เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 14 วันฮาโลวีน

ตอนที่ 14 วันฮาโลวีน

ตอนที่ 14 วันฮาโลวีน


ไม่ต้องพูดถึงภาพยนตร์แนวสารคดีปลอมๆอย่าง The Blair Witch Project(สอดรู้ สอดเห็น สอดเป็น สอดตาย) ที่อาศัยการตลาดเป็นหลักเพื่อสร้างรายได้จากบ็อกซ์ออฟฟิศ

เหตุผลที่เขาไม่เลือกถ่ายทำ The Blair Witch Project ที่ทำรายได้มหาศาลนั้นก็ง่ายมาก เพราะหนังแบบนี้ไม่ได้มีประโยชน์ต่อตัวเขาในฐานะผู้กำกับเลย

บ็อกซ์ออฟฟิศที่ระเบิดจากหนังเรื่องนี้เป็นเพราะการตลาดล้วนๆ ถึงทำรายได้สูงไปก็ไม่ได้ช่วยปรับปรุงสถานะของเขาในฐานะผู้กำกับ

ผู้กำกับที่ถ่ายทำหนังเรื่องนั้นจะถูกคนที่ไปดูมองว่าพวกเขาโดนผู้กำกับหลอกลวง สถานการณ์เช่นนี้ส่งผลเสียต่อผลงานอื่นๆของผู้กำกับในอนาคตอย่างมาก มีเพียงบริษัทภาพยนตร์เท่านั้นที่ได้ประโยชน์

สิ่งที่ถูกทำลายคืออนาคตทั้งหมดของผู้กำกับ

แน่นอนว่าเควินจะไม่เลือกหนังประเภทนี้

ที่เขายกตัวอย่างพวกนี้ก็แค่จะเปรียบให้เห็นว่าการประชาสัมพันธ์หรือการโปรโมตที่ดีนั้นมีชัยไปกว่าครึ่ง

ขณะเดียวกันในการโปรโมตภาพยนตร์ การใช้ชื่อของภาพยนตร์อื่นที่ประสบความสำเร็จเข้ามาใช้ในการโปรโมตก็ถือเป็นสิ่งสำคัญมาก พูดง่ายๆก็คือการใช้ประโยชน์จากความนิยม

การจะสร้างความนิยมให้กับภาพยนตร์ก็ต้องใช้ทักษะเช่นกัน ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมากเกี่ยวกับความคลาสสิกของ The Silence of the Lambs(อำมหิตไม่เงียบ) แน่นอนว่า Saw ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ามัน

เมื่อชื่อเสียงของ The Silence of the Lambs ได้รับการพิสูจน์แล้ว ก็ถึงเวลาที่จะใช้ประโยชน์จากความนิยมของมันมาช่วยโปรโมต Saw

หนังเรื่องนี้จะดึงดูดผู้ชมที่เคยดูเรื่อง The Silence of the Lambs มาแล้ว และเนื่องจากทั้งสองเรื่องเป็นหนังสยองขวัญ จึงจะสามารถดึงดูดแฟนๆจากหนังเรื่อง The Silence of the Lambs ได้

ตราบใดที่คุณภาพของ Saw สูงเพียงพอ คนเหล่านี้ก็จะสามารถเผยแพร่ชื่อเสียงของ Saw สู่โลกภายนอกได้ต่อไปด้วยวิธีบอกเล่าแบบปากต่อปาก

แน่นอนว่าถ้าคุณภาพของ Saw ไม่ดี ผลที่ตามมาจะร้ายแรงพอๆกัน และแฟนๆจาก The Silence of the Lambs จะกลายเป็นผู้ที่เกลียดหนังเรื่อง Saw มากที่สุด

แต่เควินมั่นใจในคุณภาพของ Saw อยู่แล้ว

หนังประเภทนี้ซึ่งไม่มีปัจจัยภายนอกเข้ามาปะปนและมีคุณค่าในตัวมันเอง มันได้พิสูจน์ตัวเองมาแล้วในความทรงจำของเควิน ตราบใดที่การประชาสัมพันธ์ยังคงดำเนินต่อไปได้ดี ก็ไม่มีเหตุผลที่หนังจะล้มเหลว

ซัลมา ฮาเย็คมองเควินด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ โน้มตัวเข้าไปใกล้เควิน และเริ่มอ่านหนังสือพิมพ์ด้วยกัน

เมื่อเห็นหนังสือพิมพ์เต็มไปด้วยการกล่าวเกินจริงเกี่ยวกับหนังเรื่อง Saw ซัลมา ฮาเย็คก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา

แม้ว่าตัวละครที่มีเสน่ห์ที่สุดในภาพยนตร์เรื่องนี้คือจิ๊กซอว์ แต่ในฐานะผู้รับบทนางเอกของเรื่องนี้ แต่เธอก็ยังสามารถได้รับเครดิตอยู่บ้าง

ตราบใดที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จ เธอจะไม่ใช่บุคคลที่ไม่เป็นที่รู้จักในฮอลลีวูดอีกต่อไป

“เควิน ไม่มีบทวิจารณ์เชิงลบเกี่ยวกับ Saw แม้แต่คำเดียวในหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ เราจะประสบความสำเร็จหรือไม่?”

เควินหัวเราะเบาๆ

“แน่นอนสิ ผู้กำกับอัจฉริยะแบบนี้ไม่มีทางล้มเหลวได้หรอก จริงไหมนางเอกของฉัน?”

“คุณจะขอบคุณฉันยังไงดีเนี่ย?”

เควินพูดอย่างจงใจ

ซัลมา ฮาเย็คกลอกตาไปมา ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาที่เธอได้อยู่ร่วมกับเควิน เธอถูกเขาครอบงำจนหมดสิ้น ทันทีที่เควินพูดออกมาแบบนี้ เธอก็รู้ว่าเขาต้องการทำอะไร

…………..

เวลาผ่านไปเร็วมาก

ไม่นานก็มาถึงวันก่อนวันฮาโลวีน ซึ่งก็คือวันฮาโลวีนอีฟ

ท้องถนนเต็มไปด้วยชาวอเมริกันที่แต่งตัวเป็นสัตว์ประหลาดและผีต่างๆ และโคมไฟฟักทองก็ถูกแขวนไว้ตามห้างสรรพสินค้า

เควินยืนอยู่บนเวทีสี่เหลี่ยมในมหาวิทยาของเขา ซึ่งเป็นจัตุรัสที่ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป และสามารถรองรับคนได้ประมาณร้อยคน

Saw จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์เวลาเที่ยงคืนวันนี้

จุดประสงค์ที่มาที่นี่คือประชาสัมพันธ์และแจ้งตารางการออกฉายของ Saw ให้ทราบล่วงหน้า

มีมหาวิทยาลัยประมาณ 2,500 แห่งในสหรัฐอเมริกา และเครือโรงภาพยนตร์ที่นิวไลน์ซินีม่าคุ้นเคยมากที่สุดคือโรงภาพยนตร์ที่อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยเหล่านี้ ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงได้กำหนดฉายภาพยนตร์เรื่อง Saw ทั้งหมด 800 โรง

คิดเป็นหนึ่งในสามของมหาวิทยาลัยทั้งหมด

แน่นอนว่าสัญญานี้มีผลบังคับใช้เพียง 3 วันเท่านั้น หลังจาก 3 วัน โรงภาพยนตร์มีสิทธิ์ที่จะเพิ่มหรือลดจำนวนการออกฉายซึ่งขึ้นอยู่กับผลงานของ Saw

รายได้จากบ็อกซ์ออฟฟิศของภาพยนตร์แต่ละเรื่องจะมีเกณฑ์การคิดแบบง่ายๆ

รายได้จากภาพยนตร์ในสัปดาห์แรกนั้นมากที่สุด มันสามารถคิดเป็น 60-70% ของรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศทั้งหมดของหนังเลย และจากนั้นจึงค่อยๆ เพิ่มหรือลดลง ขึ้นอยู่กับผลงานบ็อกซ์ออฟฟิศของภาพยนตร์นั้นๆ

แน่นอนว่าโดยทั่วไปแล้วจะลดลงเรื่อยๆ

ดังนั้นข้อมูลของสัปดาห์แรกจึงมีความสำคัญี่สุด เพราะจะกำหนดทัศนคติของโรงภาพยนตร์ที่มีต่อภาพยนตร์ว่าควรได้โรงฉายเพิ่มหรือลด

"สวัสดีครับทุกคน ผมชื่อเควิน คุณเคยได้ยินชื่อผมกันบ้างไหมครับ?"

บนเวที เควินตะโกนถามเหล่านักศึกษาซึ่งน่าจะเป็นรุ่นน้องของเขา

เนื่องจากเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในโรงเรียน คำพูดของเควินจึงทำให้เด็กนักศึกษารุ่นน้องกลายมาเป็นแฟนๆที่ชื่นชมเขาทันที

เควินเริ่มโปรโมตภาพยนตร์อย่างชำนาญต่อรุ่นน้องนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ของเขาตามข้อกำหนดของพิธีเปิดภาพยนตร์

เนื่องจากเป็นภาพยนตร์ทุนต่ำ การจัดรอบพิเศษของเขาจึงไม่ต่างกับการฉายหนังปกติ

ส่วนการจัดฉายรอบปฐมทัศน์ที่เต็มไปด้วยดาราดังจริงๆ ไม่ใช่สิ่งที่เควินสามารถจัดได้ในตอนนี้

จากการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ ทำให้ผู้ที่ชื่นชอบการชมภาพยนตร์สยองขวัญบางส่วนกลายมาเป็นกลุ่มเป้าหมายของ Saw และนักเรียนกลุ่มนี้คือรากฐานสำคัญของหนังเรื่อง Saw

แต่ก็ไม่แปลก เพราะหนังเรื่อง Saw ได้รับเรท R ซึ่งหมายความว่าผู้ที่อายุต่ำกว่า 17 ปีควรดูภาพยนตร์เรื่องนี้กับผู้ปกครอง

จริงๆมันอาจมากพอให้จัดอยู่ในเรท NC-17(ห้ามเด็กต่ำกว่า 18 รับชม)

แต่เพราะเหตุผลเบื้องหลังการตายของตัวละครใน Saw ยังมีนัยของการโน้มน้าวให้ผู้คนรักชีวิต ควบคู่ไปกับความพยายามของนิวไลน์ซินีม่าเอง

เพราะงั้นมันถึงได้เรท R

นี่ก็เป็นเหตุผลที่เควินมักพร้อมที่จะหาความร่วมมือกับบริษัทใหญ่ๆเสมอ เพราะพวกเขาพร้อมที่จะลงทุนลงแรงและมีกำลังมากพอที่จะเพิ่มผลประโยชน์ของภาพยนตร์

หากเป็นพวกบริษัทนอกกระแสคงมีปัญหาตามมาเยอะแน่

ตั้งแต่เรตติ้ง การประชาสัมพันธ์ ไปจนถึงการฉายภาพยนตร์ ทุกๆขั้นตอนล้วนเต็มไปด้วยปัญหา

เพราะงั้นการมีบริษัทภาพยนตร์ที่น่าเชื่อถือและมีเส้นสายในฮอลลีวูดสนับสนุนภาพยนตร์จึงเป็นเรื่องสำคัญ

…………..

เวลาสิบสองนาฬิกา เที่ยงคืน

มีของตกแต่งที่เป็นปีศาจและสัตว์ประหลาดจำนวนนับไม่ถ้วนคอยหลอกหลอนในโรงภาพยนตร์เพื่อความตื่นเต้นเร้าใจ

“เคย์ล่า ไปดู Saw กันเถอะ ฉันเห็นว่านักวิจารณ์ยกย่องหนังสยองขวัญเรื่องนี้มากเลยนะ”

เคย์ล่า สาวผิวขาวผมบลอนด์แต่งตัวเซ็กซี่ ทำให้แฟนหนุ่มผิวขาวตัวสูงของเธอพูดอย่างตื่นเต้น

เขาตั้งใจจะทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่ก้าวไปอีกขั้นผ่านภาพยนตร์สยองขวัญ

“ฉันขี้กลัวน่ะ อย่าเลยดีกว่า...”

เคย์ล่าพูดสิ่งนี้ด้วยน้ำเสียงไม่เต็มใจ

แต่แฟนหนุ่มตัวสูงสีขาวที่อยู่ข้างๆเธอกลับรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นอย่างกะทันหัน

เขาตบหน้าอกของเขาแล้วพูดว่า “อย่ากลัว ฉันอยู่ที่นี่ ฉันจะปกป้องเธอเอง”

เคย์ล่าก็ทำเป็นเชื่อเขา แล้วทั้งคู่ก็เดินไปด้วยกัน

เห็นได้ชัดว่าจุดประสงค์ของพวกเขาไม่ใช่เพื่อดูภาพยนตร์

สำหรับพวกนักศึกษามหาวิทยาลัยในปัจจุบัน การทำกิจกรรมแบบ “ผู้ใหญ่” ในโรงภาพยนตร์ถือเป็นวิธีหลักในการสร้างความตื่นเต้นเร้าใจ

ในบรรดาภาพยนตร์เหล่านั้น ภาพยนตร์ที่มีเรต R ขึ้นไปจัดว่าเป็นภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับพวกเขาอย่างไม่ต้องสงสัย

จบบทที่ ตอนที่ 14 วันฮาโลวีน

คัดลอกลิงก์แล้ว