เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 5 ความชื่นชอบของนิวไลน์ ซินีม่า

ตอนที่ 5 ความชื่นชอบของนิวไลน์ ซินีม่า

ตอนที่ 5 ความชื่นชอบของนิวไลน์ ซินีม่า


หลุยส์ที่ยืนอยู่ข้างๆรู้สึกได้ถึงความตึงที่แขนแฟนสาวของเขาอย่างชัดเจน

“ที่รัก เป็นอะไรรึเปล่า?”

“ไม่มีอะไรหรอก”

แน่นอนว่าเพลล่าไม่สามารถพูดออกมาได้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ ดังนั้นเธอจึงบอกปัดอย่างรวดเร็ว และในเวลาเดียวกันก็ปลอบใจตัวเองในใจว่าเมื่อเทียบกับหลุยส์แล้ว เควินไม่มีข้อได้เปรียบใดๆเลย

เป็นไปไม่ได้เลยที่จะคาดหวังว่าภาพยนตร์เรื่องแรกของเขาจะประสบความสำเร็จ

ถ้าเควินล้มเหลวครั้งหนึ่ง เขาจะไม่มีโอกาสอีกเลย ดังนั้นเธอจึงไม่จำเป็นต้องสนใจมากนัก

………….

อีกด้านหนึ่ง

เมื่อเควินมาที่อาคาร CAA อีกครั้ง ความคิดของเขาแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

การที่บริษัทภาพยนตร์สามแห่งสนใจโปรเจ็กต์ภาพยนตร์ของเขาในเวลาเดียวกัน แสดงให้เห็นว่าทุกคนมีความคาดหวังกับบทภาพยนตร์ของเขา นอกจากนี้ยังหมายความว่าการสร้าง Saw จากปี 2004ของเขายังได้รับความชื่นชอบจากบริษัทภาพยนต์ในปี 1991 อีกด้วย

ด้วยวิธีนี้ เขาก็รู้สึกโล่งใจเล็กน้อย

สิ่งต่อไปที่ต้องทำคือการเลือกนักลงทุนที่เหมาะสมจากบริษัทภาพยนตร์ทั้งสามแห่งนี้

เขาโทรหาดอว์สัน และไม่นาน ดอว์สันก็ลงมาข้างล่างอย่างรีบร้อน

ในขณะที่ดอว์สันกำลังนำทางเขา ดอว์สันก็ได้แนะนำสถานการณ์ของบริษัทภาพยนตร์ทั้งสามแห่ง

"โดยผ่านคอนเนคชั่นของ CAA ข้อเสนอโปรเจ็กต์ของนายได้ถูกส่งไปยังบริษัทภาพยนตร์ขนาดกลางประมาณสิบแห่ง"

"สุดท้ายก็มีบริษัทสามแห่งที่ติดต่อเข้ามาที่ CAA เพื่อหารือถึงโปรเจกต์เรื่องนี้กับนายโดยเฉพาะ"

“พวกเขาคือนิวไลน์ ซินีม่า, บิ๊กเจ๊สฟิล์มและแกรนด์บิวตี้สตูดิโอ”

………………

เมื่อฟังเรื่องราวจากดอว์สัน เควินก็นึกถึงข่าวเกี่ยวกับบริษัทภาพยนตร์เหล่านี้ขึ้นมาในใจบิ๊กแจ๊สกับแกรนด์บิวตี้เป็นชื่อที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน ดังนั้นมันน่าจะหายไปในอนาคต

อีกไม่นานก็คงจะล้มละลาย

แม้แต่บริษัทภาพยนตร์ห้าอันดับแรกของฮอลลีวูดก็ยังต้องเผชิญกับวิกฤตการล้มละลาย และบางบริษัทยังถูกซื้อกิจการโดยบริษัทอื่นในอนาคต ไม่ต้องพูดถึงบริษัทภาพยนตร์อิสระสองบริษัทนี้เลย

อย่างไรก็ตาม เควินรู้สึกประทับใจกับชื่อของนิวไลน์ ซินีม่าเป็นอย่างมาก

หลังจากปี 1994 นิวไลน์ซินีม่าจะถูกซื้อโดยวอร์เนอร์บราเธอส์

วอร์เนอร์บราเธอส์เป็นส่วนหนึ่งของทามวอร์เนอร์(ปัจจุบันคือวอเนอร์มีเดียและถูกควบรวมกิจการกับดิสคัฟเวอรี่ กลายเป็นวอร์เนอร์ดิสคัฟเวอรี่) ซึ่งเป็นบริษัทขนาดยักษ์ที่เป็นเจ้าของบริษัทต่างๆหลายแห่งรวมถึงวอร์เนอร์บราเธอส์พิกเจอร์สด้วย

ยังมีวอร์เนอร์บราเธอส์เทเลวิชั่น, วอร์เนอร์บราเธอส์อนิเมชั่น, วอร์เนอร์โฮม วิดีโอ,  ดีซี คอมมิคส์ และอื่นๆ

คงไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันสุดยอดขนาดไหน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นิวไลน์ ซินีม่าชื่นชอบมากที่สุดคือการลงทุนและถ่ายทำภาพยนตร์สยองขวัญทุนต่ำ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกเขาจะให้ความสำคัญกับ Saw ของตัวเขา

ที่น่ากล่าวถึงก็คือ เมื่อปีที่แล้วในปี 1990 บริษัทนิวไลน์ ซินีม่าได้รับชื่อเสียงอย่างมากจากการออกฉายภาพยนตร์เรื่อง "นินจาเต่า" จากค่ายโกลเด้นฮาร์เวสท์ที่เป็นบริษัทจากฮ่องกง โดยที่บริษัทอื่นๆต่างก็ไม่กล้าออกฉายหนังเรื่องนี้เพราะกลัวรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศจะออกมาน่าผิดหวัง และสุดท้าย ความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จอย่างมาก

พูดง่ายๆเลยคือนิวไลน์ ซินีม่ารับทรัพย์เต็มๆ

ดูเหมือนว่าในบรรดาบริษัทภาพยนตร์ทั้งสามแห่งที่สนใจโปรเจ็กต์ของเขาในปัจจุบัน หากไม่มีอะไรไม่คาดคิดเกิดขึ้น ผู้ที่ได้ลงทุนก็น่าจะเป็นนิวไลน์ซินีม่า

เควินพยักหน้าให้ดอว์สันเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาเข้าใจบริษัทภาพยนตร์ทั้งสามแห่งในเบื้องต้นแล้ว จากนั้นจึงผลักประตูห้องเปิดเข้าไป

ในห้องมีโซฟาขนาดใหญ่สองตัวล้อมรอบโต๊ะกระจกตรงกลาง มีคนสามคนที่นั่งอยู่บนโซฟาทั้งสองข้างด้วยท่าทางสบายๆ

ยังไม่ถึงเวลาเจรจาอย่างเป็นทางการ สิ่งที่ตัวแทนจากบริษัทภาพยนตร์ทั้งสามแห่งต้องทำตอนนี้คือพิจารณาว่าเควินมีศักยภาพในการกำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ได้จริงหรือไม่

เมื่อได้ข้อสรุปแล้วว่าบริษัทภาพยนตร์ใดจะลงทุน เราจึงจะเข้าสู่ขั้นตอนการเจรจาที่จริงจัง

เมื่อเห็นว่าประตูถูกผลักเข้ามา ชายทั้งสามคนก็ลุกขึ้นและจับมือกับเควินทีละคน ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร อย่างน้อยน้อยๆก็ต้องแสดงความเคารพซึ่งกันและกันออกมาก่อน

เรื่องนี้ทำให้เควินแปลกใจเล็กน้อย เขาจำได้ว่าในชีวิตก่อนหน้านี้ เขาเคยอ่านพวกนิยายบันเทิงอเมริกันออนไลน์มามากมาย ซึ่งหลายคนมักจะแสดงกิริยาดูถูกผู้อื่น

เขาไม่คาดคิดเลยว่าคนจากบริษัทภาพยนตร์เหล่านี้จะเคารพเขาขนาดนี้ ทั้งๆที่เขาเป็นเพียงผู้กำกับที่ไม่ได้มีผลงานจริงจังอะไรเลย

แต่หลังจากคิดดูแล้ว เควินก็รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องปกติ

หากไม่มีข้อขัดแย้งทางผลประโยชน์ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเขาในฐานะผู้กำกับที่มีศักยภาพที่จะประสบความสำเร็จในอนาคต แม้ว่าจะยังไม่ประสบความสำเร็จในตอนนี้ พวกเขาก็จะไม่แสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมออกมาง่ายๆ

เว้นแต่ในอนาคตเขาจะล้มเหลวอย่างต่อเนื่อง

เมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ คนพวกนี้ก็คงไม่แม้แต่จะเหลียวแลเขา

แน่นอนว่าเขาไม่อยากให้ถึงเวลานั้นมาถึง

หลังจากจับมือกันเสร็จแล้ว เควินก็เลือกที่นั่งและนั่งตรงข้ามพวกเขา

ในฐานะผู้บริหารของนิวไลน์ซินีม่าที่เห็นศักยภาพและอยากสร้างหนังเรื่อง Saw มากที่สุด ดีนจึงเลือกที่ถามออกมาเป็นคนแรก

"ทำไมคุณถึงวางบทให้นางเอกเรื่อง Saw ว่าต้องเป็นสาวฮอตล่ะ?"

ดีนมีการคาดเดาบางอย่าง และเพราะการคาดเดานี้เองที่ทำให้พวกเขาเชื่อว่าโปรเจ็กต์นี้จะประสบความสำเร็จ

แต่ทั้งหมดนี้ยังต้องได้รับการยืนยันจากเควินที่เป็นผู้กำกับ

เควินยิ้มอย่างใจเย็น แน่นอนว่าเขารู้ว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร

มีผู้กำกับภาพยนตร์จำนวนมากที่คำนึงแต่เพียงคำว่า "ศิลปะ" ผู้กำกับภาพยนตร์เหล่านี้มักขอเงินลงทุนจากบริษัทภาพยนตร์ได้ยากมาก

ภายในบริษัทภาพยนตร์เหล่านี้ พวกเขามีการแบ่งประเภทสำหรับผู้กำกับภาพยนตร์เป็นของตัวเอง

นั่นคือผู้กำกับภาพยนตร์เชิงพาณิชย์และผู้กำกับเชิงศิลปะ

ผู้กำกับเชิงศิลปะส่วนใหญ่นั้นยากที่จะได้รับเงินลงทุน เพราะภาพยนต์ที่พวกเขาสร้างมักจะไม่มีรายได้มากนัก (ฟีลหนังดราม่าหรือหนังสายรางวัลที่มีคุณค่า)

ผู้กำกับภาพยนตร์เชิงพาณิชย์มักจะได้รับเงินลงทุนง่ายกว่า ตราบใดที่พวกเขาไม่ล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า (ฟีลแบบพวกหนังมาร์เวล หรือพวกหนังฟอร์มยักษ์อย่างทรานส์ฟอร์มเมอร์สที่มีจุดขายเด่นชัดไรงี้)

ดูเหมือนว่าตัวแทนจากนิวไลน์ซินีม่ากำลังพยายามหาคำตอบว่าเขาเป็นผู้กำกับแบบไหนอยู่

แน่นอนว่าเควินเลือกที่จะเป็นผู้กำกับภาพยนตร์เชิงพาณิชย์

"เพราะวัยรุ่นชอบสาวฮอต"

คำพูดของเควินทำให้ทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นหัวเราะทันที แต่ความหมายแฝงในคำพูดของเขานั้นชัดเจน

เขาไม่ใช่ผู้กำกับที่มุ่งเน้นแต่ศิลปะโดยไม่คำนึงถึงผู้ชม

ด้วยเหตุนี้ การสนทนาต่อไปนี้จึงเป็นที่น่าพอใจมาก

บริษัทภาพยนตร์ทั้งสามแห่งเสนอเงื่อนไขที่คล้ายคลึงกันให้กับเขา โดยมีต้นทุนการผลิตรวมอยู่ที่ 1.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งรวมถึงเงินเดือนผู้กำกับของเขาที่ 50,000 เหรียญสหรัฐ และต้นทุนการผลิตทั้งหมด

จำนวนนี้ถือเป็นต้นทุนที่ต่ำที่สุดในบรรดาต้นทุนต่ำในฮอลลีวูดอย่างไม่ต้องสงสัย

เงินเดือนของเขาเองก็น้อยมาก แต่เควินไม่สนใจเรื่องนั้น

หาก Saw สามารถประสบความสำเร็จได้หนึ่งในสามของที่ควรจะเป็น เขา สตีฟ เควินจะไม่ต้องทนยอมรับรายได้เพียงเล็กน้อยเช่นนี้อีกต่อไป

ลิขสิทธิ์ของ Saw อยู่ในมือของเขา และมันจะนำกำไรมาสู่เขาอย่างมหาศาล

ส่วนเรื่องการเจรจาแบ่งรายได้กับพวกเขา แม้ว่าเขาจะไม่เต็มใจ แต่ความจริงก็คือเขาเป็นเพียงผู้กำกับหน้าใหม่ที่ยังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองในฮอลลีวูด

เป็นไปไม่ได้เลยที่จะหารือเรื่องการแบ่งปันกำไรกับพวกเขา

แต่…

ด้วยความหวังเล็กๆน้อยๆว่าเขาอาจจะได้รับคำตอบตกลง เควินจึงเสนอแนวคิดของเขาออกมา

"ผมมีความมั่นใจในภาพยนตร์ของผมมาก ผมเลยมีไอเดียบางอย่างที่อยากจะนำเสนอ"

"พวกคุณคิดว่าไง อยากลองฟังก่อนไหม?"

ในฐานะบริษัทภาพยนตร์ พวกเขามีความเชื่อมโยงกันโดยธรรมชาติ การแข่งขันระหว่างพวกเขานั้นเกินกว่าที่คนทั่วไปจะจินตนาการได้

จบบทที่ ตอนที่ 5 ความชื่นชอบของนิวไลน์ ซินีม่า

คัดลอกลิงก์แล้ว