- หน้าแรก
- กลายเป็นว่าข้าคือเทพยุทธ์ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 167 จัดการโรงฝึกยุทธ์ก่อน
ตอนที่ 167 จัดการโรงฝึกยุทธ์ก่อน
ตอนที่ 167 จัดการโรงฝึกยุทธ์ก่อน
ตอนที่ 167 จัดการโรงฝึกยุทธ์ก่อน
เรื่องทั้งหมดนี้ อู๋หย่งหงยังไม่รู้เลยแม้แต่น้อย
ตอนนี้เขากำลังอารมณ์ดีเต็มที่ กำลังจะเดินกลับโรงฝึกยุทธ์ก็พลันเห็นไม่ไกลจากประตู มีคนหนึ่งร่างกายมอมแมม ผมเผ้ายุ่งเหยิง ส่งกลิ่นเหม็นโชย นอนเกาะขอบกำแพงอย่างหมดสภาพ ใบหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวัง...
คนนั้นก็คือ หลู่ต้าซง
เมื่อมองเห็นระดับพลังอันน่ากลัวยิ่งกว่าตอนก่อนหน้าในตัวทุกคน ดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยความอิจฉา
โดยเฉพาะเมื่อเห็นบรรพชนชิงซานก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าช่างลึกล้ำยิ่งนัก ใจถึงกับปั่นป่วนไปหมด
พวกเขาแม้ไม่เคยพูดคุยกันมากนัก แต่ในฐานะคนที่ลำบากทำงานอยู่ใต้การดูแลของอี้เฟิงเหมือนกัน ใครจะไม่รู้สึกเห็นใจ?
เพียงแต่ไม่มีใครรู้ว่า หลู่ต้าซงไปทำอะไรให้ท่านอาจารย์ไม่พอใจเข้า...
อู๋หย่งหงถอนหายใจ ยกมือขึ้นตบบ่าหลู่ต้าซงเบา ๆ แล้วเดินเข้าประตูไป
“เจ้า...สักวันต้องมีหวังแน่นอน!”
ฉู่กวงสือเดินผ่านก็บอกให้กำลังใจ
“ใช่ พยายามเข้า!”
ซุนจูเกอช่วยเสริมอีกแรง
ลู่ชิงซานที่เดินตามหลังมา ส่ายหัวพลางพูดอย่างลึกซึ้งว่า “ข้าเตือนแล้วว่าอย่ามา เจ้าดื้อเองนะ ยังไม่ใช่เวลา นายท่านยังไม่เรียกก็กลับไปหาส้วมของเจ้าเถอะ”
มองดูพวกเขาแต่ละคนที่เปี่ยมด้วยออร่ามั่นใจ หลู่ต้าซงถึงกับรู้สึกจมูกแสบขึ้นมา
ในวันฝนตกดี ๆ แบบนี้ ดันรู้สึกเหมือนมีฝุ่นเข้าตาเสียอย่างนั้น...
พวกเขาใช้เวลาทะลวงพลังไปหนึ่งชั่วยาม กลับมาถึงโรงฝึกพอดี ตอนนั้นเนื้ออินทรีย์กับขาหมาป่าย่างก็ทำเสร็จพอดี
ฝนก็หยุดตกพอดีด้วย
อี้เฟิงเลยสั่งให้พวกเขาช่วยกันตั้งโต๊ะในลานด้านหลัง
ในหม้อ ซุปอินทรีย์เดือดปุด ๆ พริก หัวไชเท้าและเครื่องปรุงต่าง ๆ ลอยขึ้นมาพร้อมกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว
ส่วนกับแกล้มหม้อไฟ อี้เฟิงจัดเพิ่มถั่วลิสงคั่วสองจานและขาหมาป่าย่างอีกขา
มองดูโต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหาร พวกอู๋หย่งหงก็ตาเป็นประกาย ลูบมืออย่างคันไม้คันมือ แต่ก็ไม่กล้าแตะก่อนถ้าอี้เฟิงยังไม่ออกปาก
เห็นพวกเขานั่งตัวเกร็งกันเป็นแถว อี้เฟิงก็ยิ้มเบา ๆ แล้วพูดว่า
“คนกันเองทั้งนั้น ไม่ต้องทำตัวเกร็ง ถ้ายังทำตัวแบบนี้ ครั้งหน้าข้าจะไม่ชวนแล้วนะ!”
ได้ยินอย่างนั้น พวกอู๋หย่งหงถึงกับตัวสั่นกันทั้งแถบ
รีบพยักหน้าแรง ๆ เหมือนลูกเจี๊ยบจิกข้าวสาร
ในใจก็ยิ่งนับถืออี้เฟิงมากยิ่งขึ้น คนระดับนี้แทนที่จะวางอำนาจกลับเป็นกันเองเสียอีก
ภาวะจิตใจแบบกลับคืนสู่ธรรมชาติเช่นนี้ หากพวกเขามีได้สักเสี้ยวหนึ่งก็คงมีหวังทะลวงขีดจำกัดไปได้ไกลกว่านี้มาก
“มา ๆ ๆ! เหล้าดีจากข้า!”
ตอนที่ทะลวงพลังไปก่อนหน้านี้ บรรพชนชิงซานก็ไปกวาดเอาเหล้าชั้นดีจากสำนักชิงซานมาเต็มลัง ตอนนี้ก็วางขวดเรียงไว้บนโต๊ะ
“ไม่เลวเลย!”
อี้เฟิงยิ้มชมเชย แต่แล้วก็หันไปมองพวกผู้เฒ่าทั้งหลายพร้อมรอยยิ้มแฝงความนัย “แต่ถึงจะดื่มเหล้า ก็อย่าคิดเล่นตุกติกเชียวล่ะ!”
“ไม่กล้าขอรับ ไม่กล้า!”
ทุกคนรีบพยักหน้า
จริง ๆ แล้วไม่ต้องให้เตือน พวกเขาก็ไม่กล้าใช้พลังบังคับสุราอะไรอยู่แล้ว
ต่อให้ไม่กลัวท่านอาจารย์ไม่พอใจ แต่ลองคิดดูสิ ใช้พลังช่วยดื่มแล้วจะไปสู้คนระดับอี้เฟิงได้ยังไง?
ในขณะที่บรรยากาศภายในโรงฝึกยุทธ์อบอุ่นคึกคักนั้นเอง ยอดฝีมือสายตะวันแดงกว่ายี่สิบตนก็บินมาถึงเหนือฟ้า
พลังปราณนั้นรุนแรงราวพายุทะลวงฟ้า
“ตายล่ะ! ดูนั่นสิ!”
“ยอดฝีมือเพียบเลย!”
“เฮ้ย พวกนั้นบินได้! อย่างน้อยต้องระดับจิตยุทธ์ขึ้นไปแน่นอน!”
ชาวบ้านกับผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหลายต่างตกใจ ส่งเสียงอุทานลั่น
แต่คนพวกนั้นกลับไม่แม้แต่จะมองคนด้านล่าง พวกเขาพุ่งตรงไปยังโรงฝึกยุทธ์ทันที
“ท่านอ๋าวปี้ฟาง จากที่อ๋าวชิ่งเฉิงลงรอยพลังไว้ก่อนหน้า ตอนนี้อ๋าวชิ่งไม่น่าจะอยู่ในโรงฝึกยุทธ์” หนึ่งในผู้ติดตามรายงานขึ้น
“แค่เจ้าอ๋าวชิ่งคนเดียวไม่ใช่เรื่องใหญ่” อ๋าวปี้ฟางกล่าวเสียงเย็น “ที่มันรอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะโรงฝึกยุทธ์แห่งนี้ เพราะงั้น...จัดการที่นี่ก่อน แล้วค่อยจัดการเจ้านั่นทีหลังก็ไม่สาย”
“รับทราบ!”
ทุกคนพยักหน้าด้วยท่าทีจริงจัง
ไม่นาน โรงฝึกยุทธ์เล็ก ๆ ก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว
และจากบนฟ้า พวกเขาเห็นว่าภายในมีผู้คนกำลังดื่มกิน ไม่มีท่าทีรับรู้ถึงการมาถึงของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย
แต่ความจริงไม่ใช่อย่างนั้น
พวกอู๋หย่งหงก็รู้ตัวตั้งแต่แรกแล้ว
แต่เมื่อเห็นอี้เฟิงยังยิ้มร่ากินดื่มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พวกเขาก็ปรับสีหน้ากลับมาเป็นปกติและค่อย ๆ ถอนการควบแน่นพลังลงอย่างเงียบ ๆ
ก็ในเมื่อท่านอาจารย์อยู่ที่นี่ พวกตัวจ้อยทั้งหลายจะมาทำอะไรได้ล่ะ?
สองจ้าวอสูรก่อนหน้านี้ยังเป็นบทเรียนสด ๆ อยู่เลย
“ท่านอาจารย์ ข้าขอดื่มให้ท่านสักจอก!”
คิดได้เช่นนั้น พวกเขาก็ยกจอกเหล้าขึ้นดื่มเพื่อสานต่อบรรยากาศให้ไหลลื่นต่อไป
“พวกมันไม่ทันรู้ตัวเลยงั้นรึ?”
สายตาของอ๋าวปี้ฟางไหววูบ
แต่เมื่อคิดถึงบทเรียนของซิวหลัวกับฟู่เต้า เขาก็ไม่กล้าชะล่าใจ
จึงส่งเสียงผ่านพลังจิตไปยังทุกคนว่า
“ใช้ค่ายกลหมาป่าสวรรค์แยกตำแหน่งเตรียมพร้อม รอคำสั่งข้าแล้วโจมตีพร้อมกันทันที ต้องสังหารพวกมันให้ได้!”
“รับทราบ!”
สิ้นเสียง ทุกคนในสายตะวันแดงกระจายตัวออกทันที
พลังปีศาจแผ่ซ่านเต็มฟ้า บางคนร่ายค่ายกล บางคนร่ายอาคมหลากรูปแบบ บ้างก็กำลังสะสมพลังโจมตีพิเศษจากพรสวรรค์ของตน
ไม่นาน การโจมตีหลากหลายก็เริ่มรวมพลังปรากฏขึ้น