เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DBWG ตอนที่ 3 ขอบเขตพลังชีพจรมังกร

DBWG ตอนที่ 3 ขอบเขตพลังชีพจรมังกร

DBWG ตอนที่ 3 ขอบเขตพลังชีพจรมังกร


ขณะที่หลงเฉินกำลังสับสน ปราณฉีก็ถูกปลดปล่อยออกมาจากหยกลึกลับ ปรากฏในตันเถียนของเขา

 

"ปราณฉีนี่มาจากไหนกัน?เป็นไปได้ไหมที่มันจะเป็นพลังปราณจากพ่อของข้าที่ตัวหยกนี่ดูดซับไป?"

 

เเม้ร่างกายของหลงเฉินจะยอดเยี่ยมเเค่ไหน เเต่ปราณฉีในปริมาณขนาดนี้ก็เกินความสามารถของเขาที่จะควบคุมมัน ทันใดนั้นพลังงานก็ได้ไหลออกจากเเขนเเละขาของเขา

 

คลื่นความร้อนได้เเผเผาพรั่งพรูอยู่เต็มอก ทำให้หลงเฉินกรีดร้องออกมาด้วยความทุกข์ทรมาณ เขาก้มหน้า กัดฟัน จนเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ

 

ปราณฉีในตันเถียนของเขากำลังตีกันอย่างรุนเเรงเเละเหมือนจะพร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ ในกรณีนี้ ผลลัพธ์ของมันคือ การตกตายทั้งเป็น ดวงตาของหลงเฉิน กลายเป็นเเดงก่ำ เขาคาดคิดว่าตัวเองกำลังจะตกตาย

 

"ข้าไม่ใช่คนที่จะมาตายด้วยเรื่องพรรคนี้! พลังชีพจรมังกร? ข้าจะตัดผ่านมันซะ!"

 

หลังจากฝึกฝนร่างกายมาถึงขอบเขตพลังชีพจรมังกรขั้นที่ 9 ผู้ฝึกยุทธ์จะสร้างปราณฉีขึ้นมา เมื่อรวบรวมปราณฉีได้ในปริมาณที่เพียงพอมันจะเปลี่ยนเเปลงเป็นมังกรในตำนาน เเละทะลวงผ่านเส้นโลหิตมังกรขั้นเเรกได้ ปริมาณพลังฉีในตันเถียนของหลงเฉินในตอนนี้นับว่าพอเพียง

 

"ทะลวง!"

 

หลงเฉินกัดฟันเเน่น เม็ดเหงื่อได้ไหลหยดลงพื้น เขาเปล่งเสียงคำรามออกมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การจัดการของเขา ปราณฉีในตันเถียนของเขาเริ่มกลายร่างเป็นรูปแบบมังกร เขาสูดลมหายใจเข้าลึก เเละบุกทะลวงเข้าสู่เส้นโลหิตมังกรอย่างต่อเนื่อง! เสียงระเบิดได้ดังขึ้น เส้นโลหิตมังกรได้ถูกเปิดออกโดยพลังฉีของเขา ปริมาณปราณฉีได้ไหลทะลักเข้ามาดั่งมหาสมุทรอนันต์ที่บ้าคลั่ง เส้นโลหิตมังกรค่อย ๆ ก่อรูปร่างขึ้น เเละขยายออกด้วยการจู่โจมของปราณฉี ตลอดขั้นตอนทั้งหมดนี้ ปราณฉีมังกรยังคงขยายอย่างต่อเนื่อง

 

เปรี๊ยะ!

 

เส้นโลหิตมังกรขั้นเเรก ได้ถูกเปิดออก ภายในระยะเวลา 2 ชั่วยาม ในที่สุดเขาก็ตัดผ่านมันได้สำเร็จ ปราณฉีมังกรได้หมุนวนรอบเส้นโลหิตมังกรอยู่หลายครั้งก่อนที่จะกลับเข้าไปในตันเทียน อย่างไรก็ตาม ปราณฉีที่กลับเข้าไปในตันเถียนของเขากลับอาละวาดอย่างบ้าคลั่ง คลื่นพลังฉีได้ขยายขอบเขตภายในตัวของหลงเฉิน ทำให้เขารู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก!

 

"หลังจากที่ข้าได้เปิดเส้นโลหิตมังกรเส้นที่หนึ่ง ข้าก็ได้ตัดผ่านขอบเขตพลังชีพมังกรมังกรขั้นเเรกสำเร็จ! อย่างไรก็ตาม ปราณฉีในตันเถียนของข้ายังคงเติบโตก้าวหน้าเป็นอย่างมาก เส้นโลหิตมังกรเส้นที่สอง ข้าจะต้องเปิดมันให้ได้ในวันนี้!"

 

ภายใต้ความรู้สึกของเขา เขาได้ตัดผ่านเส้นโลหิตมังกรเส้นเเรกได้สำเร็จ เเละด้วยสมดุลที่เขายังมีอยู่ตอนนี้ เเน่นอนว่าเขาจะไม่ปล่อยโอกาสเหล่านี้ให้หลุดมือไป ขณะที่นั่งอยู่ที่หน้าหลุมศพของบิดา เขาขบฟันเเน่นเเละทะลวงไปยังเส้นโลหิตมังกรเส้นที่สอง

 

ความยากลำบากในการตัดผ่านเส้นโลหิตมังกรเส้นที่สองนั้นนับว่ายากเย็นกว่ามาก ไม่ว่าจะเป็นปรมาณปราณฉีที่ต้องใช้ เมื่อเปรียบเทียบกับเส้นเเรกเเล้วนับว่าจะต้องใช้จำนวนที่มากขึ้น ดังนั้นจึงเห็นผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตพลังชีพจรมังกรขั้นที่ 2 ในเมืองไป่เห๋อหยางได้น้อยนิด เพราะการจะทะลวงระดับจำเป็นจะต้องใช้ทรัพยากรเเละความพยายามจำนวนมาก มันยากมากที่จะก้าวสู่ขอบเขตขั้นต่อไปหลังจากผ่านขอบเขตพลังชีพจรมังกรขั้นเเรก

 

อีกครั้งนึงที่ปราณฉีของเขาได้เปลี่ยนเป็นมังกรขนาดใหญ่ วันนี้เขาอยู่ต่อหน้าหลุมศพของบิดา เเละขบฟันเเน่นเพื่อก้าวเดินหน้าต่อ เเม้ราคาที่ต้องจ่ายอาจเกี่ยวพันถึงชีวิตของเขา เขาก็ยังคงบังคับปราณฉีจำนวนมหาศาลเพื่อเดินหน้าทะลวงเส้นโลหิตมังกรเส้นที่สองทีละนิด การเปิดเส้นโลหิตมังกรเส้นที่สองนับว่าเป็นเรื่องยากกว่ามาก ใช่ว่าจะสามารถทำได้สำเร็จภายในครั้งเดียว เเน่นอนว่าหากล้มเหลว ก็มีเเต่จะต้องเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

 

2ชั่วยามต่อมา หลงเฉิน ได้เปิดมันได้กว้างเพียง ครึ่งฉือ (10เซนติเมตร) เเละในตอนนี้เขารู้สึกหมดเเรงอย่างมาก เเต่เมื่อนึกทวนคำพูดของบิดาเเละหยาดน้ำตาบนใบหน้าเหี่ยวเเห้งนั้น ก่อนที่ชายชราจะตาย หลงเฉิน รู้สึกเจ็บปวดอย่างมาก

 

"ตาเฒ่านั่นต้องการให้ข้าเเข็งเเกร่งขึ้น เเละข้าก็ต้องการทำตามคำขอนั้นให้เป็นจริง เเม้ว่าข้าจะตกตาย ข้าก็จะต้องบรรลุหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเอาไว้ให้ได้ วันนี้ไม่ว่าอย่างไร ข้าจะต้องตัดผ่านเส้นโลหิตมังกรเส้นที่สองนี้ให้จงได้"

 

ในเวลาเดียวกัน เขาก็นึกถึงภาพคนที่เคยดูถูกเเละหัวเราะเยาะเขา

 

"จงลืมมันไปซะ,ข้าไม่ใช่คนที่โหดเหี้ยมเเละเย็นชา บรรดาผู้ที่สร้างความอัปยศให้เเก่ข้า เมื่อข้ากลายเป็นผู้เเข็งเเกร่งเหนือพวกมัน ข้าจะต้องทวงคืนความยุติธรรมของข้าเเละตอบเเทนความเมตตาที่พวกมันได้ให้ข้าไว้"

 

เปรี๊ยะ

 

หลังจากผ่านไปอีกหนึ่งชั่วยาม เส้นโลหิตมังกรเส้นที่สองก็ถูกตัดผ่านได้ในที่สุด ปราณฉีสองสายอันยิ่งใหญ่ ได้ไหลผ่านเส้นโลหิตมังกรทั้งสองเส้นภายในร่างกายของเขา ตอนนี้ ร่างกายของเขาเเข็งเเกร่งเพิ่มมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นปราณฉีได้หมุนวนรอบตันเถียนของเขา หลงเฉิน ตั้งใจจะสร้างรากฐานความมั่นคงของเขาในตอนนี้

 

เมื่อปราณฉีไหลผ่านทวารทั้งเจ็ด เขาก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายรอบตัวได้อย่างชัดเจนโดยไม่คาดคิด เเม้จะเป็นช่วงเวลากลางคืน เขากลับสามารถมองเห็นพื้นที่กว้างใหญ่ เเละเมื่อตั้งใจพินิจฟัง เขาก็ได้ยินเสียงนกเเละเสียงเเมลงรอบตัวได้อย่างชัดเจนมากขึ้น

 

เมื่อเข้าสู่ขอบเขตพลังชีพจรมังกร เขาราวกับได้เปลี่ยนเป็นคนละคน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเบาเหมือนกับนก ทั้งยังครอบครองพละกำลังมากกว่า 1,000 จิน

 

(TL: 1,000 จิน = 604.9 กิโลกรัม)

 

หลงเฉินยืนขึ้นเเละรู้สึกสดชื่นเพราะพลังของเขา ใบหน้าของเขาเผยให้เห็นรอยยิ้ม

 

ตอนนี้เขาอยู่ในขอบเขตพลังชีพจรมังกรขั้นที่ 2 ด้วยพลังที่เขาถือครองอยู่ตอนนี้การจะหักต้นไม้ที่อยู่เบื้องหน้าก็ไม่นับว่ายากเย็นเกินไปหากเขาทุ่มใช้พลังเต็มเเรง

 

ตั้งเเต่วันนี้ เขาก็ได้รับการพิจารณาให้ถูกเลื่อนขั้นอยู่ในฐานะผู้ฝึกยุทธิ์ที่เเท้จริง

 

เมื่อมองไปที่หลุมศพของหลงชิงหลาน หลงเฉินกล่าววาจาออกมาเล็กน้อยอีกครั้ง

 

"ความสำเร็จมากมายในคืนนี้ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะท่าน ก่อนหน้านี้ข้าเกลียดท่าน เพราะท่านไม่เคยมอบอะไรให้กับข้าเลย ตอนนี้ข้าต้องยอมรับว่าข้านั้นผิดพลาดเอง ท่านคือบิดาที่ดีของข้า"

 

ยืนอยู่สักพัก เขาก็ขับเกวียนกลับไปที่เมืองไป่เห๋อหยาง

 

"มีบางสิ่งผิดปกติ..."

 

หลงเฉินขมวดคิ้วเเน่น

 

"หยกสลักมังกร เดิมอยู่ในตันเถยีนของพ่อข้า ตอนเเรกมันได้ปรากฏขึ้นในจิตสำนึกของข้าอย่างผิดปกติ หากคิดย้อนกลับไปมีโอกาสมากกว่า 8 ส่วน ที่ตาเฒ่าจะรู้เรื่องนี้อยู่เเล้ว เพราะไม่งั้นเขาจึงไม่รบเร้าข้าให้เร่งรีบนำมันออกมาจากตันเทียน หยกสลักมังกรนี้เป็นบางสิ่งที่ลึกลับมาก คำพูดของตาเฒ่าเองก็คลุมเครือ เรื่องที่เขาพูดถึงนักรบมังกร เเละ มหาอำนาจนั่นอีก บางทีอาจเป็นไปได้ว่า ตาเฒ่าอาจจะมีภูมิหลังที่ไม่ธรรมดา?"

 

"ใช่เเล้ว,ก่อนที่ตาเฒ่าจะมาถึงเมืองไป่เห๋อหยาง ก็ไม่มีใครทราบเกี่ยวกับอดีตของเขา"

 

หลงเฉินขมวดคิ้วอีกครั้งเเละกล่าว"สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้ก็คือ ตาเฒ่าอาจจะรู้ถึงบางสิ่งที่ผิดปกติของหยกสลักมังกรนี่ เเละเขาได้ให้ข้าดึงมันออกจากร่างเมื่อเขาตาย ตอนนี้ข้าได้สืบทอดมัน เเละความลึกลับเหล่านี้ เเท้จริงมันมีอะไรซ่อนอยู่กันเเน่?"

 

หลงเฉินกลับเข้าสู่เทเลจิตสำนึกของเขา หยกสลักมังกรยังคงลอยเคว้งคว้างอย่างสงบ เเม้ว่าหลงเฉินจะมีสมองอีกนับสิบเขาก็คงไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมมันถึงปรากฏตัวขึ้นที่นี่

 

ทะเลจิตสำนึกของเขา เป็นพื้นที่เเห่งความว่างเปล่าโดยเเท้จริง ถ้าเขาบอกคนอื่นเกี่ยวกับเรื่องนี้ อาจเป็นเหตุให้พวกมันต้องการบุกทะเลจิตสำนึกของเขาโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

 

นอกจากนี้ระดับความลึกลับของหยกสลักมังกรยิ่งดูยิ่งมากขึ้น หลงเฉินไม่คาดคิดว่าปราณฉีจากหยกสลักมังกรยังคงไหลสู่ตันเถียนของเขา เเม้จะไม่มากเท่าก่อนหน้านี้ก็ตาม

 

หลงเฉินรู้สึกมีความสุขมาก

 

"ปราณฉีของข้ากำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บางทีข้าอาจจะมีความรวดเร็วในการบ่มเพาะมากกว่าคนอื่น ด้วยความเร็วระดับนี้ บางทีการไล่ตามคนอื่น  ๆ ให้ทัน คงไม่ยากเกินไป"

 

ก่อนหน้านี้เขาเคยคิดว่าช่วงชีวิตของเขาคงเป็นได้เเค่ปุถุชนธรรมดา เเต่ตอนนี้ความหวังกลับเริ่มปรากฏให้เห็นได้ชัด

 

เขามองไปที่เมืองไป่เห๋อหยางที่อยู่ข้างหน้า นึกถึงหน้าที่ที่หลงชิงหลานมอบให้กับเขา

 

"การชุมนุมประลองยุทธ์รุ่นเยาว์ภายในตระกูลหยาง...คนเหล่านั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญเเละอัจฉริยะ โดยเฉพาะ หยางจ้าน ข้าไม่สามารถเอาชนะเขาได้ในตอนนี้ ตาเฒ่าต้องการให้ข้าเป็นผู้ชนะการประลองภายในตระกูลเเละสืบทอดทักษะ[ตราประทับมังกร] นี่เป็นเรื่องยากราวกับปีนไต่สวรรค์เสียอีก

 

เมื่อมาถึงเมืองไป่เห๋อหยาง นี่ก็ตกดึกมาเเล้ว

 

หลงเฉินไม่ได้พักอาศัยอยู่ในตระกูลหยาง ตั้งเเต่ที่เขาเข้ามาอยู่ที่นี่ เขาก็ได้ซื้อที่พักตรงศาลาตะวันออกเพื่ออยู่คนเดียว ตั้งเเต่เล็กจนโต เขาพบเจอคนที่เลวร้ายหลายคน ไม่มีบุคคลใดให้ความสนใจเขาเเม้เขาจะต้องอยู่คนเดียว

 

เมื่อกลับมาถึงบ้าน หลงเฉินก็อาบน้ำเเละเข้านอน ตอนนี้เขายืนอยู่หน้าเตียง ทันใดนั้นก็เกิดประกายเย็นเฉียบเเล่นภายในดวงตาของเขา

 

"ทำไมเตียงของข้าถึงเละเทะเช่นนี้ หรือว่าจะมีขโมย?"

 

หลงเฉินนึกสงสัยเเละตรวจสอบห้องของเขาอยู่สักพัก เเต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ

 

หลงเฉินหัวเราะครานึงเเละทิ้งตัวนอนลงบนเตียง วันนี้มีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้น เขาได้ตัดผ่านเส้นโลหิตมังกร เเละ เข้าสู่ขอบเขตพลังชีพจรมังกรขั้นที่ 2 ตอนนี้จิตใจของเขาโลดเต้นดีใจอย่างสูงสุดดังนั้นเขาจึงทำใจยากที่นอนหลับลง

 

นี่ก็ตกดึกมากเเล้ว เป็นช่วงเวลาที่ผู้คนนอนหลบสนิท ผู้ฝึกยุทธ์ 'หลงเฉิน' สัมผัสของเขาในตอนนี้เขาสัมผัสได้ว่ามีคนกำลังเข้ามาใกล้ห้องของเขา

 

เขารีบเปิดใช้กลไกที่ซ่อนอยู่ใต้เตียงเเละเข้าสู่พื้นที่ห้องใต้ดินในส่วนของเตียงมันยังคงสภาพเดิมเอาไว้

 

หลงเฉินมองไปที่ด้านหน้าเเละสังเกตุผ่านรอยเเยกเล็ก ๆ ตามพื้นห้อง

 

เขาสูดลมหายใจเข้าลึก มีชายสองคนสวมผ้าคลุมหน้าสีดำเข้ามาในห้องของเขา เมื่อพวกเขาเห็นผ้าห่มที่โป่งพองที่ดูเหมือนกับมีคนนอนอยู่ พวกเขาก็ไม่ได้พูดอะไรก่อนที่จะชักดาบตัดผ่านไปที่เตียงของเขาจนเเยกเป็สองส่วน

 

"เอ๊ะ?มารดามันเถอะ ไอ้เจ้าตัวไร้ประโยชน์นั่นไม่ได้อยู่ที่นี่ ไม่ใช่ว่าพวกเราเห็นมันเข้ามาก่อนหน้านี้หรอกหรือ?"

 

"หรือว่ามันจะตรวจพบเราเเละหลบหนีไปเเล้ว!"

 

"หึ! เเม้ว่ามันจะหลบหนีไปได้ในวันนี้่  พรุ่งนี้ยังไงมันก็ไม่รอด พรุ่งนี้เราจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง ด้วยความสามารถของพวกเรา เเค่จัดการกับเจ้าเด็กไร้ประโยชน์คนนึง มันง่ายราวกับตัดชิ้นส่วนเค้ก"

 

ทันทีที่พูดจบชายทั้งสองคนก็รีบผละออกไป

 

หลงเฉินเเม้จะอยู่ในขอบเขตพลังชีพจรมังกรขั้นที่ 2 เขาก็ยังคงไม่ประมาทยิ่งมีศัตรูจำนวนที่มากกว่าเขาด้วยเเล้ว ดูเหมือนมือสังหารสองคนก่อนหน้านี้จะอันตรายอย่างมาก เมื่อจ้องมองดูทักษะของพวกมันเเล้ว นับว่าไม่เลวเลย ถ้าหลงเฉินต้องเผชิญหน้ากับพวกมันเขาจะต้องมีจุดจบที่เลวร้ายอย่างเเน่นอน

 

"โชคดีที่ข้าสัมผัสได้ถึงลางอันตราย เเละเเอบติดตั้งกลไกลับบนเตียง ถ้าไม่เช่นนั้น คืนนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าข้าจะต้องกลายเป็นศพอยู่ที่นี่เเน่นอน"

 

สายตาของเขาจ้องมองออกไปอย่างเย็นชา

 

"ในเมืองไป่เห๋อหยาง กลับมีคนกล้าจะลงมือสังหารข้า?คนไร้ประโยชน์เช่นข้า มีค่าพอที่จะได้รับความสนใจขนาดนั้น?"

เมื่อคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ หลงเฉิน ขมวดคิ้วขึ้นอีกครั้ง เเม้จะคาดเดาเกี่ยวกับคคลน่าสงสัย เขาก็ไม่สามารถระบุคนที่บงการเรื่องนี้ได้

 

"ตระกูลหยาง เเม้พวกเขาจะขับไสไล่ส่งข้า ก็คงไม่ถึงขั้นที่จะส่งนักฆ่ามาลอบสังหารข้า"

 

"หรือว่าจะเป็นคนสมรู้ร่วมคิด โอ้...ดี ดี เช่นนั้นข้าจะย้ายกลับไปในลานพักของตระกูล อย่างเเรกเลยมันจะสามารถรับประกันความปลอดภัยของข้าได้ อย่างที่สอง ข้าอยู่ที่ขอบเขตพลังชีพจรมังกรขั้นที่ 2 ข้าขาดทักษะการต่อสู้ในตอนนี้ เเม้ข้าจะเผชิญหน้ากับใครบางคนที่อยู่ในขอบเขตพลังชีพจรขั้นที่ 1 ข้าก็ยังคงไร้ข้อได้เปรียบใด  ๆ ในตระกูลหยาง มีห้องเก็บทักษะการต่อสู้ ตอนนี้ ข้าเองก็ถือเป็นคนในตระกูล ข้าสมควรเข้าไปที่นั่นได้"

 

"ถ้ามีทักษะที่ดี มีความเป็นไปได้ที่มันจะเพิ่มความเเข็งเเกร่งให้ข้าได้หลายเท่าตัว..."

 

ย้อนกลับไปในอดีต เขาเห็นคนในตระกูลได้ใช้ทักษะต่อสู้ เเละ คุณภาพของมันก็ไม่ได้อ่อนเเอเลยเเม้เเต่น้อย

 

ในที่พักอาศัยของตระกูลหยาง เเน่นอนว่ามีที่พักอาศัยของ หลงเฉิน อยู่ เขาอาศัยอยู่ที่นี่ได้เพียงไม่กี่ปีเท่านั้น เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นสู่ฟ้า เขาก็เก็บสัมภาระจำนวนมากลับไปที่พักอาศัยของตัวเองในตระกูลหยาง

 

คฤหาสน์ของตระกูลหยาง มีพื้นที่กว้างขวางมาก ไม่ว่าหลงเฉินจะกลับไปหรือไม่ พวกเขาหาได้สนใจใด ๆ

 

เมื่อจัดห้องเสร็จ หลงเฉิน ก็บ่มเพาะพลังของเขาให้มั่นคง หลังจากผ่านช่วงเวลาเมื่อคืน ปราณฉีของเขาก็เพิ่มขึ้นอีกครั้ง ในช่วงเวลาอันใกล้นี้ เขาเชื่อว่าเขาจะสามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตพลังชีพจรมังกรขั้นที่ 3 ได้

 

เเน่นอนว่าสิ่งสำคัญในตอนนี้ก็คือ เขาจะต้องไปที่ห้องฝึกฝนทักษะต่อสู้เพื่อรับเอาทักษะต่อสู้มา

 

กฏของตระกูลหยางคือ ตราบเท่าที่สมาชิกภายในตระกูลหยางสามารถเข้าสู่ขอบเขตพลังชีพจรมังกรขั้นที่ 1 ได้ พวกเขามีคุณสมบัติที่จะเข้าสู่ห้องโถงฝึกฝนทักษะเพื่อเลือกทักษะการต่อสู้ ตอนนี้ หลงเฉิน รู้สึกพึงพอใจกับกฏดังกล่าวที่ว่านั่น

 

ในระหว่างทาง บ่าวรับใช้สาวเเละยามอารักษ์ขา ได้จ้องมองไปที่เขาอย่างเย็นชา หลงเฉิน คุ้นเคยกับเรื่องเหล่านี้เเล้ว ในความทรงจำของเขา เขาได้เคยเห็นภายในห้องโถงฝึกฝนทักษะเพียงครั้งเดียวเเต่ถึงอย่างนั้นเขากลับจำเส้นทางที่ถูกต้องได้ ห้องโถงฝึกฝนทักษะเป็นพื้นที่ต้องห้ามของตระกูลหยาง มีเพียงสมาชิกในตระกูลเท่านั้นที่สามารถเข้าสู่พื้นที่นี้ได้ ไม่ต้องกล่าวถึง เเม้เเต่บ่าวรับใช้หรือยามรักษาการณ์ก็ไม่สามารถเข้าไปใกล้ได้ หลงเฉิน มองเห็นประตูหินที่ตั้งอยู่เบื้องหน้าภายในป่า หลังประตูหินก็คือเจดียห์หอคอยสูง มันเป็นห้องโถงฝึกฝนทักษะ

 

ก่อนหน้าที่เขาจะก้าวเข้ามาใกล้ประตู ก็มีใครบางคนออกมาขวางเส้นทางของเขาไว้

 

นี่ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก เฉินหลิว ที่ถ่มน้ำลายใส่หลงเฉินก่อนหน้านี้ อายุของเฉินหลิวเทียบเท่ากับหลงเฉิน ทั้งยังมีการบ่มเพาะพลังอยู่ในระดับขอบเขตพลังชีพจรมังกรขั้นที่ 2

 

เมื่อเห็นหลงเฉินเข้าใกล้ห้องโถงฝึกฝนทักษะ เฉินหลิว รู้สึกหงุดหงิดอย่างมาก ไม่นานมันก็เดินเข้าไปขวางทางเเละกล่าวเยาะเย้ย"ที่เเท้ก็เป็นนายน้อยเฉิน นี่เอง ทำไมวันีน้ถึงได้มาที่ห้องโถงฝึกฝนทักษะเล่า? ข้าได้ยินว่าเศษขยะของตระกูลหยางได้ลงไปนอนจูบพื้นเมื่อวานนี้ ทำไมนายน้อยเฉินถึงได้มาที่นี่ หรือ เพื่อมาปรับทุกข์?"

 

หลงเฉินเข้าใจคำถากถางเหล่านั้น คำพูดของเฉินหลิว ได้สร้างความอัปยศให้เเก่เขา ได้ฟังเช่นนี้มันทำให้หลงเฉินรู้สึกโกรธมากเเต่ตอนนี้เขาอยู่ที่หน้าห้องโถงฝึกฝนทักษะ ก่อนที่จะได้รับทักษะต่อสู้ เขาจะต้องไม่สร้างปัญหาใด ๆ ขึ้น เขาได้อดทนอดกลั้นมันอีกครั้งเเละเดินอ้อมเฉินหลิวไปที่ด้านหน้าห้องโถง

 

อย่างไรก็ตาม เฉินหลิว ก็ยังคงวิ่งไปขวางเส้นทางของเขาอีกครั้งเเละหัวเราะอย่างเย็นชา"นายน้อยเฉินคงจะหูหนวก เลยไม่ได้ยินที่ข้าพูดกระมั้ง?"

 

"ข้าเข้าสู่ขอบเขตชีพจรพลังมังกรเเล้ว นอกจากนี้ ข้าจะเข้าไปข้างใน มันเกี่ยวข้องอะไรกับคนนอกอย่างเจ้า?"

 

เขาเงยหน้าจ้องมองไปที่เฉินหลิวอย่างเย็นชา

 

เเม้จะเป็นคนไร้พลังเเต่หลงเฉินก็เป็นคนของตระกูลหยางเขาได้อยู่ที่ตระกูลหยางมาเป็นระยะเวลาหลายปีดังนั้นอำนาจสถานะของเขาก็ยังคงพอมีอยู่บ้าง นอกจากนี้เขาได้เข้าสู่ขอบเขตพลังชีพจรมังกรขั้นที่ 2 เเล้ว การจ้องมองด้วยเเววตาอาฆาตดังกล่าวทำให้เฉินหลิวรู้สึกหวาดกลัวจนเผลอก้าวถอยหลัง

 

"อะไร?ข้าได้ยินผิดไปหรือไม่?เจ้าตั้งใจจะเข้าสู่ที่นี่โดยการกล่าวอ้างเช่นการเข้าถึงขอบเขตพลังชีพจรมังกร? ชั่งเถอะ วันนี้ข้ารู้สึกเบื่อมาก เช่นนั้น ให้ข้าได้เห็นความเเข็งเเกร่งที่เเท้จริงของนายน้อยเฉินเป็นอย่างไร?"

 

 

จบบทที่ DBWG ตอนที่ 3 ขอบเขตพลังชีพจรมังกร

คัดลอกลิงก์แล้ว