- หน้าแรก
- กลายเป็นว่าข้าคือเทพยุทธ์ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 166 ทุกคนทะลวงพลังพร้อมกัน
ตอนที่ 166 ทุกคนทะลวงพลังพร้อมกัน
ตอนที่ 166 ทุกคนทะลวงพลังพร้อมกัน
ตอนที่ 166 ทุกคนทะลวงพลังพร้อมกัน
“เลือกตามสบายเลย!”
อี้เฟิงพูดยิ้ม ๆ เขาไม่ได้สนใจเลยว่าเจ้าพวกสัตว์ป่านี่มันชื่อสายฟ้าหรือบินได้หรือเปล่า ในสายตาเขา ขอแค่เป็นของป่าก็กินได้ทั้งนั้น
เมื่อได้ยินเช่นนี้ พวกอู๋หย่งหงก็พากันย่อง ๆ เลือกนกอินทรีตัวหนึ่งมาต้มซุป แล้วก็ตั้งใจจะย่างขาน่องหมาป่ากินอีกต่างหาก
“ตกลง งั้นเอาตามนี้!”
อี้เฟิงตบมือดังฉาด “ข้าจะเป็นพ่อครัวเอง พวกเจ้าช่วยกันจัดการพวกสัตว์ก็แล้วกัน ใครหั่นผักก็ไปล้างผัก!”
เมื่อได้ยินดังนั้น อู๋หย่งหงกับพวกก็รีบถลกแขนเสื้อ แล้วจัดการกับนกอินทรีกับหมาป่าอย่างขยันขันแข็ง
โดยเฉพาะเห็นว่าอี้เฟิงลงมือทำเอง พวกเขาก็ไม่กล้าใช้พลังยุทธ์เลย คอยทำตามเหมือนคนธรรมดา เพื่อร่วมสัมผัสการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง
จากนั้น...
ก็มีคนถอนขน บางคนต้มน้ำ ทุกคนยุ่งกันวุ่นวายสนุกสุด ๆ
“จริงสิ ลุงชิงซาน ไปซื้อยาจากตลาดให้ข้าหน่อย พวกเจ้าก็เป็นคนแก่กระดูกเก่าแล้ว กินไปด้วยได้บำรุงไปด้วยก็ดี!”
อี้เฟิงพูดพลางยื่นเหรียญทองให้ลู่ชิงซาน พร้อมกับยื่นรายการตัวยาไปด้วย
“ขอรับ!”
ลู่ชิงซานรับเงินแล้วรีบออกไปซื้อของทันที
ในระหว่างที่ทุกคนกำลังง่วนอยู่นั้น ท่ามกลางกองซากศพ ก็มีตะขาบตัวหนึ่งโผล่หัวออกมาแอบมอง พอเห็นพวกที่กำลังถอนขนอินทรีย์อยู่ มันถึงกับตัวสั่นแล้วรีบย่อตัวลง เลื้อยแอบหนีไปอยู่ใต้ขั้นบันไดแบบเงียบกริบ
ไม่นาน ลู่ชิงซานก็ซื้อยากลับมาและฝั่งอู๋หย่งหงก็จัดการกับอินทรีย์กับหมาป่าเรียบร้อย
อี้เฟิงเริ่มลงมือทำเต็มที่ เขาเคี่ยวซุปเต่าเฒ่าใส่สมุนไพรเป็นอันดับแรก ส่วนขาหมาป่ากับซุปนกอินทรีย์ก็กำลังจัดการต่อเนื่อง
พอซุปเต่าเฒ่าใกล้เสร็จ ดวงตาของพวกอู๋หย่งหงก็เป็นประกาย ต่างพากันมองตรงมา
“โอ้โห!”
ทันใดนั้น ทุกคนพูดแทบไม่เป็นคำ
แค่ได้กลิ่นเท่านั้น ก็รู้สึกได้เลยว่าพลังยุทธ์ของตนเองเพิ่มขึ้นชัดเจน
นี่มันอะไรกันเนี่ย
ต่อให้เป็นเต่าเฒ่าระดับจักรพรรดิอสูรก็ไม่น่ามีผลขนาดนี้ แต่พอมาอยู่ในมือท่านอาจารย์กลับให้ผลลัพธ์แบบนี้ได้?
ทุกคนได้แต่น้ำลายสอ กลืนน้ำลายแรง ๆ
สูดกลิ่นอย่างบ้าคลั่ง อยากสูดให้เต็มปอดที่สุดเท่าที่จะทำได้
“พอ ๆ”
อี้เฟิงมองดูพวกตาเป็นประกาย ก็อดกลอกตาไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ยอม “ไปหยิบถ้วยมาคนละใบ แต่ได้แค่คนละคำเท่านั้น!”
ทันใดนั้น พวกอู๋หย่งหงก็ตื่นเต้นสุดขีด รีบคว้าถ้วยเล็กคนละใบวิ่งมาหาอย่างไว
อี้เฟิงคว้าทัพพีตักซุป พอพวกเขาเห็นชัด ๆ ก็พบว่านี่เป็นทัพพีระดับวิญญาณอีกชิ้น?
พวกอู๋หย่งหงถึงกับตาค้าง
“โอย ใจเย็น ใจเย็น อย่าทำตัวเป็นบ้านนอกเข้ากรุงหน่อย!”
พอลู่ชิงซานเห็นก็รู้ทันทีว่าอะไรเป็นอะไร เลยตบไหล่พวกนั้นแล้วพูดยิ้ม ๆ ด้วยสายตาดูถูกแบบเบา ๆ
เมื่อได้ยิน
พวกอู๋หย่งหงก็เข้าใจทันทีว่าลู่ชิงซานนี่ต้องไม่ได้มาเข้าครัวครั้งแรกแน่ แปลว่าเขาน่าจะสนิทกับท่านอาจารย์ไม่น้อย
เลยพากันพูดจาอย่างสุภาพขึ้นทันตา “ขอบใจพี่ชิงซานที่ชี้แนะ!”
“ฮ่า ๆ ไม่ต้องเกรงใจ เดี๋ยวก็ชิน!”
ลู่ชิงซานแอบแอ่นอกขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ
ระดับจ้าวยุทธ์แล้วไง?
ถึงพวกเจ้าจะเก่งกว่า แต่ข้ารู้จักท่านอาจารย์ก่อนนะ ยังไงก็ต้องสุภาพกับข้าอยู่ดี
ในที่สุด
อี้เฟิงก็แจกซุปให้ทุกคนถ้วยเล็ก ๆ คนละถ้วย ที่เหลือเอาไปให้จงชิง
พอได้ซุปอยู่ในมือ ทุกคนก็หายใจหอบหนัก
รีบซดเข้าไปอย่างรวดเร็ว แทบจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีรสชาติไหม กระทั่งกากซุปยังเลียจนเกลี้ยง
“โอ๊ย!”
ทันทีที่ซดหมด อู๋หย่งหงก็ร้องเสียงหลง รู้สึกได้ทันทีว่าช่องตันเถียนร้อนขึ้น พลังยุทธ์ทะยานพุ่งอย่างรวดเร็ว ดูจากทิศทางแล้ว เหมือนจะทะลวงไปถึงระดับจ้าวยุทธ์ขั้นสูงเลยทีเดียว
เสียงร้องของเขาทำให้อี้เฟิงเดินออกมา
พอเห็นท่าทางกุมท้องครวญครางแบบนั้น อี้เฟิงก็ตวาด “ร้องหาสวรรค์อะไรฟะ! รบกวนศิษย์ข้านะเว้ย! จะแตกพลังก็ไปไกล ๆ หน่อย!”
อู๋หย่งหงสะดุ้งทันที รีบเข้าใจสถานการณ์
เขาคำนับอี้เฟิงหนึ่งที แล้วรีบวิ่งออกไปนอกประตู
พออู๋หย่งหงออกไปแล้ว ลู่ชิงซานกับคนอื่น ๆ ก็รีบคำนับอี้เฟิงแล้ววิ่งตามออกไปทันที
“เร็วเข้า อย่าปล่อยให้ท่านอาจารย์ต้องรอ รีบไปทะลวงพลังเลย!”
พอออกมานอกประตู อู๋หย่งหงที่อดกลั้นการทะลวงพลังไว้ก็รีบตะโกนเร่ง
“เร็ว ไปสำนักชิงซาน ข้ามีค่ายกลที่ช่วยควบคุมเวลาได้ รีบไปทะลวงที่นั่น!”
ลู่ชิงซานตะโกนอย่างไม่รอช้า
ทุกคนเร่งพลังบินตรงไปยังสำนักชิงซาน
“ทำไมพวกนั้นถึงพากันปวดท้อง?”
“หรือว่าซุปเต่าเฒ่าของข้ามีปัญหา?”
อี้เฟิงนึกถึงสีหน้าบูดเบี้ยวของพวกนั้นก่อนหน้านี้ ถึงกับงงไปพักใหญ่ มองซุปเต่าในมือตัวเอง แล้วหมดอารมณ์กินทันที
เลยเทมันลงในถ้วยหมาของเจ้าหมาบื้ออ๋าวชิ่งแทน
พอเห็นถ้วยซุป อ๋าวชิ่งตาเป็นประกาย รีบเลียซดจนเกลี้ยงไม่เหลือหยด
แป๊บเดียวมันก็ชะงักตัว แล้วพุ่งตัววิ่งหายไปทันที
“เจ้าเต่าบ้านี่บำรุงดีเกินไปเรอะ ถึงกินแล้วคุมพลังไม่อยู่ขนาดนี้?”
อี้เฟิงพึมพำ ก่อนจะเหลือบมองจงชิงที่นอนอยู่บนเตียงในใจคิดว่า หวังว่าจะไม่ถ่ายเลอะเทอะบนเตียงนะ...
โชคดี
รออยู่พักใหญ่ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ อี้เฟิงจึงค่อย ๆ โล่งใจ
หนึ่งชั่วยามต่อมา ลู่ชิงซานและคนอื่น ๆ กลับมาที่ประตูโรงฝึกยุทธ์อีกครั้งด้วยสภาพสดชื่น
ตอนนี้ทุกคนทะลวงพลังหมดแล้ว
ลู่ชิงซานจาก ราชายุทธ์ขั้นต้นทะลวงไปถึงจ้าวยุทธ์ขั้นปลายส่วนอู๋หย่งหงและคนอื่น ๆ จาก จ้าวยุทธ์ขั้นต้นทะลวงขึ้นเป็นจ้าวยุทธ์ขั้นสูง
การทะลวงระดับแบบพุ่งทะลุฟ้าเช่นนี้
คือครั้งแรกในชีวิตพวกเขา
แต่พอมองกลับไปยังโรงฝึกยุทธ์เบื้องหน้า แววตาทุกคนกลับยิ่งนอบน้อมมากยิ่งขึ้น
เพราะพวกเขารู้ดี...
ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นของขวัญจากท่านอาจารย์
และในอีกมุมหนึ่ง นอกเมืองผิงเจียง บนค่ายกลส่งตัวลับแห่งหนึ่ง
บุรุษชุดดำพลังมหาศาลกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้น แผ่ไอสังหารรุนแรง
จากนั้นก็พุ่งตัวขึ้นฟ้า มุ่งหน้าสู่เมืองผิงเจียงด้วยความเร็วสูงสุด
PS : ระดับพลังขอแปลไปตามต้นฉบับก่อนนะคะ ทางต้นฉบับมาแบบนี้ เลยต้อมตามค่ะ