เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9  ตอนนี้ข้ามีความมั่นใจ

บทที่ 9  ตอนนี้ข้ามีความมั่นใจ

บทที่ 9  ตอนนี้ข้ามีความมั่นใจ  


บทที่ 9  ตอนนี้ข้ามีความมั่นใจ

ถึงแม้ตัวตนของพี่เอ๋อหนิวจะเป็นเท็จ แต่สิ่งที่เขาพูดกับซูฉางชิงนั้นเป็นความจริง

ซูฉางชิงหากปราศจากการฝึกตน ก็ย่อมไม่สามารถออกจากหมู่บ้านภูเขาสีครามได้ แต่ชาวบ้านคนอื่นๆ นั้นไม่มีข้อจำกัดเช่นนี้

ปีนี้พี่เอ๋อหนิวอายุครบสิบแปดปีพอดี มันเป็นช่วงเวลาที่ความเยาว์วัยกำลังรุ่งเรือง

สองปีก่อน เขาไปกับพ่อเพื่อจัดการเรื่องในครอบครัว และบังเอิญได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่ง ทันทีที่เขาได้เห็นเธอ เขาก็หลงใหลและเริ่มไล่ตามอย่างไม่ลดละ

อย่างไรก็ตาม แม้เขาจะมีพรสวรรค์ด้านศิลปะการต่อสู้อันน่าเกรงขามและเป็นผู้ฝึกตนระดับสามตั้งแต่อายุยังน้อย แต่เธอกลับไม่ได้ชอบเขา

นั่นเพราะหญิงสาวผู้นี้กำลังเดินตามรอยขงจื๊อและชื่นชมผู้มีความรู้มากกว่า

พี่เอ๋อหนิวตั้งใจอย่างลับๆ ว่าจะศึกษาตำราขงจื๊ออย่างขยันขันแข็ง แต่ด้วยพรสวรรค์ด้านศิลปะการต่อสู้อันโดดเด่น เขาจึงไม่เคยสนใจเรียนรู้อะไรเลยเกี่ยวกับการศึกษาวิชาขงจื๊อเลย

เขาเกือบจะยอมแพ้จนกระทั่งเมื่อได้ยินว่าเซียนขงจื๊อผู้เป็นตำนานกำลังจะมาสอนท่านชายน้อย นั่นจึงทำให้เขาตื่นเต้นจนนอนไม่หลับทั้งวันทั้งคืน

ชายผู้หยาบกระด้างคนนี้ไม่สามารถฝึกตนภายใต้เซียนขงจื๊อได้ แต่ท่านชายน้อยก็ยังทำได้!

"พี่เอ๋อหนิวมีสาวที่ชอบด้วยหรอ? แน่นอน ข้าจะช่วยท่านเอง!"

หลังจากพูดจบ ซูฉางชิงก็ลังเลเล็กน้อยและพูดว่า

"แต่ความรู้ที่อาจารย์สอน ข้าไม่รู้ว่าจะแบ่งปันให้คนอื่นได้หรือไม่"

"ข้าขอถามอาจารย์พรุ่งนี้ก่อน ถ้าเป็นไปได้ ข้าก็จะสอนท่านเป็นการส่วนตัวแน่นอน"

พี่เอ๋อหนิวรู้ตัวว่าซูฉางชิงกำลังเข้าใจผิด จึงรีบพูดว่า

"ไม่จำเป็น ไม่จำเป็น ข้าก็ไม่ได้ฉลาดพอที่จะเรียนรู้ ต่อให้เจ้าสอนข้ามาก็ตาม"

"ที่ข้าต้องการจริงๆ คือบทกวีสักหนึ่งหรือสองบท เพื่อที่ข้าจะได้แสร้งทำเป็นแต่งบทกวีไปจีบนางเอง”

ขโมยวิชาความรู้จากเซียนขงจื๊องั้นหรอ? ต่อให้ถูกตีจนตายเขาก็ไม่กล้าหรอก

เป้าหมายที่แท้จริงของเขานั้นคือการขอให้ฉางชิงเขียนบทกวีให้เขาอย่างลับๆ เพื่อที่เขาจะได้เอาบทกวีนั้นไปอวดสาวที่ชอบ

"แค่บทกวีเองหรอ?" ซูฉางชิงตกตะลึง

"ใช่ เด็กสาวนางนั้นชอบบทกวี แค่บทกวีเกี้ยวพาเล็กๆ น้อยๆ ก็เพียงพอแล้ว" พี่เอ๋อหนิวยืนยัน

" ถ้าง่ายๆ อย่างนั้น งั้นก็ปล่อยให้ข้าจัดการเอง"

ซูฉางชิงคิดว่าคำขอคงเป็นอะไรที่ยาก แต่การแต่งบทกวีนั้นเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขา เพราะเขามีผลงานชิ้นเอกที่ยังไม่ได้เผยแพร่มากมายอยู่ในใจ

"ฮ่าฮ่าฮ่า ฉางชิง เจ้านี่สุดยอดจริงๆ"

พี่เอ๋อหนิวหัวเราะพลางตบไหล่ฉางชิงแล้วพูดว่า “ข้าจะถามนางว่านางชอบแบบไหน แล้วจะมาบอกเจ้าอีกทีนะ”

ซูฉางชิงไม่ได้รู้สึกกดดันใดๆ เขายิ้มและพยักหน้า

ทั้งสองเดินตามทางผ่านป่าเขา มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านบนภูเขา พูดคุยกันตลอดทาง

"อาจารย์ของเจ้าเป็นอาจารย์ที่ยอดเยี่ยมหรือไม่? ท่านมีความรู้ เข้าใจอดีต และทำนายอนาคตได้หรือไม่?" เอ๋อหนิวถามด้วยความสงสัย

นั่นคือเซียนขงจื๊อผู้เป็นตำนาน ผู้ทรงอิทธิพลในโลกวรรณกรรมที่หาตัวจับยาก

" ท่านไม่ถามเกินจริงไปหน่อยหรอ?”

ซูฉางชิงได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเบาๆ แล้วส่ายหน้า "อาจารย์ข้าเป็นเพียงบัณฑิตไร้วิชา ถึงแม้จะมีความรู้อยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่ถึงระดับที่ท่านว่ามาหรอก”

พี่เอ๋อหนิวไอสำลักอย่างรุนแรงเมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของเขาดูแปลกไปมาก

ซูฉางชิงไม่ได้ใส่ใจ ยังคงซึมซับตกผลึกความรู้ที่สั่งสมมาในวันนี้ เขากล่าวอย่างเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาว่า

"พี่เอ๋อหนิวรู้ไหม ในโลกนี้มีเซียนที่สามารถเดินทางหลายพันลี้ในหนึ่งวัน และผ่าภูเขาด้วยมือเปล่าได้ นี่มันเหลือเชื่อจริงๆ ว่าไหม?"

พี่เอ๋อหนิวแอบพึมพำว่า "เซียนที่เจ้าพูดถึงคงกลัวตายห่าแน่ถ้าได้มาเหยียบที่หมู่บ้านแห่งนี้

"วันหนึ่งข้าอยากลองบินบนกระบี่และท่องไปทั่วโลกบ้างจัง"

ดวงตาของซูฉางชิงเป็นประกายเจิดจ้า "เมื่อข้าร่ำเรียนจนจบเมื่อไหร่ ข้าจะต้องออกไปสำรวจโลกอันกว้างใหญ่ภายนอก"

เมื่อเห็นสีหน้าโหยหาวิชาความรู้ของซูฉางชิง พี่เอ๋อหนิวก็เงียบไป

เขารู้ดีว่าประมุขซูผู้นำตระกูลได้กำหนดค่ายกลภูเขาไว้เพื่อประโยชน์ของนายน้อย แต่ในมุมมองของนายน้อย ทุกคนในหมู่บ้านนี้กลับเป็นเพียงชาวบ้านผู้โง่เขลาที่รู้แค่วิชาทำไร่ทำนา

คิดเช่นนี้แล้ว เขาก็หันไปหาซูฉางชิง ก่อนจะเงียบไปครู่ใหญ่ เขาเอ่ยขึ้นว่า “ฉางชิง เจ้าเคยช่วยข้าไว้ครั้งหนึ่งแล้ว ข้าจะให้ของขวัญตอบแทนเจ้าได้หรือไม่”

ซูฉางชิงได้ยินดังนั้นก็พูดติดตลกว่า "แน่นอน มันคือหนังสติ๊กหรือกระบี่ไม้ล่ะ"

พี่เอ๋อหนิวตอบอย่างใจเย็นว่า "ตำรากระบี่”

"ตำรากระบี่? เอ่อ?" ซูฉางชิงตกตะลึง งุนงงเล็กน้อย มองไปที่พี่เอ๋อหนิวที่อยู่ข้างๆ

"อ้อ มันเป็นเพียงเศษเสี้ยงของตำราย่ะ มีแต่วิชาที่ไม่มีค่าอะไร เอาไว้ฝึกเล่นๆ" พี่เอ๋อหนิวอธิบาย

เขาถอนหายใจในใจ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม เขาก็ช่วยฉางชิงได้ไม่มากนัก

ถึงอย่างนั้น ภายในขีดจำกัดที่กำหนด เขาก็ยังสามารถทำให้ฉางชิงมีกำลังใจขึ้นได้บ้าง

"ท่านประมุขกล่าวว่าท่านชายน้อยไม่สามารถฝึกฝนการบ่มเพาะพลังก่อนอายุยี่สิบปีได้"

"แต่ลำพังแค่เทคนิคเพียงอย่างเดียว หากปราศจากเคล็ดการโคจรปราณ มันก็ไม่สามารถฝึกฝนได้และเป็นเพียงการแสดงรำกระบี่เท่านั้น”

"ยังไงท่านชายก็จะเริ่มฝึกฝนมันในเร็วๆ นี้อยู่แล้ว การทำความคุ้นเคยกับเทคนิคต่างๆ ไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร"

จิตใจของพี่เอ๋อหนิวคิดวนไปเวียนมา หลังจากแน่ใจว่าไม่มีช่องโหว่ใดๆ ในของขวัญชิ้นนี้ เขาจึงหยิบตำราวิชากระบี่เล่มหนึ่งออกมาจากอก

แน่นอนว่าระหว่างนั้น เขาได้ทำลายมันไปแล้วครึ่งหนึ่งอย่างลับๆ

ถึงอย่างนั้น ซูฉางชิงก็ยังรับตำราที่ขาดรุ่งริ่งนั้นมาอย่างกระตือรือร้น "พี่เอ๋อหนิว ท่านไปได้สิ่งนี้มาจากที่ใดกัน?"

มันคือตำราวิชากระบี่ในตำนาน ถึงแม้จะไม่สมบูรณ์ แต่มันก็ยังคงมีเสน่ห์ดึงดูดใจซูฉางชิงอย่างมาก

"เอ่อ... ข้าเจอมันเมื่อไม่นานนี้ตอนที่ออกไปล่าสัตว์ ในถ้ำบนภูเขาโดยบังเอิญ"

เมื่อเห็นสีหน้าตื่นเต้นของซูฉางชิง พี่เอ๋อหนิวก็หยุดไปครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า

"ฉางชิง เจ้าฝึกฝนสิ่งนี้เป็นจริงเป็นจริงไม่ได้หรอกนะ เอาฝึกมันเล่นๆ ก็พอ อย่าให้มันไปกระทบกับการเรียนของเจ้า”

"และที่สำคัญ อย่าไปบอกใครนะว่าข้าเป็นคนมอบสิ่งนี้ให้กับเจ้า”

ถึงแม้จะไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่พี่เอ๋อหนิวก็ไม่อยากโดนพ่อหักขาอีกครั้งแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น ใครจะรับประกันได้ว่าครั้งนี้จะเป็นขาที่หัก ไม่ใช่แขนหรือคอของเขา?

"พี่เอ๋อหนิวไม่ต้องกังวล ข้าจะไม่บอกใครแน่นอน!"

ซูฉางชิงจ้องมองตำราในมืออย่างไม่อาจละสายตา

"พี่เอ๋อหนิว ข้าต้องไปแล้ว เมื่อท่านตัดสินใจได้แล้วว่าต้องการบทกวีแบบไหน ท่านก็มาหาข้านะ"

เมื่อพูดจบ ซูฉางชิงก็กอดตำราไว้แน่นแล้วรีบวิ่งออกไป

"หลังจากนี้คงไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรอกใช่ไหม?"

เมื่อเห็นร่างของซูฉางชิงวิ่งหายไป พี่เอ๋อหนิวก็ลูบคาง

"ไม่หรอก มันคงไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก”

พี่เอ๋อหนิวพยักหน้าด้วยความมั่นใจ ก่อนจะหยิบยันต์สื่อสารออกมาอย่างตื่นเต้น

"ชิงชิว เจ้ากำลังทำอะไรอยู่หรอ?"

พี่เอ๋อหนิวจ้องมองยันต์สื่อสารอย่างตั้งใจ และเมื่อมันสั่นในอีกครึ่งชั่วโมงต่อมา เขาก็ตรวจสอบมันทันที

"ปล่อยข้าไว้คนเดียว! ช่วงนี้ข้าอารมณ์ไม่ดี!"

เมื่อเห็นข้อความนี้ พี่เอ๋อหนิวก็ขมวดคิ้วอย่างแรง รัศมีอันน่าเกรงขามแผ่ขยายอย่างเข้มข้น

"ใครกัน! ไอ้สารเลวคนไหนกันที่ทำให้เจ้าไม่พอใจ ข้าจะไปกระทืบมันเพื่อระบายความโกรธให้เจ้า!"

โจวชิงชิว: "อนิจจา การต่อสู้ไม่อาจแก้ปัญหาได้ แต่ท่านแต่งบทกวีได้ไหมล่ะ?”

“อีกสองปีข้างหน้า ข้าจะต้องดวลวรรณกรรมกับคนที่น่ารำคาญคนหนึ่ง และกำลังคิดอยู่ว่าจะแต่งบทกวีแบบไหนให้โดดเด่นกว่าเขาดี”

ดวงตาของพี่เอ๋อหนิวสว่างขึ้นทันที

ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ เขาคงไม่กล้ารับคำขอนี้แน่นอน แต่ตอนนี้น่ะหรอ?

หึหึ สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว!

คุณชายของเขากำลังเรียนรู้จากเซียนขงจื๊อ!

และยังสัญญาว่าจะนำความรู้จากเซียนขงจื๊อมาแต่งบทกวีให้เขา

เขาไม่รู้เลยว่าชิงชิวผู้เป็นที่รักนั้นมีภูมิหลังแบบไหน ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็คงไม่มีทางเหนือกว่าเซียนขงจื๊อได้!

พี่เอ๋อหนิว: “ข้าจะช่วยเจ้าแน่นอน! เมื่อเร็วๆ นี้ ข้าได้ฝึกงานกับอาจารย์ขงจื๊อผู้ยิ่งใหญ่ บทกวีนี้ย่อมไม่มีใครเทียบได้ในโลก!”

โจวชิงชิว: “หืม? ท่านเป็นคนตระกูลซู แต่กลับไปฝึกงานกับครูสอนวรรณกรรมงั้นหรอ? พ่อท่านไม่ได้หักขาท่านไปคราวก่อนหรอกหรอ?”

พี่เอ๋อหนิว: "โอ้ ไม่ต้องห่วงหรอก บอกข้ามาสิว่าเจ้าต้องการบทกวีหรือกลอนแบบไหน ถ้าเจ้าไม่พอใจ ข้าจะไม่รบกวนเจ้าอีก!"

โจวชิงชิว: "เอ่อ จริงๆ แล้วท่านก็ไม่ได้น่ารำคาญขนาดนั้นหรอก แค่ช่วงนี้ข้าถูกกดดันมากเกินไปหน่อย เราเลิกพูดเรื่องบทกวีได้แล้ว"

พี่เอ๋อหนิว: "ไม่ได้หรอก!! รีบบอกข้ามาสิ! เจ้าต้องการบทกวีหรือกลอนแบบไหน! ข้าจะประดิษฐ์มันให้เจ้าแน่นอน!"

พี่เอ๋อหนิวรู้สึกมั่นใจมาก เขาไม่เคยมั่นใจขนาดนี้มาก่อน

ช่วยไม่ได้ ด้วยการสนับสนุนจากเซียนขงจื๊อ ความมั่นใจของเขาจึงมีมูล!

โจวชิงชิวเงียบไปครู่หนึ่ง คงกำลังคิดว่าคนไร้ระเบียบคนนี้ไปเอาความมั่นใจมาจากไหน

โจวชิงชิว: "เอาล่ะ... อย่าฝืนตัวเองเลย เอาง่ายๆ แค่ใช้ 'ชิว' จากชื่อข้าร่วมอยู่ในนั้นก็พอแล้ว"

พี่เอ๋อหนิว: "ชิว จริงหรอ? ให้เวลาข้าสามวัน! ข้าจะแต่งบทกวีที่จะช่วยให้เจ้าเอาชนะไอ้สารเลวนั่นให้ได้!"

โจวชิงชิว: "..."

พี่เอ๋อหนิวเก็บยันต์สื่อสารด้วยความตื่นเต้น แล้ววิ่งไปยังทิศทางที่ซูฉางชิงไป

ครั้งนี้ เขาจะต้องแสดงฝีมือต่อหน้าชิงชิวได้อย่างแน่นอน!

*ไอ้นี่ก็ติดหญิงไม่ดูตาม้าตาเรืออะไรเลย

จบบทที่ บทที่ 9  ตอนนี้ข้ามีความมั่นใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว