- หน้าแรก
- กลายเป็นว่าข้าคือเทพยุทธ์ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 172 ช่วงเวลาแห่งความรุ่งโรจน์ของหมาน้อย
ตอนที่ 172 ช่วงเวลาแห่งความรุ่งโรจน์ของหมาน้อย
ตอนที่ 172 ช่วงเวลาแห่งความรุ่งโรจน์ของหมาน้อย
ตอนที่ 172 ช่วงเวลาแห่งความรุ่งโรจน์ของหมาน้อย
จ้าวอสูรงั้นหรือ?
เป็นไปได้ยังไงกัน?
ในหัวของอ๋าวปี้ฟางดั่งมีสายฟ้าฟาดเปรี้ยงหนึ่งลงมาจนเขาชะงักงันไปทั้งตัว
อ๋าวชิ่งอยู่ดี ๆ ก็กลายเป็นจ้าวอสูรได้อย่างไร?
หากไม่ใช่เพราะแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวอ๋าวชิ่งกระแทกเข้าไปถึงจิตใจและที่เขาได้เห็นกับตาตัวเอง เขาไม่มีวันเชื่อสิ่งที่เห็นตรงหน้า
แต่ตอนนี้ ต่อให้เขาจะสงสัยแค่ไหนก็ไม่ทันการแล้ว สถานการณ์ตรงหน้าไม่มีเวลาพอให้เขาคิดมากขนาดนั้น
“ถอย!!”
ในจังหวะคับขัน เขารีบตะโกนลั่นออกมา
“หา?”
“จะถอยอีกแล้ว?”
เมื่อได้ยินคำพูดของอ๋าวปี้ฟาง พวกอสูรที่กำลังพุ่งเข้าหาอ๋าวชิ่งถึงกับงงเต๊ก
แต่ไม่นานนัก...
พวกเขาก็สัมผัสได้ถึงพลังอันรุนแรงที่แผ่ออกมาจากตัวอ๋าวชิ่ง จนเหงื่อเย็นไหลท่วมแผ่นหลัง
จ้าวอสูร!
ที่แท้คือจ้าวอสูร!
เฮ้อ
อ๋าวชิ่งกลายเป็นจ้าวอสูรไปได้ยังไง?
ไม่แปลกเลยที่ต้องรีบถอย
พวกเขาเข้าใจทันทีและไม่แม้แต่จะใส่ใจกับความตกตะลึงในใจ รีบเผ่นแน่บกันทันที
ความเร็วในการหนีเร็วกว่าตอนมาถึงไม่รู้กี่เท่า แต่ละคนเบียดเสียดกันหนีไปข้างหน้า กลัวว่าอ๋าวชิ่งจะตามหลังมาทัน
เมื่อก่อนดูแคลนเขาขนาดไหน ตอนนี้ก็กลัวเขาขนาดนั้น
ทว่า อ๋าวชิ่งที่เพิ่งตื่นขึ้นมานั้นจะปล่อยพวกมันไปง่าย ๆ ได้อย่างไร เพียงแค่สะบัดกรงเล็บเบา ๆ พลังอันมหาศาลก็พุ่งทะลวงเข้าใส่อ๋าวปี้ฟางและพวกที่กำลังหนี
“ฟู่ว!”
เพียงกรงเล็บเดียวก็ราวกับถาโถมภูเขาทั้งลูก ต้นไม้โค่นล้ม พื้นดินกลายเป็นราบเรียบ
พวกจักรพรรดิอสูรที่อยู่ฝ่ายอ๋าวปี้ฟางแทบถูกกวาดล้างเกลี้ยงในทีเดียว ส่วนเหล่าผู้บำเพ็ญอสูรขั้นสูงก็ได้รับบาดเจ็บกระจัดกระจาย ร่วงลงมากระแทกพื้น ปากอ้ากพ่นเลือดเป็นทาง
“บัดซบ! บัดซบเอ๊ย!!”
อ๋าวปี้ฟางลุกขึ้นจากพื้นอย่างสะบักสะบอม หน้าตาเต็มไปด้วยฝุ่นโคลน ด่าทอด้วยความแค้นแน่นอก
เขาไม่คาดคิดเลยว่า ขนาดขนคนมาขนาดนี้ ตอนที่โดนโรงฝึกยุทธสั่งสอนก็ยังพอเข้าใจได้ แต่นี่พอเจอกับอ๋าวชิ่งก็โดนซัดเละอีก
ไอ้เจ้าขยะตัวนี้ อยู่ดี ๆ กลายเป็นจ้าวอสูรได้ยังไงกัน โลกนี้มันจะบ้ากันหมดแล้วหรือไง?
แต่ยังไม่ทันเขาจะได้ระบายความเดือดดาลจนพอใจ อ๋าวชิ่งก็จ้องเขาเขม็ง
เพียงแค่มองสบตา ก็ทำเอาอ๋าวปี้ฟางขนลุกซู่
และเขายังไม่ทันจะขยับตัว อ๋าวชิ่งก็ยกกรงเล็บขึ้นเบา ๆ อีกครั้ง ก่อนจะขยายขึ้นกลางอากาศคล้ายภูเขาทั้งลูกถล่มลงมา
“ฟู่ว!”
พลังของกรงเล็บนั้น เกือบทำเอาอ๋าวปี้ฟางขวัญกระเจิง สติแทบหลุด รีบระดมพลังบำเพ็ญขั้นสูงสุดของตน ทั้งกลิ้งทั้งคลานหลบออกมาแทบไม่ทัน
ทันใดนั้น กรงเล็บนั้นก็ฟาดลงมา
“โครม!!”
เสียงระเบิดดังสนั่นไปทั้งผืนป่า ภูเขาสั่นไหวดุจแผ่นดินไหว
อ๋าวปี้ฟางที่รอดตายอย่างหวุดหวิด มองหลุมยักษ์ตรงหน้าพร้อมหอบหายใจอย่างรุนแรง ใบหน้าแลดูอเนจอนาถสุดขีด
ถึงเขาจะรอด แต่ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาไม่ได้โชคดีเช่นนั้น มีถึงสองผู้บำเพ็ญอสูรที่ถูกกรงเล็บนี้สังหารทันที
สูญเสียผู้บำเพ็ญอสูรอีกสองคน อ๋าวปี้ฟางแทบอกแตกตาย
คนพวกนี้ล้วนเป็นเสาหลักของสายตะวันแดง หลังจากเสียซิวหลัวกับฟูเต้าไปแล้ว ตอนนี้ยังจะมาตายเพิ่มอีก แบบนี้ไม่เรียกฆ่ากันให้ตายทั้งเป็นก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร
แต่ทันใดนั้นเอง เขาก็เห็นว่าอ๋าวชิ่งยังไม่ละสายตาไปจากเขา
กรงเล็บนั่น กำลังค่อย ๆ ยกขึ้นมาอีกครั้ง...
แกร๊ก!
เหงื่อเย็นของอ๋าวปี้ฟางไหลทะลัก
ที่เลวร้ายยิ่งกว่าคือ ตอนนี้เขาไม่มีทางถอยอีกแล้ว
ในห้วงของความสิ้นหวัง เขากัดฟันแน่นด้วยความไม่ยินยอม ก่อนจะหยิบม้วนคัมภีร์เล่มหนึ่งออกมา
ทันทีที่คัมภีร์ปรากฏ แสงเจิดจ้าก็สาดกระจายออกมา
“อ๋าวชิ่ง! ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!!”
อ๋าวปี้ฟางตะโกนด่าด้วยใบหน้าหม่นดำ เมื่อนึกถึงคัมภีร์ลับที่เขาเก็บมานานกว่าพันปีแต่ต้องนำมาใช้ในวันนี้ เขาก็ปวดใจแทบกระอัก
และในจังหวะที่เสียงเขาจบลง แสงจากคัมภีร์ก็สว่างจ้าไปถึงขีดสุด ร่างของอ๋าวปี้ฟางและคนอื่น ๆ ก็หายวับไป
“ฮึ!”
“ถ้าข้าไม่เพิ่งทะลวงแล้วพลังยังไม่มั่นคง พวกเจ้าจะหนีหลุดจากฝ่ามือข้าไปได้งั้นเรอะ?”
มองดูพวกมันที่หายไป หมาน้อยอ๋าวชิ่งก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงเหยียดหยัน
“แต่เจ้านายนี่ช่างรักข้าจริง ๆ กระทะใหญ่นั่น ต้มเต่าทั้งหม้อก็ยกให้ข้ากินโดยไม่หวง ไหนจะสมุนไพรชั้นยอดที่ใส่อยู่ข้างล่างอีก มันช่างสุดยอดจริง ๆ ทำให้ข้ากระโดดจากราชาอสูรขึ้นเป็นจ้าวอสูรในคราเดียว!”
“ใช่แล้ว!”
“ต้องเป็นเพราะเจ้านายรู้ล่วงหน้าแน่ ๆ ว่าอ๋าวปี้ฟางกับพวกแก่ ๆ เหล่านั้นจะมาเล่นงานข้า เลยตั้งใจมอบโอกาสให้ข้าไว้แบบนี้”
“กลยุทธ์ของเจ้านายนี่ ข้ายอมคารวะจริง ๆ แม้แต่จังหวะเวลาก็เป๊ะไม่มีพลาด ข้าพึ่งทะลวงได้ เจ้าพวกบัดซบนั่นก็ตามมาทันที”
“เกรงว่าเจ้านายจะอยากให้ข้าได้ฝึกซ้อมมือกับพวกมันหน่อยล่ะมั้ง!”
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ แววตาของหมาน้อยอ๋าวชิ่งก็เปล่งประกายลุกโชน
เมื่อก่อน เขาเคยเป็นเพียงตัวตลกในเผ่า ไม่มีใครเหลียวแล แต่วันนี้ไม่เพียงแต่ได้ครอบครองอ๋าวชิ่งเฉิง แต่ยังกลายเป็นบุคคลที่ทั้งเผ่าต้องแหงนหน้ามอง
ทั้งหมดนี้...
ก็เพราะเจ้านาย
ยิ่งพลังแข็งแกร่งขึ้นเท่าไรก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของเจ้านายมากขึ้นเท่านั้น