เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

[KotB] บทที่ 74: การปลุกพลัง (4)

[KotB] บทที่ 74: การปลุกพลัง (4)

[KotB] บทที่ 74: การปลุกพลัง (4)


บทที่ 74: การปลุกพลัง (4)

สังเวียนใต้ดิน

ในการต่อสู้ครั้งแรก มอนสเตอร์ 800 ตัวที่ได้ปะทะกันจะมีเพียงครึ่งเดียวเท่านั้นที่มีสิทธิรอด

นั่นหมายความว่าการต่อสู้จะระอุอยู่ตลอดเวลา และมูยองก็รู้วิธีการในการจะเอาชนะ

'แสดงออกมา 70 เปอร์เซ็นต์ และซ่อนไว้ 30 เปอร์เซ็นต์'

ประเด็นหลักของเรื่องนี้คือการทำให้ 70 เปอร์เซ็นต์นั้นดูเหมือนเป็นความแข็งแกร่งเต็มที่ของเขา

มันเป็นส่วนสำคัญที่จะเบี่ยงเบนให้ฝ่ายตรงข้ามไม่สนใจเขา และทำให้พวกมันคิดว่า 'จะชนะ'

มันเป็นเทคนิคที่มูยองเรียนรู้มาจากการเป็นนักฆ่า และผู้รอดชีวิตคนสุดท้าย

"ถ้าเขาแข็งแกร่ง เขาก็ควรมีตำแหน่งที่สูงทีเดียวในกองทัพของปีศาจ"

มูยองมองไปที่มอนสเตอร์รอบๆ

มีเพียงมอนสเตอร์ไม่กี่ตัวเท่านั้นที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับทาสปีศาจ พลังการต่อสู้ของมันยอดเยี่ยมกว่าที่เขาคิดไว้

กรงเล็บสีดำฉีกมอนสเตอร์ออกจากกัน แม้แต่ผิวหนังที่หนาของโอเกอร์ก็ไร้ประโยชน์ พวกมันถูกฉีกกระชากออกไม่ต่างกับเต้าหู้

ที่นั่งลำดับ 3 วาสซาโก

แม้ว่าจะมีปีศาจอยู่นับไม่ถ้วนที่รับใช้เขา แต่ด้วยพลังที่สูงส่ง อย่างน้อยๆปีศาจนั้นจะต้องมีระดับกลางเป็นอย่างน้อย

ไม่ใช่ปีศาจทั้งหมดที่แข็งแกร่ง

นั่นคือเหตุผลที่ปีศาจที่แข็งนั้นมีโอกาสที่พวกเขาจะได้รับการยกเว้นจากบาปที่ได้กระทำ

ไม่มีทางใดที่มูยองจะรู้ได้ว่าเขาทำผิดอะไรถึงถูกโยนเข้ามาในสังเวียนใต้ดินเช่นนี้

'ดูเหมือนทางที่ดีที่สุดตอนนี้คือสร้างระยะห่างจากมันไปก่อน'

ในสังเวียน มีโอกาสที่จะต้องสู้กันอยู่เสมอ

หากเป็นไปได้นั้นมูยองจะไม่แสดงทักษะที่แท้จริงของเขา

เพียงแค่สร้างแรงกดดันให้พวกมอนสเตอร์รอบๆรับรู้ว่าเขาเป็นบางคนที่ 'พวกมันไม่สมควรยุ่ง' และมองข้ามได้ก็พอแล้ว

มอนสเตอร์ให้เหตุผลด้วยพลังของพวกมันเท่านั้น

คุณจะถูกโจมตีถ้าคุณดูอ่อนแอ

"ช่วยฉันด้วย อ๊ากกก!"

ออร์คตัวหนึ่งส่งเสียงร้องออกมาอย่างโหยหวน

โผล๊ะ!

อย่างไรก็ตาม มูยองตวัดดาบแห่งความโกรธเกรี้ยวฟันฉับเข้าที่หัวของมัน

ด้วยรอยยิ้มที่เหยียดหยาม และดาบที่กำลังดูดซับเลือดที่หลั่งไหล ขณะนี้มูยองสามารถเรียกได้ว่าเป็นมอนสเตอร์เท่านั้น

เป็นการกระทำที่สมบรูณ์สำหรับการแสดงให้ผู้อื่นเห็น

มอนสเตอร์ที่อ่อนแอจะหลบหลีกเขาด้วยตัวเอง

คนที่แข็งแกร่งก็ไม่สามารถเข้าหาเขาได้อย่างง่ายดาย

"จงปรากฎ ที่กำบัง จงแข็งแกร่งขึ้น แข็งแกร่งขึ้นอีก อ๊ากกก เวร! "

ในทางตรงกันข้าม บัคผู้ที่ตอนแรกเลือกยืนเป็นผู้ชมจากระยะไกล ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องขยับไม้เท้าของเขาอย่างบ้าคลั่ง

เมื่อต้องหลีกเลี่ยงผู้ที่แข็งแกร่งรวมถึงมูยอง มอนเตอร์ที่อ่อนแอทุกตัวก็พุ่งไปที่บัค

นี่คือเหตุผลของความแข็งแกร่ง

แทนที่จะยืนนิ่งเชื้อเชิญการโจมตีของมอนสเตอร์ตัวอื่นๆ มันเป็นความแตกต่างระหว่างผู้ที่แสดงมันออกมาได้ และผู้ที่ไม่ได้ทำ

"ฮ่าๆ…. บัดซบ ฉันดูอ่อนแอสำหรับพวกแกขนาดนั้นเลยเหรอ ไอ้พวกเวร!"

บัคตะโกนออกมาเสียงดัง หลังจากจัดการมอนสเตอร์ทั้ง 20 ตัวด้วยตัวเอง

ในขณะนั้นเอง

<ขอแสดงความยินดีด้วย คุณถูกรวมอยู่ในผู้รอดชีวิตครึ่งหนึ่งที่เหลือ>

<คุณได้รับ 1,000 ออนซ์>

<คุณสามารถตรวจสอบจำนวนออนซ์ที่มีอยู่ผ่านร้านค้าหรือจากสังเวียน>

การต่อสู้สิ้นสุดลง

แกร้งงงงงงง

ประตูเหล็กขนาดใหญ่กลางสังเวียนได้เปิดออก และจากที่นั่นมีชุดเกราะขนาดใหญ่ก็ปรากฏออกมา

'ลิฟวิงอาเมอร์'

มูยองตระหนักได้ทันทีว่าชุดเกราะนั่นคืออะไร

อสุรกายในชุดเกราะที่ว่างเปล่า พวกมันเป็นอุปกรณ์เวทมนตร์ระดับสูงที่มีวิญญาณสิงสู่

"หยุดการต่อสู้และตามเรามา"

ชุดเกราะประมาณ 20 ตัว ประกาศหยุดการต่อสู้ พวกเขาสามารถควบคุมมอนสเตอร์ที่เต็มไปด้วยอะดรีนาลีนอันคลุ้มคลั่งได้อย่างรวดเร็ว

ทาสปีศาจตาแดงฉานที่กำลังกัดกินเนื้อของมอนสเตอร์อย่างสนุกปากได้หยุดลงอย่างว่าง่ายเมื่อลิฟวิงอาเมอร์ปรากฏตัว

' ดูเหมือนว่ามันมีประสบการณ์มากมายกับสังเวียน '

ไม่มีอะไรแย่ หากทำตามประสบการณ์

มูยองสบัดเลือดบนดาบก่อนที่จะเก็บมันใส่ฝักที่เอว

หลังจากนั้น เมื่อพวกเขาเดินไปยังตำแหน่งลิฟวิงอาเมอร์ได้ปรากฏตัว ก็ได้ยินเสียงที่ดังเป็นอย่างมาก

“วี๊ด! วะวี๊ด!”

"ผู้ที่เข้ามาในรอบนี้ดูเหมือนจะไม่มีความกล้าหาญมากนัก!"

“สู้! ฆ่า!”

เบื้องหลังสังเวียน เหมือนว่าจะมีอีกสังเวียนหนึ่งอยู่

อย่างไรก็ตาม ขนาดนั้นเทียบกันไม่ได้เลย

ขนาดที่ครอบคลุมอยู่ อย่างน้อยก็มีมอนสเตอร์สักสี่ห้าหมื่นตัวจากเผ่าพันธุ์ที่แตกต่างกันนั่งอยู่เต็มที่นั่ง

พวกมันไม่ใช่แค่มอนสเตอร์ทั่วไปเท่านั้น แต่ยังมีเผ่าพันธุ์ต่างๆอีกด้วย

คนแคระ เอลฟ์ มนุษย์หมาป่า และแม้กระทั่งแวมไพร์

'มันคือการชุมนุมของทุกๆเผ่าพันธุ์'

เขาหัวเราะเบาๆ

และในเวลาเดียวกันก็ตระหนักได้ว่า

'พวกนี้คือผู้ที่ไม่สามารถหนีรอดออกไปจากการทดสอบได้'

เป็นไปไม่ได้สำหรับเผ่าพันธุ์หลายชนิดที่แตกต่างกันที่จะชุมนุมกันอยู่ในที่เดียว

อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นไปได้ถ้าพวกเขาถูกบังคับให้อยู่ในสังเวียนใต้ดินแห่งนี้

นั่นหมายความว่า ...

'ถ้าฉันไม่ทำสิ่งที่น่าพอใจตามเงื่อนไข ฉันก็ไม่สามารถออกไปได้'

และดูเหมือนว่ามันจะเป็นเงื่อนไขที่สร้างขึ้นมาให้เฉพาะตัว

ถ้าไม่อย่างนั้นก็ไม่มีทางที่จะทำให้หลายๆคนยังติดอยู่ที่นี่

เมื่อทาสปีศาจปรากฏตัวขึ้นมา ไม่นานฝูงชนก็เริ่มเอะอะกันมากขึ้น

"เทเนเชียส โอโลเนส!"

"ผู้สังหารโอโลเนส? นี่มันกี่ครั้งแล้ว? "

“ออกไปซะ! ฉันเบื่อที่จะมองหน้าแกแล้ว!”

หลายๆเผ่าพันธุ์ต่างประณามมัน

อย่างที่คาดไว้ ทาสปีศาจโอโลเนสดูเหมือนจะมีประสบการณ์ และเข้าร่วมในสังเวียนประเภทนี้หลายครั้ง

อย่างไรก็ตาม โอโลเนสไม่สนใจเสียงนกเสียงกา

มันเดินออกไปจากสังเวียนอย่างเงียบๆ

<ห้องได้ถูกกำหนดไว้แล้ว>

<ตามลูกศรไป เมื่อฝ่ายตรงข้ามถูกเลือก คุณจะได้รับการแจ้งเตือนโดยอัตโนมัติ>

หลังจากนั้นลูกศรสีแดงปรากฏขึ้นด้านหน้าสายตาของเขา

มูยองพยักหน้าและเริ่มเคลื่อนไหว

เป็นห้องที่ดูโทรมมาก

ขนาดของมันเล็กจนคุณสามารถสัมผัสกับกำแพงเพียงแค่เหยียดขาออกไป และมีกลิ่นปัสสาวะฟุ้งกระจายออกมาจากทุกๆที่

"แค่ก ฉันควรจะนอนข้างนอก"

“แกว๊กส!”

ราวกับว่าห้องได้ถูกกำหนดตามขนาดร่างกายของพวกเขา สภาพแวดล้อมรอบๆเต็มไปด้วยเสียงแปลกประหลาดต่างๆ

อย่างไรก็ตาม มูยองนอนลงได้อย่างสบาย

'มันก็สบายดี'

อย่างน้อยก็ยังดีที่เขาสามารถเหยียดขาได้

ในขณะที่พยายามลอบสังหารเป้าหมาย ในบางครั้งเขาก็ต้องใช้เวลาอยู่ในที่แคบๆเป็นเวลาหลายเดือน

ความจริงที่ว่าเขาสามารถเหยียดขาได้นั้นก็ดีพอแล้วที่ทำให้มูยองคิดว่ามันสบายมากๆ

ในทางกลับกัน มอนสเตอร์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ท่องเที่ยวไปในที่กว้างใหญ่

แน่นอน พวกมันจะไม่พอใจกับห้องที่คับแคบ

'มันบอกว่าจะแจ้งเราโดยอัตโนมัติเมื่อฝ่ายตรงข้ามถูกเลือก'

นั่นหมายความว่าก่อนจะถึงเวลานั้น คือเวลาว่าง

มูยองพ่นลมหายใจออกมาชั่วครู่ ก่อนจะลุกขึ้นออกไปจากตำแหน่งนั้น

เมื่อสิ้นสุดเส้นทางที่คับแคบ เขาพบเครื่องหมายสี่รูปแบบ

เครื่องหมาย <สินค้าทั่วไป>, <อาวุธ>, <ชุดเกราะ> และ <ทาส> ได้ถูกเขียนไว้

'ทาส?'

สำหรับรายการเหล่านี้ ทาสอยู่เหนือสิ่งอื่นใด

มูยองเดินไปตามทางที่มีเครื่องหมายกำกับอยู่

ไม่นานหลังจากนั้น เขาก็มาถึงห้องขนาดใหญ่ และสามารถพบเห็นมอนสเตอร์จำนวนมากถูกขังอยู่ในกรง มือและเท้าของพวกมันถูกล่ามไว้

มี โนลล์ ออร์ค และไวเวิร์นซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะราชาแห่งท้องฟ้า และมีแม้แต่เงือกลาเมียร์

ถึงแม้ว่าพวกมันจะไม่ใช่มอนสเตอร์ระดับสูง แต่ถึงกระนั้นมันก็เป็นเรื่องน่ามหัศจรรย์

<คนที่ไม่สามารถจ่ายค่าธรรมเนียมการต่อสู้ได้จะกลายเป็นทาส>

<ขึ้นอยู่กับระดับของพวกเขา ราคา และ'ตราทาส' จะถูกตั้งขึ้นโดยอัตโนมัติ>

ขณะที่เขาเดินเข้าไปในห้อง คำพูดก็ปรากฏขึ้นราวกับมันเป็นคำเตือน

มีมอนสเตอร์ไม่กี่ตัวที่กำลังมองหา หรือกำลังซื้อทาส ส่วนวิธีการซื้อพวกมันนั้นง่ายดายมาก

ถ้าคุณจ่ายออนซ์ตามที่เขียนไว้บนกรง คุณก็สามารถซื้อพวกมันไปเป็นทาสของคุณได้เลย

"ข้าเลือกคนนี้แล้ว"

“ฮึ่มม! ไม่ ข้ามาก่อน”

โทรล์และหัวหน้าออร์ดกำลังต่อสู้กันอยู่

ไม่แปลกที่จะเห็นข้อพิพาทเกิดขึ้นกับเผ่าพันธุ์ที่แตกต่าง

เนื่องจากไม่มีข้อจำกัดในการซื้อ จึงมีบางครั้งที่พวกเขาคุยกันด้วยร่างกายมากกว่าคำพูด

"ห้ามมิให้ต่อสู้นอกสังเวียน"

และเมื่อใดก็ตามที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นจากที่ไหนก็ตาม ลิฟวิงอาเมอร์จะปรากฏตัวขึ้นมาและโจมตีพวกมันทั้งสองจนกว่าจะถูกทุบเป็นก้อนเนื้อ

มูยองลูบคางในขณะที่เขาเฝ้ามองโทรล์และหัวหน้าออร์คที่ไม่ได้สติถูกลากเข้าไปในห้องของพวกมัน

'เศรษฐกิจทั้งหมดจะถูกขับเคลื่อนโดยออนซ์จากสังเวียน'

แทนที่จะรู้สึกเหมือนเป็นการทดสอบ มันรู้สึกเหมือนว่ามีใครบีบอัดโลกทั้งใบให้เหลือขนาดเล็กลง

มูยองมองไปรอบๆสถานที่ทั้งหมด และก่อนที่จะหยุดลง

'คนแคระ!'

คนแคระแก่ๆถูกขังอยู่ในกรง

จำนวน '50,000 'ถูกเขียนเอาไว้ เมื่อเทียบกับคนอื่นๆแล้วเขาค่อนข้างแพง

อย่างไรก็ตาม โดยธรรมชาติแล้วคนแคระเป็นเผ่าที่หายาก พวกเขามีฝีมือในงานช่างชั้นเยี่ยม ดังนั้นมันจึงเป็นสิ่งที่เข้าใจได้

มูยองเดินเข้าไปใกล้กรงที่คนแคระอยู่

คนแคระเฒ่าไม่ได้มองมาที่เขา

"อย่ามาเดินเตร่อยู่แถวนี้ ใสหัวไปซะ"

"คุณรู้จักพันธมิตรพลั่วสามกระสอบไหม?"

เนื่องจากดูเหมือนว่ามูยองจะไม่สามารถคุยกับเขาได้นาน เขาจึงเข้าประเด็นทันที

พันธมิตรพลั่วสามกระสอบ

มันเป็นชื่อของพันธมิตรที่ก่อตั้งขึ้นโดยกลุ่มแคระเพียงไม่กี่คน

พวกเขาซ่อนตัวอยู่ในอีกฟากหนึ่งของโลก และถ้าคนแคระตรงหน้าของเขามาจากพันธมิตรนั้น มูยองก็ยินดีที่จะช่วยให้เขาเป็นอิสระ

'มันจะทำให้ฉันสร้างอุปกรณ์ได้ง่ายขึ้น'

แม้ว่าเขาจะพบพันธมิตรพลั่วสามกระสอบ แต่ว่าพวกเขาจะยินดีที่สร้างอุปกรณ์ให้หรือไม่นั้นเป็นเรื่องที่ต่างออกไป

มูยองต้องการสร้างความพึงพอใจให้พวกเขา เพื่อให้สะดวกต่อการใช้หัวใจของฟินิกซ์และกระดูกมังกร

คนแคระเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งที่มักจะตอบแทนบุญคุณอยู่เสมอ

ดูเหมือนว่ามันเป็นไปได้ที่พวกเขาจะยอมรับคำขอจากมูยอง หากสามารถช่วยปลดปล่อยคนแคระจากพันธมิตรของพวกเขา

"... สถานที่แห่งนั้น ข้าไม่รู้จัก ไสหัวไปซะ! "

ร่างกายของเขาสะดุ้งขึ้นคราหนึ่ง และการตอบสนองต่อการตอบคำถามก็ดูช้าเกินไป

'เขารู้'

มูยองเดินเข้าไปใกล้กรงและเงียบลง

"ถ้าคุณเป็นส่วนหนึ่งของพันธมิตรนี้ ฉันจะพาคุณออกไป"

ถึงจะไม่ได้ในทันที แต่มูยองก็พูดราวกับว่ามันถูกตัดสินแล้ว

เส้นเลือดของคนแคระเฒ่าปูดขึ้นมาในทันที

"ไร้สาระ เป็นแค่โดเกบิ เจ้าจะทำอะไรได้? และแม้ว่าเจ้าจะมีออนซ์มากแค่ไหน แต่ข้าก็ยอมตายด้วยการกัดลิ้นตัวเองดีกว่าจะกลายเป็นทาส"

"แล้วทำไมคุณถึงไม่ฆ่าตัวตายตอนนี้เลยล่ะ?"

"อะไรนะ?"

"ยังไงมันก็ถูกตัดสินไว้แล้วว่าคุณต้องกลายเป็นทาสของใครบางคน งั้นมันก็ไม่มีความหมายที่จะมีชีวิตอยู่แล้วสิ?"

ไม่มีจุดหมายที่จะมีชีวิตอยู่ แต่เขาก็ยังมีชีวิตอยู่?

นี่เป็นเรื่องโกหก

คนแคระชราขบฟันของเขาแน่นขณะที่มูยองพ่นคำพูดที่เชือดเฉือนเหมือนกับคมมีดออกมา

"ไอ้สารเลวนั่น ... ข้าจะไม่ตายจนกว่าจะได้เห็นไอ้โอโลเนสตาย"

"คุณกำลังพูดถึงเรื่องทาสปีศาจใช่ไหม?"

"ถูกต้อง ไอ้สารเลวนั่นได้มีออนซ์มากพอที่จะหลบหนีไปจากสถานที่แห่งนี้ แต่มันกลับยังวนเวียนไปมาอยู่ในสังเวียน ลูกชายของข้า ลูกของข้า ตายด้วยมือของไอ้สารเลวนั่น "

ตึง! ตึง!

คนแคระเฒ่าทุบหัวตัวเองเข้ากับกรงสองสามครั้ง

มีเลือดไหลออกมาจากหน้าผากของเขา และมูยองก็สามารถรู้สึกถึงความบ้าคลั่งในสายตาของเขาได้

"เจ้าต้องการซื้อ และใช้ข้าใช่ไหม? งั้นฆ่าไอ้สารเลวนั่น ถ้าเจ้าสามารถทำได้กระทั่งให้ข้าเลียตูดของเจ้าข้าก็ยอม แม้มันจะเป็นไปไม่ได้ก็เถอะ"

คนแคระเฒ่าหัวเราะออกมา

“เคี๊ยก เคี๊ยก เคี๊ยก! เคี๊ยก ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”

เขาหัวเราะแปลกๆจนกระทั่งหลั่งน้ำตาออกมา

เขาไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง

เป็นที่แน่นอนว่าเขาบ้า

อสุรกายในเส้นทางของอาซูร่ากำลังทำปฏิกิริยากับเขา

'โอโลเนส ฮึ?'

เขากำลังวางแผนที่หลีกเลี่ยงกับทาสปีศาจตัวนั้น ถ้าทำได้

มันเป็นเพราะเขาไม่เข้าใจว่าทำไมปีศาจถึงได้มาอยู่ในสังเวียนประเภทนี้ แต่จากการเฝ้าดูมันต่อสู้เพียงครั้งเดียว มูยองก็สามารถบอกได้ว่ามันแข็งแกร่งมาก

มันคงเป็นเรื่องยากในตอนนี้

"รอฉันก่อน"

อย่างไรก็ตาม มันไม่ใช่เป็นไปไม่ได้

วูฮีได้คุยโม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะเป็นประโยชน์กับมูยองมากแค่ไหน

ถ้าวูฮีผู้ซึ่งคุ้นเคยกับความสามารถในการต่อสู้ของมูยองได้กล่าวอย่างนี้ ก็คงจะหมายความว่ามีวิธีการเพิ่มความแข็งแกร่งของเขาบ้าง

ถ้าเขาค้นพบมันและถูกปลุกให้ตื่นขึ้น เขารู้สึกว่ามันเพียงพอที่จะใช้ต่อสู้กับโอโลเนส

มูยองหันกลับไป

การต่อสู้สมควรจะเริ่มในวันรุ่งขึ้น

*

<ค่าธรรมเนียมในเข้าสังเวียนเป็นจำนวนเงิน 500 ออนซ์>

<ถ้าคุณตะโกนว่าถอนตัว จะไม่ได้รับเงินค่าธรรมเนียมจากสังเวียนคืน และการต่อสู้จะสิ้นสุดลง>

<มูยอง vs นักรบคาอุม>

<อัตราเดิมพันถูกกำหนดเป็น 3.7: 1.35>

มูยองวอร์มร่างกายก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่เวที

ไม่นานหลังจากนั้น มนุษย์หมาป่าก็ปรากฏตัวขึ้นในอีกด้านหนึ่ง

เพียงแค่มองอัตราการเดิมพัน ส่วนใหญ่วางเดิมพันไว้กับมนุษย์หมาป่า

มีบางคนที่ไว้วางใจในโชคของผู้มาใหม่ และเดิมพันข้างมูยอง แต่พวกเขาเป็นแค่คนกลุ่มเล็กๆ

'มีการแข่งขันหลายรายการในเวลาเดียวกัน'

และมีการแข่งขันมากมายที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากคู่ของมูยองและมนุษย์หมาป่า

เนื่องจากมีจำนวนมากพวกมันจึงเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม มูยองวาง 500 ออนซ์ที่เหลืออยู่ไว้ข้างตัวเอง

เขาไม่คิดว่าตัวเองจะแพ้

เขากังวลแค่ว่าจะชนะอย่างไร

'ชนะหลังจากการต่อสู้ที่เข้มข้น'

เขาจำเป็นต้องรักษาระดับการเดิมพันแบบนี้ไว้เพื่อให้เขาสามารถหาประโยชน์จากการต่อสู้ได้มากขึ้น

ถ้าเขาชนะแบบขาดลอยอัตราต่อรองจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ถ้าเขาต้องการสร้างผลกำไรที่ชัดเจนด้วยอัตราเดิมพันที่สูง เห็นได้ชัดว่าเขาจำเป็นต้องแสดงตัวให้เป็นผู้ชนะแบบหวุดหวิด

อัตราการเดิมพันจะขึ้นอยู่กับผู้ที่พวกเขาวางออนซ์ที่ใคร

"แค่ถอนตัวออกไปซะ ข้าไม่ต้องการจะฆ่าเด็กใหม่"

มนุษย์หมาป่าทำตัวราวกับว่าปราศจากความสนใจมูยอง

แทนคำพูด มูยองชักดาบแห่งความโกรธเกรี้ยวออกมา

มนุษย์หมาป่าเดาะลิ้นของเขาเมื่อเห็นสิ่งนี้

"โดเกบิเอาชนะข้าไม่ได้หรอก"

มูยองยิ้มเล็กน้อยกับคำพูดนี้

โดยปกติแล้วโดเกบิไม่สามารถเอาชนะมนุษย์หมาป่าได้

ถ้าเป็นโดยปกติล่ะก็นะ

อย่างไรก็ตาม มนุษย์หมาป่าจะรู้หรือไม่?

ว่ามูยองคือ'โอม' ผู้ปกครองของเหล่าโดเกบิทั้งหมด

เขาเป็นข้อยกเว้นที่นอกเหนือจากนั้น

จบบทที่ [KotB] บทที่ 74: การปลุกพลัง (4)

คัดลอกลิงก์แล้ว