- หน้าแรก
- เกิดใหม่มาเป็นผู้กำกับสุดเจ๋งในฮอลลีวูด
- ตอนที่ 20 พร้อมจะสร้างโชคลาภ
ตอนที่ 20 พร้อมจะสร้างโชคลาภ
ตอนที่ 20 พร้อมจะสร้างโชคลาภ
รางวัลออสการ์เป็นรางวัลที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจสำหรับผู้กำกับและนักแสดงทุกคนเป็นอย่างยิ่ง
ทุกครั้งที่ฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์พูดแบบนี้ ไม่มีผู้กำกับคนไหนสามารถปฏิเสธได้ และในที่สุดก็มอบสัญญาภาพยนตร์ให้กับเขา
ฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์มีประสบการณ์มากมายในการคว้ารางวัล
ต่างจากผู้กำกับคนอื่นๆที่ให้ความสำคัญอย่างมากกับรางวัลออสการ์ เขามองว่าการแข่งขันเพื่อชิงรางวัลออสการ์เป็นส่วนนึงของการตลาด
หากจะได้รับรางวัลออสการ์ ภาพยนตร์จะต้องมีการรับประกันคุณภาพในระดับหนึ่ง นั่นคือ จะต้องโดดเด่นกว่าภาพยนตร์เรื่องอื่นๆในช่วงเวลาเดียวกัน
จากนั้น เขาก็จำเป็นต้องโน้มน้าวใจคณะกรรมการออสการ์จากจำนวนหลายร้อยคนให้ได้มากที่สุด
เขามีประสบการณ์เพียงพอในเรื่องนี้
ด้วยประสบการณ์นี้ เขาจึงสามารถหาผู้กำกับที่ขายสิทธิ์ภาพยนตร์ให้เขาในราคาต่ำสุดได้เสมอ หรือร่วมมือกับเขาในราคาที่ต่ำมากก็ได้เช่นกัน
เขาแน่ใจว่าชายหนุ่มตรงหน้าเขาก็คงไม่สามารถต้านทานสิ่งล่อใจนั้นได้เช่นกัน
"อ๋อ ผมรู้แล้วล่ะ"
เควินยังคงดูสงบมาก
ท่าทีที่สงบนิ่งแบบนี้ทำให้ฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์รู้สึกว่าคำพูดของเขาที่มักจะได้ผลเสมอกลับล้มเหลวลงเสียแล้ว
ฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์จึงพูดออกมาอีกครั้ง
“คุณไม่อยากได้รับรางวัลออสการ์ สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมเหรอ? คุณไม่อยากเป็นผู้กำกับที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับรางวัลออสการ์เหรอ?”
“ไม่สนใจ”
เควินได้ตอบกลับมาอีกครั้งทำให้สิ่งที่ฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์เตรียมจะพูดทั้งหมดไร้ค่าทันที
“โอเค งั้นก็ไม่เป็นไร”
ดวงตาของฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์เต็มไปด้วยความเคียดแค้น เขาจ้องมองไปที่เควินและแองเจลิน่า โจลี่ที่อยู่ข้างๆอย่างดุร้าย ราวกับว่าเขาต้องการจดจำคนสองคนนี้ไว้ในใจ
จากนั้นเขาก็เดินจากไปอย่างเย้นชา
ศัตรูคนแรกของเควินในฮอลลีวูด ดูเหมือนว่าจะเกิดขึ้นแล้วทั้งอย่างนี้
“เควิน ฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์มีอิทธิพลมากนะ ไปทำเขาโกรธแบบนั้นมันจะไม่เป็นไรเหรอ?”
ใบหน้าของโจลี่ดูไม่ค่อยมั่นใจ แม้คำถามอาจดูเป็นห่วงเควิน แต่จริงๆคือเธอกำลังเป็นห่วงตัวเธอเองอยู่
เพียงเพราะเควินไม่กลัวฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์ ไม่ได้หมายความว่าเธอจะไม่กลัวไปด้วย
“ก็แค่บริษัทภาพยนตร์อิสระมีอะไรต้องกลัว?”
“มีคนมากมายที่อยากทำงานร่วมกับฉัน ผมไม่ต้องการร่วมมือกับคนแบบเขาที่ชอบของฟรีหรอกนะ”
“โจลี่ คุณต้องระวังตัวในอนาคต ฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์ชอบใช้รางวัลออสการ์เพื่อหลอกลวงร่างกายของเด็กสาวมากกว่าสิ่งอื่นใด”
แองเจลิน่า โจลี่ดูสับสน
"งั้นเขาก็หลอกเรื่องรางวัลงั้นเหรอ?"
เควินส่ายหัว
“ไม่หรอก เขาเก่งจริงๆในเรื่องการทำให้ภาพยนตร์ได้รับรางวัล แต่เขาชอบได้มาแบบฟรีๆโดยที่ไม่ต้องเสียอะไร”
“เป็นที่รู้กันว่าฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์เป็นคนที่ไม่ค่อยจะรักษาสัญญาเท่าไหร่”
โจลี่ที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกพูดไม่ออก
คนแบบนี้จะเป็นคนที่พวกนางแบบที่อยาจกะเปลี่ยนแปลงสถานะตัวเองโดยการเข้าสู่ฮอลลีวูดกลัวที่สุด
โดยทั่วไป ยิ่งบุคคลนั้นมีอิทธิพลมากเท่าไหร่ เรื่องแบบนี้ก็ยิ่งเกิดขึ้นน้อยลงเท่านั้น
แต่เธอไม่คิดเลยว่าคนใหญ่คนโตอย่างฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์ก็จะเป็นคนแบบนั้นด้วยเหมือนกัน...
เธอไม่รู้ว่าผู้กำกับหนุ่มตรงหน้าเธอจะทำให้เธอบรรลุถึงฝันของเธอได้หรือไม่
แต่ดูจากการที่เขาพูดเรื่องของฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์ให้เธอฟัง และกล้าหักหน้าอีกฝ่ายอย่างเปิดเผย ดูเหมือนเขาจะเป็นคนที่รักษาสัญญาพอสมควร...
แองเจลิน่า โจลี่ยังคงคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่
…………………..
หลังจากที่ฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์พบกับเควิน ข่าวที่ว่าเควิน ผู้กำกับอัจฉริยะจากหนังเรื่อง Saw อยู่ที่นี่ก็ดูเหมือนจะแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว และนางแบบพร้อมทั้งดาราสาวระดับล่างๆนับไม่ถ้วนต่างก็ตามหาเควิน
แต่พวกเธอล้วนถูกเควินปฏิเสธในนามของโจลี่ ทำให้ผู้หญิงเหล่านี้มองโจลี่ด้วยความอิจฉาและเกลียดชัง และหวังว่าพวกเธอจะได้รับการฏิบัติแบบนั้นบ้าง
โจลี่ยังคงแสดงตัวเป็นผู้หญิงของเควินอย่างหน้าด้านๆ โดยหยุดผู้หญิงแต่ละคนที่อยากจะเข้าใกล้เควินไว้
ต่อมา โอวิตซ์ที่หายตัวไปเป็นเวลานาน ก็ได้เดินเข้ามาพร้อมกับชายผิวขาววัยกลางคน หัวโล้นและไม่มีหนวดเครา
ทันทีที่เขามาถึง โอวิตซ์ก็แนะนำตัวตนของคนข้างๆเขาให้เควินรู้จัก
"นี่คือเจฟฟ์ โรบินอฟ ประธานบริษัทวอร์เนอร์บราเธอส์พิคเจอส์"
"นี่เควิน ผู้กำกับหนังเรื่อง Saw!"
โอวิตซ์ทำหน้าที่เป็นผู้แนะนำระหว่างทั้งสองคน
ขณะที่โอวิตซ์แนะนำตัวตนของทั้งสองคนเสร็จแล้ว เจฟฟ์ โรบินอฟก็พูดขึ้นเช่นกัน
“ผู้กำกับเควิน หนังเรื่อง Saw ของคุณสุดยอดมาก ผมไม่เคยดูหนังสยองขวัญที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้มาก่อน”
“จิ๊กซอว์ช่วยกระตุ้นความสนใจของผู้คนให้เห็นคุณค่าของชีวิตอย่างมาก...”
เจฟฟ์ โรบินอฟยกย่องภาพยนตร์ของเควินอย่างมาก เขาตระหนักดีว่าควรเข้าหาผู้กำกับแต่ละคนอย่างไร
การชมภาพยนตร์ของอีกฝ่ายตรงๆย่อมเห็นวิธีที่เยี่ยมมาก
แน่นอนว่าเควินรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ แต่นี่เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ในเมื่ออีกฝ่ายชมเขาแบบนี้เขาก็จะเสียมารยาทไม่ได้
"ขอบคุณสำหรับคำชมครับ"
เควินตอบกลับด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา
โจลี่ที่อยู่ข้างๆไม่กล้าพูดอะไรเลย ในสายตาของเธอ คนทั้งสามคนตรงหน้าเธอล้วนแต่เป็นพวกคนใหญ่คนโต เธอสามารถได้รับทรัพยากรมากมายได้ด้วยการเอาใจใครก็ตามในหมู่พวกเขา
แต่เมื่อเทียบกับอีกสองคนแล้ว เควินเป็นคนที่ทำให้เธอรู้สึกว่าเข้าถึงได้ง่ายที่สุด
แต่ก็แน่ล่ะ เพราะเควินวัย 23 ปีเป็นหนุ่มหล่อที่ดูดีกว่าดาราชายบางคนเสียอีก ด้วยใบหน้าและรูปร่างแบบนี้ ต่อให้อีกฝ่ายไม่ได้เป็นผู้กำกับ แต่โจลี่ก็ยินดีที่จะออกเดทกับเควินอยู่ดี
ทั้งสามคนกำลังพูดคุยกันในตอนนี้ และโจลี่ก็ไม่กล้าขัดจังหวะ เธอเพียงแต่ยืนเงียบๆข้างเควิน
มองดูเควินด้วยความชื่นชม
เขาชอบที่เธอเป็นแบบนี้ เธอจะเดินไปหาคนอื่นก็ได้ แต่เธอยังเลือกยืนข้างเขาท่ามกลางคนใหญ่คนโตตัวจริงอีกสองคน
หลังจากทักทายกันอย่างพอหอมปากหอมคอ เจฟฟ์ โรบินอฟก็เข้าประเด็นทันที
"ผู้กำกับเควินมีไอเดียสำหรับหนังเรื่องต่อไปบ้านไหมครับ? หรือว่าคุณคิดจะสร้างภาคต่อของ Saw ?"
"ไม่ ไม่ ไม่ ผมไม่สนใจที่จะทำภาคต่อของหนังเรื่องไหนของผมเลย อย่างน้อยก็ในตอนนี้นะครับ"
"ผมวางแผนที่จะขายลิขสิทธิ์ของ Saw โดยตรงให้กับใครก็ตามที่สนใจ และผมวางแผนที่จะสร้างภาพยนตร์สยองขวัญอีกเรื่องหนึ่งด้วย แต่มันจะแตกต่างจาก Saw โดยสิ้นเชิง"
เควินเปิดเผยอย่างจงใจว่าลิขสิทธิ์ของ Saw อยู่ในมือของเขา แน่นอนว่าเจฟฟ์ โรบินอฟสนใจเรื่องนี้มาก
“อ๋อ คุณมีลิขสิทธิ์ของ Saw นี่เอง ผู้กำกับเควิน คุณอยากขายมันในราคาเท่าไหร่?”
ผู้คนในฮอลลีวูดล้วนเป็นคนฉลาด และพวกเขารู้ดีว่ากำไรที่อยู่เบื้องหลังลิขสิทธิ์ของ Saw นั้นมีมากแค่ไหน
ตามการวิเคราะห์ภายในของวอร์เนอร์บราเธอส์ คาดว่ารายได้จากบ็อกซ์ออฟฟิศทั่วโลกของ Saw จะสูงเกิน 100 ล้านเหรียญสหรัฐ
สำหรับหนังสยองขวัญ แค่เรื่องรายได้นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ Saw กลายเป็นผลงานชิ้นเอกได้แล้ว
โครงสร้างของตัวละครยังเหมาะกับการถ่ายทำภาคต่ออีกด้วย ตราบใดที่บทไม่แย่เกินไป และผู้กำกับมีพรสวรรค์มากพอ ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็มีแนวโน้มที่จะทำเงินได้อย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ว่าจะทำเงินได้มากน้อยแค่ไหน
Saw ที่ออกฉายอยู่ในตอนนี้จะนำกำไรรวมมากกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐมาสู่นิวไลน์ซินีม่าแน่นอน พวกเขาได้วิเคราะห์มันจากสถิติบ็อกซ์ออฟฟิศที่ผ่านมาของหนังเรื่องนี้แล้ว
รวมถึงกำไรทั้งหมดจากการขายแผ่นดีวีดีและการออกอากาศทางโทรทัศน์
ใครก็ตามที่ได้เห็นข้อมูลเหล่านี้ก็คงจะอิจฉา
นี่จะกลายเป็นหนึ่งในสุดยอดหนังทำเงินของปีนี้อย่างแน่นอน
ดังนั้น เจฟฟ์ โรบินอฟจึงต้องการใช้โอกาสนี้ในการแสวงหาความร่วมมือกับเควินในหนังเรื่องที่สอง