เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 42 MGMเริ่มดำเนินการ

ตอนที่ 42 MGMเริ่มดำเนินการ

ตอนที่ 42 MGMเริ่มดำเนินการ


ตอนนี้เควินเปรียบเสมือนห่านทองคำ และทุกคนต่างต้องการที่จะได้ส่วนแบ่งกำไรจากภาพยนตร์ที่เขาสร้าง

ไม่เว้นแม้แต่ฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์

ภาพยนตร์ต่อเนื่อง 2 เรื่องทำเงินได้ดี นั่นหมายความว่าเควินมีความสามารถ และโอกาสที่ภาพยนตร์เรื่องต่อไปของเขาจะทำเงินได้ก็สูงถึง 80% เช่นกัน

ตราบใดที่เขายังคงสร้างหนังสยองขวัญงบประมาณต่ำอย่างนี้ ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการลงทุนเลย

คงจะเป็นเรื่องโกหกหากฮาร์วีย์ ไสน์สไตน์บอกว่าเขาไม่ได้อิจฉาเมื่อเห็นว่าวอร์เนอร์บราเธอส์และนิวไลน์ซินีม่าทำเงินได้มหาศาล

จุดประสงค์ในการมางานปาร์ตี้ครั้งนี้คือเพื่อดูลาดเลาหนังเรื่องต่อไปของเควิน

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการแสดงความยินดีของฮาร์วีย์ เควินไม่สามารถแสดงปฏิกิริยาไม่เหมาะสมได้ เขาจึงได้แต่ตอบกลับไป

"ขอบคุณครัล!"

รูปลักษณ์ภายนอกที่เฉยเมยของเควินไม่ได้หยุดยั้งฮาร์วีย์ไม่ให้เข้าหาต่อ

เขากำลังจะพูดคุยเรื่องธุรกิจที่มีมูลค่าหลายสิบหรืออาจจะร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ เพราะงั้นเขาไม่สนใจเลยว่าอีกฝ่ายจะเย็นชาใส่เขาไหม

ฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์เดินเข้าไปใกล้ๆเควินและพูดอย่างจริงจัง "เควิน คุณเพิ่งเข้าฮอลลีวูดได้ไม่นาน ดังนั้นคุณเลยอาจไม่รู้สถานการณ์บางอย่าง"

“ในฮอลลีวูด รางวัลออสการ์ถือเป็นหนทางที่เร็วที่สุดในการเป็นผู้กำกับที่ยิ่งใหญ่”

เควินพยักหน้า ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ชอบฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์ แต่เขาก็ต้องยอมรับว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นสมเหตุสมผล

หากคุณไม่ได้รับการยอมรับจากออสการ์ คุณก็ต้องสร้างผลงานคลาสสิกมากมายถึงจะได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้กำกับชื่อดัง

แต่หากเขาได้รับการยอมรับด้วยรางวัลอย่างออสการ์ ต่อให้เขามีผลงานคลาสสิกแค่สองสามเรื่อง และได้รับการโปรโมตผ่านสื่อ เขาก็จะกลายเป็นผู้กำกับชื่อดังทันที

แน่นอนว่าได้เป็นแค่ชื่อดัง

การจะเป็นผู้กำกับที่ยิ่งใหญ่จะพึ่งแค่ผลงานคลาสสิกไม่ได้ เขาต้องมีหนังฟอร์มยักษ์ออกมาด้วย

เมื่อคิดถึงจุดนี้ เควินก็เริ่มคิดถึงงานต่อไปของเขา

เขาตัดสินใจที่จะสร้างหนังที่มีโปรดักชั่นขนาดกลางค่อนไปทางใหญ่

ไม่งั้นถ้าเขาเอาแต่ทำหนังทุนต่ำไปเรื่อยๆ ตอ่ให้เขาจะโด่งดังก็ตาม แต่การจะได้รับการยอมรับเป็นวงกว้างคงเป็นเรื่องยาก

เมื่อเห็นว่าท่าทีของเควินเปลี่ยนไปเล็กน้อย ฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์ก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมาทันที และพูดในขณะที่เหล็กยังร้อนอยู่ว่า(สำนวนตีเหล็กตอนกำลังร้อน หมายถึงลงมือทันทีเมื่อเห็นโอกาส)

“มาร่วมงานกันเถอะเควิน”

"มิราแมกซ์ ฟิล์มส์(Miramax Films) มีประสบการณ์มากมายในการคว้ารางวัลและสามารถช่วยให้คุณเพิ่มโอกาสคว้ารางวัลออสการ์สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมได้"

……………….

ในขณะที่ฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์กำลังโน้มน้าวเควิน ประธานของMGMอย่างแลดด์ซึ่งสวมสูทและผูกเน็คไทและมีหน้าตาเหมือนชายผิวขาวชั้นสูงก็เข้ามาหาเควิน

"สวัสดีครับคุณเควิน ฉันชื่อแลดด์ ประธานบริษัทMGM!"

ชายผิวขาวมีหน้าตาที่ดูเป็นคนใจดี และสถานะของเขาในฮอลลีวูดก็ไม่ต่ำเช่นกัน

แลดด์เพิกเฉยต่อฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์อย่างสิ้นเชิงและพูดกับเควินต่อ

“เราสามารถให้เงื่อนไขแบบเดียวกับที่มิราแมกซ์ให้คุณได้ และเรายังสามารถให้เงื่อนไขที่พวกเขาให้ไม่ได้อีกด้วย”

แม้ว่าเควินจะไม่รู้จักแลดด์ที่อยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้ แต่เขาก็รู้ว่าหลังจากปี 1993 MGMจะมีประธานคนใหม่

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ประธานคนปัจจุบันของMGMอาจจะก้าวลงจากตำแหน่งในปีหน้า

งั้นชายคนนี้มาหาเขาเพราะต้องการพลิกสถานการณ์ของMGMรึเปล่า?

ฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์มีใบหน้าที่มืดหม่นลงเมื่อเขาเห็นประธานบริษัทMGMเข้ามาสกัดกั้นเขาไว้

พูดตรงๆว่าเขาโกรธมากเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ แต่MGMมีรากฐานในฮอลลีวูดที่เขาแทบจะเทียบไม่ได้เลย

MGMซึ่งมีโลโก้สิงโตเป็นจุดเด่น เคยถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของสหรัฐอเมริกา และได้สร้างสรรค์ผลงานคลาสสิกมากมาย

จนกระทั่งถึงปัจจุบัน เนื่องมาจากการบริหารจัดการที่ไม่ดี ก็ได้ทำให้เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินครั้งใหญ่

อย่างไรก็ตาม คอนเนคชั่นและอิทธิพลที่สะสมมาตลอดหลายปียังไม่ใช่สิ่งที่ฮาร์วีย์สามารถทำให้ขุ่นเคืองได้

ฮาร์วีย์สามารถทุ่มทุนเพื่อช่วยเควินในรางวัลออสการ์ได้ MGMเองก็ทำได้เช่นเดียวกัน

โจลี่ที่ยืนอยู่ข้างๆรู้สึกตื่นเต้นมากเมื่อเธอได้ยินแบบนี้

ไม่ว่าจะเป็นฮาร์วีย์หรือMGM ทั้งคู่ก็เป็นคนที่เธอไม่สามารถเอื้อมถึงได้ในตอนนี้ และคนเหล่านี้ต่างก็ต้องการร่วมมือกับเควิน

นี่คือเสน่ห์ของผู้กำกับ

สถานะของดาราในฮอลลีวูดนั้นต่ำกว่าผู้กำกับมาก

สถานะของซูเปอร์สตาร์อย่างลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอนั้นแตกต่างอย่างมากจากผู้กำกับชื่อดังอย่างสปีลเบิร์ก

การจะสามารถทำอะไรได้อย่างอิสระในวงการนี้ต้องพึ่งสถานะที่สูงส่ง

ตราบใดที่ผู้กำกับประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง เขาก็สามารถเป็นแขกของบริษัทภาพยนตร์ใหญ่ๆได้สบายๆ

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือในฐานะผู้กำกับ คุณไม่จำเป็นต้องใส่ใจกับภาพลักาณ์สาธารณะมากมายนักหรือการใช้ชีวิตเหมือนอย่างนักแสดงด้วย

เมื่อเพื่อเห็นว่าประธานMGMมาด้วยความปรารถนาดี เควินก็ย่อมไม่ปฏิเสธเป็นธรรมดา

“ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานกับ MGM แต่ผมยังไม่มีโปรเจ็กต์ใดที่น่าสนใจเลย ดังนั้นอาจต้องรอสักพัก”

เควินพูดอย่างสุภาพ

หลังจากได้ยินสิ่งที่เควินพูด ฮาร์วีย์ก็ออกไปด้วยความโกรธและจะจดจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ไว้

"ผู้กำกับเควิน MGMสามารถให้เงินลงทุนแก่หนังเรื่องต่อไปของคุณโดยตรงได้มากกว่า 30 ล้านเหรียญสหรัฐ ตราบใดที่คุณตกลงให้MGMเข้าร่วมลงทุนในภาพยนตร์เรื่องต่อไปของคุณ"

แลดด์ได้เปิดเผยเงื่อนไขโดยตรง โดยระบุว่าจะลงทุนสูงถึง 30 ล้านเหรียญสหรัฐ นี่เป็นเงินที่แม้แต่MGMเองก็จะขาดทุนมหาศาลหากการลงทุนล้มเหลว

บริษัทภาพยนตร์ฮอลลีวูดในปัจจุบันไม่สามารถรับการสูญเสียมูลค่า 100 ล้านเหรียญได้

ในฐานะบริษัทจดทะเบียน ความสำเร็จหรือความล้มเหลวของภาพยนตร์และหุ้นของบริษัทมีความเกี่ยวโยงกัน

เมื่อภาพยนตร์เรื่องหนึ่งขาดทุนหลายร้อยล้านดอลลาร์ ราคาหุ้นก็จะร่วงลงอย่างรุนแรงซึ่งส่งผลกระทบร้ายแรง

เมื่อเผชิญกับเงื่อนไขที่จริงใจของMGMทำให้เควินปฏิเสธได้ยากจริงๆ

แต่เขายังไม่ได้จัดสินใจเกี่ยวกับหนังเรื่องต่อไปของเขาเลย

โกสต์ไรเดอร์ที่ถูกวางแผนไว้ในตอนแรกไม่เหมาะสำหรับการถ่ายทำในขณะนี้

เพราะถ้าเขาถ่ายทำหนังเรื่องนั้นไปแล้วมันสร้างชื่อให้กับมาร์เวลมหาศาล การจะซื้อมาร์เวลหลังจากนั้นคงเป็นเรื่องที่ยากแน่นอน

สำหรับงานอื่นๆเขายังคงต้องคิดอย่างรอบคอบ

ในขณะเดียวกัน เขายังต้องสำรวจตลาดภาพยนตร์ใน 2 ปีที่ผ่านมาและดูว่าภาพยนตร์ประเภทใดได้รับความนิยมสูงสุดซะก่อน

“โอเค เมื่อโปรเจกต์เรื่องต่อไปของผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมจะติดต่อคุณไป”

แต่ดูเหมือนว่าคำตอบของเควินจะยังไม่ได้ทำให้แลดด์พอใจเท่าไหร่

ดังนั้นแลดด์เลยตัดสินใจยื่นข้อเสนอสุดท้าย

"เควิน หากคุณเต็มใจที่จะร่วมมือกับMGMต่อไปหลังจากที่ภาพยนตร์เรื่องแรกของคุณกับMGMประสบความสำเร็จแล้ว ผู้ถือหุ้นของเราเต็มใจที่จะสละหุ้นของบริษัทเราบางส่วนให้คุณ"

หุ้นMGM?

จู่ๆดวงตาของเควินก็เบิกกว้างขึ้น

เนื่องจากเขาคลุกคลีในอุตสาหกรรมภาพยนตร์มานานตั้งแต่ในชีวิตที่แล้ว เขาจึงมีความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของMGMอยู่บ้าง

ภายใต้สถานการณ์ปกติ MGMจะต้องประกาศล้มละลายในปี 2010 และดำเนินการปรับโครงสร้างใหม่

แน่นอนว่าไม่ใช่ว่าไม่มีใครไม่อยากซื้อ แต่เป็นเพราะไม่สามารถตกลงราคากันได้

MGMต้องการขายตัวเองในราคา 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ แต่ข้อเสนอสูงสุดที่ถูกเสนอมากลับไม่เกิน 3 พันล้านเหรียญสหรัฐเลย และไม่ใช่ในรูปแบบเงินสด แต่เป็นในรูปแบบของการแลกเปลี่ยนหุ้น

และสำหรับเควินในตอนนี้ ต่อให้เป็นสามร้อยล้านก็ยังยากที่จะเอื้อมถึงแล้ว

เพราะงั้นการเสนอหุ้นให้เขาในตอนนี้จึงทำให้เขารู้สึกสนใจมาก

จบบทที่ ตอนที่ 42 MGMเริ่มดำเนินการ

คัดลอกลิงก์แล้ว