- หน้าแรก
- หมียักษ์โบราณเอาตัวรอดในโลกเซียน
- บทที่ 11 ยามอัสดงของอสรพิษดำ
บทที่ 11 ยามอัสดงของอสรพิษดำ
บทที่ 11 ยามอัสดงของอสรพิษดำ
บทที่ 11 ยามอัสดงของอสรพิษดำ
ข้อความสีแดงที่น่าตกใจวาบผ่านไป
ส่วนหวังอู่นั้นเดือดพล่านไปแล้ว
ไม่มีเวลามาคิดว่าทำไม สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือพุ่งหัวเข้าชนโขดหินด้านข้าง พร้อมกับใช้อุ้งเท้าขวากดงูดำตัวใหญ่นั้นไว้แน่น เกล็ดบนตัวของเจ้าหมอนี่ดำมะเมื่อม สัมผัสแล้วราวกับเหล็กดิบ
กรงเล็บน้อยๆ ของหวังอู่ตวัดออกมาแล้ว แต่กลับไม่สามารถข่วนให้เป็นรอยได้
พลังป้องกันสูงมาก
"ปัง!"
นักบวชอสรพิษดำตัวนั้นถูกกระแทกเข้ากับโขดหินอย่างแรง ในที่สุดมันก็ยอมอ้าปากงูออก เผยให้เห็นเขี้ยวพิษสี่ซี่ที่แหลมคมน่าสะพรึงกลัว มันสะบัดหัวทีหนึ่ง ก็จะพุ่งเข้ากัดหวังอู่อีกครั้ง
แต่หวังอู่เร็วกว่า ที่สำคัญคือเพราะเขามีความต้านทานพิษงูค่อนข้างสูง จึงไม่ถูกทำให้ชาเลยแม้แต่น้อย การเคลื่อนไหวไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้น
"ปัง" อีกครั้ง หวังอู่กระแทกนักบวชอสรพิษดำตัวนี้เข้ากับโขดหินอีกครั้ง คราวนี้เขาใช้แรงทั้งหมดที่มีออกมาจริงๆ เขากลัวจริงๆ แล้ว
"ฟ่อๆๆ!"
แม้นักบวชอสรพิษดำตัวนั้นจะมีพลังป้องกันที่แข็งแกร่ง แต่การถูกโจมตีด้วยของแข็งหนักๆ เช่นนี้ก็ไม่ใช่เรื่องน่าอภิรมย์นัก
แม้ว่าหวังอู่จะยังเป็นตัวอ่อน แต่ท้ายที่สุดแล้วขนาดและน้ำหนักตัวของสายพันธุ์ก็มีอยู่ แถมยังอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ รอบด้านเต็มไปด้วยโขดหินที่แหลมคมและนูนออกมา การถูกกระแทกสองครั้งติดต่อกันทำให้เกล็ดงูที่ด้านข้างของนักบวชอสรพิษดำตัวนี้หลุดไปสองแผ่น ดูท่าทางจะมึนงงไปแล้ว
แต่หวังอู่จะไม่ให้โอกาสนักบวชอสรพิษดำตัวนี้แม้แต่น้อย เขาใช้อุ้งเท้าข้างหนึ่งกดคอของงูดำตัวนั้นไว้แน่น ราวกับกำลังคาเบะด้ง* *(การผลักใครสักคนไปชิดกำแพงแล้วใช้มือยันกำแพงไว้)
ขณะเดียวกันก็ทนความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสที่ลำคอ เพราะอาการวิงเวียนจากการเสียเลือดอย่างรวดเร็ว เขายังคงใช้ความได้เปรียบทางร่างกายและแรงเฉื่อย กระแทกมันอย่างบ้าคลั่งครั้งแล้วครั้งเล่า
ไม่ถึงห้าครั้ง ด้านข้างหัวงูของนักบวชอสรพิษดำตัวนี้ก็ถูกกระแทกจนเละเป็นเลือด ลูกตาถูกทุบจนแตก ดูแล้วก็ใกล้จะตายเต็มที
แต่แค่นี้ก็ยังไม่สามารถระบายความแค้นในใจของหวังอู่ได้ เขายังคงถูไถ กระแทก พุ่งชน และเหยียบย่ำมันกับโขดหินที่แหลมที่สุดอย่างบ้าคลั่ง จนกระทั่งหัวงูทั้งหัวเละเป็นโจ๊ก เขาจึงค่อยนั่งแปะลงกับพื้น ดื่มเลือดงูอย่างบ้าคลั่ง และลิ้มรสเนื้องู
ในขณะเดียวกัน พรสวรรค์ฟื้นฟูตนเองระดับหนึ่งของเขาก็ทำงานโดยอัตโนมัติ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร อาจจะเป็นเพราะได้ดื่มเลือดงูเข้าไป ในร่างกายของเขาราวกับมีก้อนไฟกำลังลุกโชน... ไม่สิ มันคือพลังปราณที่บริสุทธิ์ยิ่งกว่า
เขาเพิ่งจะดื่มเลือดงูจนหมด ก็ได้รับพลังปราณมาถึง 21 หน่วย
นักบวชอสรพิษดำตัวนี้ช่างอุดมสมบูรณ์เกินไปแล้ว!
โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย หวังอู่ก็เปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมา อัปเกรดพรสวรรค์ฟื้นฟูตนเองขึ้นสู่ระดับ 2
แล้วผลลัพธ์ก็แตกต่างออกไปในทันที
กระแสความร้อนในร่างกายของเขาพลันใหญ่ขึ้น มากขึ้น และร้อนแรงขึ้น ราวกับพายุทอร์นาโด
จากนั้น ค่าความอิ่มที่เขายังเหลืออยู่ก่อนหน้านี้ ก็ถูกใช้ไปจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
"พรสวรรค์ฟื้นฟูตนเองระดับ 2 ของคุณถูกเปิดใช้งาน คุณได้ใช้ค่าความอิ่ม 10 หน่วยเพื่อต้านทานความเสียหายจากพิษ คุณจะใช้ค่าความอิ่ม 200 หน่วยเพื่อฟื้นฟูพลังชีวิต 50 หน่วยอย่างรวดเร็ว กระบวนการนี้ต้องใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง"
"พรสวรรค์ฟื้นฟูตนเองของคุณได้บันทึกลักษณะบางส่วนของพิษงูไว้ ปัจจุบันได้ปรับปรุงจนสมบูรณ์แล้ว ได้รับความต้านทานพิษงูชนิดนี้อย่างสมบูรณ์ (5/5)"
"คุณได้รับความต้านทานพิษงูทั่วไปอย่างถาวร (5/5) คุณจึงได้รับระดับการเติบโตทั่วไป 10% และระดับการเติบโตพิเศษ 10% ปัจจุบันระดับการเติบโตทั้งหมดคือ 12.2%"
"คำแนะนำที่เป็นมิตร ระดับการเติบโตพิเศษไม่ถูกจำกัดโดยระดับการเติบโตปกติ"
——
ให้ตายสิ!
นักบวชอสรพิษดำตัวนี้ต้องนับเป็นอสูรตัวหนึ่งแล้วแน่ๆ ถึงได้อุดมสมบูรณ์ขนาดนี้!
ในใจของหวังอู่เต็มไปด้วยความประหลาดใจและดีใจระคนกัน จากนั้นก็ลากซากของนักบวชอสรพิษดำหดกลับเข้าไปในส่วนลึกของรอยแยกโขดหิน กินเนื้องูอย่างบ้าคลั่งต่อไป เพราะมันอร่อยจริงๆ หยุดไม่ได้เลย
และในเนื้องูนี้กลับมีพลังปราณอยู่เล็กน้อยอีกด้วย
ค่าความอิ่มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่แล้วก็ถูกใช้ไปอย่างต่อเนื่องเช่นกัน แปรเปลี่ยนเป็นพลังชีวิตอย่างไม่ขาดสาย ซ่อมแซมบาดแผลของเขาอย่างช้าๆ
พรสวรรค์ฟื้นฟูตนเองนี้ช่างเผด็จการและแข็งแกร่งเกินไปแล้วจริงๆ
เพียงแต่ว่ามันต้องการอาหารมากเกินไปหน่อย
กว่าหวังอู่จะกินเนื้องูดีงูอะไรต่างๆ จนหมด ค่าความอิ่มก็กลับมาอยู่ที่ 300 หน่วยอีกครั้ง พลังปราณก็ได้มาเพิ่มอีก 12 หน่วย ตอนนี้พลังปราณทั้งหมดในร่างกายอยู่ที่ 15.9 หน่วย
ส่วนพลังชีวิต ก็ฟื้นฟูอย่างรวดเร็วมา 50 หน่วย ตอนนี้พลังชีวิตทั้งหมดอยู่ที่ 62 หน่วย ในที่สุดก็โล่งใจไปเปราะหนึ่ง
จากนั้นเขาจึงค่อยเริ่มทบทวนการซุ่มโจมตีที่เกือบจะทำให้เขาเสียชีวิตในครั้งนี้
นักบวชอสรพิษดำตัวนั้นมาจับจ้องที่เขาได้อย่างไร? เขาที่เป็นแค่ตัวประกอบน้อยๆ ไม่น่าจะคู่ควรให้เทพองค์นี้ลดตัวลงมาซุ่มโจมตีเขาเลยไม่ใช่รึ
อีกอย่าง ทำไมไม่มีงูดำตัวอื่นมาช่วยสนับสนุนด้วยล่ะ? มิเช่นนั้นแล้วครั้งนี้เขาคงตายไปแล้วจริงๆ
เผ่าอสรพิษดำคงจะไม่ถึงกาลอวสานแล้วหรอกนะ
หรือว่านักบวชอสรพิษดำตัวนั้นซ่อนตัวอยู่ที่นี่?
ความคิดต่างๆ นานาแวบผ่านไป ในใจของหวังอู่ก็รู้สึกเศร้าสลด นี่มันเพิ่งจะผ่านไปไม่กี่วันเอง จ้าวแห่งหุบเขาอันดับหนึ่งอย่างเผ่าอสรพิษดำก็ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้เสียแล้ว
เมื่อนึกถึงเมื่อเช้านี้ที่แม้แต่ตั๊กแตนนักดาบพเนจรยังกล้ามาอวดเบ่ง ก็พอจะเห็นภาพได้ส่วนหนึ่ง
เฮ้อ!
ช่างเป็นกำแพงล้มคนช่วยทับถม งูใจดีคนขี่หลังจริงๆ
คืนนี้ บนหน้าผาไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ อีกเลย
เมื่อเช้าวันรุ่งขึ้น หวังอู่ตื่นขึ้นจากความฝัน ก็ได้ยินเสียงท้องของตัวเองร้องโครกคราก ค่าความอิ่ม 300 หน่วยกลับสู่ศูนย์อีกครั้ง สิ่งที่มาแทนที่คือระดับการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอีก 0.5% ตอนนี้อยู่ที่ 12.7% แล้ว เขากำลังค่อยๆ เติบโตขึ้นทีละนิด
เขาค่อยๆ คลานออกจากรอยแยกโขดหินอย่างระมัดระวัง วันนี้ไม่เห็นกองทัพตั๊กแตนนักดาบพเนจรนั่นแล้ว รอบๆ ก็ไม่เห็นอันตรายอะไร แม้แต่อัศวินหนูเทาที่เกลียดเขาเข้ากระดูกดำก็ไม่เห็นแม้แต่เงา
เมื่อเดินไปในที่ที่ไกลออกไปเล็กน้อย หวังอู่ก็หันกลับไปมองยังยอดหน้าผา เป็นไปตามคาด ดินแดนของเผ่าอสรพิษดำถูกเผ่าแมงป่องเพลิงยึดครองไปแล้ว
ในตอนนี้ บนยอดสูงสุดของหน้าผา บนก้อนหินใหญ่ที่สูงจากพื้นดินอย่างน้อยสามสิบเมตร แมงป่องเพลิงตัวหนึ่งที่ใหญ่เท่ากระทะใบบัวกำลังยืนอวดเบ่งบารมีอยู่ที่นั่น กวัดแกว่งก้ามคู่ที่ไหลเวียนไปด้วยเปลวเพลิง ราวกับดาบใหญ่เพลิงสองเล่ม บวกกับหางเพลิงที่มีเหล็กไนยาวเกือบสองเมตร ช่างดูน่าสะพรึงกลัวและทรงพลังอย่างยิ่ง
และดูเหมือนว่า ราชันย์แมงป่องเพลิงตัวนี้จะได้รับสมบัติของเผ่าอสรพิษดำไปแต่เพียงผู้เดียว เพราะเมื่อไม่กี่วันก่อน เจ้านี่ยังไม่ตัวใหญ่ขนาดนี้เลย
ใต้ราชันย์แมงป่องเพลิงตัวนี้ คือแมงป่องเพลิงยาวสามสิบเซนติเมตรอีกแปดตัว แต่เปลวเพลิงที่ไหลเวียนบนตัวของพวกมันกลับดูจางลงไปมาก ต่างกันอย่างน้อยสองระดับ
นี่น่าจะเป็นชนชั้นกลางของครอบครัวแมงป่อง คล้ายกับนักบวชอสรพิษดำ
และต่ำลงไปอีก คือแมงป่องแดงขนาดเท่าฝ่ามืออีกสิบกว่าตัว แต่พวกมันกลับไม่มีเปลวเพลิงไหลเวียนเลยแม้แต่น้อย อย่างมากก็อยู่ระดับเดียวกับอสรพิษดำนักฆ่า หรืออาจจะเป็นระดับอสรพิษดำทหารยามด้วยซ้ำ
แต่ตอนนี้เผ่าแมงป่องได้ยึดครองที่นี่แล้ว การเติบโตในอนาคตย่อมไม่อาจดูแคลนได้
หวังอู่สังเกตการณ์อยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ย่องกลับมาอย่างลับๆ ล่อๆ อีกครั้ง
เพราะในสายตาของเขา กำลังพลของเผ่าแมงป่องค่อนข้างเบาบาง ไม่สามารถควบคุมดินแดนหน้าผาทั้งหมดได้อย่างทั่วถึง เขาก็ไม่ได้หวังว่าจะฉวยโอกาสยึดครองพื้นที่ได้ เพียงแต่หวังว่าจะสามารถฉกฉวยพลังปราณได้บ้างในช่วงสามนาทีทองคำก็พอแล้ว
เขายังคงคุ้นเคยกับการเป็นมิตรกับผู้อื่น และยินดีที่จะเป็นเพื่อนบ้านที่ดี
แน่นอนว่า นี่ก็เป็นการฉวยโอกาสตอนที่เผ่าแมงป่องยังตั้งหลักไม่ได้ มีเรื่องวุ่นวายมากมาย ยังไม่มีเวลามาสนใจเรื่องอื่น ดังนั้นก็แค่วันนี้วันเดียวเท่านั้น พรุ่งนี้เขาไม่กล้าทำตัวโอหังเช่นนี้อีกแล้ว
เขาปีนป่ายขึ้นไปอย่างระมัดระวัง กะเวลาที่สามนาทีทองคำม่วงใกล้จะมาถึง เขาก็ซุ่มซ่อนอยู่ในตำแหน่งเดียวกับเมื่อวาน สูงจากพื้นดินประมาณแปดเมตรพอดี หลังจากนิ่งเงียบสามวินาที ก็เข้าสู่สถานะซ่อนเร้นระดับ 4 ได้อย่างรวดเร็ว
ตำแหน่งนี้ยังคงดีอยู่ แม้ว่าจะไม่สามารถเพลิดเพลินกับสามนาทีทองคำได้ทั้งหมด แต่การเพลิดเพลินกับหนึ่งนาทีทองคำก็ไม่มีปัญหาเลย
เป้าหมายของเขาวันนี้ก็ไม่ใหญ่โตนัก เพราะตอนนี้เขามีพลังปราณอยู่ 15.9 หน่วยแล้ว ดังนั้นขอแค่รวบรวมพลังปราณให้ครบ 40 หน่วยก็พอ
(จบตอน)