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว MGM แล้ว!”
เควินไม่ได้ซ่อนความคิดของเขาและพูดคุยกับแลดด์ถึงเรื่องนี้โดยตรง
แลดด์ก็ไม่ได้โต้แย้งใดๆ
ความสามารถของเควินในฐานะผู้กำกับได้รับการพิสูจน์อีกครั้งในมิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ล เขาคือผู้มีความสามารถที่MGMต้องการมากที่สุดในเวลานี้
การที่เขาได้มาเข้าร่วมก็เหมือนกับการติดปีกให้กับเสือ
“แน่นอนMGMยินดีต้อนรับคุณเข้าร่วม เราจะเริ่มการเจรจาอย่างเป็นทางการหลังจากที่มิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ลออกจากโรงแล้ว”
"MGMจะทำให้คุณพอใจอย่างแน่นอน!"
เควินพยักหน้าและวางสายเพื่อสิ้นสุดการสนทนา
ในทางกลับกันวอร์เนอร์และพาราเมาท์เองก็ได้รับข้อมูลจากโรงภาพยนตร์ในเวลาเดียวกัน
พวกเขาประหลาดใจไม่แพ้กันกับรายได้อันน่าทึ่งของมิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ลในวันแรก
ขณะที่พาราเมาท์รู้สึกประหลาดใจ แต่ก็รู้สึกเสียใจมากเช่นกัน
เค้กอร่อยในมือของพวกเขาถูกตัดออกไปแบ่งให้คนอื่นๆด้วย
สิ่งนี้ทำให้พวกเขารู้สึกเจ็บปวด แต่ในทางกลับกันลิขสิทธิ์ภาคต่อก็ยังอยู่ในมือของพวกเขา และสตีฟ เควินก็ได้วางรากฐานที่ดีสำหรับหนังเรื่องนี้ให้พวกเขาแล้ว
จากนั้นพวกเขาก็สามารถทำเงินจากมันได้โดยไม่ต้องเสี่ยงเลย
พาราเมาท์เริ่มคิดที่จะเชิญเควินและทอมครูซมาถ่ายทำมิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ล 2 ล่วงหน้า...
....................
ง่วงมากกก