- หน้าแรก
- เกิดใหม่มาเป็นผู้กำกับสุดเจ๋งในฮอลลีวูด
- ตอนที่ 22 บรรลุข้อตกลง
ตอนที่ 22 บรรลุข้อตกลง
ตอนที่ 22 บรรลุข้อตกลง
ในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยม การมาถึงของเขาได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากบริษัทนิวไลน์ซินีม่า
ทันทีที่เขาเดินเข้าไป เขาก็ถูกเชิญไปที่ห้องรับรองที่ตกแต่งไว้อย่างหรูหรา
ดอว์สันและทนายความของเขากำลังรออยู่ที่นั่น
ขณะที่พวกเขานั่งรอกันสักพัก ดีนก็มาถึง
"เป็นไงบ้างเควิน ช่วงนี้มีความสุขดีไหม?"
“ก็ดีนะ ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ ความคิดเดียวในหัวฉันคือ การมีเงินมันดีจริงๆ!”
คำพูดของเขาแสดงให้เห็นว่าเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเขาใช้ชีวิตอย่างหรูหราขนาดไหน
ดีนแสดงรอยยิ้มแห้งๆออกมาบนใบหน้าและหยุดคุยกันเรื่องสัปเพเหระ
วันนี้เควินพาทนายมาด้วย เขารู้ว่าฝ่ายคงไม่ได้อยากคุยเล่น พวกเขาแค่อยากขายลิขสิทธิ์ของ Saw ให้ได้ราคาดีเท่านั้น
"เควิน คุณอยากขายลิขสิทธิ์ภาคต่อของ Saw ในราคาเท่าไร?"
เควินค่อยๆยืดนิ้วสามนิ้วออกมา
“สามสิบล้านเหรียญเหรอ? เป็นไปไม่ได้!”
ท่าทีของดีนเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
จำนวนเงินที่เควินขอมามันสูงเกินไปแน่นอน
“ไม่ต้องกังวล ตามการประมาณการเบื้องต้น ตัวของหนังเรื่อง Saw ในภาคนี้ที่กำลังฉายอยู่น่าจะสร้างรายได้ให้พวกคุณได้เกือบ 100 ล้านเหรียญสหรัฐอยู่แล้ว จริงไหม?”
หากพิจารณาจากรายได้จากบ็อกซ์ออฟฟิศเพียงอย่างเดียว โดยไม่รวมส่วนแบ่งรายได้และค่าใช้จ่ายประชาสัมพันธ์ ตามแนวโน้มนี้ นิวไลน์ซินีม่าจะสามารถสร้างกำไรได้เกือบ 100 ล้านเหรียญ นี่ยังไม่รวมถึงรายได้อื่นๆที่ตามมาทีหลัง
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเควินมีลิขสิทธิ์ภาคต่ออยู่ในมือ รายได้ส่วนนี้จึงจะลดลงอย่างไม่ต้องสงสัย
ตอนนี้เควินกำลังคิดจะขายสิทธ์ในการสร้างภาคต่อให้กับนิวไลน์ซินีม่า แม้ว่าราคา 30 ล้านเหรียญจะสูงไปสักหน่อย แต่ก็ไม่ถือว่าขาดทุนแต่อย่างใด
ก็แค่ผลประโยชน์จะน้อยลงเล็กน้อยแค่นั้น
สีหน้าของดีนผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของเควิน และดีนก็เตรียมจะพูดเพื่อหารือเรื่องราคาต่อไป
เควินพูดต่อ
“สำหรับบทภาพยนตร์ Saw ในภาคที่สอง ผมสามารถเป็นโปรดิวเซอร์ได้ และผมสามารถร่วมมือกับฝ่ายประชาสัมพันธ์ของคุณเพื่อร่วมเดินสายโปรโมตได้อย่างเต็มที่”
เควินแสดงความจริงใจของเขาออกมาอย่างชัดเจน
บทภาพยนตร์คือรากฐาน สำหรับภาพยนตร์ทุนต่ำ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการเล่าเรื่องที่ดี
บทภาพยนตร์ภาคที่สองนั้น ยังคงดำเนินตามหนัง Saw ต้นฉบับ และยังคงได้รับการส่งเสริมภายใต้ชื่อของเขาด้วยซ้ำ ถือเป็นเครื่องรับประกันได้ถึงความเป็นไปได้สูงสุดที่ภาพยนตร์ Saw2 จะทำเงิน
แค่ 30ล้านเหรียญ น่าจะคืนทุนได้อย่างไม่อยากเย็น
แต่แน่นอนว่าการมีส่วนร่วมในภาคสองของเควินคงทำได้แค่รับค่าจ้างปกติเท่านั้น ลืมเรื่องการได้รับส่วนแบ่งบ็อกซ์ออฟฟิศแบบภาคแรคไปได้เลย
"นี้….."
ดีนลังเลและพูดว่า “ผมขอเวลาสักครุ่นะครับ”
เควินพยักหน้า เห็นได้ชัดว่าเขาจะออกไปหาใครสักคนที่สามารถตัดสินใจเรื่องนี้ได้
………..
"เควิน พวกเขาจะยอมรับ 30ล้านเหรียญจริงๆเหรอ?"
ดอว์สันที่ัน่งอยู่ข้างๆ ในที่สุดก็อดไม่ได้ที่จะถามหลังจากดีนออกไป
แม้ว่าเขาจะรู้ว่าราคาลิขสิทธิ์คงจะไม่ต่ำแน่ แต่เขาคิดว่ามันจะแค่สิบล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น
โดยไม่คาดคิด เควินขอราคาสูงถึงสามเท่าคือ 30 ล้านเหรียญสหรัฐโดยตรงตั้งแต่แรก
แม้แต่เอเยนต์อย่างเขายังตกใจ แต่เขาก็หวังว่ามันจะสำเร็จเช่นกัน
CAA สามารถแบ่งรายได้ของเควินได้ 5% ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับลูกค้าระดับA ตัวดอว์สันเองซึ่งเป็นเอเยนต์ของเควินโดยตรงก็สามารถแบ่งได้ 1.5% จาก 5% นี้อีกที และส่วนที่เหลือจะแบ่งให้บริษัทและเอเยนต์ CAA คนอื่นๆ ที่ให้บริการเควิน
กล่าวอีกนัยหนึ่ง หากข้อตกลงนี้สำเร็จ ค่าคอมมิชชันเพียงอย่างเดียวก็จะเริ่มต้นที่หลายแสนดอลลาร์แล้ว
สิ่งนี้ทำให้ดอว์สันตระหนักเป็นครั้งแรกว่าการมีลูกค้าระดับสูงอย่างเควินมีความหมายอย่างไร
เขาอดไม่ได้ที่จะชื่นชมตัวเองอีกครั้งในใจที่มองเห็นพรสวรรค์ของอีกฝ่ายได้ดี การที่เขาได้เซ็นสัญญากับเควินตั้งแต่เนิ่นๆและได้ร่วมงานกับเขาถือเป็นเรื่องที่ดีมาก
เควินไม่คัดค้านค่าคอมมิชชันที่พวกเขาเรียกเก็บจากรายได้ของเขา เพราถึงอย่างไร ความช่วยเหลือของ CAA มีประโยชน์มาก
หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจาก CAA ตั้งแต่แรก เขาคงไม่ราบรื่นขนาดนี้
นอกจากนี้ หากเขาออกไปหาการลงทุนตามแผนโปรเจกต์ของเขาโดยไม่ผ่านการช่วยเหลือของ CAA เขาจะพบกับอุปสรรคมากมาย จนอาจไม่ได้รับการลงทุนเลยด้วยซ้ำ
เควินเป็นผู้ที่สนับสนุนความร่วมมือแบบวิน-วิน และทรัพยากรของ CAA ก็คุ้มค่ากับส่วนแบ่งเล็กน้อยที่เขาเสียไป
“เชื่อฉันเถอะ พวกเขาจะยอมรับมัน ฉันคำนวณไว้อย่างละเอียดแล้ว!”
“ข้อตกลงนี้แทบจะเป็นผลกำไรล้วนๆ ยกเว้นว่าต้องใช้เวลาในการคืนทุนเล็กน้อย แต่หากพวกเขาไม่เต็มใจ ฉันก็อาจจะไม่ขายลิขสิทธิ์ของ Saw ให้เจ้าไหนอีกแล้ว”
"แต่ในงานปาร์ตี้ที่เบเวอร์ลี่ฮิลส์ เจฟฟ์ โรบินอฟ ประธานบริษัทวอร์เนอร์บราเธอส์แสดงความสนใจในลิขสิทธิ์ของ Saw เช่นกัน..."
เควินพูดช้าๆ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ
"วอร์เนอร์บราเธอส์งั้นเหรอ?"
เชย์เดินเข้ามาและล้อเลียนเควิน
“มันแค่ 30 ล้านเหรียญไม่ใช่เหรอ พวกเรานิวไลน์วินีม่าจะซื้อมันเอง!”
พร้อมกับคำสัญญาที่จะมีส่วนร่วมของเควิน พวกเขาจะหารือถึงการสร้างภาคต่อร่วมกันในภายหลัง
หลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว เชย์ก็ตัดสินใจซื้อลิขสิทธิ์ภาคต่อของ Saw โดยตรงในราคา 30 ล้านเหรียญสหรัฐ
พูดอย่างตรงไปตรงมาก็คือ เชย์เลือกกำไรในระยะยาวมากกว่าระยะสั้น
เควินก็มีรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาเช่นกัน
“ดีล”
หลังจากบรรลุข้อตกลงกันแล้ว บรรยากาศก็ดูกลมกลืนขึ้นมาก ในความกลมกลืนนี้ เชย์ยังใช้โอกาสนี้ถามถึงงานต่อไปของเควินด้วย
“เควิน ให้นิวไลน์ซินีม่าลงทุนในงานต่อไปของคุณเถอะ เชื่อฉันเถอะว่านิวไลน์ซินีม่าจะสนับสนุนคุณอย่างเต็มที่เสมอ”
“เราจะให้อำนาจคุณในกองถ่ายทั้งหมดเลย คุณมีสิทธิ์ตัดสินใจทุกอย่างในกระบวนการผลิตด้วย พวกเราจะไม่สนใจอย่างอื่นเลยนอกจากผลลัพธ์ เหล่านักแสดงทั้งหมดในเรื่องก็ปล่อยให้คุณเป็นคนตัดสินใจ!”
คำพูดของเชย์หมายความว่าเควินมีอำนาจสูงสุดในฐานะผู้กำกับ แน่นอนว่าเหตุผลที่ชัดเจนที่สุดก็คือภาพยนตร์เรื่องที่สองของเควินจะยังคงเป็นงานสร้างงบประมาณต่ำ
มิฉะนั้น หากเป็นโปรเจ็กต์ภาพยนตร์ที่มีโปรดักชั้นขนาดใหญ่หลายสิบล้านดอลลาร์ขึ้นมาละก็
ถึงแม้ว่าสปีลเบิร์กจะเป็นคนกำกับเองก็ตาม มันก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะได้รับสิทธิ์มากมายขนาดนั้น
"ในทางทฤษฎีแล้วไม่มีปัญหาอะไร แต่เพื่อให้ภาพยนตร์เรื่องต่อไปของผมสามารถกำหนดวันออกฉายที่ดีกว่าและสามารถได้รับสิทธิ์ฉายบนโรงภาพยนตร์มากขึ้น ผมจึงต้องขอเอาไปเสนอให้กับบริษัทภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่อื่นๆก่อน"
เควินพูดแผนออกมาอย่างจริงจัง
สำหรับเควิน นี่คือการเพิ่มประโยชน์สูงสุดให้กับตัวเขาเอง
เชย์คิดสักพัก ก่อนจะพยักหน้าตกลง
ความสำเร็จอย่างน่าประหลาดใจของหนังเรื่อง Saw ทำให้บริษัทภาพยนตร์หลายแห่งอิจฉา หากภาพยนตร์เรื่องต่อไปของเควินยังคงเป็นบริษัทจัดจำหน่ายขนาดกลางอยู่ เขาเกรงว่าจะมีปัญหาเรื่องจำนวนโรงที่ฉาย การประชาสัมพันธ์ หรือวันกำหนดฉายแน่นอน
Saw โดดเด่นมากในวันฮาโลวีนนี้ และนิวไลน์ซินีม่าก็ทำเงินได้มาก ไม่รู้จะมีกี่บริษัทที่เกิดอาการอิจฉา
เขาอาจกลายเป้นเป้าโจมตีจากภาพยนตร์เรื่องต่อไปของเขา
ถ้ามีทางเลือก เขาควรหาบริษัทระดับยักษ์ใหญ่เพื่อร่วมมือจะดีกว่า