เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 51 แบ่งกำไรจาก Get Out

ตอนที่ 51 แบ่งกำไรจาก Get Out

ตอนที่ 51 แบ่งกำไรจาก Get Out


เมื่อพวกเธอตกไปอยู่จุดนั้ขึ้นมาจริงๆ การจะกลับมาตั้งหลักได้อีกครั้งนั้นยากมาก

หากต้องการหางานทำอย่างเป็นทางการในสหรัฐอเมริกา คุณจะต้องมีที่อยู่อาศัยถาวร และที่อยู่อาศัยถาวรนั้นต้องใช้เงินจำนวนมาก ดังนั้น เมื่อคุณกลายเป็นคนไร้บ้าน คุณก็แทบจะทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว

คนเหล่านั้นที่ร่วงลงสู่จุดต่ำสุดของสังคมและไม่สามารถยืนขึ้นได้อีก

ดังนั้นเธอและน้องสาวจึงเข้าใจตั้งแต่เนิ่นๆถึงความสำคัญของการหาผู้ชายที่ร่ำรวย

และจะเป็นการดีที่สุดหากชายร่ำรวยที่ว่าหน้าตาดีด้วย

เควินเป็นรายชื่อบนสุดของเหยื่อที่ถูกเธอกับน้องสาวของเธอเล็งเอาไว้ และแม้แต่ดอว์สันที่เป็นลุงของพวกเธอเองก็ไม่รู้เรื่องนี้ด้วยซ้ำ

“บอสเควิน!”

ขณะนั้นเอง ดอว์สันที่ถูกเอมม่าไปตามตัวก็โผล่มา และเข้ามาอยู่ข้างเควิน

ดอว์สันโบกมือเป็นสัญญาณให้เฮเลนและเอมม่าไปที่แผนกต้อนรับของพวกเธอ

สองพี่น้องเดินออกไปอย่างเชื่อฟัง และกระซิบกระซาบกันถึงเรื่องเควินกันอย่างลับๆ

หลังจากสองสาวออกไปแล้ว

ทั้งดอว์สันและเควินก็มาที่ห้องประธาน

แม้ว่าจะไม่มีใครอยู่เลยเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว แต่ดอว์สันก็ยังทำหน้าที่ดูแลบริษัทได้ดี อย่างน้อยมันก็ดูสะอาดและสวยงาม

เควินเอนตัวลงบนโซฟาแล้วพูด “ทุกคนมากันหมดไหม?”

ก่อนจะไปถ่ายทำมิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ล เควินสั่งให้ดอว์สันโอนสัญญาของนักแสดงหลายคนภายใต้การดูแลของดอว์สันเองตอนอยู่CAAมาที่บริษัทนี้

หลายๆคนคือคนที่เขาเห็นศักยภาพและให้ดอว์สันเซ็นสัญญา และเขาไม่อยากให้CAAได้รับผลประโยชน์นั้นไป

ดอว์สันพยักหน้าและพูดอย่างจริงจัง

“คลาร์ก เกร็ก(คนเล่นเป็นจิ๊กซอว์), ซัลมา ฮาเย็ค(นางเอกSaw) และแองเจลิน่า โจลี่เซ็นสัญญากับบริษัทของเราแล้ว แต่ก็ได้แค่สามคนนี้เท่านั้นเพราะนายไม่ได้อยากได้คนที่เหลือ ในส่วนของวิลล์ สมิธ ตอนนี้เขาดังเป็นพลุแตก เราไม่มีทรัพยากรเพียงพอที่จะดึงดูดเขา”

เพราะนี่เป็นงานชิ้นแรกที่เขาได้รับหลังจากเปลี่ยนที่ทำงาน เขาจึงทำอย่างดีที่สุดแล้ว

“เอาล่ะ แค่นี้ก็พอแล้ว ตอนนี้เราไม่มีทรัพยากรมากมายนัก แค่สามคนนี้ก็ดีพอแล้วล่ะ ภายในสิ้นปีนี้ เราจะมีทรัพยากรมากขึ้น”

เควินกำลังคิดอยู่ในใจ

ดอว์สันไม่ถามคำถามเพิ่มเติมอีก

เขาได้เห็นความสามารถของเควินแล้ว อีกฝ่ายไม่ได้พูดมันออกมาด้วยความคิดริเริ่มของตัวเอง และดอว์สันก็จะไม่ถาม เขาจะรู้ด้วยตัวเองเมื่อถึงเวลา

และแผนของเควินในตอนนี้คือการเข้าซื้อหุ้นของ MGM

หลังจากที่เขากลายเป็นผู้ถือหุ้นของ MGM แล้ว ด้วยสถานะของเขาในตอนนั้น เขาก็สามารถครอบครองทรัพยากรด้านภาพยนตร์และสื่อโทรทัศน์ได้มากมาย และนำมันมาสนับสนุนบริษัทของเขาเองได้

หากเขาต้องการมีฐานที่มั่นในฮอลลีวูด เขาจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรให้เต็มที่ เขามีแผนที่สมบูรณ์แบบในเรื่องนี้ แต่ทั้งหมดนี้ต้องเริ่มต้นจาก MGM

MGM เป็นก้าวแรกของความยิ่งใหญ่ในฮอลลีวูดของเขา และมันต้องไม่มีอะไรผิดพลาด

เควินยิ้มและมองไปที่ซีอีโอดอว์สัน(ก่อนหน้านี้เหมือนจะเคยบอกว่าประธาน เปลี่ยนเป็นซีอีโอไปก่อนนะครับ)ตรงหน้าเขาแล้วพูดออกมา

“ดอว์สัน ไปที่วอร์เนอร์กับฉันเพื่อเคลียร์บัญชีหน่อยก็แล้วกัน วอร์เนอร์คำนวณส่วนแบ่งรายได้จากบ็อกซ์ออฟฟิศของภาพยนตร์เรื่องGet Out(ลวงจิตหลอนร่าง)ไว้แล้ว พวกเขากำลังรอให้เราเซ็นสัญญาและรับเงินอยู่”

ดอว์สันรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้ยินแบบนั้น เพราะเงินในบัญชีของบริษัทมีไม่มากนักในตอนนี้ ทำให้เขาในฐานะซีอีโอรู้สึกไม่มั่นใจ แต่เมื่อเขาได้ยินว่าจะมีเงินก้อนโตเข้ามาในเร็วๆนี้ เขาก็รู้สึกตื่นเต้นทันที

ต้องรู้ว่าเควินเสนอเงินเดือนให้เขาปีละ 500,000 เหรียญสหรัฐ และยังสัญญาว่าจะเพิ่มเงินเดือนให้เขาปีต่อปี ขึ้นอยู่กับเวลาและการพัฒนาของบริษัทมอร์นิ่งสตาร์ฟิล์ม

ด้วยเงินเดือนประจำปีขนาดนี้นี้ สถานะของเขาในครอบครัวก็จะแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง การเอาอกเอาใจของภรรยาทำให้เขาได้สัมผัสเป็นครั้งแรกว่าสถานะของผู้ชายเป็นอย่างไร

สิ่งนี้ทำให้เขามีความภักดีต่อเควินมาก สิ่งเดียวที่เขากังวลคือเควินจะไม่มีเงินเพียงพอที่จะสนับสนุนบริษัทมอร์นิ่งสตาร์ฟิล์มได้

โดยธรรมชาติแล้วเขาจะมีความสุขมากกว่าใครๆเมื่อเควินหาเงินได้

“โอเค เราจะไปเมื่อไหร่? หรือว่าตอนนี้เลยดี?”

เควินตั้งใจจะนั่งพักสักครู่ แต่ไม่คิดว่าดอว์สันจะกระตือรือร้นมากขนาดนี้ เขาจึงลุกขึ้นยืนทันที

ทั้งสองเดินไปที่ประตูบริษัท

"บ้ายบาย บอสเควิน!"

เฮเลนและเอมม่าอำลาเควินด้วยรอยยิ้มและเสียงหวาน

เมื่อได้ยินเสียงนี้ เควินก็อดไม่ได้ที่จะเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น

เควินจะไม่มีวันปล่อยปีศาจน้อยทั้งสองนี้ไปเมื่อพวกเธอโตขึ้น

บ้าเอ๊ย! รูปร่างพวกเธอล่อตาล่อใจคนอื่นได้ตั้งแต่อายุยังน้อยแล้ว

ดอว์สันที่ยืนอยู่ข้างๆมองดูสีหน้าของเควินแล้วก็ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

เหตุผลที่เขาเรียกเฮเลนและเอมม่ามาก็เหมือนกับการส่งแกะเข้าปากเสือ แน่นอนว่านี่ก็เป็นการช่วยเหลือเฮเลนและเอมม่าด้วยเช่นกัน

เขารู้จักลักษณะนิสัยของเควินและรู้ว่าตราบใดที่เขาติดตามเควินอย่างซื่อสัตย์ เขาจะไม่มีวันประสบกับความสูญเสียใดๆ

เมื่อคุณคุ้นเคยกับเควินแล้ว ชีวิตคุณจะไม่มีอะไรต้องห่วงอีกต่อไป

…………..

โครงการควบรวมและซื้อกิจการกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการภายในบริษัทวอร์เนอร์

ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทวอร์เนอร์มีมติซื้อหุ้นของนิวไลน์ซินีม่าในราคาสูง เพื่อเข้าควบคุมและรวมหุ้นเหล่านี้เข้าด้วยกัน

เนื่องจากอิทธิพลของภาพยนตร์สองเรื่องของเควินและลิขสิทธิ์ของSaw(เกมต่อตาย ตัดเป็น) ทำให้มูลค่าของบริษัทนิวไลน์ซินีม่าเพิ่มขึ้นกว่าที่ควรจะเป็นมาก

อย่างไรก็ตาม หลังจากการศึกษาและวิเคราะห์อย่างรอบคอบ ผู้บริหารของวอร์เนอร์ก็ตกลงกันเป็นเอกฉันท์ว่านิวไลน์ซินีม่านั้นคุ้มค่าเงิน จึงจ่ายเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์และซื้อหุ้นของนิวไลน์กว่า 51%

หลังการเข้าซื้อกิจการ อำนาจการตัดสินใจของนิวไลน์จะยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แต่บุคลากรของวอร์เนอร์หลายคนได้รับมอบหมายให้ดูแลการเงินของนิวไลน์ และจะมีสมาชิกอีกหนึ่งคนถูกส่งเข้ามาอยู่ในคณะกรรมการบริหารของนิวไลน์ด้วย

อย่างไรก็ตาม ด้วยผลการดำเนินงานของบริษัทที่กำลังเติบโตอย่างมั่นคง สมาชิกคณะกรรมการบริหารที่วอร์เนอร์ส่งมาจึงจะยังไม่ทำอะไรที่อาจขัดขวางกันเติบโตนั้น เขาจึงจะเป็นเหมือนคณะกรรมการบริหารแค่ในนามไปก่อน

หลังจากเสร็จสิ้นการส่งมอบธุรกิจทั้งหมดแล้ว เชย์และเจฟฟ์ โรบินอฟก็จับมือกันด้วยรอยยิ้ม เห็นได้ชัดว่าทั้งสองฝ่ายพอใจกับข้อตกลงนี้

ทันทีที่เชย์ออกไป เควินและดอว์สันก็มาถึงวอร์เนอร์บราเธอส์

เจ้าหน้าที่นำเควินไปที่ห้องรับรองและวางเอกสารปึกนึงไว้ตรงหน้าเควิน

นี่เป็นเอกสารเกี่ยวกับรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศของGet Out(ลวงจิตหลอนร่าง)

จากนั้นก็มาถึงเอกสารใบสุดท้ายที่เป็นบทสรุป

[Get Out(ลวงจิตหลอนร่าง) ทำรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศทั้งในประเทศและต่างประเทศรวมอยู่ที่ 189,826,360 เหรียญสหรัฐ หลังจากหักค่าใช้จ่ายต่างๆออกจากส่วนแบ่งรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศแล้ว รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศของนักลงทุนอย่างมอร์นิ่งสตาร์ฟิล์มจะอยู่ที่ 34,160,000 เหรียญสหรัฐ...]

เควินขี้เกียจเกินกว่าจะดูรายละเอียดที่เหลือ แต่โดยรวมแล้วก็แทบจะเหมือนกับที่เขาคาดหวังไว้

ผลงานของ Get Out(ลวงจิตหลอนร่าง) เป็นไปตามที่เขาจินตนาการไว้ทีเดียว แม้ว่า Get Out จะมีคุณภาพสูงในฐานะภาพยนตร์ระทึกขวัญเกี่ยวกับสิทธิความเท่าเทียม แต่ความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่อาจแยกจากผลกระทบจากเหตุจลาจลที่ลอสแองเจลิสในปีนี้ได้

เนื่องจากเป็นภาพยนตร์ที่มุ่งเป้าไปที่คนผิวสี จึงทำรายได้มากกว่า 100 ล้านเหรียญในอเมริกาเหนือ แต่ในต่างประเทศกลับทำรายได้ได้เพียงไม่กี่สิบล้านเหรียญเท่านั้น แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นไปตามที่เควินคาดหวังไว้

หลังจากแบ่งรายได้จากบ็อกซ์ออฟฟิศให้กับโรงภาพยนตร์แล้ว ประมาณ 60% ที่เหลือจะเป็นกำไรของบริษัทภาพยนตร์ โดยไม่รวมค่าใช้จ่ายด้านต้นทุนกับการตลาด

นี่คือจำนวนเงินที่เควินได้มาในที่สุด และกำไรที่เขาได้รับถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูงเลยทีเดียว

นอกจากนี้ ในฮอลลีวูด รายได้จากการฉายภาพยนตร์เป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้น รายได้ที่ตามมาก็มีมูลค่ามหาศาล ซึ่งรวมถึงค่าลิขสิทธิ์จากการฉายผ่านสถานีโทรทัศน์ ดีวีดี และปัจจัยอื่นๆ

รวมๆก็เป็นเงินจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว

เควินเรียกเจ้าหน้าที่มาและขอให้พวกเขาลงนามเอกสารยืนยันส่วนแบ่งก่อน จากนั้นจึงขอให้พวกเขาเชิญเจฟฟ์ โรบินอฟมาพูดคุยเรื่องอื่นๆ

จบบทที่ ตอนที่ 51 แบ่งกำไรจาก Get Out

คัดลอกลิงก์แล้ว