เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 52 ขายลิขสิทธิ์ที่ถือครอง

ตอนที่ 52 ขายลิขสิทธิ์ที่ถือครอง

ตอนที่ 52 ขายลิขสิทธิ์ที่ถือครอง


“ว่าไงเควิน”

ใบหน้าของเจฟฟ์ โรบินอฟเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แม้แต่ริ้วรอยบนใบหน้าของเขาก็ยังดูจางลง เป็นที่ชัดเจนว่าเขาได้พบเจอกับสิ่งที่ทำให้มีความสุข ซึ่งทำให้เขายิ้มอย่างมีความสุขออกมาตลอดเวลา

“เจฟฟ์ ฉันมาหาคุณเพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ในการขายลิขสิทธิ์ของGet Out(ลวงร่างจิตหลอน)ที่ผมถือครองให้คุณในราคา 50% คุณสนใจไหม?”

เจฟฟ์ โรบินอฟที่ได้ยินแบบนั้นก็ขมวดคิ้วและพูดออกมาอย่างปรารถนาดี

“เควิน คุณเดือดร้อนอะไรหรือเปล่า ต้องการเงินเท่าไร?”

"หากจำนวนเงินไม่มากเกินไป ฉันสามารถให้คุณยืมได้โดยตรงในนามของวอร์เนอร์บราเธอส์"

เมื่อเผชิญหน้ากับเควินซึ่งเป็นผู้กำกับที่มีภาพยนตร์ดังสองเรื่องติดต่อกัน โรบินอฟก็แสดงความใจกว้างออกมา

การให้ยืมเงินเขาเป็นโอกาสที่ดีในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายอย่างแน่นอน

เควินส่ายหัวและพูดอย่างช่วยไม่ได้ “ผมยังต้องเตรียมงานสำหรับหนังเรื่องต่อไปล่วงหน้าด้วย ตามความคิดของผม มันจะเป็นโปรดักชั่นขนาดใหญ่และต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก”

โรบินอฟพยักหน้า ดูเผินๆแล้วเขาเชื่อในสิ่งที่เควินพูด

แน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือนี่ไม่ใช่เรื่องแย่สำหรับวอร์เนอร์

อันที่จริงแล้วนี่หมายถึงการจ่ายเงินสดเพื่อแลกกับโปรเจกต์ที่ดีที่มีผลตอบแทนการลงทุนในระยะยาวและมั่นคง ซึ่งจะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้บริหารระดับสูงของวอร์เนอร์อย่างแน่นอน

อีกประเด็นหนึ่งก็คือGet Out(ลวงจิตหลอนร่าง)เป็นหนังดีมากๆ เหมาะกับการเข้าชิงออสการ์เลย ซึ่งผู้บริหารระดับสูงของวอร์เนอร์ก็ได้ถกเถียงกันเกี่ยวกับเรื่องนี้มานานแล้ว

เรื่องการจะจ่ายค่าประชาสัมพันธ์เพื่อลุ้นรางวัลออสการ์ของGet Out(ลวงจิตหลอนร่าง)

หลังจากเสร็จสิ้นการเข้าซื้อนิวไลน์ซินีม่าในวันนี้ นั่นยังหมายความว่ารายได้จากลิขสิทธิ์ของGet Outที่เป็นของนิวไลน์ซินีม่าก็ตกเป็นของวอร์เนอร์ไปด้วย

หากวอร์เนอร์ซื้อลิขสิทธิ์จากเควินอีก กำไร 80 เปอร์เซ็นต์จาก Get Out ก็จะตกเป็นของวอร์เนอร์

ด้วยส่วนแบ่งนี้ จะไม่มีปัญหาสำหรับพวกเขาในการผลักดันหนังGet Outเพื่อเข้าชิงออสการ์แน่นอน

แต่….

เควินเขารู้เรื่องการหารือภายในบริษัทวอร์เนอร์รึเปล่านะ?

โรบินอฟมองดูเควินอย่างระมัดระวัง คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้สักพัก และตัดสินใจซื้อลิขสิทธิ์และรายได้ที่ตามมาโดยตรง

แม้ว่าเขาจะดีใจที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเควิน แต่ตัวตนของเขายังคงเป็นประธานบริษัทวอร์เนอร์ และเขาต้องทำสิ่งต่างๆเพื่อผลประโยชน์ของวอร์เนอร์อยู่เสมอ

นอกจากนี้ แม้ว่าเควินจะไม่ได้รับผลประโยชน์ทางการเงินใดๆจากการถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ แต่ชื่อเสียงและสถานะของเขาในแวดวงจะดีขึ้น ดังนั้นเควินเองก็ไม่เสียอะไรเลยเช่นกัน

หลังจากชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียทั้งหมดแล้ว โรบินอฟก็พูดอย่างเด็ดขาดว่า

“ในกรณีนั้น ในฐานะประธานบริษัทวอร์เนอร์ ฉันก็เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม การคำนวณรายได้ของ Get Out ในภายหลังยังต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง กว่าฉันจะสามารถเคลียร์บัญชีให้คุณได้ ก็ต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง”

เควินพยักหน้าแสดงออกว่าเขาเข้าใจโรบินอฟ

หลังจากนั้น ตามคำเชิญของโรบินอฟ ทั้งสามคนจึงไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ โรบินอฟซึ่งเป็นประธานบริษัทเป็นคนชำระเงินและจากไปก่อน

เท่ากับว่าการเดินทางมาวอร์เนอร์ในครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ

เควินและดอว์สันเดินออกจากร้านอาหาร แล้วเควินก็ถามว่า

“ดอว์สัน นายเจอผู้ช่วยและคนขับรถที่ฉันขอรึยัง?”

ดอว์สันพยักหน้า

“ฉันเจอแล้ว ผู้ช่วยคือคนบ้านเดียวกับนาย จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย อายุ 24 ปีในปีนี้ อายุน้อยกว่านายหนึ่งปี”

“เธออยู่ฮอลลีวูดมาหนึ่งปีแล้ว และเข้าใจการดำเนินงานและเนื้อหาทางธุรกิจของกลุ่มต่างๆในฮอลลีวูดเป็นอย่างดี...”

เควินขัดจังหวะการพูดของเขาและถามตรงๆ

“เธอสวยไหม?”

"แน่นอน!"

เนื่องจากเป็นคนใกล้ชิดเขาและต้องทำธุระแทนเขาในบางครั้ง เขายอมรับได้หากเธอเป็นมือใหม่และยังไม่เป็นงานนัก แต่เขาไม่ได้แน่นอนหากเธอมีหน้าตาน่าเกลียด

เพราะยังไงก็ต้องทำงานร่วมกันไปอีกนานด้วย

ความสามารถที่ไม่ดีสามารถปลูกฝังได้ แต่การเปลี่ยนจากน่าตาไม่สวยให้สวยขึ้นนั้นเป็นเรื่องยาก

หลังจากได้คำตอบที่ต้องการแล้ว เควินก็ถามต่อ

“ถ้างั้นก็ได้ผู้ช่วยแล้ว แล้วคนขับล่ะ?”

หลังจากคำพูดของเควิน ดอว์สันก็พูดต่อ

“คนขับก็หาได้แล้ว แต่... เขาเป็นจีน...”

แม้ว่าภาพลักษณ์ของเควินจะเป็นเหมือนนักรณรงค์เพื่อสิทธิความเท่าเทียม แต่ดอว์สันก็รู้ว่าเควินไม่ได้ชอบคนผิวสีมากนัก และเขาก็ไม่รู้เลยว่าเควินจะชอบคนจีนไหม

แต่คนจีนที่เขาเจอนั้นเก่งมากจนอดไม่ได้ที่จะแนะนำให้เควิน

“โอเค!”

เควินพยักหน้าและทำท่าให้ดอว์สันแนะนำต่อ

เนื่องจากเควินเคยเป็นจีนมาก่อน จึงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเลือกปฏิบัติต่อชาวจีน ในทางตรงกันข้าม ข้อดีหลายประการของชาวจีนสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ตราบใดที่อีกฝ่ายมีภูมิหลังที่สะอาด ก็ไม่มีปัญหาในการจ้างคนจีนเช่นนี้มาเป็นบอดี้การ์ดและคนขับรถของเขา

เมื่อเห็นว่าเควินไม่ได้เลือกปฏิบัติต่อชาวจีน ดอว์สันจึงแนะนำต่อ

“เขาเป็นชายชาวจีน อายุ 30 ปี สูง 175 เมตร อาศัยอยู่ในไชนาทาวน์ เขามีพ่อแม่และน้องสาวอีกสองคน เขาเคยเป็นทหาร แต่เกษียณก่อนกำหนดเพราะความผิดพลาดบาดอย่าง ปัจจุบันเขาเป็นครูสอนในโรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้ในไชนาทาวน์”

“ฟังดูดีนะ พรุ่งนี้เชิญเขามาพบฉันที่วิลล่าของฉันในเบเวอร์ลี่ฮิลส์ด้วย อย่าลืมช่วยจ่ายค่าเดินทางให้เขาด้วยล่ะ”

“ส่วนผู้ช่วย นายสามารถจัดการให้เธอมาอยู่ที่บริษัทสักสองสามวันก่อนได้ แล้วฉันจะติดต่อเธอในภายหลัง ฉันมีงานอื่นที่ต้องทำในช่วงนี้”

หลังจากจัดการงานบ้านเสร็จแล้ว เควินและดอว์สันก็ไปที่ธนาคารด้วยกัน จากนั้นเควินก็ออกจากธนาคารพร้อมเช็คจำนวนหนึ่งและนั่งรถกลับไปที่เบเวอร์ลีฮิลส์

……………..

การอยู่ร่วมกับสาวสวยสองคนทุกวันนั้นช่างยากจะทนได้(หมายถึงแองเจลิน่า โจลี่กับซัลม่า ฮาเย็ค) ดังนั้นเควินจึงออกมานั่งจิบเครื่องดื่มเพื่อพักหายใจหายคอบ้าง

แม้ว่าทั้งคู่จะเป็นผู้หญิงของเขา แต่ก็ชัดเจนว่าโจลี่ได้รับประโยชน์จากเขามากกว่า เควินตัดสินใจว่าในภาพยนตร์เรื่องต่อไป เขาจะสนับสนุนซัลมา ฮาเย็คอย่างแน่นอน

ขณะนั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ในห้องโถง เควินก็เริ่มคิดเกี่ยวกับสถานการณ์ที่มาร์เวลอีกครั้ง

สายลับที่เขาซื้อตัวไว้ที่มาร์เวลได้ส่งข้อมูลทั้งหมดไว้ให้กับดอว์สันแล้ว

จบบทที่ ตอนที่ 52 ขายลิขสิทธิ์ที่ถือครอง

คัดลอกลิงก์แล้ว