- หน้าแรก
- เกิดใหม่มาเป็นผู้กำกับสุดเจ๋งในฮอลลีวูด
- ตอนที่ 29 การฉายภายในบริษัท
ตอนที่ 29 การฉายภายในบริษัท
ตอนที่ 29 การฉายภายในบริษัท
ยังคงเป็นบรรณาธิการคนเดิมที่เควินคุ้นเคย ทันทีที่พวกเขาพบกัน ก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมาก และพวกเขาก็เริ่มกระบวนการตัดต่ออย่างรวดเร็ว
หลังจากใช้เวลาตัดต่ออย่างบ้าคลั่งในห้องตัดต่อติดต่อกันถึงสิบวัน ภาพยนตร์ฉบับฉบับร่างที่เควินต้องการก็สำเร็จจนได้
แต่ยังมีงานซับซ้อนอย่างอื่นอีก เช่น การแก้ไขเสียง การเลือกเพลงประกอบฉาก และการพากย์เสียงนักแสดงหลังการผลิต
ในฮอลลีวูดมีแหล่งรวมเพลงสาธารณะอยู่ บริษัทภาพยนตร์ใหญ่ๆก็มีลิขสิทธิ์เพลงเป็นของตัวเองเช่นกัน
ด้วยของขวัญที่ใจดีจากวอร์เนอร์บราเธอส์ หรือเพราะราคาเพลงของพวกเขามันต่ำตั้งแต่แรกจนไม่จำเป็นต้องเก็บเงิน เควินจึงตัดสินใจเลือกเพลงที่มีกลิ่นอายคล้ายกับของต้นฉบับและใส่มันเข้าไป จนสุดท้ายก็นำมาตัดต่อรวมกันจนได้เป็นเวอร์ชันสุดท้าย
สิ่งต่อไปที่ต้องทำคือเอาไปฉายให้เหล่าผู้บริหารดู
……………..
วันที่ 20 มีนาคม ค.ศ.1992 ได้มีการจัดฉายภาพยนตร์ภายในเรื่อง Get Out(ลวงร่างจิตหลอน) อย่างเป็นทางการ
ที่หน้าบริษัทนิวไลน์ซินีม่า เจฟฟ์ โรบินอฟที่เป็นประธานบริษัทวอร์เนอร์บราเธอส์มาถึงตรงเวลาด้วยรถยนต์เบนท์ลีย์สุดหรูของเขาเอง
มีผู้ตรวจสอบภาพยนตร์สองคนของบริษัทวอร์เนอร์ร่วมเดินทางมากับเขาด้วย ซึ่งมีหน้าที่จัดเรตติ้งภาพยนตร์ ที่น่าสังเกตคือหนึ่งในนั้นเป็นคนผิวสี
จะเห็นได้ว่าแนวคิดของเควินในการดึงดูดคนผิวสีเข้าสู่โรงภาพยนตร์ซึ่งเขาได้กล่าวถึงในคราวก่อน ได้สร้างความประทับใจให้กับเจฟฟ์ โรบินอฟไม่น้อย
ดังนั้นครั้งนี้เขาจึงได้พาผู้ตรวจสอบผิวดำเข้ามาเพื่อรับผิดชอบการจัดเรตของเรื่อง Get Out(ลวงร่างจิตหลอน) โดยเฉพาะ
“เควิน!”
เจฟฟ์ โรบินอฟทักทายเควินอย่างกระตือรือร้น ผู้กำกับที่ประสบความสำเร็จคือทรัพยากรที่มีค่าและน่าดึงดูดในฮอลลีวูด ไม่มีใครอยากทำให้พวกเขาขุ่นเคือง เว้นแต่จะจำเป็นจริงๆ
เพราะการทำให้พวกเขาขุ่นเคืองหมายถึงการพลาดโอกาสที่จะได้รับสมบัติล้ำค่า
การที่เจฟฟ์ได้ดำรงในตำแหน่างประธาน นั่นหมายถึงเขาต้องมีความสามารถในการจัดการกับผู้อื่นเป็นอย่างดี
เควินก็ตอบกลับด้วยรอยยิ้มเช่นกัน ประธานบริษัทวอร์เนอร์บราเธอส์มีสถานะที่สูงมากในวงการนี้ โดยทั่วไปแล้วคนอย่างเจฟฟ์ โรบินอฟคงไม่แสดงท่าทีเป็นมิตรกับเขามากนัก
เว้นเสียแต่ว่า…….
อีกฝ่ายอยากจะผูกมิตรกับตัวเขามาก
ดูเหมือนว่าเรื่องราวภายในบริษัทวอร์เนอร์จะไม่ราบรื่นนัก
เควินคิดในใจอย่างเงียบๆ แต่ในความทรงจำของเขา เจฟฟ์ โรบินอฟจะดำรงตำแหน่งต่อไปได้อีกเป็นสิบปี ดูเหมือนว่าแม้จะไม่มีการสนับสนุนจากเขา เจฟฟ์ โรบินอฟก็ยังมีวิธีอื่นอยู่
เจฟฟ์ โรบินอฟแสดงท่าทีกระตือรือร้นมาก ดังนั้นเควินจึงไม่แสดงท่าทีเย็นชาโดยธรรมชาติ
ทั้งสองฝ่ายได้เดินทางมายังห้องฉายภาพยนตร์ภายในบริษัทนิวไลน์ซินีม่าอย่างมีความสุข
คนเจ็ดหรือแปดคนรวมทั้งเควินกำลังร่วมกันชื่นชมผลงานของ Get Out(ลวงร่างจิตหลอน) ด้วยกัน
โดยไม่รอช้า ภาพยนตร์ก็เริ่มเล่นทันทีที่ทุกคนมารวมตัวกัน
โลโก้ของวอร์เนอร์, นิวไลน์ซินีม่าและมอร์นิ่งสตาร์ฟิล์ม(ของพระเอก) ปรากฏขึ้นทีละอันบนจอภาพขนาดใหญ่ ตามมาด้วยชื่อของผู้กำกับ นักแสดง และทีมงานเบื้องหลังที่ปรากฏบนหน้าจอ
จากนั้นจอก็ดับลง และภาพยนตร์ก็เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ
หนังเริ่มต้นด้วยเนื้อเรื่องสั้นๆที่ชายผิวสีได้รับคำเชิญทางโทรศัพท์ให้ไปที่ถนนที่มีบรรยากาศแปลกๆ ชายผิวสีบ่นเรื่องสภาพแวดล้อมแปลกๆอยู่ตลอดเวลา ขณะที่มองหาจุดหมายปลายทางไปเรื่อยๆ
จากนั้น รถคันสีขาวก็ขับออกมาดักชายผิวสีคนนั้นไว้ พร้อมกับเพลงที่ชื่อ Run Rabbit Run(รัน แรบบิท รัน ของ Flanagan and Allen เผื่อใครอยากหาฟังนะครับ แต่หลอนนิดนึง) ดังออกมา ซึ่งเป็นเพลงที่ดูแปลกประหลาดมาก
ตอนนี้บรรยากาศของหนังเปลี่ยนไปทันที
ผู้คนหลายคนถูกดึงดูดความสนใจเข้าสู่ภาพยนตร์ทันทีเพราะเนื้อเรื่องเปิดนี้
จากนั้นก็มีบุคคลนิรนามคนหนึ่งออกมาจากรถสีขาว ทำให้ชายผิวดำหมดสติ และลากเขาไปที่ท้ายรถ
จากนั้นกลางคืนก็เปลี่ยนเป็นกลางวัน และคู่รักผิวขาวและดำก็ปรากฏตัวต่อหน้าทุกคน
ชายผิวดำกำลังเช็ดร่างกายตัวเอง กล้ามเนื้อที่ดูบางแต่ก็แข็งแรงของเขาแสดงให้เห็นว่าเขาแข็งแกร่งมาก และเขาดูเข้ากันได้อย่างลงตัวกับแฟนสาวคนสวยของเขา
เมื่อเห็นเช่นนี้ เชย์และเจฟฟ์ โรบินอฟก็รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
ประวัติศาสตร์ของประเทศนี้คือประวัติศาสตร์ของการเผชิญหน้าระหว่างคนผิวดำกับคนผิวขาว จนถึงขณะนี้ แม้ว่าสถานะของคนผิวดำจะดีขึ้นมาก แต่การเลือกปฏิบัติระหว่างคนผิวขาวกับคนผิวดำยังคงฝังแน่นอยู่ในใจของพวกเขาอย่างเงียบๆ
คู่รักซึ่งประกอบด้วยชายผิวดำและหญิงผิวขาวทำให้พวกเขารู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
ความรู้สึกนี้สามารถเปรียบเทียบได้กับความรู้สึกของคนไทยที่เห็นกะเพราหมูกรอบใส่ถั่วฟักยาว(แต่ผมชอบกินนะ) ยังไงยังงั้น
…………….
เมื่อภาพยนตร์ดำเนินไป เชย์กับเจฟฟ์ก็ตระหนักได้ว่าทุกอย่างแตกต่างไปจากที่พวกเขาจินตนาการไว้
หญิงผิวขาวกำลังมองหาชายผิวดำที่มีความแข็งแกร่งเพื่อจะขายร่างกายของเขาให้กับผู้คนในครอบครัวใหญ่ของพวกเขา ชายผิวดำเป็นแค่สินค้าสำหรับคนผิวขาวเท่านั้น
เหมือนกับทาสผิวดำในสมัยนั้น...
ภาพยนตร์เรื่องนี้จบลงในไม่ช้า เมื่อพระเอกผิวสีสังหารคนผิวขาวที่มองว่าเขาเป็นแค่สินค้า ทุกอย่างช่างน่าพอใจ
แต่ถ้ามีแค่นี้ ก็ดูเหมือนว่าหนังเรื่องนี้จะไม่มีอะไรโดดเด่นเท่ากับหนังเรื่องก่อนของเควินอย่าง Saw(เกมต่อตาย ตัดเป็น)
เจฟฟ์ โรบินอฟกำลังจะถามคำถามออกมา แต่ทันใดนั้น ผู้ตรวจสอบผิวสีที่มากับเขาก็ตะโกนออกมา
"ฆ่าพวกคนขาวพวกนั้นซะ พวกเขาปฏิบัติต่อพวกเราคนดำอย่างไม่ยุติธรรม..."
หลังจากตะโกนคำเหล่านี้ด้วยความปิติ ผู้ตรวจสอบผิวสีคนนั้นก็ดูเหมือนจะรู้สึกตัวและยิ้มออกมาแบบเก้ๆกังๆ
การตะโกนเมื่อกี้นั้นไม่เหมาะสมอย่างแน่นอน
เจฟฟ์ โรบินอฟเห็นแบบนั้นก็ไม่ได้สนใจกับกิริยาของเขาแต่ถามออกมา
"เจนอฟเฟอร์ นายคิดอย่างไรกับหนังเรื่องนี้?"
จู่ๆเจนอฟเฟอร์ก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันทีและกลับมาแสดงทัศนคติแบบมืออาชีพอีกครั้ง
"จากมุมมองของผม และจากมุมมองของเชื้อชาติของผม นี่คือผลงานที่ดีที่สุดที่ผมเคยเห็นตั้งแต่ผมเกิดมา"
เจฟฟ์ โรบินอฟขมวดคิ้ว
“ประเมินไว้สูงขนาดนั้นเลยหรอ?”
เจนอฟเฟอร์พยักหน้าและพูดอย่างจริงจัง “ใช่ นั่นคือสิ่งที่ผมคิด และคนดำคนไหนก็ตามที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ก็จะคิดแบบเดียวกันแน่นอนครับ”
“ถ้าผมต้องให้คะแนน ผมคงให้มันอยู่ในระดับสูงสุดแน่นอน เป็นหนังระทึกขวัญสมบูรณ์แบบระดับ S”
เควินยิ้มออกมา
ฐานคนดูที่ใหญ่ที่สุดของภาพยนตร์เรื่องนี้คือคนผิวสี และจุดที่น่าตื่นเต้นทั้งหมดก็มุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนผิวสี
หากมีการจัดเรตภาพยนตร์โดยใช้ตัวอักษร S A B C D คนส่วนใหญ่จะให้คะแนนเพียง A หรือ B เท่านั้นหลังจากชมภาพยนตร์เรื่องนี้
แต่สำหรับคนผิวสี หนังเรื่องนี้จะได้เฉพาะเรต S ที่เป็นเรตสูงสุดเท่านั้น
ภาพยนตร์เรื่องนี้แสดงให้เห็นการกดขี่คนผิวสีโดยคนผิวขาวได้อย่างสมบูรณ์แบบ และในตอนท้าย คนผิวสีก็ฆ่าทุกคนและกำจัดคนผิวขาวซึ่งปรารถนาร่างกายของเขาทั้งหมดให้ตายไป
พูดอย่างง่ายๆก็คือนี่เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญขั้นสุดยอดสำหรับชุมชนคนผิวสี
เจฟฟ์ โรบินอฟก็มีรอยยิ้มบนใบหน้าเช่นกัน แต่แค่คนผิวสีคนเดียวมันยังไม่เพียงพอ ดูเหมือนเขาอาจจะต้องจัดฉายรอบพิเศษขึ้นมา
เขาจะเชิญคนผิวสีมาชมภาพยนตร์เรื่องนี้และตรวจสอบผลตอบรับจากคนดูก่อน จากนั้นเขาจึงจะจัดตารางฉายได้อย่างเต็มที่