เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 20 พร้อมจะสร้างโชคลาภ

ตอนที่ 20 พร้อมจะสร้างโชคลาภ

ตอนที่ 20 พร้อมจะสร้างโชคลาภ


รางวัลออสการ์เป็นรางวัลที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจสำหรับผู้กำกับและนักแสดงทุกคนเป็นอย่างยิ่ง

ทุกครั้งที่ฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์พูดแบบนี้ ไม่มีผู้กำกับคนไหนสามารถปฏิเสธได้ และในที่สุดก็มอบสัญญาภาพยนตร์ให้กับเขา

ฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์มีประสบการณ์มากมายในการคว้ารางวัล

ต่างจากผู้กำกับคนอื่นๆที่ให้ความสำคัญอย่างมากกับรางวัลออสการ์ เขามองว่าการแข่งขันเพื่อชิงรางวัลออสการ์เป็นส่วนนึงของการตลาด

หากจะได้รับรางวัลออสการ์ ภาพยนตร์จะต้องมีการรับประกันคุณภาพในระดับหนึ่ง นั่นคือ จะต้องโดดเด่นกว่าภาพยนตร์เรื่องอื่นๆในช่วงเวลาเดียวกัน

จากนั้น เขาก็จำเป็นต้องโน้มน้าวใจคณะกรรมการออสการ์จากจำนวนหลายร้อยคนให้ได้มากที่สุด

เขามีประสบการณ์เพียงพอในเรื่องนี้

ด้วยประสบการณ์นี้ เขาจึงสามารถหาผู้กำกับที่ขายสิทธิ์ภาพยนตร์ให้เขาในราคาต่ำสุดได้เสมอ หรือร่วมมือกับเขาในราคาที่ต่ำมากก็ได้เช่นกัน

เขาแน่ใจว่าชายหนุ่มตรงหน้าเขาก็คงไม่สามารถต้านทานสิ่งล่อใจนั้นได้เช่นกัน

"อ๋อ ผมรู้แล้วล่ะ"

เควินยังคงดูสงบมาก

ท่าทีที่สงบนิ่งแบบนี้ทำให้ฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์รู้สึกว่าคำพูดของเขาที่มักจะได้ผลเสมอกลับล้มเหลวลงเสียแล้ว

ฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์จึงพูดออกมาอีกครั้ง

“คุณไม่อยากได้รับรางวัลออสการ์ สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมเหรอ? คุณไม่อยากเป็นผู้กำกับที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับรางวัลออสการ์เหรอ?”

“ไม่สนใจ”

เควินได้ตอบกลับมาอีกครั้งทำให้สิ่งที่ฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์เตรียมจะพูดทั้งหมดไร้ค่าทันที

“โอเค งั้นก็ไม่เป็นไร”

ดวงตาของฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์เต็มไปด้วยความเคียดแค้น เขาจ้องมองไปที่เควินและแองเจลิน่า โจลี่ที่อยู่ข้างๆอย่างดุร้าย ราวกับว่าเขาต้องการจดจำคนสองคนนี้ไว้ในใจ

จากนั้นเขาก็เดินจากไปอย่างเย้นชา

ศัตรูคนแรกของเควินในฮอลลีวูด ดูเหมือนว่าจะเกิดขึ้นแล้วทั้งอย่างนี้

“เควิน ฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์มีอิทธิพลมากนะ ไปทำเขาโกรธแบบนั้นมันจะไม่เป็นไรเหรอ?”

ใบหน้าของโจลี่ดูไม่ค่อยมั่นใจ แม้คำถามอาจดูเป็นห่วงเควิน แต่จริงๆคือเธอกำลังเป็นห่วงตัวเธอเองอยู่

เพียงเพราะเควินไม่กลัวฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์ ไม่ได้หมายความว่าเธอจะไม่กลัวไปด้วย

“ก็แค่บริษัทภาพยนตร์อิสระมีอะไรต้องกลัว?”

“มีคนมากมายที่อยากทำงานร่วมกับฉัน ผมไม่ต้องการร่วมมือกับคนแบบเขาที่ชอบของฟรีหรอกนะ”

“โจลี่ คุณต้องระวังตัวในอนาคต ฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์ชอบใช้รางวัลออสการ์เพื่อหลอกลวงร่างกายของเด็กสาวมากกว่าสิ่งอื่นใด”

แองเจลิน่า โจลี่ดูสับสน

"งั้นเขาก็หลอกเรื่องรางวัลงั้นเหรอ?"

เควินส่ายหัว

“ไม่หรอก เขาเก่งจริงๆในเรื่องการทำให้ภาพยนตร์ได้รับรางวัล แต่เขาชอบได้มาแบบฟรีๆโดยที่ไม่ต้องเสียอะไร”

“เป็นที่รู้กันว่าฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์เป็นคนที่ไม่ค่อยจะรักษาสัญญาเท่าไหร่”

โจลี่ที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกพูดไม่ออก

คนแบบนี้จะเป็นคนที่พวกนางแบบที่อยาจกะเปลี่ยนแปลงสถานะตัวเองโดยการเข้าสู่ฮอลลีวูดกลัวที่สุด

โดยทั่วไป ยิ่งบุคคลนั้นมีอิทธิพลมากเท่าไหร่ เรื่องแบบนี้ก็ยิ่งเกิดขึ้นน้อยลงเท่านั้น

แต่เธอไม่คิดเลยว่าคนใหญ่คนโตอย่างฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์ก็จะเป็นคนแบบนั้นด้วยเหมือนกัน...

เธอไม่รู้ว่าผู้กำกับหนุ่มตรงหน้าเธอจะทำให้เธอบรรลุถึงฝันของเธอได้หรือไม่

แต่ดูจากการที่เขาพูดเรื่องของฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์ให้เธอฟัง และกล้าหักหน้าอีกฝ่ายอย่างเปิดเผย ดูเหมือนเขาจะเป็นคนที่รักษาสัญญาพอสมควร...

แองเจลิน่า โจลี่ยังคงคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่

…………………..

หลังจากที่ฮาร์วีย์ ไวน์สไตน์พบกับเควิน ข่าวที่ว่าเควิน ผู้กำกับอัจฉริยะจากหนังเรื่อง Saw อยู่ที่นี่ก็ดูเหมือนจะแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว และนางแบบพร้อมทั้งดาราสาวระดับล่างๆนับไม่ถ้วนต่างก็ตามหาเควิน

แต่พวกเธอล้วนถูกเควินปฏิเสธในนามของโจลี่ ทำให้ผู้หญิงเหล่านี้มองโจลี่ด้วยความอิจฉาและเกลียดชัง และหวังว่าพวกเธอจะได้รับการฏิบัติแบบนั้นบ้าง

โจลี่ยังคงแสดงตัวเป็นผู้หญิงของเควินอย่างหน้าด้านๆ โดยหยุดผู้หญิงแต่ละคนที่อยากจะเข้าใกล้เควินไว้

ต่อมา โอวิตซ์ที่หายตัวไปเป็นเวลานาน ก็ได้เดินเข้ามาพร้อมกับชายผิวขาววัยกลางคน หัวโล้นและไม่มีหนวดเครา

ทันทีที่เขามาถึง โอวิตซ์ก็แนะนำตัวตนของคนข้างๆเขาให้เควินรู้จัก

"นี่คือเจฟฟ์ โรบินอฟ ประธานบริษัทวอร์เนอร์บราเธอส์พิคเจอส์"

"นี่เควิน ผู้กำกับหนังเรื่อง Saw!"

โอวิตซ์ทำหน้าที่เป็นผู้แนะนำระหว่างทั้งสองคน

ขณะที่โอวิตซ์แนะนำตัวตนของทั้งสองคนเสร็จแล้ว เจฟฟ์ โรบินอฟก็พูดขึ้นเช่นกัน

“ผู้กำกับเควิน หนังเรื่อง Saw ของคุณสุดยอดมาก ผมไม่เคยดูหนังสยองขวัญที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้มาก่อน”

“จิ๊กซอว์ช่วยกระตุ้นความสนใจของผู้คนให้เห็นคุณค่าของชีวิตอย่างมาก...”

เจฟฟ์ โรบินอฟยกย่องภาพยนตร์ของเควินอย่างมาก เขาตระหนักดีว่าควรเข้าหาผู้กำกับแต่ละคนอย่างไร

การชมภาพยนตร์ของอีกฝ่ายตรงๆย่อมเห็นวิธีที่เยี่ยมมาก

แน่นอนว่าเควินรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ แต่นี่เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ในเมื่ออีกฝ่ายชมเขาแบบนี้เขาก็จะเสียมารยาทไม่ได้

"ขอบคุณสำหรับคำชมครับ"

เควินตอบกลับด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา

โจลี่ที่อยู่ข้างๆไม่กล้าพูดอะไรเลย ในสายตาของเธอ คนทั้งสามคนตรงหน้าเธอล้วนแต่เป็นพวกคนใหญ่คนโต เธอสามารถได้รับทรัพยากรมากมายได้ด้วยการเอาใจใครก็ตามในหมู่พวกเขา

แต่เมื่อเทียบกับอีกสองคนแล้ว เควินเป็นคนที่ทำให้เธอรู้สึกว่าเข้าถึงได้ง่ายที่สุด

แต่ก็แน่ล่ะ เพราะเควินวัย 23 ปีเป็นหนุ่มหล่อที่ดูดีกว่าดาราชายบางคนเสียอีก ด้วยใบหน้าและรูปร่างแบบนี้ ต่อให้อีกฝ่ายไม่ได้เป็นผู้กำกับ แต่โจลี่ก็ยินดีที่จะออกเดทกับเควินอยู่ดี

ทั้งสามคนกำลังพูดคุยกันในตอนนี้ และโจลี่ก็ไม่กล้าขัดจังหวะ เธอเพียงแต่ยืนเงียบๆข้างเควิน

มองดูเควินด้วยความชื่นชม

เขาชอบที่เธอเป็นแบบนี้ เธอจะเดินไปหาคนอื่นก็ได้ แต่เธอยังเลือกยืนข้างเขาท่ามกลางคนใหญ่คนโตตัวจริงอีกสองคน

หลังจากทักทายกันอย่างพอหอมปากหอมคอ เจฟฟ์ โรบินอฟก็เข้าประเด็นทันที

"ผู้กำกับเควินมีไอเดียสำหรับหนังเรื่องต่อไปบ้านไหมครับ? หรือว่าคุณคิดจะสร้างภาคต่อของ Saw ?"

"ไม่ ไม่ ไม่ ผมไม่สนใจที่จะทำภาคต่อของหนังเรื่องไหนของผมเลย อย่างน้อยก็ในตอนนี้นะครับ"

"ผมวางแผนที่จะขายลิขสิทธิ์ของ Saw โดยตรงให้กับใครก็ตามที่สนใจ และผมวางแผนที่จะสร้างภาพยนตร์สยองขวัญอีกเรื่องหนึ่งด้วย แต่มันจะแตกต่างจาก Saw โดยสิ้นเชิง"

เควินเปิดเผยอย่างจงใจว่าลิขสิทธิ์ของ Saw อยู่ในมือของเขา แน่นอนว่าเจฟฟ์ โรบินอฟสนใจเรื่องนี้มาก

“อ๋อ คุณมีลิขสิทธิ์ของ Saw นี่เอง ผู้กำกับเควิน คุณอยากขายมันในราคาเท่าไหร่?”

ผู้คนในฮอลลีวูดล้วนเป็นคนฉลาด และพวกเขารู้ดีว่ากำไรที่อยู่เบื้องหลังลิขสิทธิ์ของ Saw นั้นมีมากแค่ไหน

ตามการวิเคราะห์ภายในของวอร์เนอร์บราเธอส์ คาดว่ารายได้จากบ็อกซ์ออฟฟิศทั่วโลกของ Saw จะสูงเกิน 100 ล้านเหรียญสหรัฐ

สำหรับหนังสยองขวัญ แค่เรื่องรายได้นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ Saw กลายเป็นผลงานชิ้นเอกได้แล้ว

โครงสร้างของตัวละครยังเหมาะกับการถ่ายทำภาคต่ออีกด้วย ตราบใดที่บทไม่แย่เกินไป และผู้กำกับมีพรสวรรค์มากพอ ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็มีแนวโน้มที่จะทำเงินได้อย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ว่าจะทำเงินได้มากน้อยแค่ไหน

Saw ที่ออกฉายอยู่ในตอนนี้จะนำกำไรรวมมากกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐมาสู่นิวไลน์ซินีม่าแน่นอน พวกเขาได้วิเคราะห์มันจากสถิติบ็อกซ์ออฟฟิศที่ผ่านมาของหนังเรื่องนี้แล้ว

รวมถึงกำไรทั้งหมดจากการขายแผ่นดีวีดีและการออกอากาศทางโทรทัศน์

ใครก็ตามที่ได้เห็นข้อมูลเหล่านี้ก็คงจะอิจฉา

นี่จะกลายเป็นหนึ่งในสุดยอดหนังทำเงินของปีนี้อย่างแน่นอน

ดังนั้น เจฟฟ์ โรบินอฟจึงต้องการใช้โอกาสนี้ในการแสวงหาความร่วมมือกับเควินในหนังเรื่องที่สอง

จบบทที่ ตอนที่ 20 พร้อมจะสร้างโชคลาภ

คัดลอกลิงก์แล้ว